FEATURE

ตำราบู๊ฉบับคาวบอยอวกาศ : สไปค์ สปีเกล กับ เจี๋ยฉวนเต้า ศิลปะการป้องกันตัวโดย บรูซ ลี  | Main Stand



"นายต้องทำตัวให้เหมือนของเหลว ทำตัวให้เหมือนน้ำ" 

 


"สไปค์ สปีเกล" พระเอกนักล่าค่าหัวจอมโจรอวกาศจากเรื่อง Cowboy Bebop กำลังให้คำแนะนำกับชายหนุ่มปริศนา ที่มาขอให้เขาช่วยฝึกสอนวิชาศิลปะการป้องกันตัวให้ หลังจากที่เห็นสไปค์จัดการกับโจรที่พยายามเข้ามาทำร้ายก่อนหน้านี้อย่างง่ายดาย 

ลีลา ความพริ้ว แม้กระทั่งการพูดของสไปค์ มีความละม้ายคล้ายกับบุคคลที่เชี่ยวชาญศิลปะการป้องกันตัวที่เคยมีชีวิตอยู่จริงบนโลกอย่าง "บรูซ ลี" จนน่าตกใจ ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจหากเราจะบอกว่า สไปค์ สปีเกล เป็นพระเอกการ์ตูนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก บรูซ ลี จริง ๆ 

สไปค์ ไม่ได้เหมือน บรูซ ลี แค่บุคลิก ท่าทาง แต่เหมือนยันความชำนาญเฉพาะตัวอย่างศิลปะการป้องกันตัวที่เขาใช้ประมือกับโจรอวกาศอย่าง "เจี๋ยฉวนเต้า" ที่ บรูซ ลี เป็นคนคิดค้นขึ้นด้วย

เจี๋ยฉวนเต้า หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า "Jeet Kune Do" คืออะไร ?​ มีความแตกต่างกันกับศิลปะการป้องกันตัวประเภทอื่น ๆ อย่างไร ? ถึงตำนานผู้ล่วงลับอย่าง บรูซ ลี จะไม่ได้อยู่ถ่ายทอดวิชาในปัจจุบัน แต่ Main Stand อยากชวนทุกคนไปสำรวจมรดกที่เขาหลงเหลือไว้ให้ผ่านอนิเมะเรื่องนี้ไปด้วยกัน 

ถ้าพร้อมแล้วก็...

I think it's time to blow this scene, get everybody and their stuff together. 

OK, 3, 2, 1  LET’S JAM! 

 

SEE YOU SPACE COWBOY… 

"คาวบอย บีบอป" (Cowboy Bebop) เป็นซีรีส์อนิเมะขนาดยาว ความยาว 26 ตอนจบ กำกับโดย "ชินอิจิโร วาตานาเบะ" ผู้กำกับอนิเมชั่นและภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่น ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 เมษายนปี 1998 ทางช่อง TV Tokyo และได้รับกระแสตอบรับอย่างดีทั้งในประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา 


Photo : georgetownvoice

คาวบอย บีบอป มีฉากหลังอยู่ในโลกอนาคต ปี 2071 เมื่อการท่องอวกาศไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป มีการไปมาหาสู่ระหว่างดาวเคราะห์เป็นปกติ และมนุษย์ส่วนมากได้ย้ายออกจากโลกไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดาวดวงอื่นกันหมดแล้ว เมื่อระดับความถี่ของอาชญากรรมพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงมีการประกาศให้มีการล่าค่าหัวกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเหมือนกับในยุคคาวบอย 

เรื่องราวของ คาวบอย บีบอป จะเล่าผ่านมุมมองของนักล่าค่าหัว ลูกเรือยานอวกาศที่ชื่อว่า "บีบอป" อันประกอบไปด้วย "สไปค์ สปีเกล" พระเอกของเรื่อง อดีตสมาชิกกลุ่มอาชญากรรมที่หันหลังให้กับองค์กร เขาอาศัยอยู่กับลูกเรือของยานอีก 3 คน ได้แก่ "เจ็ต แบล็ก" เจ้าของยาน อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลาออกจากกรมมาเป็นนักล่าค่าหัว, "เฟย์ วาเลนไทน์" อดีตอาชญากรผู้สูญเสียความทรงจำ, "เอ็ดเวิร์ด" แฮ็กเกอร์เด็กที่ฉลาดเป็นกรด พร้อมกับ "ไอน์" หมาคอร์กี้ที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้ฉลาดเกินหมาอีก 1 ตัว 

คาวบอย บีบอป เป็นอนิเมะที่ได้รับอิทธิพลมาจากกระแสป๊อปคัลเจอร์จากฮอลลีวูดมากมาย กลายเป็นการผสมกันของวัฒนธรรมแบบตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว องค์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างชื่อตอน แทนที่จะเขียนเป็น "Episode" คาวบอย บีบอป กลับใช้คำว่า "Session" ที่เหมือนกับการแจมของวงแจ๊สและทุก ๆ ครั้งที่จบตอน จะมีการลงท้ายด้วยข้อความว่า "See You Space Cowboy" แทนที่จะเป็น "โปรดติดตามตอนต่อไป" แบบการ์ตูนญี่ปุ่นทั่ว ๆ ไป สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ คาวบอย บีบอป มีความยูนีคกว่าอนิเมะญี่ปุ่นเรื่องอื่น ๆ 

ไมค์ แครนดอล นักข่าวจากสำนัก Anime News Network ให้คะแนนการ์ตูนเรื่องนี้อยู่ที่ระดับ "A+" พร้อมกล่าวอีกว่า นี่คือหนึ่งในอนิเมะที่ได้รับความนิยมและการยอมรับมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นโชว์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถก้าวข้ามความหลากหลายของแนวได้อย่างชาญฉลาด ครบรสทั้งแอ็กชัน ดราม่า คอมเมดี้ หรือแม้แต่ระทึกขวัญ 

ชินอิจิโร วาตานาเบะ กล่าวกับ IGN สื่อเกมชื่อดังของสหรัฐอเมริกาไว้เมื่อปี 2017 จากงาน Madman Anime Festival ว่า 

"ตอนที่ผมสร้าง คาวบอย บีบอป ขึ้นมา ผมคิดว่ามันคงน่าสนใจกว่าหากผมใส่องค์ประกอบหลาย ๆ อย่างเข้าไปด้วยกัน เพื่อที่จะสร้างอะไรบางอย่างที่เป็นของใหม่อย่างสมบูรณ์" 


Photo : miraiyoho.com

หากจะให้นิยามอย่างสั้นที่สุด IGN กล่าวว่า ผลงานชิ้นนี้ของ ชินอิจิโร วาตานาเบะ คือ ความงามแบบเพลงแจ๊สจากยุค 1940s ที่โคจรมาพบกับหนังคาวบอย ไซไฟ และหนังแอ็กชันฮ่องกง 

ชินอิจิโรเติบโตมากับภาพยนตร์ตะวันตก เพราะเหตุนี้ ภาพยนตร์ไซไฟอย่าง "Blade Runner" ที่กำกับโดย ริดลีย์ สก็อตต์ ในปี 1982 , "Dirty Harry" หนังแอ็กชันขึงขังโดย คลินต์ อีสต์วู้ด ในปี 1971 และโดยเฉพาะ "Enter The Dragon" หรือ "ไอหนุ่มซินตึ๊ง มังกรประจัญบาน" หนังแอ็กชันที่นำแสดงโดย บรูซ ลี ในปี 1973 ซึ่งมีอิทธิพลกับ คาวบอย บีบอป อย่างมหาศาล 

แม้กระทั่งในเรื่องการออกแบบตัวละคร... 

 

"Be water, my friend"

ในตอนที่ 8 ของซีรีส์ คาวบอย บีบอป ที่มีชื่อว่า "Waltz For Venus" สไปค์ ได้หลบการจู่โจมของ "ร็อคโค่" โจรที่พยายามจะล้วงกระเป๋าเขาได้อย่างง่ายดาย ร็อคโค่ประทับใจการเคลื่อนไหวของสไปค์มาก จึงมาฝากตัวขอเป็นศิษย์ของสไปค์ทันที 

ถึงจะไม่ค่อยเต็มใจ แต่พระเอกของเรื่องก็ยอมฝึกวิชาให้กับเขา สไปค์อธิบายวิธีการอย่างไม่ซับซ้อน 

"นายต้องทำตัวให้เหมือนของเหลว ทำตัวให้เหมือนน้ำ เข้าใจที่พูดไหมเนี่ย ?" 


Photo : cowboybebop.fandom.com

หลังจากนั้น สไปค์บอกให้ร็อคโค่วิ่งเข้ามาหาเขาและใช้มีดจู่โจม ร็อคโค่ได้พุ่งเข้าหาสไปค์ แต่ก็เป็นอีกครั้งที่สไปค์ยังคงหลบการโจมตีของร็อคโค่ได้อยู่ดี

ประโยคที่สไปค์บอกกับร็อคโค่ให้เป็นเหมือนน้ำ ฟังดูคล้ายกับปรัชญาของนักแสดงฮ่องกง-อเมริกันผู้ล่วงลับที่เชี่ยวชาญศิลปะการป้องกันตัวอย่าง บรูซ ลี ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในตอนหนึ่งของรายการ "The Pierre Berton Show" รายการทอล์กโชว์ของสหรัฐอเมริกา ในเทปที่ชื่อว่า "The Lost Interview" ในปี 1971 

"ผมจะบอกว่าให้ปล่อยจิตให้ว่าง ทำตัวให้ไร้สถานะ ไร้รูปร่าง เหมือนกับน้ำ ถ้าคุณเอาน้ำไปใส่ในแก้ว มันจะเป็นแก้ว เอาน้ำไปใส่ในขวด มันก็จะเป็นขวด เอาน้ำไปใส่ในกาน้ำชา มันก็เป็นกาน้ำชา" 

"น้ำจะไหลหรือจะกระจายตัวก็ได้ จงเป็นน้ำ เพื่อนเอ๋ย"  


Photo : imdb.com

สไปค์ ถูกถอดแบบออกมาจาก บรูซ ลี อย่างไม่ต้องสงสัย และนั่นก็เป็นความตั้งใจของ ชินอิจิโร เพราะ ความรักที่เขามีให้ต่อหนังเรื่อง ไอหนุ่มซินตึ๊ง มังกรประจัญบาน

ปรัชญา "ทำตัวให้เหมือนน้ำ" ของ บรูซ ลี สามารถตีความออกมาได้หลายแบบ อาจเป็นเรื่องของการพยายามผลักตัวเองออกมาจากกรอบความคิดเดิม ๆ หรือการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องการเคลื่อนไหวของร่างกายโดยตรง

ศิลปะการป้องกันตัวที่เน้นการเคลื่อนไหวแบบ "ไร้สถานะ" ที่ บรูซ ลี คิดค้นขึ้นในปี 1967 มีชื่อว่า "Jeet Kune Do" หรือ "เจี๋ยฉวนเต้า" เรียกสั้น ๆ ว่า "JKD" เขาจับองค์ประกอบของมวยหย่งชุนมาต่อยอดและเปิดโรงเรียนอบรมศิลปะการต่อสู้ของตัวเองขึ้นในเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปีเดียวกัน มีชื่อว่า "Jun Fan Gung Fu Institute" ที่ที่มีการฝึกสอน JKD อย่างจริงจัง 


Photo : amazon.com.au/Bruce-Lee-Jeet-Kune-Commentaries

Jeet Kune Do เป็นคำทับศัพท์ภาษาจีน ที่แปลออกมาได้ว่า "Way of the Intercepting Fist" หรือ "วิถีแห่งหมัดสกัดกั้น" มีใจความหลักอยู่ที่ "การใช้ความจนตรอกเป็นหนทาง ใช้ภาวะที่ไร้ข้อจำกัดเป็นข้อจำกัด" (Using no way as way; having no limitation as limitation) หากกล่าวอย่างง่ายที่สุด คือ เป็นศาสตร์ที่อาศัยการเคลื่อนไหวอันน้อยนิด แต่รุนแรง อยู่ภายใต้กฎที่ไม่ซับซ้อนสามข้อ ได้แก่ ความเรียบง่าย ความเด็ดขาด และความเป็นอิสระ ไม่มีรูปแบบตายตัวเหมือนกับน้ำ 

การฝึก JKD สามารถแบ่งระดับของการฝึกฝนได้สามขั้น ทำความเข้าใจได้จากสัญลักษณ์ของ JKD ที่ บรูซ ลี คิดค้นขึ้น อันดับแรกได้แก่ ทลายข้อจำกัดของตัวเอง สัญลักษณ์จะเป็นเครื่องหมายหยินหยางที่มีช่องตรงกลาง แสดงถึงความต้องการอันสุดโต่งมากมายแบ่งเป็นสองฝั่ง เสมือนการทุ่มตัวให้สุดกับทุกความต้องการของตน อันดับที่สองคือ ความไหลลื่น สัญลักษณ์หยินหยางทั้งสองส่วนกลับมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวและเวียนวนไหลเป็นก้อนเดียวกัน และสุดท้าย คือความว่างเปล่า หรือภาวะไร้สถานะนั่นเอง

ลักษณะเด่นของ JKD ที่ทำให้ศาสตร์การป้องกันตัวชนิดนี้ต่างไปจากกังฟูหรือศิลปะการป้องกันตัวชนิดอื่น ๆ คือ การเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุดและตอบสนองต่อการจู่โจมอย่างรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องขยับฟุตเวิร์กตลอดเวลา แต่เน้นไปที่การสกัดและการป้องกันเป็นหลัก ดังที่ บรูซ ลี เคยสาธิตการต่อย "One-inch Punch" หรือ "หมัด 1 นิ้ว" ใน Long Beach International Karate Championship ในปี 1964 ก่อนที่เขาจะนำเทคนิคดังกล่าวมาเป็นพื้นฐานสำคัญในศาสตร์ที่ตนเองคิดค้นขึ้น  


Photo : facebook.com/Neverbackdownguisborough

การเคลื่อนไหวของ JKD มีทั้งการเตะ การต่อย การจับ ทั้งในระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล การต่อยในศาสตร์ของ JKD นั้นไม่จำเป็นต้องเหวี่ยงแขนออก แต่เปลี่ยนเป็นการออกหมัดระยะสั้น ส่งแรงด้วยแขนจากขาหลังแทน

การเคลื่อนไหวของสไปค์ ทั้งการออกหมัด การวางขา สอดคล้องกับศาสตร์ของ บรูซ ลี ทั้งสิ้น ภาพลักษณ์ของสไปค์ ที่ดูเซื่องซึมตลอดเวลา เมื่อเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องใช้กำลัง เขาจะเคลื่อนไหวร่างกายน้อยมากจนแทบไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากหลบการจู่โจมของคู่ต่อสู้และวนกลับไปน็อกคนที่พยายามจะทำร้ายเข้าได้อย่างรวดเร็ว 

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าศาสตร์การป้องกันตัวของ บรูซ ลี สามารถใช้ได้จริงหรือไม่ ?​ หรือพบเห็นได้แค่ในการ์ตูน ? หากยังคาใจ ลองมาดูที่การแข่งขัน MMA สักแมตช์เป็นตัวอย่าง 

 

THE LEGACY

แอนเดอร์สัน ซิลวา ตำนานนักกีฬา MMA จากประเทศบราซิล ที่เคยเป็นแชมป์โลกของสถาบัน UFC รุ่นมิดเดิลเวตมาแล้ว เป็นคนหนึ่งที่ฝึก JKD อย่างจริงจัง เขาร่ำเรียนวิชานี้กับ แดน อิโนซานโต ผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ ที่เป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายโดยตรงของ บรูซ ลี ก่อนที่จะขึ้นสังเวียนไปเจอกับ ไมเคิล บิสปิง นักกีฬา MMA จากสหราชอาณาจักร ในปี 2016 

แม้แอนเดอร์สันจะแพ้ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ แต่เขาได้ทิ้งรอยแผลพร้อมเลือดจำนวนมากไว้บนหน้าของบิสปิง ผู้ที่ก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์โลก UFC รุ่นมิดเดิลเวตในเวลาต่อมา อีกทั้งยังได้รับการชื่นชมจากแฟนกีฬา MMA จำนวนมาก ในเรื่องของความนิ่ง การป้องกัน และสมาธิที่เขามีบนสังเวียน 

เทคนิคของแอนเดอร์สันน่าสนใจ เพราะน้อยคนนักที่จะนำ JKD มาใช้ในการแข่งขัน MMA อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพราะความที่เป็นศิลปะการป้องกันตัวที่มีเอกลักษณ์มาก ทำให้ยากต่อการฝึกฝนและทำความเข้าใจสำหรับคนส่วนมาก อันที่จริงแล้ว JKD ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อการใช้ป้องกันตัวในชีวิตจริงมากกว่าการนำไปใช้เป็นกีฬาเพื่อการแข่งขัน วิธีการของ บรูซ ลี อยู่บนพื้นฐานของความจริงเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องมีท่าทางที่หวือหวา แต่ก็สามารถเอาตัวรอดได้ เน้นป้องกันและตอบโต้เหมือนที่แอนเดอร์สันทำ

JKD อาจจะไม่ใช่ศาสตร์การป้องกันตัวที่ได้รับความนิยมเท่า เทควันโด ยูโด หรือกังฟู แต่ก็มีโรงเรียนที่เปิดสอนศาสตร์ดังกล่าวในต่างประเทศอยู่บ้าง ถึงวิธีการจะไม่ได้ป๊อปเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแนวคิดเบื้องหลังของ JKD อย่าง "Be Water" นั้นอยู่เหนือกาลเวลาและยังคงถูกพูดถึงอยู่ในทุกวันนี้ แม้กระทั่งถูกบันทึกไว้ในการ์ตูนอย่าง คาวบอย บีบอป 


Photo : netflix.com

คาวบอย บีบอป กำลังจะกลับมาโลดแล่นอีกครั้ง เพราะกำลังจะมีการดัดแปลงเป็นซีรีส์ Live Action ลงสตรีมมิ่งเซอร์วิส Netflix โดยมี "จอห์น โช" ที่คอหนังอาจจะคุ้นหน้าในบทบาท ฮิคารุ ซูลู ในแฟรนไชส์ Star Trek มารับบทเป็นสไปค์ มีกำหนดฉายในเดือนพฤศจิกายน 2021 หากไม่มีอะไรผิดพลาด 

แม้จะยังไม่มีรายงานว่า จอห์น โช เตรียมตัวอย่างไรกับบทบาทนี้ แต่การบรรยายถึง คาวบอย บีบอป ฉบับคนแสดงของ The Hollywood Reporter เราก็อาจได้เห็นมรดกของ บรูซ ลี อีกครั้งดังที่เคยเห็นมาแล้วในอนิเมะ เพราะพวกเขาเน้นย้ำเป็นพิเศษว่า สไปค์ในฉบับนี้ "เป็นนักล่าค่าหัวที่อันตราย มีเสน่ห์ และมาพร้อมกับวิชาเจี๋ยฉวนเต้าที่โคตรอันตราย" 


Photo : fotogramas

หากโชคดี เราอาจจะได้เห็นสไปค์กลับมาวาดลวดลาย JKD สวมวิญญาณ บรูซ ลี กันอีกครั้ง จนกว่าจะถึงตอนนั้น ก็ต้องมาลุ้นกันว่าฉบับคนแสดงจะน่าประทับใจเทียบเท่าเวอร์ชั่นอนิเมะได้หรือไม่ ? 

SEE YOU SPACE COWBOY... 

 

แหล่งอ้างอิง : 
 
https://artsandculture.google.com/exhibit/bruce-lee-martial-action/xwKCweUvbRHrLQ 
https://brucelee.com/jeet-kune-do 
https://www.cbr.com/cowboy-bebop-hollywood-references/ 
https://cowboybebop.fandom.com/wiki/Manga 
https://en.m.wikipedia.org/wiki/Cowboy_Bebop 
https://www.ign.com/articles/2017/11/24/the-many-inspirations-of-cowboy-bebop-director-shinichiro-watanabe 
https://screenrant.com/bruce-lee-be-like-water-quote-meaning-explained/ 
https://www.vice.com/en/article/panjwm/cowboy-bebop-john-cho-cast-list-spike-spiegel-netflix-live-action-series-vgtrn 
https://www.wingchunnews.ca/anderson-silva-uses-wing-chun-jeet-kune-do-in-ufc-fight/ 



AUTHOR

ณัฐพล ทองประดู่

Memento Vivere / Memento Mori
     


PHOTO

ภราดร ภราดร

อยากจะทำให้ดี ไม่ใช่แค่อยากจะทำให้เป็น
     


x