FEATURE

4 เดือนเหมือนแขวนสตั๊ด : ทำไมฟุตบอลลีก จึงไม่ควรหยุดระหว่างฤดูกาลนาน ๆ | Main Stand



ไม่นานมานี้ สมาคมฟุตบอลเวียดนาม ได้ประกาศว่าจะมีการพักการแข่งขันฟุตบอลลีกในประเทศเป็นเวลานานถึง 4 เดือน เพื่อหลีกทางให้กับการเตรียมทีมชาติในรายการสำคัญ ไล่เรียงตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ต่อด้วยการเตรียมทีมชาติชุด ยู-23 ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2021และฟุตบอล ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2022


 

ประโยชน์ทั้งหมดจะตกอยู่กับทีมชาติ ... แน่นอนว่านักเตะราว 40-50 คนที่มีส่วนร่วมกับทีมทั้งสองชุดจะได้โฟกัสกับโปรแกรมทีมชาติและได้ซ้อมแทคติกที่จะใช้จนซึมซับได้ดีแน่ ทว่าสำหรับนักเตะอีกเป็นพัน ๆ คนที่เหลือในประเทศ ถ้าพวกเขาต้องหยุดการแข่งขันที่เข้มข้นไปเป็นเวลาราว 4 เดือน พวกเขาจะประสบพบเจอกับอาการใดบ้าง

4 เดือนที่หยุดการแข่งขันทำร้ายพวกเขาแค่ไหน ติดตามได้ที่ Main Stand 

 

เพราะการพักเป็นเหมือนการทำงาน 

คนเราไม่ใช่เครื่องจักรและร่างกายก็ไม่ใช่เครื่องยนต์ที่จะสามารถทำสิ่งเดิมได้ซ้ำ ๆ โดยไม่มีพัก ดังนั้นไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม การพักคือสิ่งสำคัญที่สามารถกำหนดและชี้วัดประสิทธิภาพการทำงานได้เป็นอย่างมาก   

เพราะการพักผ่อนคือการฟื้นฟูทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะสำหรับนักกีฬาอาชีพที่ต้องกรำศึกหนักมาตลอดทั้งฤดูกาล พวกเขาต้องออกกำลังกายทุกวัน และใช้เวลากับการซ้อมราววันละ 6-8 ชั่วโมง และเมื่อลงแข่งพวกเขาก็ต้องรับกับความกดดัน ความคาดหวัง ในแบบที่ผิดพลาดไม่ได้

นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่น ๆ มาเกี่ยวข้องมากมายเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแกร่งและพร้อมสำหรับการแข่งขัน ทั้งการกินอาหารที่ดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ฝึกซ้อมตามโปรแกรมของโค้ช มีวินัยในสนามซ้อม รวมไปถึงการสร้างคุณลักษณะนิสัยและจิตใจให้แข็งแกร่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้เวลาส่วนตัวและความสุขนอกสนามของพวกเขาหายไปอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นเมื่อถึงวันหยุดมันจึงเป็นเหมือนวันที่นักกีฬาอาชีพแทบทุกประเภทเฝ้ารอ 

"ผมเคยติดอยู่กับความกลัวและความกดดันกับการแข่งขัน ถึงขั้นท้อจนไม่อยากจะเป็นนักกีฬาอาชีพอีกเล้ว ชีวิตของนักกีฬานั้นเร่งรีบเป็นอย่างมาก พวกเราติดอยู่ในวัฏจักรของฤดูกาลอันยาวนานกว่า 7 เดือน" เอริค วินสตัน นักอเมริกันฟุตบอลของทีม ซินซิเนติ เบงกอลส์  เล่าถึงประบการณ์ตรงของเขาที่ทำงานหนักจนเกิดภาวะผิดปกติด้านสภาพจิตใจ 

ช่วงเวลาที่เหมาะสมของการพักผ่อนที่ช่วยให้ร่างกายได้พักเต็มที่เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจโดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการกิน การนอน และการออกกำลังกายเลยจะมีอยู่แค่ 2-3 สัปดาห์เท่านั้นสำหรับนักกีฬาอาชีพ เรื่องดังกล่าวถูกพูดถึงโดย เบรตต์ บาร์โธโลมิว ผู้ทำหน้าที่ Performance Specialist (ผู้เชี่ยวชาญด้านประสิทธิภาพในการแข่งขัน) 

"การพักผ่อนเป็นเหมือนกับงานอย่างหนึ่ง เมื่อถึงเวลาพักคุณก็ต้องพัก ปรับตัวเข้าสู่โหมดของการผ่อนคลายให้ได้ ไม่อย่างนั้นสมองของคุณจะไม่ปลอดโปร่งและมีความวิตกกังวลตลอดเวลา" บาร์โธโลมิว กล่าว 

"ไม่มีใครกล้าปฏิเสธหรอกว่าพวกเขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่เหนื่อยหน่าย ดังนั้นเมื่อถึงเวลาพักจงปรับตัวกับมันเสียแม้จะมีเวลาเพียงน้อยนิดเพื่อลดความหงุดหงิด ไม่ต้องไปคิดว่าร่างกายจะหมดสภาพจนถึงขั้นต้องโหมออกกำลังกายหนัก เพราะมันจะส่งผลแง่ลบในระยะยาวแน่นอน ... ผมสนับสนุนให้ผู้เล่นทุกคนหลีกหนีจากความจำเจและเคร่งเครียดให้ได้มากที่สุดเมื่อฤดูกาลจบลง" 

 

เป็นเรื่องแน่ ถ้าพักนานไป 

2-3 สัปดาห์ คือเวลาที่เหมาะกับการปล่อยตัว ปล่อยใจ ปล่อยอารมณ์ของเหล่านักกีฬาอาชีพเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มเปี่ยมและพร้อมสำหรับงานในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง 

ทว่าทุกอย่างควรมีลิมิตที่เหมาะสม ถ้าหากเกินจาก 2-3 สัปดาห์อะไรจะเกิดขึ้นถ้าคุณยังกินตามใจปาก หลุดจากโปรแกรมที่โค้ชฟิตเนสได้วางแผนไว้ แถมยังห่างไกลจากสิ่งทีเรียกว่า "แมตช์ฟิตเนส" (Fitness) เพื่อให้ร่างกายเข้าที่และพร้อมสำหรับการแข่งขันอยู่ตลอด 

ในกรณีนี้เราจะลองเปรียบเทียบกับการหยุดฟุตบอลลีกของประเทศเวียดนามที่มีการประกาศหยุดถึง 4 เดือน หรือหากย้อนไปในอดีตไม่นานเท่าไหร่ เมื่อปี 2020 ฟุตบอลลีกต่าง ๆ ของยุโรป อย่าง พรีเมียร์ลีก, ลา ลีกา, บุนเดสลีกา ก็ต้องหยุดพักไป 3 เดือน แม้แต่ ไทยลีก ของบ้านเราก็ยังหยุดแข่งไปนานถึง 6 เดือน จากผลพวงการระบาดระลอกแรกของ COVID-19 ... นี่คือเวลาที่โหดขนาดไหนสำหรับนักกีฬาอาชีพ ? 

นายแพทย์ ไมเคิล โอลสัน ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายของมหาวิทยาลัย Auburn Montgomery บอกว่าโดยปกติแล้วเซลล์กล้ามเนื้อจะรักษาความแข็งแรงจากการออกกำลังกายเอาไว้ได้ราว 7-14 วัน ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการพักผ่อนบอกว่านักกีฬาอาชีพควรหยุดได้เต็มที่ 2-3 สัปดาห์ ก็เป็นอะไรที่สัมพันธ์กันโดยตรง

การพักนานเกินกว่าเวลาที่กำหนดไว้จะทำให้กล้ามเนื้อสูญเสียความแข็งแรง ไม่กระฉับกระเฉงเหมือนเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหายจากการออกกำลังกายไปนานมากกว่า 1 เดือน ประสิทธิภาพก็จะถดถอยจากที่เคยเป็น แม้กระทั่งการยกเวตด้วยน้ำหนักเดิมก็จะต้องออกแรงมากขึ้นเพราะรู้สึกว่าหนักขึ้นหากว่าพักนานเกินไป 

แม้จะบอกว่าการพักเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพนักฟุตบอล แต่กับระยะเวลา 4 เดือน นี่คือตัวเลขที่เกินกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำไปมาก จริงอยู่ที่ช่วงเวลา 4 เดือนอาจจะไม่ได้หมายถึงการหยุดอยู่กับบ้านสบาย ๆ แต่อย่าลืมว่าพวกเขาคือนักกีฬาอาชีพ และการซ้อมเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ช่วยให้ความเฉียบคม เฉียบขาด มีประสิทธิภาพ หรือทักษะที่มีอยู่เพิ่มพูนขึ้นเลย หนำซ้ำยังลดน้อยลงยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย 

"กว่าจะทำให้มีทักษะและประสิทธิภาพในการออกกำลังกายที่ดี คุณจะต้องใช้การทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย ๆ ก็เป็นระยะเวลากว่า 30 วันกว่าจะได้รับรู้ถึงความแตกต่าง เช่น คุณวิ่ง 5 กิโลเมตรทุกวัน แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งคุณจะรู้สึกว่าคุณเริ่มเหนื่อยน้อยลงและรู้สึกสบาย ๆ เมื่อทำซ้ำจนชิน" 

"กลับกันถ้าคุณหยุดไป 1 เดือน สิ่งที่เคยทำได้สบาย ๆ ก็จะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป เมื่อเราหยุดการฝึก ความฟิตเราจะสูญเสียไป สมรรถภาพของหัวใจและหลอดเลือดจะลดลงประมาณ 10% ในช่วง 4 สัปดาห์แรก"

"และจะหนักกว่านั้นหากห่างจากการออกกำลังกายไปนานมากกว่า 1-2 เดือนเป็นต้นไป กล้ามเนื้อจะเริ่มหายไป ไขมันจะเข้ามาแทนที่ น้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้น รอบเอวก็เพิ่มขึ้นตาม ความแข็งแรงของ VO2 Max หรือการผลิตออกซิเจนให้ร่างกายลดลงถึง 26% และกว่าทีมันจะกลับมาเท่าเดิมได้คุณอาจจะต้องใช้เวลาสร้างใหม่นานกว่าเดิมถึง 2 เท่าเลยทีเดียว" มาร์ค ชไนเดอร์ ผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลของ Movement Minneapolis กล่าว 

ที่สุดแล้วการพักที่นานเกินไปจะทำให้สมรรถภาพทางร่างกายตกลงอย่างเห็นได้ชัด หัวใจจะสูบฉีดเลือดได้น้อยลง สร้างออกซิเจนในเลือดได้น้อยลง ร่างกายก็ตอบสนองได้ไม่ดีเหมือนเก่า จังหวะเดิม ๆ ที่เคยทำได้ก็จะหายไป สำหรับนักฟุตบอล สามารถเรียกง่าย ๆ ว่า "สนิมเกาะ" เหมือนกับนักเตะที่เจ็บยาวแล้วหายจากเกมการแข่งขันและการฝึกซ้อมที่เข้มข้นไปนาน ๆ นั่นเอง 

 

ยิ่งกว่าร่างกายคือจิตใจ 

ความกดดัน ก็เหมือนกับทุกสิ่งบนโลกนี้ที่เป็นเหมือนเหรียญสองด้านที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี ความกดดันที่มากเกินไปจะทำให้สภาพจิตใจแกว่งและเกิดความท้อแท้หดหู่จนมีสุขภาพจิตที่แย่ลงได้ กลับกันหากชีวิตนี้ไร้ซึ่งความกดดัน มนุษย์เราก็จะไร้ซึ่งความทะเยอทะยานและความกระหายเช่นกัน 

สำหรับการหยุดออกกำลังกายหรือสำหรับนักเตะอาชีพที่ขาดเกมการแข่งขันที่เข้มข้น ยิ่งขาดไปนานขนาดไหนแรงบันดาลใจก็จะยิ่งหดหายลงไปเท่านั้น 

จากประสบการณ์ของ มาร์ค ชไนเดอร์ คนเดิมที่มีประสบการณ์ฝึกสอนและเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้กับนักกีฬาอาชีพและคนธรรมดา เขาพบว่ายิ่งห่างจากการออกกำลังกายและการถูกปลุกเร้าด้วยความกดดันมากแค่ไหน ก็ยิ่งมีแรงบันดาลใจในการกลับมาออกกำลังกายอีกครั้งน้อยลงเท่านั้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่าติดสบายเกินไป  

นอกจากนี้ยิ่งหายจากการออกกำลังกายและการซ้อมไปนาน ๆ เมื่อกลับมาอีกครั้งพวกเขาเหล่านั้นจะพบว่าตัวเองมีประสิทธิภาพที่ขาดหายไปจากเดิมที่เคยเป็น ซึ่งจุดนี้จะเป็นเปลี่ยนเป็นความท้อแท้ และสำหรับบางคนที่สภาพจิตใจไม่แข็งแกร่ง พวกเขาก็อาจจะถอดใจไปเลย ส่วนบางรายก็จะทำไปแค่ตามหน้าที่ ไร้ซึ่งแรงปลุกเร้าเพื่อเอาชนะขีดจำกัดของตัวเอง 

เพราะทุกอย่างบนโลกนี้ย่อมควรถูกตั้งอยู่บนความพอดี การพักคือส่วนสำคัญของการพัฒนาตัวเองสำหรับนักกีฬาอาชีพหรือแม้กระทั่งใครก็ตามที่ชอบออกกำลังกาย แต่ไม่มีใครปฏิเสธว่าหากได้พักบ่อย ๆ นาน ๆ เข้าความติดสบายจะเข้ามาแทนที่ 

หากปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไปนาน ๆ โดยไม่สามารถควบคุมการรักษาความฟิตและเติมไฟให้กับอาชีพของตัวเองได้ ก็จะมีแต่การถดถอย และสุดท้ายคนที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ก็คือตัวของพวกเขาเหล่านั้นเอง  

 

แหล่งอ้างอิง

https://edition.cnn.com/2021/05/31/health/unfit-working-out-wellness-partner/index.html
https://www.redbookmag.com/body/health-fitness/a47508/what-happens-when-you-stop-exercising/
https://barcainnovationhub.com/professional-football-players-and-holidays-preparing-for-the-coming-season/
https://www.espn.com/soccer/english-premier-league/story/4110331/premier-league-players-face-exhausting-13-straight-months-of-football-after-coronavirus-shutdown
https://www.canr.msu.edu/news/the_importance_of_rest_and_recovery_for_athletes
https://www.espn.com/nfl/story/_/id/10396406/hot-read-recovering-nfl-season-physical-mental
https://www.redbookmag.com/body/health-fitness/a47508/what-happens-when-you-stop-exercising/



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

วัชพงษ์ ดวงแปง

Main Stand's Backroom team
     


x