FEATURE

ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชัยชนะ : การรันวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของ "สิงห์" | Main Stand



ความสำเร็จที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องเดินในเส้นทางแห่งชัยชนะเสมอไป ตั้งเป้าหมายที่มุ่งหวังไว้แล้วไปทีละขั้น สิ่งนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ ไปถึงทุกจุดหมาย ท้าทายทุกความสำเร็จ มุ่งมั่นกับทุกเส้นทางที่รออยู่ตรงหน้า


 

ณ เวลานี้วงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยกำลังถึงจุดที่มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะในการแข่งขัน โมโตจีพี และ ฟอร์มูล่าวัน ที่เราได้เห็นความก้าวหน้าเกิดขึ้นในหลาย ๆ ด้าน 

หนึ่งในแบรนด์ที่ "รันวงการ" มาตลอดคือ "สิงห์" และนี่คือเรื่องราวการผลักดันกระแส, ความนิยม, และประสบกาณณ์ระดับโลกของ มอเตอร์สปอร์ต ให้เขาใกล้คนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ 

ติดตามย่างก้าวแห่งวิสัยทัศน์ของ สิงห์ ได้ที่ Main Stand 

 

ก้าวแรกของจุดเปลี่ยน 

กีฬาความเร็วประเภทเครื่องยนต์ทั้งมอเตอร์ไซค์และรถยนต์สูตรต่าง ๆ นั้น ถือเป็นหนึ่งในกีฬาที่ได้รับความนิยมไปในระดับโลก แต่จุดนี้เรายังต้องยอมรับว่าในประเทศไทยแม้การถ่ายทอดสดกีฬาด้านความเร็วทั้ง โมโตจีพี และ ฟอร์มูล่าวัน จะมีให้ชมกันมานานหลายปีแล้ว ทว่าในแง่ของการผลิตนักกีฬาและการทำให้กีฬาความเร็วทั้งหลายเข้ามาเป็นกีฬาที่แมสสำหรับชาวไทยนั้นยังถือว่าไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างนัก 

สาเหตุอาจเป็นเพราะกีฬาเหล่านี้จำเป็นจะต้องใช้ต้นทุนที่สูงมากสำหรับการทำทีมขึ้นมาสักทีม หรือแม้กระทั่งรถสักคันที่ได้มาตรฐานระดับเวิลด์คลาส เหนือสิ่งอื่นใดคือวิทยาการทั้งศาสตร์และศิลป์ต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไกลตัวมากในสังคมบ้านเราที่ประชาชนยังมีรายได้จำกัดจำเขี่ย 

อย่างไรก็ตามสิ่งใดที่ยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นได้ย่อมต้องมีผู้เริ่มก้าวแรกเสมอ ในช่วงเวลา 4-5 ปีมานี้วงการกีฬาเจ้าแห่งความเร็วของไทยคึกคักขึ้นมากโดยเฉพาะในเรื่องของโมโตจีพี ที่มีสนามระดับมาตรฐานอย่าง บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ซึ่งเป็นหนึ่งสนามในของรอบปฏิทินการแข่งขันอย่างเป็นทางการ 

การแข่งขันเกิดขึ้นจากการผนวกกำลังของหลายฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์มหาอำนาจในประเทศไทยอย่าง "สิงห์" ที่ได้ให้การสนับสนุนในโมโตจีพีอย่างเต็มที่ ทำให้การแข่งขันกลายเป็นที่จดจำของชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาชมการแข่งขันที่สนาม 

การแข่งขันโมโตจีพีครั้งนั้นทำให้คนไทยได้เห็นการจับมือกันของแบรนด์ที่เป็นคู่แข่งกันโดยตรง แต่ภาพที่ปรากฏออกมาจากการแข่งขันครั้งนั้น คือป้ายโฆษณาต่าง ๆ ของสิงห์ ที่ยืนยันว่าพวกเขาพร้อมเป็นหัวหอกในการผลักดันมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มตัว 

ซึ่งเรื่องนี้ต้องบอกเลยว่า "สิงห์" ทำมาตั้งนานแล้ว 

 

ประกาศศักดาสิงห์ 

สิงห์ เข้ามาเป็นแบรนด์ที่มีบทบาทในวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยมาอย่างยาวนาน และเหนือสิ่งอื่นใดพวกเขาขยายวงกว้างไปสู่การสนับสนุนการแข่งขันระดับโลก โดย สิงห์ ได้เข้าไปเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันโมโตจีพีมาตั้งแต่ปี 2014 แล้วหลังจากเซ็นสัญญากับ ดอร์น่า สปอร์ต ซึ่งเป็นบริษัทที่คอยดูแลการแข่งขันดังกล่าว และยังคงถือสัญญายาวมาจนถึงทุกวันนี้ 

ดังนั้นเมื่อคุณได้ดูการแข่งขันโมโตจีพี คุณจะได้เห็นป้ายโฆษณาของสิงห์ประดับอยู่ตามจุดต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดภาพจำชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่า "สิงห์" คือตัวแทนแบรนด์ที่ผูกพันกับกีฬามอเตอร์สปอร์ตเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังไปไกลถึงระดับโลกอีกด้วย 

"วิสัยทัศน์ของเราคือ เพื่อเป็นแบรนด์เบียร์ระดับโลก และความร่วมมือครั้งนี้เป็นการเผยแพร่แบรนด์ไปทั่วโลกผ่านกีฬาที่ใช้ความเร็ว เทคโนโลยี และนวัตกรรม เราตั้งตารอฤดูกาลที่รอคอยกับ MotoGP อย่างใจจดใจจ่อ" วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี ผู้บริหารของสิงห์กล่าวในปี 2014 ... ซึ่งมาถึงตอนนี้สิงห์ไม่เคยหยุดเดินจากวิสัยทัศน์นี้เลย 

เมื่อลุยเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตทั้งทีก็ต้องไปให้สุด เพื่อการผลักดันจนทำให้เกิดกระแสที่คงอยู่ถาวรในเมืองไทย ดังนั้น 1 ปีหลังจากเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักของโมโตจีพี สิงห์ ได้ขยับก้าวสำคัญอีกครั้งด้วยการรุกคืบเข้าสู่วงการฟอร์มูล่าวัน หรือรถแข่งสูตร 1 รุ่นที่แรงและเร็วที่สุดในโลกนั่นเอง 

ในช่วงปี 2009 สิงห์ เคยได้เข้ามาสนับสนุนทีมแข่งรถฟอร์มูล่าวันระดับโลกอย่าง Red Bull Racing ณ จุดนั้นถือว่าเป็นของใหม่สำหรับคนไทยโดยแท้จริง และสิงห์ก็พยายามจะเชื่อมโลกของมอเตอร์สปอร์ตให้เข้าใกล้กับวิถีการดูกีฬาของคนไทยมากขึ้น

ย้อนกลับไปตอนนั้นคนไทยน้อยคนมากที่รู้ว่า ทำไม รถฟอร์มูล่าวัน จึงเป็นรถแข่งที่เร็วที่สุดในโลก กลไก นวัตกรรม และวิธีการขับขี่แตกต่างจากรถธรรมดาอย่างไร ? 

จุดนี้ที่สิงห์เข้ามาเป็นส่วนสำคัญ พวกเขาได้จัดนิทรรศการ "Singha F1 Exhibition" เพื่อให้ความรู้ด้านมอเตอร์สปอร์ต แม้นั่นจะเป็นแค่ก้าวเล็ก ๆ แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการ "รันวงการ" ได้เป็นอย่างดี

หลังจากนั้น สิงห์ ได้รุกตลาดโลกต่อเนื่องด้วยการสนับสนุน คิมี่ ไรโคเน่น ยอดนักขับฟอร์มูล่าวันชาวฟินแลนด์ ที่เคยมีดีกรีเป็นแชมป์โลกเมื่อปี 2007 การได้นักแข่งเบอร์ใหญ่แบบนี้มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ สิงห์ สร้างภาพจำกับวงการ F1 ได้ในทันที 

ไม่ใช่แค่ผลักดันนักกีฬาต่างประเทศเท่านั้น สิงห์ ยังได้สนับสนุนนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตไทยอีกหลายคน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพาชื่อของนักกีฬาไทยไปประดับในเวทีระดับโลกให้ได้ แม้จะเป็นเรื่องยากแต่การได้สร้างจุดเริ่มต้นถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

นอกจากสนับสนุนนักแข่งอาชีพชาวไทยแล้ว สิงห์ ยังไม่ลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นคือการสร้างรากฐานและความชอบตั้งแต่ยังเด็ก โดยการนำ ไรโคเน่น มาที่เมืองไทย เพื่อมาร่วมแชร์ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ได้เห็นว่านักแข่งระดับโลกนั้นมีวิธีคิดและเคล็ดลับในการขับอย่างไร  

โดยตัวของ ไรโคเน่น นั้นมาร่วมในการแข่งขัน สิงห์ จูเนียร์ คาร์ท บาย คิมี่ ไรโคเน่น ซึ่งในการแข่งขันนั้น ไม่ว่าจะทั้งเด็ก ๆ และผู้ปกครองต่างก็ได้เข้าใจและเพิ่มมุมมองใหม่ ๆ แบบที่ไม่เคยได้เจอที่ไหนมาก่อน เพราะนี่คือประสบการณ์จริง ๆ ที่ ไรโคเน่น เข้ามาเพื่อเปิดโลกอย่างแท้จริง  

และประเด็นหนึ่งที่ สิงห์ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในโครงการนี้ก็คือ การสร้างพื้นฐานที่ถูกต้องตั้งแต่เด็ก ทำให้หลักเกณฑ์ของเด็กที่สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ดูจะแตกต่างจากในหลายๆ รายการ คือเปิดรับเฉพาะเด็กอายุระหว่าง 7-10 ปี ที่ "ไม่มีประสบการณ์" ในการแข่งขันโกคาร์ทมาก่อนเท่านั้น

"สาเหตุที่เราเปิดรับเฉพาะเด็กที่ไม่มีประสบการณ์ในการแข่งโกคาร์ทมาก่อน ตรงนี้ผมมองว่าหากมีเรื่องความแตกต่างทางด้านนี้ มันจะไม่แฟร์กับคนที่ไม่มีประสบการณ์เท่าไหร่ อีกประเด็นสำคัญคือเราต้องการฝึกเด็ก ๆ ให้มีพื้นฐานที่ถูกต้อง เริ่มจากหนึ่งไปเรื่อย ๆ ส่วนเรื่องอายุนั้น สำหรับการเริ่มแข่งขันรถยนต์ นี่คือช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดแล้วครับ เด็กเกินไปก็ไม่ดี อายุมากเกินไปก็ไม่ทันการณ์ครับ"

"ในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่ามีรายการแข่งขันรถระดับต่าง ๆ ทั้งระดับประเทศและนานาชาติมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เราขาดคือนักแข่งสายเลือดใหม่ที่จะขึ้นมาแข่งขัน ด้วยเหตุนี้เราจึงได้จัดโครงการ 'สิงห์ คาร์ท คัพ ชาลเลนจ์ บาย คิมิ ไรโคเน่น' มาตั้งแต่ปี 2015" วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี เผยถึงแรงบันดาลใจในการสร้างนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตชาวไทย 

สิงห์กำลังประกาศศักดิ์ดาในระดับโลกแห่งความเร็วได้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ นอกจาก คิมี่ ไรโคเน่น แล้ว พวกเขายังสนับสนุนทีม Ferrari กับ Alfa Romeo Racing อันเป็นต้นสังกัดของ คิมี่ ในอดีตถึงปัจจุบัน และเหนือสิ่งอื่นใดคือตอนนี้ สิงห์ ยังมีทีมมอเตอร์สปอร์ตเป็นของตัวเองอีกด้วย 

 

รักษาและต่อยอด

ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา การที่สิงห์ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนมอเตอร์สปอร์ต ยิ่งทำให้เกิดภาพจำของคนที่ชอบดูกีฬาความเร็วของไทยมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย 

ดังนั้นภารกิจของสิงห์สำเร็จไปเปลาะหนึ่งแล้ว ในการสร้างกระแสให้หลายคนมองว่ามอเตอร์สปอร์ตไม่ใช่กีฬาที่คนไทยไม่มีสิทธิ์แข่งขัน และเหนือสิ่งอื่นใดคือการทำให้คนได้เข้าใจว่าทำไมกีฬามอเตอร์สปอร์ตจึงดูสนุกและควรเปิดใจกับกีฬาที่มีผู้ติดตามกว่า 800 ล้านคนทั่วโลกชนิดนี้ 

ทุกอย่างกำลังเป็นไปอย่างสวยงาม หลังการแจ้งเกิดของ อเล็กซ์ อัลบอน นักแข่งสัญชาติไทย ที่ก้าวสู่เวที F1 ในปี 2019-2020 กับทีม Toro Rosso (AlphaTauri ในปัจจุบัน) และ Red Bull Racing ซึ่งปี 2022 เจ้าตัวจะหวนคืนสู่ F1 อีกครั้งกับทีม Williams  

ไม่เพียงแค่โลกสี่ล้อเท่านั้น แต่โลกสองล้อก็มีนักบิดสัญชาติไทยขึ้นมาประดับวงการเช่นกัน ปัจจุบัน ชื่อของ "ก้อง" สมเกียรติ จันทรา กลายเป็นชื่อที่คุ้นหูแฟน ๆ ในการแข่ง Moto2 อันเป็นรุ่นรองก่อนก้าวสู่ MotoGP มากขึ้นเรื่อย ๆ และในปี 2022 "เค" เขมินท์ คูโบะ ก็จะเป็นอีกหนึ่งนักซิ่งไทยในรุ่น Moto2 ร่วมกับก้อง


การแจ้งเกิดของ อัลบอน สมเกียรติ และ เขมินท์ ทำให้ความนิยมและจำนวนผู้ติดตามมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยเติบโตขึ้นไปอีก ประกอบกับการผลักดันโดยสิงห์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถือว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะใช้คำว่า มอเตอร์สปอร์ตเริ่มใกล้ชิดกับคนไทยมากขึ้นแล้ว 

ขณะที่นักกีฬาไทยเริ่มทำผลงานได้ดี มีจำนวนผู้ติดตามและให้ความสนใจมากขึ้น เหนือสิ่งอื่นใด "สิงห์" ยังคงชัดเจนในแนวทางสำหรับการเป็นแบรนด์ที่เป็นหนึ่งเรื่องมอเตอร์สปอร์ต 

ทุกสิ่งประกอบกันทำให้ทิศทางของวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนี้เราอาจจะได้เห็นนักกีฬาระดับโลกชาวไทยไม่ว่าจะใน โมโตจีพี หรือ ฟอร์มูล่าวัน เพิ่มขึ้นอีกก็เป็นได้  



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ
     


x