Feature

"เอล กลาสิโก้" ที่ใครก็ถือหาง บาร์ซ่า : มูรินโญ่ จะมีทีเด็ดอะไร พา มาดริด ชนะได้ ? | Main Stand

ฟอร์มของ บาร์เซโลน่า ในลีก ณ เวลานี้ท็อปฟอร์มสุดขีด พวกเขาทำสถิติออกสตาร์ทได้ดีที่สุดในรอบหลายปี แม้จะมีแข้งหนุ่มเต็มทีม แต่ผลงานในสนามไม่ได้เป็นปัญหาเลย 

 


ด้วยแนวรุกที่ยิงกระจาย และแนวรับก็เสียไปแค่ 9 ลูก แถมยังได้เล่นใน คัมป์ นู อีกต่างหาก ไม่แปลกเลยที่ใครจะถือหาง บาร์ซ่า ในค่ำคืนนี้

ทว่า เรอัล มาดริด ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ดูเงียบ ๆ จริง ๆ แล้วภายในทีมของพวกเขาเป็นแบบไหน ? และ "เดอะ สเปเชียล วัน" มีอะไรจะมาโชว์ในเกมนี้ ? 

 

บาร์ซ่าเดือดจริง 

บาร์เซโลน่า ชุดนี้อาจจะเต็มไปด้วยนักเตะอายุน้อย แต่ก็เป็นทีมที่ร้อนแรงที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2026-27 เลยก็ว่าได้ 

ทีมของ ฮันซี่ ฟลิค รั้งจ่าฝูงของ ลา ลีกา เตะ 9 นัดชนะรวด 100% ยิงได้ 39 ลูก และเสียแค่ 9 ประตูเท่านั้น นอกเหนือจากตัวเลขดังกล่าวแล้ว นักเตะระดับ "เอซ" ของพวกเขายังพร้อมใจกันท็อปฟอร์มกันจนบอกไม่ถูกว่า ณ ตอนนี้ใครสำคัญกว่ากัน 

ราฟินญ่า ยิงไปทุกรายการรวม 14 ประตู (12 ลูกในลีก) ขณะที่ ลามีน ยามาล 1 ในตัวเต็ง บัลลง ดอร์ ก็เป็นราชาแอสซิสต์ ทำไปแล้ว 10 ครั้งจากทุกรายการ แถมยังยิงเองรวมทุกรายการ 10 ประตู

นอกจากทั้ง 2 คนนี้ คนอื่น ๆ ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งผู้มาใหม่อย่าง แอนโธนี่ กอร์ดอน, กาเบรียล เชซุส และ คาริม อเดเยมี่ ต่างเล่นกันแบบแทบไม่ต้องปรับตัว เข้ากับเพื่อนร่วมทีมอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย ไหนจะเหล่าดาวรุ่งที่กำลังโตและแข็งแกร่งขึ้นทั้ง เฟร์มิน โลเปซ, เคราร์ด มาร์ติน และ ชาบี เอสปาร์ต ทั้งหมดนี้ต่างได้รับคำชมมากมายในช่วงที่ผ่านมา 

แม้เกมล่าสุดจะแพ้ เปแอสเช ในฟุตบอลยุโรป แต่ในลีกก็อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ชนะรวด ยิงกระจายไม่สนใคร ... ดังนั้นในเกม เอล กลาสิโก้ ที่พวกเขาได้เป็นเจ้าบ้าน ทุกกระแสจึงเทไปให้ทีมของ ฟลิค เป็นต่อ เรอัล มาดริด ของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่หลายคนยังมองว่าขาดความเข้าใจเกม และเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งทีมแบบ บาร์ซ่า 

บาร์ซ่า เดือดจริง แต่ มูรินโญ่ กับ มาดริด ล่ะ ? หลังออกสตาร์ทมาได้ราว ๆ 2 เดือน ทีมราชันชุดขาว ณ เวลานี้เป็นอย่างไร เกิดอะไรขึ้นกับการเข้ามาเป็นเจ้านายของเหล่าซูเปอร์สตาร์ในทีม ๆ นี้บ้าง ?

 

มูรินโญ่...เริ่มได้ดีหรือแย่ ? 

มูรินโญ่ เข้ามาคุมทีม เรอัล มาดริด ที่ไม่มีถ้วยแชมป์มาติดต่อกัน 2 ปี ... ทีม ๆ นี้เคยเจอปัญหาเรื่องการปกครองนักเตะในยุค ชาบี อลอนโซ่ มาในช่วงซีซั่น 2025-26 และ มูรินโญ่ กลับสู่ถิ่น เบอร์นาเบว อีกหน หลังเคยคุมทีมนี้ช่วงปี 2010-2013 เพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น 

มาริโอ คอร์เตกาน่า นักเขียนชาวสเปนจาก The Athletic เขียนในบทความของเขาโดยบอกว่า มูรินโญ่ มาในแบบไม้นวม ว่าด้วยการวางตัวให้นักเตะเข้าถึงง่าย คุยด้วยเหตุผลเป็นหลัก และลดความเข้มงวดของกฎบางอย่างลง เช่นการไม่ต้องรอให้กินข้าวพร้อมกันทั้งทีม เรื่องตารางเวลาที่ไม่กำหนดให้นักเตะต้องมาถึงสนามก่อนนัดหมายหลายชั่วโมงเหมือนยุค อลอนโซ่ 

โดยเขายังเพิ่มรายละเอียดอีกว่า มูรินโญ่ พยายามใช้การซ้อมให้สั้นลง แต่ใส่เต็มด้วยความเข้มงวดเมื่อถึงเวลาซ้อม พร้อมอธิบายเหตุผลนักเตะให้เข้าใจเสมอว่า เขาให้ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร 

นอกจากนี้ มูรินโญ่ ยังมีวิธีประกาศ 11 ตัวจริงแบบใหม่ โดยเลือกบอก 11 ตัวจริงกับผู้เล่น 1 วันก่อนแข่ง เพื่อกระตุ้นให้นักเตะเตรียมสภาพจิตใจให้พร้อม และลดความกดดันในวันแข่งจริง 

ส่วนเรื่องทีมงานของเขา มีการรายงานว่า มูรินโญ่ และทีมของเขาทำงานหนักมากกับทีมชุดใหญ่ เพื่อพยายามหาวิธีการเล่นที่ลงตัวที่สุดให้ได้ เพราะตอนนี้ยังมีปัญหาโลกแตกเรื่องการทำให้ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ และ วินิซิอุส จูเนียร์ เล่นเข้ากันแบบเป็นเนื้อเดียวไม่ได้ ส่วนเรื่องการผลักดันนักเตะเยาวชนนั้น เขาเองก็ไม่ได้มองข้ามแต่อย่างใด

มูรินโญ่ ส่งผู้ช่วยไปจับตาดูทีมเยาวชนอย่างใกล้ชิด และเลือกเด็กซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ด้วยตัวเอง เพื่อทำให้นักเตะเยาวชนรู้สึกว่า พวกเขายังมีโอกาสเสมอหากทำผลงานได้ดี 

โดยสรุปกล่าวคือ มูรินโญ่ กลับมารอบนี้ ไม่ได้มาแนวโหดหรือสร้างศัตรู แต่ใช้บารมี ความเป็นกันเอง และการวางระบบที่ใส่ใจรายละเอียดเป็นหลัก แน่นอนว่า ณ เวลานี้มันยังไม่ผลิดอกออกผลเหมือนที่ ฟลิค ทำกับ บาร์ซ่า แต่ มูรินโญ่ อาจมีทีเด็ดซ่อนอยู่ในเกม เอล กลาสิโก้ เกมนี้

 

สู้ด้วยไม้ตายก้นหีบ

มูรินโญ่ จัดเป็นกุนซือที่ทำทีมแบบนัดต่อนัดได้ดีอยู่แล้ว เมื่อถึงเกมใหญ่เกมสำคัญ และทีมของเขาตกอยู่ในสภาพที่เป็นรอง เขามักจะเลือกใช้แท็กติกที่เน้นความแน่นอน ปลอดภัยไว้ก่อน แต่ก็ไม่ลืมซักซ้อมหมัดน็อกเอาไว้เล่นงานคู่แข่งด้วย 

สิ่งสำคัญคือตอนนี้ "นักเตะในทีมยังเชื่อฟัง มูรินโญ่"  แหล่งข่าวรายหนึ่งในศูนย์ฝึกซ้อม บัลเดเบบาส ของ มาดริด กล่าวกับสื่อว่า 

"มูรินโญ่ มีบารมีและอำนาจในตัวเอง เพราะเขาคือ มูรินโญ คนที่ได้ลงเล่นน้อยอาจไม่ได้มีความสุขนัก แต่ไม่มีสถานการณ์ที่ตึงเครียดหรือการกล่าวโทษกันเหมือนปีที่แล้ว ถ้า มูรินโญ่ บอกว่ามันเป็นแบบนั้น มันก็ต้องเป็นแบบนั้น"

"เขารู้วิธีพูดคุยกับนักเตะ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในห้องแต่งตัวที่มีอีโก้สูงมากมาย"

ในเกมล่าสุดที่ บาร์ซ่า แพ้ เปแอสเช แชมป์ยุโรปจากฝรั่งเศสแสดงให้เห็นว่า หากบีบให้ตัวสร้างสรรค์เกมของ บาร์เซโลน่า ต้องรับบอลและเล่นภายใต้แรงกดดันสูง จะเกิดความผิดพลาดและเสียบอลในแดนอันตรายได้ง่าย

แต่ปัญหาคือกองกลางของ มาดริด ก็ต้องรัดกุมและมีสมาธิอย่างมากในการทำแผนการนี้ให้สำเร็จ หากคนหนึ่งขึ้นไปกดดัน อีกคนต้องปิดช่องว่างด้านหลังทันที เพื่อไม่ให้แนวรุกความเร็วสูงของ บาร์ซ่า เจาะทะลวงได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ ฟลิค ใช้เล่นงานจนยิงคู่แข่งเละเทะแทบทุกนัดในซีซั่นนี้ 

เชื่อว่า ณ ตอนนี้ มูรินโญ่ รู้ดีว่า บาร์ซ่า เล่นด้วยความเข้าขารู้ใจและอันตรายขนาดไหน และลูกทีมของเขาก็ยังห่างไกลการเป็นเนื้อเดียวกันแบบที่ บาร์ซ่า เป็นด้วย ... ดังนั้นแทนที่จะเปิดหน้าแลกครองบอลสู้กับระบบฟุตบอลของ ฟลิค การตั้งรับต่ำอย่างมีวินัย แล้วตัดบอลสวนกลับอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสไตล์ถนัดของ มูรินโญ่ จะต้องถูกนำออกมาใช้อีกครั้งสำหรับไม้ตายก้นหีบนี้ 

ถ้าสิ่งที่เหล่าทีมงาน หรือสื่อที่อ้างตัวว่าเป็นวงในบอกไว้จริง ๆ ในเกม เอล กลาสิโก้ ค่ำคืนนี้ เราจะได้เห็นกันว่า นักเตะของ เรอัล มาดริด เชื่อมั่นและพร้อมจะวิ่งให้ มูรินโญ่ แบบถวายหัวมากแค่ไหนกันแน่ 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.nytimes.com/athletic/7714109/2026/10/24/mourinho-real-madrid-barcelona-clasico-season-start/
https://en.wikipedia.org/wiki/2026%E2%80%9327_FC_Barcelona_season
https://www.fcbarcelona.com/en/news/4575846/equal-best-ever-start-to-a-season
https://www.goal.com/en/news/flick-s-secret-visit-to-mourinho-in-madrid/blt022b7a7494a1aeac

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ