
พรีเมียร์ลีก ที่ทุกคนรัก จะกลับมาเจอกับพวกเราอีกครั้งในค่ำคืนนี้
และสำหรับฤดูกาล 2026/27 ที่กำลังจะมาถึง ชยันธร ใจมูล นักเขียนของ MAIN STAND ขอรับหน้าที่พยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้า
ในซีซั่นที่ทุกท่านรอคอย อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ? นี่คือคำทำนายของเรา
ทีมแชมป์ : อาร์เซน่อล
ไม่มีทีมไหนจะโดดเด่นไปกว่าอาร์เซน่อลอีกแล้ว ปีนี้เป็นปีที่พวกเขาพร้อมยิ่งกว่าเดิม สั่งสมประสบการณ์การเป็นผู้ล่าและผู้ถูกล่ามาจนเต็มเปี่ยม การเสริมทัพที่เน้นแต่หัวเชื้อ ได้นักเตะที่ดีทั้งคุณภาพ คาแรกเตอร์ และประสบการณ์พร้อมรบ ยิ่งเมื่อมองจากคู่แข่งทีมใหญ่ ๆ ทีมอื่น ที่มีการเปลี่ยนกุนซือใหม่ และกำลังเริ่มสร้างทีม เชื่อว่าด้วยความเหนียวแน่นในเกมรับ เด็ดขาดในเกมที่ต้องการแค่ผลชนะ และการเล่นลูกตั้งเตะที่เป็นทีเด็ด .... อาร์เซน่อลคือทีมที่ราศีจับที่สุดแบบไม่ต้องสงสัย
คู่แข่งลุ้นแชมป์ : แมนฯ ซิตี้
หลายคนมองว่าการแพ้อาร์เซน่อลหมดรูป 0-3 ในเกมคอมมูนิตี้ชิลด์ ทำให้แมนฯ ซิตี้ ต้องกระเสือกกระสนหนักแน่ ๆ ในซีซั่นนี้ ... อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าการแพ้เละ ๆ ให้เห็นจุดอ่อน คือเกมตบหน้าเตือนสติทั้งนักเตะและโค้ชใหม่ของซิตี้ได้เป็นอย่างดี ก่อนซีซั่นจริงจะเริ่มขึ้น
ส่วนตัวเชื่อว่าการขาด โรดรี้ จะไม่ได้ทำให้แมนฯ ซิตี้ อ่อนไปกว่าปีที่แล้วมากนัก เพราะซีซั่นที่ผ่านมาเจ้าตัวก็บาดเจ็บลงสนามไม่ต่อเนื่องอยู่แล้ว ส่วนนักเตะคนอื่น ๆ ยังถือว่าเป็นกลุ่มขุมกำลังที่แข็งแกร่ง แม้จะไม่ใช่เกรดท็อประดับโลก 4-5 คนเหมือนในอดีต ก็ยังคงมีคุณภาพมากพอที่จะหมุนเวียนกันลงสนามในซีซั่นอันยาวนาน สิ่งเดียวที่ชวนห่วงคือนักเตะที่ต้องปรับจูนกับแท็กติกของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือใหม่ ถ้าจูนติด หา 11 ตัวจริงที่ดีที่สุดได้ไว พวกเขาจะเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่ที่สุดของอาร์เซน่อล
ท็อป 5 : อาร์เซน่อล, แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และ เชลซี ตามลำดับ
ท็อป 4+1 (เผื่อโควตาพิเศษ) ที่จะได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่ฤดูกาลหน้า ขอยกให้เป็น 5 ทีมที่กล่าวมาข้างต้นตามลำดับ ทีมที่ตัดออกคือ สเปอร์ส ที่แม้จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง แต่ไก่เดือยทอง ขาดแนวรุกที่ไว้ใจได้ ซึ่งจุดนี้อาจทำให้มีเกมที่ทำแต้มหลุดมือมากกว่า 5 ทีมนี้ ส่วนทีมรอง ๆ ลงมาอย่าง แอสตัน วิลล่า เสียตัวหลักเยอะเกินไป ขณะที่ บอร์นมัธ ก็เปลี่ยนโค้ชใหม่ ยังไม่น่าจะพร้อมขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงในตอนนี้
ทีมม้ามืดอาจขึ้นท็อป 5 : ไบรท์ตัน
ฟาเบียน เฮือร์เซเลอร์ ทำทีมมาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้อาจจะเสีย แดนนี่ เวลเบ็ค ที่เป็นตัวหลักไป แต่ภาพรวมในช่วงปรีซีซั่นถือว่าเล่นเกมรุกยอดเยี่ยม แต่ละนัดสร้างโอกาสได้เยอะตามสไตล์ ที่น่าสนใจคือตอนนี้พวกเขาเป็นทีมคนหนุ่มที่คาแรกเตอร์ดีมาก เชื่อว่าถ้าจะมีทีมที่ไม่คาดคิดว่าจะทำอันดับได้สูง ไบรท์ตันมีศักยภาพมากพอที่จะเป็นทีมนั้น
ทีมที่มีโอกาสพลิกล็อกตกชั้น : ฟูแล่ม
แน่นอนว่าเต็งตกชั้นเป็นของ 3 น้องใหม่อย่าง อิปสวิช, ฮัลล์ และ โคเวนทรี แต่ถ้าจะมีทีมไหนอีกที่ส่อลงไปเล่นในโซนนี้ด้วย มีโอกาสเป็นฟูแล่ม ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน
ฟูแล่มอยู่ได้ด้วยฟุตบอลที่เน้นแน่นอนเอาชัวร์ของ มาร์โก ซิลวา แต่ซีซั่นนี้เปลี่ยนเฮดโค้ชใหม่เป็นโค้ชประสบการณ์น้อย แถมผลงานในอดีตไม่เข้าตาอย่าง อัลบาโร่ อาร์เบลัว น่าจะมีปัญหาในการปรับจูนพักใหญ่ เพราะเจ้าตัวเองก็ไม่เคยคุมทีมเล็ก ๆ ที่มีทรัพยากรจำกัดแบบนี้ (ที่ผ่านมาคุมแค่ เรอัล มาดริด ทีมเดียว) ส่วนนักเตะที่เสริมทัพมาใหม่ก็ขาดประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกด้วย มองดูแล้ว ฟูแล่มน่าจะต้องออกแรงหนักในซีซั่นนี้
ทีมน้องใหม่ที่มีลุ้นรอดที่สุด : อิปสวิช
อิปสวิชเรียนรู้จากการตกชั้นครั้งที่แล้วได้ดี หนนี้พวกเขาใช้เงินซื้อนักเตะเสริมทัพเกือบ 200 ล้านปอนด์แล้ว และส่วนใหญ่เป็นนักเตะที่มีประสบการณ์ในเกมระดับพรีเมียร์ลีกมาแล้วทั้งนั้น เชื่อว่ากลุ่มนักเตะใหม่จะยกระดับเชิงบอลให้พวกเขาตามทีมอื่นได้ทันไม่เป็นรองจนมากเกินไป อีกทั้งกุนซือใหม่อย่าง แกรี่ โอนีล ก็เล่นฟุตบอลแบบระมัดระวังมากว่ากุนซือคนเก่าอย่าง คีแรน แม็คเคนน่า ที่เน้นเกมบุกเพรสซิ่งหนักตลอดเกม ดังนั้นเชื่อว่าความช้า ๆ ค่อย ๆ ไป จะทำให้อิปสวิชเป็นน้องใหม่ที่มีโอกาสรอดมากที่สุด
ดาวซัลโว : เออร์ลิ่ง ฮาลันด์
กาชื่อฮาลันด์ทิ้งไม่ได้จริง ๆ ในตำแหน่งดาวซัลโวซีซั่นนี้ เพราะเรื่องยิงประตูต้องไว้ใจเขายิ่งกว่าเรื่องสมุนไพรต้องไว้ใจหมอเส็ง แม้แมนฯ ซิตี้มีการเปลี่ยนกุนซือใหม่ก็ตาม
ม้ามืดดาวซัลโว : ชูเอา เปโดร, ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และ อเล็กซานเดอร์ อีซัค
ดูดี ปราดเปรียว และเฉียบคมมาก ๆ ในช่วงปรีซีซั่นกับเชลซี ภายใต้ระบบของ ชาบี อลอนโซ่ ชูเอา เปโดร จะไม่ต้องถอยลงมาล้วงบอลมากนัก เพราะมีเบอร์ 10 สองคนคู่ซี้อย่าง โคล พาลเมอร์ กับ มอร์แกน โรเจอร์ส คอยทำเกมอยู่ด้านหลัง
ขณะที่เอ็มเบอโม่ ดูจะปรับตัวได้ดีมากขึ้นกับตำแหน่งเบอร์ 9 ที่ ไมเคิล คาร์ริค ให้เขาเล่นในช่วงปรีซีซั่น ที่ทั้งยิงทั้งจ่ายเป็นว่าเล่น แถมรูปร่าง ความฟิต และความมั่นใจดูดีขึ้นมาก เป็นอีกคนที่น่าลุ้นในตำแหน่งดาวซัลโว
ส่วนคนสุดท้ายคือ อเล็กซานเดอร์ อีซัค หลังจากเจ็บไปตลอดซีซั่นที่แล้ว ผลงานดีขึ้นมาตั้งแต่ฟุตบอลโลก จนกระทั่งช่วงปรีซีซั่นที่เห็นได้ชัดว่า อันโดนี่ อีราโอล่า พร้อมใช้เป็นตัวจบสกอร์หลักของทีม ... ถ้าอีราโอล่าใช้นักเตะอย่าง จูเนียร์ ครูปี ให้ยิงระเบิดเถิดเทิงได้ด้วยวัยขนาดนั้น การใช้แข้งคุณภาพอย่างอีซัค ก็คงไม่น่าเหนือบ่ากว่าแรงเขาเท่าไรนัก
จอมแอสซิสต์ : บรูโน่ แฟร์นันด์ส
แมนฯ ยูไนเต็ดยังคงเป็นทีมที่ต้องพึ่งบรูโน่ในเกมรุกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้าไม่เจ็บ ไม่แบน ไม่ขาดลามาสาย บรูโน่จะได้ออกสตาร์ทตัวจริงแน่นอน ดังนั้นด้วยโอกาสการลงเล่นที่มากกว่า ความเข้าใจกับเพื่อนแนวรุกที่มีมากขึ้นหลังเล่นด้วยกันมาแล้ว 1 ซีซั่น ไหนจะเรื่องการรับเหมาลูกตั้งเตะแบบไม่มีใครแย่ง เชื่อว่ามีโอกาสสูงที่เขาจะป้องกันตำแหน่งนี้ได้ แต่การทำลายสถิติเดิมที่ทำไว้อาจจะต้องยากสักหน่อย เพราะซีซั่นนี้ผีแดงลงเล่นถึง 4 รายการ อาจมีบางช่วงที่เขาได้พักบ้าง ถึงแม้ปกติเจ้าตัวจะไม่ค่อยชอบพักก็เถอะ
รุกกี้ประจำปี : คริสตอส โซลิส
ตัวรุกชาวกรีกอาจเคยเล่นในพรีเมียร์ลีกมาแล้วกับ นอริช แต่ตอนนั้นเจ้าตัวก็ยังอายุแค่ 18 ปี ซึ่งยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันอะไร ทว่าตอนนี้เขาโตขึ้น พร้อมทั้งฝีเท้า ประสบการณ์ และร่างกาย สถิติทั้งยิงและแอสซิสต์ตอนอยู่กับ คลับ บรูช ยอดเยี่ยม และต่อให้ย้ายมาอาร์เซน่อล ก็รักษาสถิติการยิงและแอสซิสต์มาอย่างต่อเนื่องจนถึงเกมคอมมูนิตี้ชิลด์ ... ดังนั้น โซลิสจะเป็นไพ่ลับในจังหวะชี้เป็นชี้ตายของอาร์เซน่อล คล้ายกับที่ เลอันโดร ทรอสซาร์ เคยเป็นในซีซั่นที่แล้ว
นักเตะที่จะเป็นดีลยอดเยี่ยม : ซานโดร โตนาลี่
สเปอร์สมีปัญหากองกลางที่ไม่หนักหน่วง มีพลัง แย่งบอลเก่ง และเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้ดีมานาน การมาของโตนาลี่จะทำให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป เขาจะเป็นตัวเก็บกวาด ทำงานหนัก และทำให้แนวรับของทีมเล่นง่ายขึ้น ซึ่งนี่จะเป็นกุญแจที่ทำให้สเปอร์สในยุค โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ไม่ต้องลุ้นหนีตกชั้น แถมยังมีหวังในการไล่ล่าทีมท็อป 5 ได้อย่างสนุก การจ่าย 100 ล้านปอนด์ จะไม่ทำให้ ยิด อาร์มี่ เสียดายแน่นนอน
นักเตะที่จะเป็นดีลยอดแย่ : ซาวินโญ่
ซาวินโญ่ที่เตรียมย้ายร่วมทัพสเปอร์ส ไม่ค่อยมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก เทคนิคดีพอประมาณ แต่ก็ไม่ได้เร็วปรี๊ดถึงขั้นกระชากหาย หลอกคู่แข่งได้ง่าย ๆ สิ่งที่สำคัญคือเป็นปีกที่เล่นจังหวะสุดท้ายได้ไม่ดี เลือกผิดเลือกถูกเป็นประจำ ยิ่งมีค่าตัวถึง 75 ล้านปอนด์ที่เขาแบกไว้ เชื่อว่าเขาน่าจะต้องใช้เวลาสักพักในการปรับตัวและสร้างความมั่นใจใหม่ บางทีปีหน้าเขาอาจจะเก่งขึ้น แต่ปีนี้เชื่อว่า ... อาจจะยังน้าาา
ดาวรุ่งยอดเยี่ยม : ไบรอัน มาดโจ
เห็นฟอร์มในยูฟ่า ซูเปอร์คัพที่เล่นกับ เปแอสเช ต้องบอกเลย ไม่อยากจะเชื่อว่า ไบรอัน มาดโจ จะอายุแค่ 17 ปีเท่านั้น หมอนี่มีความคล้าย โรเมลู ลูกากู ตัวใหญ่ แข็งแกร่ง รวดเร็ว ... แม้เรื่องเทคนิคการจับบอลต่อบอลจะยังไม่ค่อยดี แต่เรื่องการพัก พิง บัง และเข้าชาร์จในรอบเขตโทษถือว่าอันตรายมาก ในปีที่ โอลลี่ วัตกินส์ อายุเริ่มเยอะ เชื่อว่ามาดโจจะได้โอกาสลงเรื่อย ๆ และถ้า อูไน เอเมรี่ หยอดลงไปถูกที่ถูกเวลา เชื่อว่าเด็กคนนี้อาจมีประตูเกิน 10 ลูกในซีซั่นนี้