FEATURE

หุ้นส่วนสโมสรฟุตบอลเริ่มอย่างไร? : รู้จักการลงทุนอย่างอิสระ เพื่อความมั่นคงในชีวิต | Main Stand



"หุ้น" คือสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจในเวลานี้ มันไม่ใช่เรื่องของนักลงทุนมืออาชีพ หรือเรื่องของผู้ใหญ่อีกต่อไป เพราะเดี๋ยวนี้วัยรุ่นหลาย ๆ คนก็เริ่มที่จะเรียนรู้กับสิ่งเหล่านี้แล้ว 


 

ลงทุนมาก ยิ่งได้มาก และเสี่ยงมาก ... ดังนั้นสำหรับมือใหม่ ทุกอย่างควรเริ่มอย่างเป็นสเต็ปค่อย ๆ ก้าวจากขั้นบันไดเล็ก ๆ สู่เส้นทางแห่งการเงินที่ยิ่งใหญ่และอิสระ 

และนี่คือเรื่องราวของหุ้นสโมสรฟุตบอล ตลอดจนทีมกีฬา ที่นอกจากคุณจะได้สนับสนุนทีมรักแล้ว ยังเป็นเส้นทางสู่ความมั่งคั่ง และอิสระทางการเงินที่ทุกคนฝันถึง

 

ลงทุนกับสโมสรฟุตบอลดียังไง ได้อะไร ? 

การลงทุนด้วยการซื้อหุ้นในสโมสรฟุตบอลทุกวันนี้ ถือเป็นที่นิยมของนักลงทุนที่มีทุนในมือสูงเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลังยุค 90s ที่ฟุตบอลกลายเป็น "ธุรกิจเต็มตัว" และขับเคลื่อนภายใต้ระบอบทุนนิยม หลายสโมสรดัง ๆ จึงเอาตัวเองเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้ตัวเองมีทุนในการต่อยอดสร้างทีม สร้างสนาม หรือแม้กระทั่งการซื้อนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เข้ามาอยู่ในทีม

สาเหตุที่การลงทุนกับสโมสรฟุตบอลผ่านการซื้อหุ้นนั้นเป็นที่นิยม เพราะหุ้นของสโมสรฟุตบอลแตกต่างกับหุ้นชนิดอื่น ๆ หุ้นในสโมสรฟุตบอลนั้นเป็นประเภทที่มีความนิ่ง ไม่ตอบสนองต่อปัจจัยต่างๆ ทางเศรษฐกิจเหมือนหุ้นในหมวดทั่วไปเท่าใดนัก แถมยังมีสภาพคล่องต่ำ เมื่อสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของแต่ละสโมสรคือ ตัวนักฟุตบอล ซึ่งเป็นการซื้อขายที่ไม่มีราคากลาง ขึ้นอยู่กับความพอใจของทั้งสองฝ่ายที่ทำธุรกิจกันมากกว่า

ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือการเข้ามาซื้อหุ้นสโมสรของ "ตระกูลเกลเซอร์" ที่เลือกลงทุนในทีมกีฬามาตั้งแต่ทีมอเมริกันฟุตบอลอย่าง แทมปา เบย์ บัคคาเนียร์ส ก่อนที่ในปี 2005 พวกเขาจะมาซื้อสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทำให้แฟนบอลได้เข้าใจว่า "ผู้ถือหุ้นหลัก" ในสโมสรฟุตบอลนั้นได้อะไรกลับไปบ้าง

การลงทุนกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นการกว้านซื้อหุ้นที่หลักแหลมของตระกูลเกลเซอร์อย่างแท้จริง ในกรณีที่เราตัดความเกลียดชังที่แฟน ๆ แมนฯ ยูไนเต็ด มีมุมมองต่อพวกเขาออกไปก่อน เราจะเห็นว่าเพราะอะไรพวกเขาถึงกอดสโมสรแห่งนี้ไว้แบบไม่มีวันปล่อย จนถึงทุกวันนี้มูลค่าของทีมสูงขึ้นกว่าตอนที่พวกเขาซื้อมาเมื่อปี 2005 ถึง 3 เท่า แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในแง่ของถ้วยรางวัลเท่ายุคก่อน ๆ ก็ตาม 

ความหลักแหลมในการลงทุนเกิดจากการซื้อหุ้นในสโมสร แมนฯ ยูไนเต็ด นั้นมีความเสี่ยงต่ำเป็นอย่างมาก เพราะทีมนี้ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดไปทั่วโลกจนมีแฟน ๆ ติดตามอย่างเหนียวแน่น เรียกได้ว่านับตั้งแต่ปี 2005 ทัพปีศาจแดง ไม่เคยหลุดจากตำแหน่งท็อป 5 ของสโมสรที่ร่ำรวยและมีมูลค่ามากที่สุดในโลกเลยแม้แต่ครั้งเดียว 

ตามภาษาธุรกิจ แมนฯ ยูไนเต็ด คือ "Cash Cow" ที่สามารถทำเงินได้ในทุก ๆ วัน ทุกสถานการณ์ นับตั้งแต่ที่ เกลเซอร์ เข้ามาซื้อทีมในปี 2005 พวกเขาก็ได้เงินปันผลจากหุ้นทั้งหมดที่มี ปีละราว ๆ 18-23 ล้านปอนด์ นอกจากนี้พวกเขาที่นั่งบนเก้าอี้ผู้บริหาร ยังได้เงินเดือนตกปีละ 11-13 ล้านปอนด์ อีกด้วย 

Goal สื่อฟุตบอลชื่อดังของโลกยืนยันว่า ตั้งแต่ปี 2005 ถึงปี 2021 ตระกูลเกลเซอร์ ได้เงินจากสโมสร แมนฯ ยูไนเต็ด ไปทั้งหมดกว่า 1 พันล้านปอนด์เลยทีเดียว นี่คือการลงทุนที่พวกเขามาก่อนกาล แม้พวกเขาจะถูกเกลียดแค่ไหน แต่การเข้ามาเทกโอเวอร์ทีมในช่วงที่นักธุรกิจชั้นนำของโลก ยังไม่คิดจะซื้อสโมสรฟุตบอล ทำให้พวกเขามี Cash Cow ของตัวเองจนกระทั่งทุกวันนี้

สิ่งที่ยืนยันถึงการทำเงินของสโมสรฟุตบอลสำหรับผู้ถือหุ้นได้ดีที่สุดคือ แม้ทุกวันนี้หลายสโมสร รวมถึง แมนฯ ยูไนเต็ด จะประสบปัญหาจากเชื้อไวรัสระบาด โควิด-19 จนหนี้ของทีมปีศาจแดงสูงถึง 455 ล้านปอนด์ แต่ที่สุดแล้วในฐานะผู้ถือหุ้น ตระกูลเกลเซอร์ ก็ยังคงได้รับเงินปันผลเช่นเคย

หุ้นของสโมสรมีแต่ขึ้น จะว่าอย่างนั้นก็คงไม่ผิดนัก เพียงแต่มันจะขึ้นอย่างช้า ๆ แม้จะมีเหตุการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดจนทำให้เกิดปัญหาด้านการเงินอยู่บ้าง ทว่าอีกไม่นานนัก เมื่อแฟนบอลเริ่มกลับเข้าสู่สนามได้ ทุก ๆ อย่างก็จะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ และ Cash Cow ตัวนี้ก็จะเริ่มให้ผลผลิตแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยอีกครั้ง  

โดยสิ่งที่จะทำให้หุ้นทีมฟุตบอลราคาขึ้นก็ประกอบไปด้วยเหตุผลยิบย่อยมากมาย ง่ายที่สุดคือการซื้อซูเปอร์สตาร์เข้าสู่ทีม ซึ่งกรณีนี้ที่เห็นได้ชัดที่สุด คือการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของโลกฟุตบอลกลับมาร่วมทีมอีกครั้งในปี 2021 ทำให้ราคาหุ้นของ
สโมสรพุ่งขึ้น 8% ทันทีที่มีการประกาศข่าวอย่างเป็นทางการ

นอกจากนักเตะแล้วยังมีเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานเช่น สนามแข่งขันที่ยิ่งขยายใหญ่ได้อย่างมีคุณภาพแค่ไหน มูลค่าของสโมสรก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เช่นเดียวกับ "ผลงานของทีม" ที่ยิ่งเก่ง ผลงานยิ่งดี ก็ยิ่งเพิ่มมูลค่าด้วยเช่นกัน 

อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างจะปลอดภัย แต่การถือหุ้นของสโมสรฟุตบอลนั้น ผู้ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดไม่ใช่ผู้ถือหุ้น แต่คือตัวสโมสร และนักเตะของทีมต่างหาก เพราะพวกเขาคือสินทรัพย์ที่มีค่ามากที่สุดในสโมสร กำไรและเงินที่ได้จากการลงทุนนั้น จึงออกมาในรูปแบบของการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม เช่น การเพิ่มค่าเหนื่อยให้กับนักเตะ การสร้างสนามฝึกซ้อม หรือแม้แต่การต่อเติมสนามแข่งขัน 

มีความเห็นจาก ธีระ ภู่ตระกูล อดีตนายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ที่เคยกล่าวว่าหากจะลงทุนแล้วหวังผลตอบแทนเป็นหลัก การลงทุนกับสโมสรฟุตบอล อาจจะได้เงินปันผลกลับมาช้า และต้องใช้เวลานานกว่าจะทำให้ตัวเลขในพอร์ทเป็นสีเขียวได้ โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ถือหุ้นในสโมสรโดยเฉพาะรายย่อยนั้น มักจะเลือกลงทุนเพราะความชอบหรือความรักที่มีต่อสโมสรมากกว่านั่นเอง 

 

เริ่มลงทุนตามสไตล์คุณ

ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้ดูเหมือนจะไม่เหมาะนักสำหรับใครที่ไม่ได้มีทุนมากพอ ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์ หรือไม่ได้มีสายป่านยาวพอจะกว้านซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอล  

อย่างไรก็ตามทุกอย่างเริ่มต้นได้ด้วยก้าวแรก บางครั้งคนเราก็คงจะเริ่มทำอะไรเล็กๆ เท่าที่กำลังเรามี เพื่อเสริมความเชี่ยวชาญ เพิ่มผลกำไร เพิ่มเงินในกระเป๋าให้มากขึ้น และวันหนึ่งคุณจะพร้อมลงทุนระยะยาวกับสโมสรฟุตบอล และตัวเลือกอื่นๆ หลายรูปแบบเช่น ประกันชีวิตควบการลงทุน ที่ให้คุณเลือกลงทุนกับกองทุนรวมที่มีผู้เชี่ยวชาญคัดสรรมาให้ พร้อมทั้งความคุ้มครองชีวิต เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวที่คุณรัก และยังให้คุณมีอิสระในการเลือกปรับเปลี่ยนการลงทุน หรือจำนวนเงินความคุ้มครองชีวิตได้ด้วยตัวเอง 

ไม่รู้จะลงทุนหรือเริ่มยังไงดี?... ​สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ SCB ทุกสาขา หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเลย

: https://www.scb.co.th/th/personal-banking/insurance/unit-linked/scb-extra-link/apply-form.html?utm_campaign=insu_mainstand_202107&utm_source=partner&utm_medium=referral&utm_content=mainstand

 

หมายเหตุ ● เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด ● รับประกันภัยโดย บมจ. เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ● ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ลักษณะสินค้า ความคุ้มครองเงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุนและทำประกันภัยทุกครั้ง ● ธนาคารเป็นเพียงนายหน้าผู้ชี้ช่องให้ทำประกันภัยเท่านั้น



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ
     


x