
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แอนน์ แฮทธาเวย์ สตาร์สาวฮอลลีวู้ดชื่อดัง มักจะแสดงออกในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านโลกโซเชียลหรือการให้สัมภาษณ์อยู่หลายครั้ง ว่าเธอนั้นเป็นสาวก "เดอะ กันเนอร์ส" แฟนตัวยงของ อาร์เซน่อล สโมสรฟุตบอลใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
อย่างล่าสุดที่พูดถึงกันก็คือ การที่เธอปรากฏตัวบนพรมแดงในงานพรีเมียร์ของภาพยนตร์ The Devil Wears Prada 2 ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร พร้อมกับเสื้อแข่งของอาร์เซน่อล พาดไว้บนบ่า

แอนน์ แฮทธาเวย์ ในวัย 43 ปี ไม่เคยเปิดเผยว่าตัวเองเริ่มเชียร์ทัพ "ปีนใหญ่" อย่างเต็มตัวมาตั้งแต่เมื่อไร หรือว่านานแค่ไหนแล้ว แต่ที่แน่ ๆ เธอเคยเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตัวเองมีความเชื่อมโยงกับ อาร์เซน่อล ไม่มีอะไรซับซ้อน
มันมาจากการที่เธอและคุณพ่อ ซึ่งเป็นแฟนบอลอาร์เซน่อล นั่งดูเกมการแข่งขันและการเล่นอันน่าประทับใจของทีมในยุค "The Invincibles" หรือชุดแชมป์ไร้พ่าย พรีเมียร์ลีก อันโด่งดังในฤดูกาล 2003-04
เธอเติบโตมาในครอบครัวที่เป็นสาวก อาร์เซน่อล มีคุณพ่อเป็นต้นแบบ สำหรับเธอแล้ว การเชียร์ทีม ๆ นี้ คือการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีและความเป็นหนึ่งเดียวกับคนในครอบครัว เธอเคยบอกว่า เมื่อใครคนหนึ่งในครอบครัวเลือกทีมเชียร์แล้ว สมาชิกที่เหลือก็ต้องเชียร์ตามไปด้วยโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
"North London forever, whatever the weather (ลอนดอนเหนือตลอดไป, ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไรก็ตาม)" แอนน์ แฮทธาเวย์ เอ่ยประโยคนี้ออกมา ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ BBC
"ในทีม (อาร์เซน่อล) ตอนนั้น มีนักเตะที่อาจจะก้าวไปเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลได้อย่าง เธียร์รี่ อองรี ลงเล่นอยู่ และฉันก็ได้ดูเกมการแข่งขันอยู่กับคุณพ่อ"
"คุณพ่อของฉันบอกว่า 'นี่แหละ ฉันคือแฟน อาร์เซน่อล' และเมื่อใครสักคนในครอบครัวประกาศตัวแบบนั้นแล้ว คนอื่น ๆ ในครอบครัวก็ต้องตามไปด้วย คุณพ่อคงไม่ยอมให้ฉันเชียร์ทีมอื่นเด็ดขาด"
แฮทธาเวย์ เสริมอีกด้วยว่า เธอเชื่อมั่นใน อาร์เซน่อล ชุดปัจจุบัน ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ว่ามีศักยภาพมากที่จะคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้ในสักวัน เป็นการแสดงให้เห็นว่าเธอนั้นศรัทธาในทีมเสมอ ไม่ว่าทีมจะอยู่ในช่วงเวลาหรือสถานการณ์ไหน โดยกล่าวว่า
"พวกเขามีขุมกำลังที่ยอดเยี่ยม และถ้าหากจะมีใครที่สามารถทำมันได้สำเร็จ (คว้าแชมป์รายการใหญ่) มันก็ต้องเป็นพวกเขา"
ส่วน อาร์เซน่อล จะสามารถทำตามเป้าหมายอย่างการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2025-26 ได้หรือไม่ ต้องติดตามกันไปจนถึงโค้งสุดท้าย