Feature

เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน : เมื่อ "โยโย่ คลับ" หมกมุ่นใช้โค้ชเด็ก จนส่อจะตกชั้น จากเป้าหมายหวังเลื่อนชั้น | Main Stand

สำหรับทีมอย่าง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน บรรดาแฟนฟุตบอลอังกฤษน่าจะรู้จักในฐานะของ "ทีมน้ำกร่อย" หรือ "โยโย่ คลับ" (Yo-yo Club) ที่มักจะเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก ก่อนจะตกชั้นกลับไปยังแชมเปี้ยนชิพภายในเวลาเพียงไม่นาน แล้วก็สลับไปสลับมาเป็นวัฏจักร

 


ทว่าในฤดูกาล 2025-26 จากที่เคยเป็นทีมน้ำกร่อย ตอนนี้พวกเขาอาจต้องไปเริ่มต้นใหม่ในดิวิชั่นที่ต่ำกว่าเดิม เนื่องจาก เวสต์บรอมฯ กำลังตกอยู่ในสถานการณ์หมิ่นเหม่ที่จะตกชั้นสู่ "ลีกวัน" เพียงเพราะความหมกมุ่นในการเลือกใช้โค้ชหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามากุมบังเหียน

MAIN STAND จะขอพาทุกคนไปไล่เรียงกันว่า ทำไม "เดอะ แบ็กกี้ส์" ถึงเลือกเดิมพันกับโค้ชชั่วโมงบินน้อย ทั้งที่ผลงานมีแต่ทรงกับทรุด ?

 

สโมสรเก่าแก่ในบอลอังกฤษ

ปี 1878 คนงานจากโรงงาน สปริง เวิร์คส์ (Spring Works) ของ จอร์จ ซัลเตอร์ (George Salter) ได้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อว่า เวสต์บรอมวิช สโตรลเลอร์ส (West Bromwich Strollers) ก่อนจะมีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน (West Bromwich Albion) ในปี 1880 

จากนั้นในปี 1888 ลีกฟุตบอลอังกฤษ หรือ EFL ได้ก่อตั้งขึ้นมาอย่างเป็นทางการ และถือเป็นลีกอาชีพลีกแรกของโลก ซึ่ง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน คือ 1 ใน 12 สโมสรที่ร่วมกันพลิกโฉมบนหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอล

ช่วงเวลาที่พวกเขาประสบความสำเร็จแบบขั้นสุด คือ ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 เพราะตอนนั้น เวสต์บรอมฯ คว้าแชมป์รายการใหญ่ในประเทศรวมกันได้มากถึง 12 รายการ

แต่พอผ่านพ้นยุคทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ทีมที่เคยมีแชมป์ติดไม้ติดมืออยู่บ่อยครั้ง กลับต้องลดสถานะของตัวเอง กลายเป็นทีมที่ขอเพียงแค่อยู่รอดบนลีกสูงสุดแบบปีต่อปีเท่านั้น

หลังโลดแล่นบนลีกสูงสุดมานานหลายปี จนกระทั่งฤดูกาล 1972-73 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ภายใต้การนำทีมของ ดอน ฮาว ผลงานของ "เดอะ แบ็กกี้ส์" น่าผิดหวัง ก่อนจบอันดับที่ 22 ของตาราง มีเพียงแค่ 28 คะแนนจาก 42 นัด ตกชั้นไปพร้อมกับ คริสตัล พาเลซ ในปีนั้น

นั่นเป็นการตกชั้นสู่ลีกรองเป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปี นับตั้งแต่ฤดูกาล 1937-38 แถม 2 ครั้งดังกล่าว เวสต์บรอมฯ ก็ตกชั้นจากลีกสูงสุดด้วยการจบในอันดับสุดท้ายเหมือนกันด้วย

กว่าที่ "เดอะ แบ็กกี้ส์" จะกลับสู่ลีกสูงสุดได้อีกครั้ง ต้องรอถึงฤดูกาล 1976-77 และนี่คือจุดเริ่มต้นแรก ๆ ในการที่ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน กลายร่างเป็นทีมน้ำกร่อยจนถึงทุกวันนี้

 

หนึ่งในทีมน้ำกร่อย

นอริช ซิตี้, วัตฟอร์ด, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, เบิร์นลี่ย์ รวมถึง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เหล่านี้ คือ บรรดา "ทีมน้ำกร่อย" หรือ "โยโย่ คลับ" ที่มักจะเลื่อนชั้นขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีก แต่ก็ตกชั้นสู่ลีกรองอย่างรวดเร็วในระยะหลัง

คำว่า "โยโย่ คลับ" คือการนิยามทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นไป แต่ศักยภาพยังไม่ดีพอจะยืนระยะได้ยาวนาน ก่อนจะตกชั้นและพยายามหาทางกลับขึ้นมาใหม่ เปรียบดั่งลูกโยโย่ที่มีจังหวะขึ้นลงซ้ำไปซ้ำมา ส่วนคำว่า "น้ำกร่อย" ในบริบทไทย ก็เปรียบเสมือนพื้นที่รอยต่อที่น้ำจืดกับน้ำเค็มมาบรรจบกัน

เหตุผลที่สโมสรเหล่านี้ถูกเรียกเช่นนี้ มีหลายปัจจัยที่สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อจำกัดทางการเงิน และปัญหาด้านการเป็นเจ้าของ เพราะที่ผ่านมาโดยเฉพาะ เวสต์บรอมฯ มักจะเป็นทีมที่ใช้เงินเสริมทัพน้อยมาก บางปีแทบจะควักเงินเสริมทัพไม่ถึง 10 ล้านปอนด์ด้วยซ้ำ

ยิ่งพอ เวสต์บรอมฯ เปลี่ยนมือเจ้าของใหม่จาก ไล้ กัวฉวน มาเป็น ชิเลน พาเทล ในปี 2024 พลพรรค "เดอะ แบ็กกี้ส์" ก็ยังคงได้เงินเสริมทัพจำกัดจำเขี่ย ท่ามกลางความฟุ้งเฟ้อด้านการเงินในโลกของฟุตบอล ณ ปัจจุบัน

เมื่อขาดงบประมาณ ผลกระทบที่ตามมาคือการได้ผู้เล่นที่ขาดคุณภาพ ผนวกกับแท็กติกของโค้ชที่เดาทางง่ายเกินไป ทำให้ทีมเหล่านี้ไม่สามารถยืนหยัดบนลีกสูงสุดได้นาน นอกจากนี้ การเปลี่ยนตัวกุนซือล้มเหลวซ้ำซากยังทำให้ทีมขาดความต่อเนื่อง ทั้งในแง่ฟอร์มการเล่นและกลยุทธ์

ผิดกับทีมอย่าง ฟูแล่ม, ไบรท์ตัน หรือบอร์นมัธ ที่เลือกใช้โค้ชโปรไฟล์ดี ให้เวลา และสนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่ จนสามารถยกระดับทีมขึ้นไปลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปได้   

ขณะที่ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน นับตั้งแต่เข้าสู่ยุคพรีเมียร์ลีก มีแค่ช่วงปี 2010-2018 ที่ "เดอะ แบ็กกี้ส์" สามารถยืนระยะอยู่ในพรีเมียร์ลีกได้ยาวนานที่สุด ก่อนที่พวกเขาจะสลัดคำว่า "ทีมน้ำกร่อย" ออกไปไม่พ้น และวนเวียนอยู่ในลีกแชมเปี้ยนชิพจนถึงปัจจุบัน

 

เสี่ยงใช้โค้ชเด็กจนต้องดิ้นรน

ตัดภาพมาที่ฤดูกาล 2025-26 เวสต์บรอมฯ เริ่มต้นในแชมเปี้ยนชิพด้วยการแต่งตั้ง ไรอัน เมสัน อดีตกองกลางของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ วัย 34 ปี ให้มาคุมทีม ซึ่งเป็นงานเฮดโค้ชถาวรครั้งแรกของ เมสัน หลังเคยรับหน้าที่คุมทีมชั่วคราวให้กับทัพ "ไก่เดือยทอง" อยู่ 2 ครั้ง

ผลงานของ ไรอัน เมสัน ในการคุม เวสต์บรอมฯ ถือว่าค่อนข้างย่ำแย่ คุมทีมในลีกไป 26 นัด ชนะ 9 เสมอ 4 แพ้ 13 มี 31 คะแนน รั้งอยู่อันดับ 19 แต่ตอนนั้นสถานการณ์ยังถือว่าไม่ได้น่ากังวลมากนัก เพราะพวกเขายังมีคะแนนทิ้งห่างอันดับ 22 ซึ่งเป็นทีมในโซนตกชั้นอยู่ถึง 7 คะแนน

แต่ด้วยความคาดหวังที่บอร์ดบริหารมีมากกว่าอันดับบนตารางคะแนน ส่งผลให้ทีมตัดสินใจปลด ไรอัน เมสัน ออกจากตำแหน่งในช่วงต้นเดือนมกราคม ปี 2026 ก่อนจะแต่งตั้ง เอริค แรมเซ่ย์ อดีตโค้ชรุ่นใหม่ไฟแรงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้เข้ามารับงานเผือกร้อน

ปรากฏว่า 8 นัดที่เขาคุม "เดอะ แบ็กกี้ส์" ในลีก ผลลัพธ์ คือ เสมอ 4 แพ้ 4 และไม่ชนะใคร จากที่ เวสต์บรอมฯ มีคะแนนนำโซนตกชั้นอยู่ 7 คะแนน กลายเป็นว่าพวกเขากลับลงไปอยู่ในพื้นที่อันตรายเสียเอง และแน่นอนว่าผลงานที่ไม่เอาอ่าวของ เอริค แรมเซ่ย์ ทำให้สโมสรแยกทางกับกุนซือรายนี้ทันที ทั้งที่เพิ่งนั่งแท่นกุนซือได้เพียงแค่ 44 วัน

จากนั้นสโมสรก็ได้แต่งตั้ง เจมส์ มอร์ริสัน เข้ามาเป็นกุนซือรักษาการ ซึ่ง เจมส์ มอร์ริสัน ในวัย 39 ปี เคยเป็นอดีตผู้เล่นของทีมที่อยู่มาอย่างยาวนาน ก่อนจะตัดสินใจเลิกเล่น และเริ่มเรียนรู้ศาสตร์งานด้านโค้ชกับทาง เวสต์บรอมฯ ด้วย 

ก่อนหน้านี้เมื่อฤดูกาล 2024-25 เจมส์ มอร์ริสัน เคยได้สัมผัสประสบการณ์คุมทีมชุดใหญ่มาแล้วใน 2 นัดสุดท้ายของลีกแชมเปี้ยนชิพ ซึ่งตอนนั้น มอร์ริสัน พาทีมชนะ 1 เสมอ 1 พร้อมกับจบอันดับที่ 9 ของตาราง และในฤดูกาล 2025-26 ก็รับงานคุมทีมขัดตาทัพมาก่อนแล้วหนหนึ่ง ในเกม เอฟเอคัพ รอบ 3 ที่บุกเสมอ สวอนซี 2-2 ก่อนชนะจุดโทษ 6-5 ช่วงรอยต่อระหว่างหลังปลด ไรอัน เมสัน และก่อนแต่งตั้ง เอริค แรมเซ่ย์

ทว่าคราวนี้ ความท้าทายของ มอร์ริสัน ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะเขาต้องพา เวสต์บรอมฯ รอดพ้นจากโซนตกชั้นให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งตอนนี้ เวสต์บรอมฯ เริ่มจะพอมีความหวังเล็ก ๆ ในการอยู่รอดแล้ว หลังจากที่พวกเขาไม่แพ้ใครในลีกมา 5 นัดติดต่อกัน (ชนะ 2 เสมอ 3) แต่แม้จะเริ่มมีคะแนนทิ้งห่างโซนตกชั้น สถานการณ์ในช่วงท้ายฤดูกาลก็ยังมีโอกาสที่จะพลิกผันกันได้เสมอ

จากสโมสรที่เก่าแก่มีประวัติศาสตร์มานานเกือบ 150 ปี เคยเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งลีกฟุตบอลอาชีพ แถมเคยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดเมื่อครั้งอดีต แต่ฤดูกาลนี้ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน กำลังสุ่มเสี่ยงที่จะตกชั้นสู่ลีกวัน ซึ่งเป็นลีกที่พวกเขาห่างหายไปนานนับตั้งแต่ปี 1993

ความล้มเหลวที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นว่า การยึดติดกับแนวทางใช้ "โค้ชรุ่นใหม่" ที่ขาดชั่วโมงบินท่ามกลางวิกฤต อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป อย่างไรก็ตาม การกลับมาใช้โค้ชที่เข้าใจวัฒนธรรมสโมสรอย่าง มอร์ริสัน กำลังกลายเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ ที่อาจช่วยให้หนึ่งในทีมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งเวสต์มิดแลนด์ อยู่รอดปลอดภัยในลีกพระรองต่อไปได้

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.transfermarkt.com/west-bromwich-albion/platzierungen/verein/984
https://en.wikipedia.org/wiki/West_Bromwich_Albion_F.C.#History
https://www.skysports.com/championship-table
https://en.wikipedia.org/wiki/1972%E2%80%9373_Football_League#First_Division
https://www.transfermarkt.com/ryan-mason/leistungsdatenDetail/trainer/91699/plus/0?saison_id=&verein_id=984&gegner_id=&liga=&wettbewerb_id=GB2&trainer_id=
https://www.transfermarkt.com/eric-ramsay/leistungsdatenDetail/trainer/71355/verein_id/984/datum_zu/2026-01-12/datum_ab/2026-02-25
https://www.transfermarkt.com/james-morrison/leistungsdatenDetail/trainer/87875/verein_id/984/datum_zu/2026-02-25/datum_ab/2026-03-11
https://www.transfermarkt.com/west-bromwich-albion/alletransfers/verein/984

Author

พงศทร​ อริ​ย​ภู​ชัย

เด็กสิงห์บลู​ส์เมืองคอน​ คลั่งฟุตบอล​ ชอบมวยปล้ำ

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ