GROOMING

PLAYABLE FASHION : ทำไมวงการวิดีโอเกมถึงบุกตลาดแฟชั่นมากขึ้น? | Main Stand  




 
ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020 เป็นต้นมา วงการวิดีโอเกม โดยเฉพาะในฝั่งคอนโซลได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ กับการเข้าสู่ยุคใหม่ของเครื่องเกม Next-Gen 

 


กล่าวคือเป็นการยกระดับที่ทำให้กราฟิกมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น พร้อมกับอัปเกรดฮาร์ดแวร์เครื่องให้มีความทันสมัยตามกันไป ทั้งในฝั่งของ PlayStation จาก Sony ที่ออก PlayStation 5 หรือ Xbox จาก Microsoft ที่มี Xbox Series X และ Xbox Series S มาสู้ในตลาด 

สิ่งที่รุดหน้าตามการเกิดขึ้นของคอนโซลยุคใหม่คือการโปรโมตแบบตลาดแตก เพื่อการแย่งชิงพื้นที่ทางการตลาด นอกจากชุดบันเดิลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สิ่งหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทในการโปรโมตของผู้ผลิตใหญ่ยักษ์เหล่านี้ คือ "เครื่องแต่งกาย" ที่ได้รับแรงดันดาลใจในการออกแบบมาจากวิดีโอเกมหรือเครื่องเกมที่ดูจะหนาตามากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อีกด้วย 

ความจริงแล้วก่อนหน้าที่เราจะเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งนี้ วงการวิดีโอเกม ยังคงข้องเกี่ยวอยู่กับวงการแฟชั่นอยู่บ่อยครั้ง หลายครั้งที่แบรนด์แฟชั่นใหญ่ยักษ์ได้จับมือร่วมงานกับค่ายเกมส์หรือบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ อาจจะเป็นการโปรโมตแบบกลาย ๆ หรือผลิตออกมาเป็นพิเศษเพื่อแฟน ๆ โดยเฉพาะ 

เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า ทำไมวงการวิดีโอเกมถึงเข้ามาบุกตลาดแฟชั่นมากขึ้น อะไรที่อยู่เบื้องหลังการร่วมงานสุดไฮป์ที่เรียกฐานแฟนเกมและแฟชั่นนิสต้าหรือสนีกเกอร์เฮดให้เข้ามารวมตัวกันได้ ?​ 

ขอเชิญมาร่วมหาคำตอบไปพร้อมกับ Main Stand 

 

TWO WORLDS COLLIDE

แม้ว่า "แฟชั่น" และ "วิดีโอเกม" ดูจะเป็นเรื่องที่ไกลกันจนไม่สามารถหาความเชื่อมโยงให้แก่กันได้แม้แต่น้อย แต่ความจริงแล้วเรื่องทั้งสองดูจะข้องเกี่ยวกันมากกว่าที่เราทราบหรือที่เราเข้าใจเสียอีก เสมือนมีสายใยบาง ๆ ที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปหรือมองไม่เห็นตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ 

ก่อนที่เราจะไปทำความเข้าใจเรื่องการตลาดของวงการเกมที่ไปรุกตลาดแฟชั่นอยู่ในปัจจุบัน ทั้งในรูปแบบของเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ลองทบทวนมองย้อนกลับไปสำรวจ "แฟชั่นในเกม" ก่อน "แฟชั่นจากเกม" กันสักนิด เพื่อทำความเข้าใจกันก่อนว่า จริง ๆ แล้วสองวงการนี้อาจใกล้เคียงกันมากกว่าที่เราคิด 


Photo : imdb

ว่ากันว่า "แฟชั่นในเกม" นั้นได้รับความสนใจและถูกให้ความสำคัญโดยทั้งเหล่าเกมเมอร์และคนที่ไม่ใช่เกมเมอร์มานานแล้ว ลองดูตัวอย่างได้จากเกม "ไฟนอล แฟนตาซี" (Final Fantasy) แฟรนไชส์ J-RPG หรือ Japanese Role Playing Game ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 1987 และได้กลายมาเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์วิดีโอเกมที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก มีเกมภาคหลักออกมาถึง 15 ภาค ตั้งแต่บนเครื่องเกม NES มาจนถึง PlayStation 4 ในปัจจุบัน (กำลังจะมีภาคที่ 16 บนเครื่อง Next-Gen เร็ว ๆ นี้) อีกทั้งยังมีภาคเสริมและภาคแยก (Spin-Off) ออกมาให้แฟน ๆ ได้ติดตาม รวมไปถึงภาพยนตร์และสื่ออื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก

นอกจากระบบการเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ ที่เรียกว่า "เทิร์นเบส" (Turn-Based) หรือการผลัดกันต่อสู้กับศัตรู ที่ต้องเน้นไหวพริบและต้องอาศัยการวางแผน อันเป็นเสน่ห์หลักของเกม J-RPG เกมนี้ โลกของ ไฟนอล แฟนตาซี ยังเป็นโลกที่โดดเด่นด้วยคาแร็กเตอร์ดีไซน์และวิชวลอันสวยงาม ผ่านการรังสรรค์ของ "โยชิทากะ อามาโนะ" ศิลปินนักออกแบบตัวละครชาวญี่ปุ่น ที่ในขณะนั้นผลงานของเขามักจะไปอยู่บนกล่องของเกมมากกว่า เนื่องจากเทคโนโลยีในเกม ณ ขณะนั้นยังเป็นเพียงโลก 8 บิตอยู่ ก่อนที่จะหยุดและส่งต่อหน้าที่นี้ให้กับศิลปินคนต่อไปอย่าง "เท็ตซึยะ โนมุระ" ในการวางทิศทางงานศิลป์ของเกมต่อตั้งแต่ภาคที่ 6 เป็นต้นไป 

นอกจากความแฟนตาซี โลกของ ไฟนอล แฟนตาซี มักจะเต็มไปด้วยความ "แฟนซี" ด้วย ตัวละครส่วนมากมักจะเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวยงที่สวมเสื้อคลุมตัวยาว เรนโค้ทตัวหนา ผ้าพันคอ พร้อมพกหมวกบีนนี่หรือแว่นตากันแดดไว้กับตัวอยู่บ่อย ๆ จนกลายเป็น "ความเท่" และเอกลักษณ์ของเกมที่ยากจะปฏิเสธได้ 


Photo : square-enix-games.com

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าคนที่อยู่เบื้องหลังงานศิลป์ของแฟรนไชส์ชุดนี้ ทั้ง โยชิทากะ อามาโนะ และ เท็ตซึยะ โนมูระ ต่างก็ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบชุดมาจากชุดที่โดดเด่นหรือได้รับความนิยมในญี่ปุ่นเสียส่วนใหญ่ โดยงานส่วนมากของ อามาโนะ จะได้แรงบันดาลใจมาจากชุดกิโมโนที่เกอิชาใส่กันในภาพวาดสมัยยุคเอโดะ ในขณะที่งานของ โนมูระ จะเป็นพวกสตรีทแวร์ที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นช่วงยุค 80s ที่มีแรงบันดาลใจมาจากชุดของดีไซน์เนอร์ชื่อดังอย่าง "เรย์​ คุวะคุโบะ" หรือ "วิเวียน เวสต์วูด"

เมื่อเทคโนโลยีของวิดีโอเกมก้าวหน้ามากขึ้นตามยุคสมัย เราจึงได้มีโอกาสเห็นโลกของ ไฟนอล แฟนตาซี ที่ไม่แบนราบอีกต่อไป แต่สิ่งที่ยังคงเส้นคงวาเหมือนเดิม คือความจัดจ้านของตัวละครแต่ละตัวในเกมที่เราได้พบเห็นมาตลอด ถึงขนาดว่ามีตัวละครจากแฟรนไชส์เกมนี้ขึ้นไปอยู่ร่วมกับลักชัวรี่แบรนด์อย่าง ปราด้า หรือ หลุยส์ วิตตอง มาแล้ว 

สิ่งนี้เป็นเครื่องหมายและเครื่องย้ำเตือนเราว่า โลกทั้งสองใบนี้ไม่ได้ไกลกันแต่อย่างใด 

 

COMMON SENSIBILITY  

ครั้งหนึ่งตัวละครจาก ไฟนอล แฟนตาซี ภาค 13-2 (ภาคต่อของภาค 13) ได้เคยขึ้นไปเป็นแบบให้ "ปราด้า" ในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วทางนิตยสาร "Arena Homme+" ปี 2012 เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปีของ ไฟนอล แฟนตาซี ด้วยเหตุนี้ทำให้ "สแควร์ อีนิกซ์" ได้จับมือร่วมกับ ปราด้า ในการเข็นให้ตัวละครจากค่ายเกมของพวกเขาใส่เสื้อผ้าคอลเล็กชันฤดูใบไม้ผลิของแฟชั่นเฮาส์จากอิตาลีแบรนด์นี้ 


Photo : square-enix-games.com

เท่านั้นยังไม่พอ ตัวละครเอกจากภาคนี้อย่าง "ไลท์นิง" ก็เคยได้ขึ้นไปแสดงตัวในแคมเปญ "SERIES 4" ของ หลุยส์ วิตตอง มาแล้ว ในปี 2016 ในฐานะวีรสตรีในโลกเสมือน ที่ "นีโกลาส์ เฌสกีแยร์" ดีไซน์เนอร์แห่ง หลุยส์ วิตตอง ผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญนี้ได้อธิบายเอาไว้ว่า 

"เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าความสมจริงของวิดีโอเกมทุกวันนี้ช่วยเพิ่มความโดดเด่นอย่างมากให้คอลเล็กชันนี้ ถ้าพวกเราสามารถผลักดันภาพสะท้อนของวีรสตรีหรืออะไรก็ตามที่มันจะช่วยแสดงความกล้าหาญของผู้หญิงออกมา จนเปลี่ยนให้เธอคนนั้นแข็งแกร่งและเป็นไอคอนได้ มันก็ยิ่งชัดเจนเลยว่า นี่คือเอกลักษณ์ที่ได้ผสานออกมาตามหลักของธุรกิจแฟชั่นเฮาส์แห่งนี้" 

ไฟนอล แฟนตาซี อาจเป็นเพียงภาพเล็ก ๆ ภาพหนึ่งในความเชื่อมโยงกันระหว่าง 2 วงการนี้ แต่สิ่งที่เราพอจะอนุมานได้ก็คือ  แฟชั่นและวิดีโอเกมไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลกันแม้แต่น้อย สิ่งที่เหล่าเกมเมอร์และแฟชั่นนิสต้าต่างก็แชร์ร่วมกันอาจจะเป็นความคิดสร้างสรรค์หรือความหลงใหลในวิชวลที่สวยงามก็เป็นได้ เส้นเหล่านี้เริ่มที่จะบางลงเรื่อย ๆ เมื่อโลกของแฟชั่นเริ่มได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องแต่งกายมาจากวิดีโอเกม และแฟชั่นจากเกมก็เริ่มออกมาเป็นแฟชั่นไอเท็มที่ใช้ได้ในชีวิตจริง


Photo : kotaku

อีกหนึ่งตัวอย่างที่พอจะช่วยทำให้เราเข้าใจเรื่องเหล่านี้ได้มากขึ้น ได้แก่ เครื่องแต่งกายจากเกม "Death Stranding" เกมแอ็กชั่นมุมมองบุคคลที่สามของพ่อมดแห่งวงการเกมอย่าง "ฮิเดโอะ โคจิม่า" ผู้ให้กำเนิดเกมตระกูล "เมทัล เกียร์ โซลิด" (Metal Gear Solid) ให้กับเครื่องเกม Playstation 4 ในปี 2019 ต่อมาได้ผลิตให้เวอร์ชั่นพีซีในปี 2020 และอัปเกรดสู่ Playstation 5 ในปี 2021 

Death Stranding เป็นเกมที่มีฉากหลังอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากการระเบิดครั้งใหญ่ จนทำให้สภาพแวดล้อมโดยรอบเสียหายจนเหลือแต่เศษซากปรักหักพัง นอกเหนือไปกว่านั้นทั้งประเทศยังต้องตกอยู่ในสภาพอากาศที่หลากหลาย ทั้งแดดและลม ตลอดจนสารพัดความแปรปรวนที่เรียกว่า "Timefall" ที่เป็นสภาพอากาศเฉพาะของเกม ที่จะเร่งให้ผู้คนแก่เร็วขึ้น เป็นได้ทั้งฝน ลูกเห็บ หิมะ ประดังประเดเข้ามา เพราะเหตุนี้เองส่งผลให้คาแร็กเตอร์ดีไซน์และคอสตูมดีไซน์ของเกมนี้มีความน่าสนใจไม่แพ้กับตัวเกม

เสื้อผ้าส่วนใหญ่ในเกมเป็นเสื้อผ้าที่เรียกว่า "เทคแวร์" (Techwear) หรือเสื้อผ้าประเภทที่เน้นความคล่องตัว กันน้ำ กันฝน เสื้อผ้าในเกมส่วนมากได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากแบรนด์เสื้อผ้าเทคแวร์ของญี่ปุ่นอย่าง "แอคโครนิม" (ACRONYM) ที่ร่วมก่อตั้งโดย "เออร์โรลสัน ฮิวจ์" และ "มิคาเอล่า ซาเชินบาคาร์" 


Photo : acrnm.com

แบรนด์ดังกล่าวเป็นแบรนด์ที่ "โยจิ ชินกาวะ" อาร์ตไดเร็กเตอร์ของเกมและเพื่อร่วมงานคนสนิทของโคจิม่าชื่นชอบเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว พวกเขาได้แลกเปลี่ยนพูดคุยจากการนัดพบกันอย่างไม่เป็นทางการ ด้วยการเชื้อเชิญฮิวจ์ให้เข้าไปที่สตูดิโอของเกม ระหว่างที่เกมกำลังพัฒนาอยู่

การคุยครั้งนั้นส่งผลให้เสื้อผ้าของแอคโครนิมบางส่วนได้รับการดัดแปลงและถูกออกแบบต่อยอดให้เข้าไปอยู่ในเกม อีกทั้งตัวของฮิวจ์ ยังได้ไปสแกน Motion Capture หน้าตัวเองเป็น Easter Egg ในเกมแบบขำ ๆ ไว้อีกต่างหาก เพราะฮิวจ์เองก็ดีใจมาก ๆ ด้วยความที่เขาเป็นแฟนเกมของโคจิม่าอยู่แล้วและเป็นคนที่ชอบเล่นเกมมาก โดยก่อนหน้านี้ในปี 2015 ฮิวจ์เคยออกแบบเสื้อโค้ทให้กับตัวละครเอกในเกม Deus Ex: Mankind Divided เกมแอ็กชั่น-ไซไฟ ที่วางจำหน่ายบนพีซี, PlayStation 4 และ Xbox One 

"เนื่องจากตอนที่เราได้พบกันเกมมันได้พัฒนาไปไกลแล้ว ทางเราเลยสามารถให้การสนับสนุนในเรื่องชุดกับพวกเขาได้แค่ 2 ชุดเท่านั้น ภาพจำลองที่คุณเห็นในเกมแทบทุกอย่างถูกออกแบบโดย โยจิ ชินกาวะ หมดเลย เขาเป็นคนออกแบบตัวละคร รวมไปถึงยานพาหนะในเกมด้วย มันยากที่จะเทียบเคียงกับเขามาก โยจิได้ขอให้เราช่วยออกแบบชุดของ แซม ที่เป็นชุดกันฝน 'Timefall' บางส่วนด้วย" ฮิวจ์ ได้เล่าถึงการร่วมงานกันระหว่างแอคโครนิมและโคจิม่าให้ Higsnobiety ฟังในปี 2019 


Photo : hypebeast

ในเวลาไม่นานหลังจากที่เกมได้วางจำหน่ายออกไป ในปี 2020 แอคโครนิม ก็ได้ออกวางจำหน่ายเทคแวร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเกม Death Stranding ในแจ็คเก็ตเทคแวร์รุ่น "J1A-GTKP" ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,785 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 60,000 บาท ที่พัฒนาขึ้นโดยมี Gore-Tex วัสดุที่ใช้เทคโนโลยีกันน้ำเป็นส่วนประกอบ ทำให้เหมาะแก่การใช้กันฝน หน้าตาคล้ายกับแจ็คเก็ตของ "แซม พอร์เตอร์ บริดเจส" (รับบทโดย นอร์แมน รีดัส หรือ แดริล ดิกสัน แห่ง The Walking Dead) ตัวละครเอกของเกม ด้านหน้ามีกระเป๋าสีเหลืองที่แทนว่าเป็น BB เด็กทารกที่ตัวละครเอกของเกมต้องถือไปด้วยตลอดการเดินทาง จนกลายมาเป็นแฟชั่นจากเกมที่แท้จริงในที่สุด 

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า แฟชั่นและวิดีโอเกม แชร์เซนส์ด้านแฟชั่นร่วมกันโดยมีพื้นฐานมาจากความคิดสร้างสรรค์ เป็นโลกที่ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในกรอบหรือบรรทัดฐานแบบใดแบบหนึ่ง เช่นนั้นแล้วเราจึงได้เห็นการร่วมงานกันของแบรนด์เสื้อผ้าและวิดีโอเกมอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะมาจากตัวเกม เครื่องเกม หรือทีมเกมในลีกอีสปอร์ต

จากที่เคยผลัดกันช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กัน แฟชั่นและวิดีโอเกมกลับมีแนวโน้มที่จะผสานเข้าใกล้กันมากขึ้นไปอีก และดูจะไม่หยุดเติบโตได้ง่ายๆ 

 

BREAKING BOUNDARIES

อย่างที่เราได้กล่าวไปก่อนหน้า ความจริงแล้วการร่วมงานกันระหว่างแบรนด์เครื่องแต่งกายและวิดีโอเกมไม่ได้เพิ่งเริ่มกลายมาเป็นกระแสเมื่อเร็ว ๆ นี้ อันที่จริงต้นตอของเรื่องทั้งหมดสามารถสืบกลับไปได้ไกลถึงปี 2003 ที่ครั้งหนึ่งเคยมีการร่วมงานกันทำรองเท้าสนีกเกอร์ระหว่าง ไนกี้ และ EA Sports ที่เข็นรองเท้า Air Force 2 ออกมาสู่ท้องตลาด 

"คริสโตเฟอร์ เอิร์บ" อดีตรองประธานและผู้ทำการตลาดให้กับ EA Sports ในขณะนั้น ชี้ให้เห็นถึงจุดเชื่อมโยงระหว่างเกมเมอร์และนักกีฬาที่มีร่วมกันใน Highsnobiety ในปี 2019 

"พวกนักกีฬาเขาชอบวิดีโอเกม คนที่ชอบเล่นวิดีโอเกมก็ชอบรองเท้า มันง่ายมากเลยนะที่จะสแกนรองเท้าเข้าไปในเกมเฉย ๆ แต่พวกเราอยากที่จะทำมันออกมาจริง ๆ มากกว่า" 


Photo : sneakerbardetroit

หลังการร่วมงานกันระหว่างทั้งสองบริษัทในปี 2006 ก็มีไนกี้รุ่น Air Force 1 เป็นรุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเครื่องเกม PlayStation เนื่องในโอกาสของการวางจำหน่าย PlayStation 3 จำกัดเพียง 150 คู่เท่านั้น จนถึงทุกวันนี้ มันได้กลายเป็นหนึ่งในรองเท้าที่หายากที่สุดไปแล้ว มีการรีเซลกันแบบมหาโหดในเว็บไซต์ Stock X อยู่ที่ราว ๆ 20,000 - 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 600,000 - 2,000,000 บาท 

สนีกเกอร์ที่ถือกำเนิดขึ้นจากการร่วมงานกันกับวิดีโอเกมและเครื่องเกมมีมาให้เห็นมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็น Nike Air Jordan 1 XBOX, Nike PG2.5 PlayStation, Nike High Blazer Nintendo Wii แทบทุกเครื่องเกมที่มีในท้องตลาดต้องเวียนวนไปเจอกับสนีกเกอร์อยู่บ้าง อย่าล่าสุดในปีนี้ก็กำลังจะมี Xbox x Adidas ออกมาอีก 


Photo : gq.com

นอกจากสนีกเกอร์ยังมีเสื้อผ้าหลายแบรนด์ที่ได้จับวิดีโอเกมเข้ามาเป็นหนึ่งในคอลเล็กชันเสื้อผ้าของแบรนด์ตัวเองมากขึ้น อาทิ Uniqlo x Street Fighter, BALENCIAGA x Fortnite หรือ League of Legends x Louis Vuitton หนาตาจนชวนฉงนว่า เพราะเหตุใดทำไมแบรนด์เหล่านี้ถึงได้เลือกวิดีโอเกมเข้ามาชูแบรนด์ของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ 

อาจเป็นเพราะความสนใจในวัฒนธรรมร่วมสมัยที่เพิ่มมากขึ้นหรือเพราะความนิยมของวิดีโอเกม ที่ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อการ "เล่น" อีกต่อไป แต่มันกลายเป็นการแข่งขันที่มีเงินรางวัลเป็นเดิมพันอยู่ด้วยตามลีกอีสปอร์ตใหญ่ ๆ ทำให้แบรนด์เหล่านี้มองเห็นมูลค่าหรือช่องทางในการทำการตลาดได้โดยตรงมากขึ้น เมื่อ ไนกี้ กลายเป็นพาร์ตเนอร์กับ LPL (League of Legends Pro League) หรือลีกอาชีพเกม LoL ของจีน อีกทั้งยังมีเสื้อผ้าและรองเท้าจำนวนมากออกมาให้แฟน ๆ ได้จับจองเป็นเจ้าของ เติมคอลเล็กชันเสื้อผ้าและเกมให้เต็มตู้เข้าไปอีก 


Photo : hypebeast

เพื่อเป็นการสรุปอย่างง่ายที่สุด การร่วมงานกันระหว่างสองวงการนี้ แม้จะเป็นดูเป็นเรื่องที่แปลก แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ต่างกันกับเวลาที่วงการแฟชั่นไปจับศิลปินดังในวงการศิลปะหรือการออกแบบมาร่วมงานด้วยแม้แต่น้อย ข้อจำกัดที่ดูเหมือนจะมีอยู่ กลับไม่มีอีกต่อไป เพราะแฟชั่นดีไซน์ก็เป็นสิ่งที่สามารถนำไปสวมเข้าได้กับทุกวงการ 

ที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าสินค้าเหล่านี้ที่ออกมาจะเป็นเพราะการตลาดหรือการสนองความต้องการเพื่อแฟน ๆ โดยเฉพาะ เราก็ต้องยอมรับว่า "เรื่องเล่น ๆ" ที่หลายคนยังเข้าใจกัน ไปไกลเกินกว่าจะเรียกมันว่าเรื่องเล่น ๆ อีกแล้ว 

 

แหล่งอ้างอิง :
 
https://au.louisvuitton.com/eng-au/articles/series-4-lightning-a-virtual-heroine- 
https://news.nike.com/news/nike-league-of-legends-pro-league-team-kits-2019-20-official-images 
https://sneakers-magazine.com/playstation-x-nike-air-force-1-2006/ 
https://www.highsnobiety.com/p/death-stranding-style/ 
https://www.inputmag.com/style/acronym-death-stranding-jacket-hideo-kojima 
https://www.lvmh.com/news-documents/news/httpwww-lvmh-comnews-documentsnewsseries-4-the-new-louis-vuitton-ad-campaign/ 
https://www.per-spex.com/articles/2020/5/5/final-fantasy-and-the-history-of-video-game-fashion 
https://www.polygon.com/videos/2019/4/5/18295421/final-fantasy-fashion-style-jrpg-history 
https://www.theverge.com/2012/4/5/2928145/prada-final-fantasy-characters-arena-homme-magazine-spread 



AUTHOR

ณัฐพล ทองประดู่

Memento Vivere / Memento Mori
     


PHOTO

ภราดร ภราดร

อยากจะทำให้ดี ไม่ใช่แค่อยากจะทำให้เป็น
     


x