Feature

ต้นกำเนิด "อีกเกมเดียว" ที่ไม่มีอยู่จริง : จาก CM ถึง FM ถอดรหัสความฮิต เกม "คุมทีม" No.1 ของโลก | Main Stand

"อีกเกม" นี่คือคำพูดติดปากของผู้เล่นเกมแนว MOBA อย่าง DOTA 2 หรือ ROV ในสมัยนี้ ... แต่เชื่อเถอะว่า รุ่นพี่ รุ่นพ่อ รุ่นลุงของคุณ เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้วเมื่อครั้งอดีต แถมยังหนักกว่าคุณด้วยซ้ำ 

 

เพราะเกมที่พวกเขาบอกว่า "ขออีกเกม" ดันเป็นเกมที่มีแต่ตัวหนังสือล้วน ๆ ไม่มีกราฟิกล้ำยุค กินสเปกเบาหวิว ทว่าแค่แสงที่กะพริบ ๆ กลับทำให้พวกเขาเหล่านั้นไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ จนรู้ตัวอีกที พระอาทิตย์ก็ขึ้น ไก่ก็ขันเสียแล้ว ...

ร่วมเปิดตำนานเกมคุมทีมฟุตบอลอย่าง CM หรือ Championship Manager และ FM หรือ Football Manager ไปกับ MAIN STAND 

 

เรียนรู้จากคำถ่มถุย สู่ "จุดเริ่มต้นที่แท้จริง" 

ก่อนเกมคุมทีมที่ถูกพัฒนามาเป็น FM ซึ่งกลายเป็นเกมคุณภาพระดับโลกจะเกิดขึ้น Sports Interactive บริษัทผู้สร้างเกมนี้ ต้องเจ็บปวดรวดร้าวกับคำดูถูกมากมายสารพัด จากสารตั้งต้นที่พวกเขาคิดขึ้นมาเพื่ออยากจะทำเกมคุมทีมฟุตบอลขึ้นมาสักทีมในช่วงปี 1985 ซึ่งถือว่ายังเป็นสังคมยุคอนาล็อกอยู่เลย 

เรื่องทั้งหมดเริ่มจาก พอล และ โอลิเวอร์ คอลลีเยอร์ 2 พี่น้องชาวอังกฤษ ที่ชอบเล่นวิดีโอเกมกันแบบเข้าเส้น และดันชอบฟุตบอลเข้าเส้นด้วยตามแบบฉบับคนอังกฤษ พวกเขาได้ทดลองเล่นเกมที่เกี่ยวกับฟุตบอลที่มีในช่วงนั้นจนหมด และพวกเขาจึงได้พบว่า "ไม่เห็นจะเจ๋งเลยสักเกม" 

"เราลองกันทุกเกมที่เกียวกับฟุตบอลในยุคนั้น และเราไม่ชอบมันสักเท่าไหร่ ด้วยความอวดดี เราจึงมองหน้ากันและคิดว่า ... ถัาจะต้องเล่นเกมแบบนี้ พวกเราทำเกมเองน่าจะดีกว่า" พอล พี่ชายเป็นคนกล่าวเริ่ม
 
ความเจ๋งของเรื่องนี้คือ "พูดแล้วทำ" แบบภูมิใจอิงลิชชน 2 พี่น้องคอลลีเยอร์ ลงมือทำจริงและใช้เวลาสร้างเกมคุมทีมแบบที่อยากจะทำนานถึง 6 ปี จนกระทั่งแล้วเสร็จในปี 1991 โดยวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเครื่อง Amiga, Atari ST และบน PC ในเวลาต่อมา 

ทำไมถึงใช้เวลาตั้ง 6 ปี กับเกมที่โดนรีวิวว่า "ง่อยแดก" เพราะนักเตะก็ไม่มีตัวจริง ชนะเกมแล้วยังไงต่อ เพราะรายละเอียดเชิงลึกไม่มากพอ ?

2 พี่น้องเล่าว่า ที่ช้าเป็นเพราะเกมนี้ถูกสร้างขึ้นในระหว่างที่พวกเขาเรียนมหาวิทยาลัย มีหลายอย่างให้โฟกัส พวกเขาใช้เวลาหลังเลิกเรียนเขียนโค้ดกันในห้องนอน พอถึงช่วงสอบพวกเขาก็ไม่แตะมันเลยนานถึง 6 เดือน ... การสร้างเกมจึงเป็นไปในรูปแบบทำ ๆ หยุด ๆ  และที่ยากกว่าทำเกมก็คือการติดต่อกับค่ายเกมเพื่อจูงใจให้ค่ายต่าง ๆ ซื้อเกมของพวกเขาไปพัฒนาต่อ 

"ผมว่าคุณไปใส่กราฟิกมาซะไป เกมอะไรมีแต่ตัวหนังสือ แถมไม่มีจุดจบไคลแม็กซ์อีก" นี่คือสิ่งที่ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Electronic Arts หรือ EA ปฏิเสธ Championship Manager หรือ CM โดยให้เหตุผลว่าเกมมีฉาก "ไลฟ์แอ็กชัน" ไม่มากพอ

พวกเขาตระเวนขายให้หลายค่ายตลอด 6 ปี จนกระทั่งเจอค่ายที่ซื้อเกมของพวกเขา ชื่อว่า Domark และที่เหลือก็คือประวัติศาสตร์ ... รวมไปถึงการก้าวเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเกม CM 

ความยอดเยี่ยมเมื่อมีค่ายสนับสนุนคือ เกมมีการลงทุนมากขึ้น นำมาสู่การขอซื้อเพื่อได้ลิขสิทธิ์ชื่อนักเตะจริง ๆ ลงไปในเกม และใส่โค้ดที่สามารถเพิ่มความลึกให้กับเกมได้ เช่น การซื้อตัวนักเตะตามกฎบอสแมน และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้สมจริง

สิ่งนี้ทำให้ 2 พี่น้องคอลลีเยอร์ ถูกใจมาก เพราะนี่แหละคือปลายทางที่พวกเขาต้องการ ต่อให้พวกเขาจะเป็นนักสร้างเกมสมัครเล่น แต่ CM ในอุดมคติของพวกเขาคือ ต้องมีความถูกต้องสมจริง เพราะเขาเชื่อว่า นี่แหละจะทำให้ผู้คนนั่งอยู่หน้าจอคอม และไม่สามารถลุกหนีจากเกมนี้ไปได้ง่าย ๆ 

เกมถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ สร้างชื่อจากภาค CM3 และเริ่มบูมสุดขีดจากการสร้างโดยมืออาชีพภายใต้ภาค CM 01/02 ที่ถูกเรียกว่า "เกมวางแผนที่ดีที่สุดตลอดกาล" 

 

CM 01/02 "เกมวางแผนที่ดีที่สุดตลอดกาล" 

"นี่คือตัวเกมที่พวกเราภูมิใจที่สุด ลงแรงหนักที่สุด ทีมงานของเราทั้งองค์กรจริงจังกับเกมภาคนี้มาก ผมจำได้ว่ามีพนักงานคนหนึ่งอดนอนติดต่อกัน 3 วัน ... เราขับเคลื่อนมันด้วยแพชชั่นสุด ๆ ไม่มีใครบ่นเรื่องงานหนัก ถึงขั้นที่บางครั้งเรายังแข่งกันด้วยว่า ใครอดนอนได้มากกว่ากัน" นี่คือคำพูดของ โอลิเวอร์ ที่ยืนยันถึงเบื้องหลังของ "ยอดเกมวางแผน" เกมนี้ 

คำชมเกิดขึ้นมหาศาลจากตัวเกมภาคนี้ ด้วยสาเหตุจากตัวเกมที่มีความละเอียดมากขึ้น คุณสนุกกับเกมนี้เพราะมัน "เรียล" ทดสอบเรื่องการจัดการของคุณเต็มรูปแบบ ไม่มีสูตรตายตัวจากสถานการณ์ที่ตัวเกมส่งมาให้ 

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อนักเตะที่ดีที่สุดในทีมคุณได้รับข้อเสนอจากทีมใหญ่ ... คุณจะต่อรองเพื่อได้เงินก้อนโตแลกกับการเสียกองหน้าที่ยิงปีละ 40 ประตู ไป ? กับอีกทางเลือก เจรจากับเขา เพิ่มค่าเหนื่อยให้มากขึ้น เพื่อรั้งตัวเขาให้เป็นตำนานสโมสร  ... หรืออีกเหตุการณ์ที่คลาสสิกและสนุกมาก ๆ คือการสร้างดาวรุ่งคนหนึ่งให้เก่งกาจ ผ่านการดูแลประคบประหงมเขาอย่างดี 

และเกมภาคนี้สร้าง "ดาวรุ่งอมตะ" ที่สร้างความทรงจำร่วมให้กับผู้เล่นทั่วโลก เช่น Cherno Samba, Tonton Zola Moukoko, Mike Duff, Taribo West, Mark Kerr, Stefan Selakovic ... เห็นรายชื่อพวกนี้ ใครที่ทันก็ต้องได้กลิ่นความคลาสสิกลอยมาแต่ไกลอย่างแน่นอน 

และในส่วนของแท็กติกที่เป็นอีกจุดโดดเด่น ณ ช่วงเวลานั้นคือ คุณสามารถอ่านค่าพลังของนักเตะฝั่งตรงข้าม และเตรียมรับมือด้วยนักเตะที่คุณมี พูดง่าย ๆ คือ ภาคนี้มีความง่ายที่จะเข้าใจในการเล่นแม้คุณจะไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษมากนัก แต่ในความง่ายนั้น ตัวเกมก็ละเอียดและมีความยากมากพอที่คุณจะไปถึงขั้นปรมาจารย์ 

ตัวผู้เขียนเองก็เคยผ่านประสบการณ์การเล่นเกม CM 01/02 มาโดยตรง จึงอยากแสดงความเห็นว่า ความสุดยอดของเกมนี้ที่แท้จริงคือ "พลังแห่งจินตนาการ" ... เพราะเกมนี้ไม่มีกราฟิก 2D หรือ 3D เลย คุณจะต้องอ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือที่บรรยายจังหวะต่าง ๆ ในการแข่งขัน สิ่งนี้ทำให้สมองของผู้เล่นเติมเต็มภาพความตื่นเต้นเอาเอง ทั้งลูกยิงเกรี้ยวกราด การเซฟระดับปาฏิหาริย์ หรือใบแดงดรามาท้ายเกม

แค่นี้ก็มากพอที่จะทำให้ CM 01/02 ครองอันดับ 1 ชาร์ตเกม PC ของสหราชอาณาจักรทันทีที่วางขาย และคว้าถ้วยรางวัลยอดขายระดับ Platinum (ยอดขายเฉพาะใน UK เกิน 300,000 ชุด) ... และถ้าถามว่าฮิตและมีอิทธิพลระดับป๊อปคัลเจอร์แค่ไหนก็ต้องบอกว่า นี่คือเกมโด่งดังข้ามวงการทั้งในหมู่แฟนบอล นักเรียน คนทำงาน นักเตะอาชีพ ไปจนถึงผู้จัดการทีมฟุตบอลในชีวิตจริง อาทิ โอเล กุนนาร์ โซลชา, อังเดร วิลลาส-โบอาส และอีกหลาย ๆ คนที่ไม่ได้กล่าวถึง 

ผู้เขียนสามารถสรุปเนื้อหาทั้งหมดสั้น ๆ ที่ทำให้เกิดตำนาน CM 01/02 ว่า "แค่ตัวหนังสือบรรยายสั้น ๆ แต่ทรงพลัง ... สิ่งนี้กระตุ้นอารมณ์ร่วมและการลุ้นระทึกได้ไม่แพ้การดูภาพเคลื่อนไหวจริง บางทีอาจจะมากกว่าตัวเกมภาคใหม่ ๆ ในยุคนี้ด้วยซ้ำ"  

ปี 2008 Eidos Interactive ผู้ถือลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายเกมภาคดังกล่าว ตัดสินใจปล่อยลิขสิทธิ์ เปิดให้คอเกมสามารถดาวน์โหลดเกม CM 01/02 ไปเล่นได้แบบฟรี ๆ ส่งผลให้เกิดระลอกความฮิตรอบใหม่ในหมู่ผู้เล่นหน้าใหม่และผู้เล่นยุคเก๋าที่ย้อนกลับมาเล่น

ทุกวันนี้ก็ยังมีคอมมูนิตี้เฉพาะของคอเกม CM 01/02 ที่ยังเล่นเกมนี้กันอยู่ แถมมีการอัปเดตนักเตะ และอัปเดตสิ่งต่าง ๆ ภายในตัวเกมตลอด เรียกได้ว่าในยุคที่คอมพิวเตอร์สมัยใหม่สามารถเล่นเกมที่มีกราฟิกระดับเหนือจินตนาการ แต่ท้ายที่สุด ภาพที่เกิดขึ้นก็ยังไม่งดงามเท่ากับภาพที่เกิดขึ้นในจินตนาการของผู้เล่นผ่านตัวหนังสือเลย 

แม้เวลาจะผ่านไปเกิน 20 ปีแล้ว CM 01/02 ก็ยังคงถูกขนานนามว่าเป็นภาคที่ "สมบูรณ์แบบและเล่นสนุกที่สุด" ของซีรีส์ และยังคงถูกเปิดเล่นบนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วโลกอยู่จนถึงทุกวันนี้ โดยคาดการณ์ว่ายังมีคนเล่นเกมนี้มากกว่า 10,000 คนเลยทีเดียว 

 

สู่อนาคต และปัจจุบันของเกมนี้ 

น่าเสียดายที่หลังจาก CM 01/02 ออกขายไม่นาน การแตกหักก็เกิดขึ้น 2 พี่น้อง คอลลีเยอร์ และ ไมล์ ยาค็อบสัน ผู้ดูแลด้านการตลาดของเกมจากฟาก Sports Interactive หรือ SI แตกหักกับ Eidos Interactive หลังจากสิ้นสุดตัวเกมภาค CM 03/04 ... แม้ Eidos จะได้ชื่อเกม CM ไปทำต่อ แต่สิ่งที่กลุ่ม 3 คนเพื่อนรักของ SI ซึ่งร่วมหัวจมท้ายมีและไม่หมดไปง่าย ๆ คือ แพชชั่น 

"มันคือการเดิมพันเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน: ระหว่าง 'เนื้อหาภายในเกม' หรือ 'ชื่อของตัวเกม' ? ... สุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์มันออกมาดีกว่าที่คิดไว้เยอะมาก" โอลิเวอร์ คอลลีเยอร์ กล่าว 

พวกเขาสร้างเกมออกมาในแบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า Football Manager หรือ FM ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้จนถึงปัจจุบัน โดยได้ SEGA เป็นผู้จัดจำหน่ายให้ ออกภาคแรกคือ FM 2005 เมื่อปี 2004 ก่อนที่ SEGA จะซื้อกิจการ SI ในปี 2006

ซีรีส์ Football Manager ได้นำพาเรามาสู่ยุคปัจจุบัน มันเห็นการพัฒนาของ Sports Interactive ทั้งในแง่ขนาดสตูดิโอ จากเริ่มต้นแค่ 2 คน เพิ่มขึ้นมามีพนักงานมากกว่า 200 คน และมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ทำให้เกมถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องของ กราฟิก, แอ็กชั่นเพลย์ต่าง ๆ, UI หรือ User Interface, Match Engine และ อัลกอริทึม ที่ทรงเสน่ห์ พร้อมจะโยนเรื่องดีสุดขั้ว หรือชั่วสุดขีด ให้คุณได้ทดสอบฝีมือในการแก้สถานการณ์ไปยังอีกระดับ 

ส่วนเรื่องความชอบและความนิยมก็เป็นเรื่องของปัจเจก หลายคนบอกว่า FM 2007 ดีที่สุด, บางคนบอก FM 2012 ซึ่งเป็นภาคที่สเกาต์นักเตะในโลกจริงได้แม่นยำ สนุกที่สุด และบางส่วนก็บอกว่า FM 2024 คือเกมวางแผนที่ดีที่สุดตลอดกาล ... ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเรื่องนานาจิตตัง เพราะคนเรากินคนละรส ชอบคนละแบบ สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือความสนุกที่ไม่เคยหายไป และตำนานของประโยคทองที่บอกว่า "อีกเกมเดียวเลิก" ที่ไม่มีอยู่จริง ก็ยังคงเป็นวลีคลาสสิกไม่เปลี่ยนแปลง 

ปัจจุบัน FM ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคลังคำในยุคใหม่ เกมนี้ถูกใช้อ้างอิงในบทความกีฬาพอ ๆ กับงานวิจัยทางวิชาการ ก่อให้เกิดหนังสือ คอมมูนิตี้ออนไลน์ และแม้กระทั่งภาพยนตร์สารคดีในปี 2014 ...  จักรวาลแห่งฟุตบอลนี้ถูกสร้างขึ้นจากความต้องการของสองพี่น้อง และมันได้เติบโตกลายเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลอย่างมหาศาลที่เติบโตไปพร้อมกับแฟนเกมที่รักและพร้อมหลงใหลไปกับมันเสมอ

ไม่ว่าจะเกมนี้จะถูกเรียกว่า CM หรือ FM ไม่ว่าคุณจะชอบเล่นเกมนี้ผ่านการดูตัวหนังสือวิ่งไปมาแบบภาคต้นฉบับ หรือกราฟิกจัดเต็มแบบเกมภาคปัจจุบัน ... นี่คือเหตุผลที่เกม ๆ นี้ยังคลาสสิกในใจของเราเสมอ 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.pcgamer.com/the-history-of-championship-manager-and-football-manager/
https://www.nytimes.com/athletic/2876413/2021/10/12/championship-manager-01-02-revisiting-an-old-friend-two-decades-on/
https://en.wikipedia.org/wiki/Championship_Manager
https://en.wikipedia.org/wiki/Championship_Manager_(video_game)

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

สรัช สวัสดีแป้น

ออกแบบภาพ กราฟิก Main Stand