FEATURE

ชาติจากระบอบการปกครองแบบไหน ได้เหรียญรางวัลโอลิมปิกมากที่สุด ? | Main Stand



โอลิมปิก 2020 ได้ผ่านพ้นไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยตำแหน่งเจ้าเหรียญทองในครั้งนี้ตกเป็นของสหรัฐอเมริกา ที่พลิกแซงจีนในวันสุดท้าย เฉือนเข้าป้ายไปด้วยการชนะเพียงเหรียญเดียว

 


ท่ามกลางหลายชาติที่ประสบความสำเร็จ ก็มีอีกหลายประเทศที่ไม่ได้เหรียญรางวัล จนถูกตั้งคำถามถึงการพัฒนาของวงการกีฬา แน่นอนว่าประเทศไทยคือหนึ่งในนั้น กับการเก็บได้เพียง 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดง หรือจะเป็นเวียดนามเพื่อนร่วมภูมิภาคที่ไม่มีเหรียญติดมือแม้แต่เหรียญเดียว 

หลายครั้งผู้คนมองความสำเร็จของนักกีฬาโอลิมปิก เป็นเรื่องของความพยายามของตัวบุคคล แต่ในความเป็นจริงปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันความเก่งกาจของนักกีฬาทีมชาติ ย่อมต้องมาจากความพร้อมรอบด้าน ทั้งเรื่องเทคโนโลยี, ความรู้ ความสามารถของการฝึกสอน รวมถึงความพร้อมด้านอุปกรณ์ต่าง ๆ แม้กระทั่งค่าตอบแทนของนักกีฬาที่เหมาะสม

สิ่งที่มีผลโดยตรงต่อการพัฒนานักกีฬาในแต่ละประเทศ คือนโยบายของภาครัฐ ซึ่งจะเป็นสิ่งกำหนดงบประมาณที่จะเข้ามายกระดับวงการกีฬา ให้มีความพร้อมในการเสริมศักยภาพของนักกีฬา เพื่อไล่ล่าเหรียญโอลิมปิก

นโยบายของแต่ละประเทศย่อมแปรผันตรงตามรูปแบบการปกครองที่ต่างกันออกไป ซึ่งเราจะมาดูกันว่ารูปแบบการปกครองทั้งประชาธิปไตย, เผด็จการ, สมบูรณาญาสิทธิราช ไปจนถึงระบอบการปกครองแบบลูกผสมระหว่าง ประชาธิปไตยกับเผด็จการ ที่กำลังมาแรงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จะสะท้อนภาพการพัฒนากีฬา ผ่านมหกรรมโอลิมปิกที่เพิ่งจบลงไปได้อย่างไรบ้าง

ประชาธิปไตยดีที่สุด

ตัวอย่างประเทศ : สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, เนเธอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมัน,อิตาลี, แคนาดา, สเปน, ยูเครน, แอฟริกาใต้, จาเมกา, โดมินิกัน, กานา, ไนจีเรีย, เม็กซิโก, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, มอลโดวา, ลัตเวีย, เอสโตเนีย, ไต้หวัน, เบอร์มิวดา

หากมองจากตารางเหรียญรางวัลของโอลิมปิก 2020 คงได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า ระบอบประชาธิปไตยคือรูปแบบการปกครองที่เหมาะสมกับการพัฒนาวงการกีฬา เพราะประเทศส่วนใหญ่ที่มีเหรียญรางวัลติดมือในโอลิมปิกครั้งนี้ คือชาติจากฝั่งประชาธิปไตย

ภาพชัดเจนที่แสดงให้เห็นคือ 10 อันดับแรกจากตารางเจ้าเหรียญทอง เพราะมี 8 ชาติที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยติดอยู่ในลิสต์นี้ ทั้ง สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, เนเธอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมัน และอิตาลี ซึ่งทุกชาติทำได้อย่างน้อย 10 เหรียญทองจากการแข่งขันครั้งนี้ 

เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก ถึงเหตุผลที่รัฐประชาธิปไตยประสบความสำเร็จในการแข่งขันกีฬา เพราะกลไกของระบอบนี้ต้องขับเคลื่อนโดยผลประโยชน์ของประเทศ ที่ถูกตัดสินโดยประชาชน ดังนั้นรัฐบาลต้องแสดงให้ประชาชนเห็นอย่างจริงจังว่า พวกเขาสามารถยกระดับประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ มิเช่นนั้นในการเลือกตั้งสมัยต่อไป พวกเขาอาจเสียเก้าอี้ให้พรรคคู่แข่ง

สำหรับประเทศประชาธิปไตยการพัฒนากีฬาคือเรื่องสำคัญ ที่จะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของชาติ และสามารถมอบความสุขให้กับประเทศ ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือกีฬาสามารถเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คนได้มากกว่าเป็นแค่เรื่องของการแข่งขัน แต่เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยว พัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ การแพทย์ หรือการศึกษา 

การพัฒนาวงการกีฬาจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในสังคมประชาธิปไตย ในฐานะส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศที่นักการเมืองจำเป็นต้องทำ เพื่อประโยชน์ของทุกคนในประเทศ 

สุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมา คือการสร้างนักกีฬาที่มีประสิทธิภาพร่วมลงแข่งขันในโอลิมปิก และมีชาติที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยกว่า 60 ประเทศที่คว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกครั้งนี้

 

เผด็จการผสมประชาธิปไตย สิ่งที่ไปได้ไม่สุด

ตัวอย่างประเทศ : รัสเซีย, เคนยา, เซอร์เบีย, อุซเบกิสถาน, ยูกันดา, เบลารุส, ฟิลิปปินส์, อียิปต์, ฟิจิ, ไทย, คาซัคสถาน, ไอวอรี โคสต์, ซีเรีย

การปกครองแบบเผด็จการผสมประชาธิปไตย ไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่คุ้นหูนัก เพราะเป็นรูปแบบการปกครองแนวลูกผสมที่ถูกเรียกอย่างกว้าง ๆ เพื่อนิยามประเทศที่มีรูปแบบการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยในทางทฤษฎี แต่กลับปกครองในรูปแบบเผด็จการในทางปฏิบัติ

กล่าวคือหลายประเทศบนโลก มีรูปการปกครองที่เหมือนจะเป็นประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง มีรัฐสภา มีผู้แทนที่มาจากประชาชน 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับมีการเลือกตั้งไม่โปร่งใส มีการโกงการเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่ไม่ยอมออกจากตำแหน่ง ผู้นำใช้อำนาจปราบปรามขั้วตรงข้ามทั้งการใช้กฎหมายและความรุนแรง รวมถึงจำกัดอำนาจสื่อไม่ให้เสนอความจริงนอกจากเรื่องดีของรัฐบาล  และเสรีภาพในการพูดของประชาชนต่ำเตี้ย 

ระบอบการปกครองแบบไฮบริดนี้ มีหัวหอกสำคัญเป็นรัสเซียซึ่งเป็นชาติที่กวาดเหรียญจำนวนมาก ให้กับกลุ่มประเทศกึ่งประชาธิปไตย กึ่งเผด็จการ เหรียญรางวัลเกือบครึ่งของประเทศกลุ่มนี้มาจากรัสเซีย

แตกต่างจากระบอบประชาธิปไตยที่การกระจายตัวของเหรียญเป็นไปในวงกว้าง การปกครองในรูปแบบนี้ไม่มีชาติอื่นที่ได้เหรียญทองเกิน 5 เหรียญเลย รองลงมาคือเคนยาที่ได้เหรียญทองเพียง 4 เหรียญเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ถึงบ้านเมืองจะปกครองด้วยระบอบเผด็จการ ที่คิดถึงประโยชน์ของท่านผู้นำเป็นหลัก แต่ด้วยความที่ระบอบแท้จริงของประเทศเหล่านี้คือประชาธิปไตย ทำให้บ้านเมืองของประเทศเหล่านี้มีความขัดแย้งทางการเมืองมาก ซึ่งตามมาด้วยการบีบบังคับให้พัฒนาประเทศเพื่อความต้องการของประชาชนให้สมกับเป็นประชาธิปไตย

สุดท้ายแล้ว ระบอบเผด็จการเหล่านี้มักจะให้ความสำคัญกับวงการกีฬาอยู่บ้าง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงให้กับตำแหน่งของตัวเอง และลดแรงต่อต้านจากประชาชน

อย่างไรก็ตาม วงการกีฬาของประเทศส่วนใหญ่พัฒนาไปได้ไม่สุด เพราะวงการกีฬาเป็นได้เพียงแค่เครื่องมือหาประโยชน์ของรัฐ การพัฒนาจึงไม่ได้มาจากแนวคิดเพื่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้นรัฐต้องมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับกีฬา หรือในขณะเดียวกันวงการกีฬา ก็ห้ามตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับรัฐเผด็จการเช่นเดียวกัน 

ดังเช่นกรณีของนักกีฬากรีฑาสาวจากเบลารุสที่วิจารณ์การทำงานของระบบกีฬาของประเทศ จนสุดท้ายเธอต้องขอลี้ภัย เพื่อหลบหนีการถูกลงโทษจากรัฐบาล

 

เผด็จการสังคมนิยม : เผด็จการเพื่อความเป็นเลิศ

รายชื่อประเทศ : จีน, คิวบา และฮ่องกง

เผด็จการสังคมนิยมคือประเทศที่อ้างว่าปกครองด้วยระบอบสังคมนิยมที่มีพื้นฐานมาจากแนวคิดของ คาร์ล มาร์กซ์ แต่แท้จริงปกครองด้วยระบอบเผด็จการ เช่น จีน หรือ คิวบา

ถึงจะมีชาติที่ได้เหรียญเพียง 3 ประเทศ แต่พวกเขาก็เก็บเหรียญได้อย่างน่าพอใจ เพราะทั้งจีน และคิวบา มีรากฐานในการพัฒนามาตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น 

ดังนั้นถึงจะเป็นเผด็จการ แต่การพัฒนาวงการกีฬาของประเทศ คือสิ่งที่ชาติเหล่านี้จะไม่ทิ้งโดยเด็ดขาด เพราะเป็นเครื่องมือสร้างความยิ่งใหญ่และความภูมิใจของชาติ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งจีน และคิวบา มีการพัฒนาด้านกีฬามาโดยตลอด แม้กระทั่งฮ่องกงที่รัฐบาลอยู่ใต้อำนาจของจีนด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกประเทศที่ปกครองแบบเผด็จการสังคมนิยมจะประสบความสำเร็จในโอลิมปิก เพราะเวียดนามก็ไม่ได้เหรียญรางวัลจากโอลิมปิกครั้งนี้ รวมถึงลาวด้วยเช่นกัน

 

เผด็จการทหารเพียงหนึ่ง

รายชื่อประเทศ : ตูนีเซีย

ตูนีเซียกลายเป็นชาติเดียวที่ได้เหรียญด้วยการปกครองระบอบเผด็จการทหาร ซึ่งเป็นความบังเอิญล้วน ๆ เพราะแท้จริงแล้ว ตูนีเซียปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แต่เกิดการรัฐประหารในประเทศไม่กี่เดือนก่อนการแข่งขันโอลิมปิกจะเริ่ม 

ถึงจะเป็นเหรียญของชาติที่ถูกปกครองด้วยทหารในคราบทหารที่ไม่ย้อมสีเป็นนักการเมือง แต่ความสำเร็จของตูนีเซียในครั้งนี้ ทั้ง 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน ก็ต้องยกเครดิตให้รัฐบาลจากการเลือกตั้ง ที่ช่วยพานักกีฬาของตูนีเซีย กลับมาคว้าเหรียญทองในโอลิมปิกอีกครั้ง

 

สมบูรณาญาสิทธิราชย์

รายชื่อประเทศ : กาตาร์, โมร็อคโก, จอร์แดน, บาห์เรน, ซาอุดิอาระเบีย, คูเวต

ปิดท้ายด้วยระบอบการปกครองสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของกลุ่มชาติจากตะวันออกกลาง ซึ่งทำผลงานได้ไม่แย่นัก เพราะมีเหรียญรางวัลติดมือมาคนละนิดละหน่อย

อย่างไรก็ตาม หากเรามองความจริงที่ว่า ชาติตะวันออกกลางเหล่านี้มีงบประมาณมหาศาลที่จะผลักดันวงการกีฬา ชนิดที่เคยทุ่มเงินจัดอีเวนต์กีฬาระดับโลกมาแล้วหลายครั้ง แต่กลับเลือกมองข้ามการพัฒนานักกีฬาในประเทศของตัวเองให้มีประสิทธิภาพ ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างมาก

กระนั้นคงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนัก ที่การพัฒนากีฬาของชาติตะวันออกกลาง จะเน้นไปที่การดึงนักกีฬาต่างชาติเข้ามา มากกว่าพัฒนากีฬาในประเทศ เพราะประเทศเหล่านี้มีความเหลื่อมล้ำสูงมาก ดังนั้นแทนที่จะหว่านเงินลงไปเพื่อคนชนชั้นอื่น กีฬาจึงต้องเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความพอใจของชนชั้นนำเท่านั้น 

สุดท้ายแล้วคำว่า “ถ้าการเมืองดี…” ยังใช้ได้กับทุกเรื่องเสมอ และหากมีการเมืองที่ดี ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่โอกาสในคว้าเหรียญจากมหกรรมโอลิมปิกจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าวงการกีฬาของประเทศมีความก้าวหน้าเพียงใด ไม่ใช่ต้องเผชิญกับการเดินถอยหลัง
 



AUTHOR

ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง

이달의 소녀
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x