Feature

เควิน-พรินซ์ vs เยโรม : 2 พี่น้อง "บัวเต็ง" กับเส้นทางคู่ขนานที่จบลงด้วยการตัดขาด | Main Stand

ในโลกฟุตบอล นามสกุล "บัวเต็ง" คือสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและพรสวรรค์ที่หาได้ยาก พวกเขาคือพี่น้องคู่แรกในประวัติศาสตร์ที่ลงสนามดวลกันเองในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เมื่อปี 2010 แถมยังเจอกันอีกหนในปี 2014

 

เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง พี่ชาย เป็นหัวใจเกมรุกของทีมชาติกานา ส่วน เยโรม น้องชาย คือปราการหลังตัวแกร่งของทีมชาติเยอรมนี 

แต่ภายใต้นามสกุลเดียวกันนี้ กลับซ่อนเรื่องราวของพี่น้องต่างมารดาที่เริ่มต้นจากจุดเดียวกัน ก่อนที่ทัศนคติ จุดยืน และความถูกต้อง จะเหวี่ยงพวกเขาให้กลายเป็นคนแปลกหน้าที่ "แอบชิงชัง" กันผ่านหน้าสื่อ  

ติดตามเรื่องทั้งหมดกับ MAIN STAND 

 

ปฐมบทแห่งความต่าง

ว่ากันว่าปมในวัยเด็กมักจะถูกเผยออกมาในสักวันหนึ่งเมื่อเด็กคนนั้นเติบโตขึ้น และดูเหมือนเรื่องราวของ 2 พี่น้อง บัวเต็ง จะเป็นอะไรที่เข้าเค้า ไม่หนีจากคำพูดดังกล่าวมากนัก

เรื่องนี้เริ่มต้นโดยชายที่ชื่อว่า พรินซ์ บัวเต็ง ผู้อพยพชาวกานาที่เข้ามาทำมากินในประเทศเยอรมันตะวันตกในช่วงปี 1980 โดย พรินซ์ มีความเป็นศิลปินและร่างกายที่แข็งแกร่งแบบนักกีฬาซึ่งน่าจะได้มาจาก DNA เพราะมีการสืบค้นอีกว่าลุงของเขา โรเบิร์ต บัวเต็ง เคยเป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติกานา ในช่วงยุค 1970-1980  

ตัวของ พรินซ์ เอง ก็มีความหวังที่จะเป็นนักฟุตบอลเหมือนกัน ทว่าระดับของเขานั้นยังไม่สูงพอ และไม่ว่าจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ เขาจึงต้องเบนเข็มไปเอาดีทางด้านการเป็นนักดนตรี ใช้เสียงเพลงหาเลี้ยงชีพ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยอารมณ์ศิลปินและความติสต์ ทำให้ พรินซ์ เป็นผู้ชายที่มีภรรยาหลายคน ... และนั่นแหละคือเหตุผลที่ เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง และ เยโรม บัวเต็ง แตกต่างกันตั้งแต่สายเลือด 

ภรรยาคนแรกของ พรินซ์ ชื่อว่า คริสติน สาวชาวเยอรมันที่เขาแต่งงานด้วย และมีลูกด้วยกันชื่อว่า จอร์จ ที่ปัจจุบันเป็นศิลปินเพลงแรป (คนละคนกับ จอร์จ บัวเต็ง อดีตนักฟุตบอลชาวกานา) และ เควิน-พรินซ์ โดย เควิน-พรินซ์ เกิดในย่านที่ชื่อว่า "เวดดิ้ง" (Wedding) ซึ่งว่ากันว่าเป็นย่านของคนจน และเต็มไปด้วยความยากลำบากในการสู้ชีวิต ซึ่งไม่แปลก หากพิจารณาว่าช่วงเวลาดังกล่าว พรินซ์ ผู้เป็นพ่อ มีลูกตั้งแต่วัยรุ่น และยังไม่ได้มีความมั่งคั่งและมั่นคงทางชีวิตมากนัก

จากนั้นไม่นาน พรินซ์ ก็เลิกรากับ คริสติน และไปมีครอบครัวใหม่กับภรรยาคนที่ 2 ชื่อว่า มาร์ติน่า เขามีลูกชายอีกคนชื่อ เยโรม และตอนนี้พวกเขาได้ย้ายมาอยู่ย่านที่ชื่อว่า "วิลเมอร์สดอร์ฟ" (Wilmersdorf) ที่สะดวกสบายกว่าในอดีตที่เขาใช้ชีวิตกับภรรยาคนแรก

ในช่วงวัยเด็กของ เควิน-พรินซ์ และ เยโรม นั้น ทั้งคู่รักกันดี พรินซ์ ทำหน้าที่พาพวกเขาไปเตะฟุตบอลอยู่ในสวนสาธารณะในกรุงเบอร์ลิน เขาเห็นแววของทั้งคู่ตั้งแต่เด็ก อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ทำหน้าที่เป็นพ่อที่อยู่กับบ้านตลอดเวลาสำหรับลูกทั้งสองครอบครัว ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและลูก ๆ มีช่วงที่ห่างเหินกันบ้าง และความห่างเหินนี้เองที่ทำให้หลายอย่างต้องเปลี่ยนไป 

ว่ากันว่าความ "ขบถ" ของ เควิน-พรินซ์ และ "ระเบียบ" ของ เยโรม กลายเป็นรอยแยกเล็ก ๆ ที่รอวันขยายตัว เมื่อทั้งคู่ก้าวเข้าสู่รั้วสโมสร แฮร์ธ่า เบอร์ลิน พร้อมกัน

"เควินเคยเป็นไอดอลของเยโรมเลยนะ ... ฉันรักเควินมากเช่นกัน เขาเป็นคนตลก และชอบทำตัวเหมือนตัวตลกที่ทำให้คนหัวเราะ เพียงแต่เขาไม่เคยยอมรับบทบาทที่เป็นรองใครได้ จากนั้นเขาเริ่มเป็นคนใจร้อน ปากไว และไม่ค่อยรักษากฎเกณฑ์ ซึ่งนั่นมักจะสร้างปัญหาเสมอ" มาร์ติน่า บัวเต็ง แม่ทางสายเลือดของ เยโรม ว่าเช่นนั้น 

 

รอยร้าวในแคมป์ทีมชาติ

เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง เป็นดาวรุ่งฝีเท้าดี แจ้งเกิดกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ได้ตั้งแต่อยู่ในวัยทีนเอจ เขาขึ้นชื่อในฐานะตัวรุกพรสวรรค์สูงและมีสไตล์การเล่นที่ดุดัน และยังคาดเดาได้ยากอีกด้วย 

ความโดดเด่นนี้ทำให้เขาถูกซื้อตัวไปอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ก่อนย้ายไปร่วมทีม พอร์ทสมัธ ในยุค แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ซึ่งในตอนนั้น ความห้าวไม่กลัวใครของเขาได้สร้างเรื่องขึ้นมาในปี 2010

ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่ พอร์ทสมัธ กับ เชลซี เควิน พรินซ์ บัวเต็ง พุ่งเข้าเสียบหนักใส่ มิชาเอล บัลลัค กัปตันทีมชาติเยอรมนีในเวลานั้น และการเสียบครั้งนั้นทำให้ บัลลัค ต้องบาดเจ็บไม่กี่วันก่อนฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจะเริ่ม และท้ายที่สุด บัลลัค พลาดไปฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเลี่ยงไม่ได้เลยที่ เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง จะกลายเป็นศัตรูหมายเลข 1 ของแฟนบอลเยอรมันในช่วงนั้น เรื่องนั้น เควิน ผิดหวัง แต่ก็เข้าใจได้ว่าการทำแบบนั้นใส่ฮีโร่ของชาติอย่าง บัลลัค นั้นมีผลใหญ่ที่จะตามมา แต่เขาไม่ได้คิดว่าน้องชายของเขาจะเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาด้วย 

เควิน-พรินซ์ มอง เยโรม เปลี่ยนไปจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เขาคิดว่าแทนที่จะปกป้องพี่ชาย เยโรมกลับเลือกข้างความถูกต้องในมุมมองของเขา โดยให้สัมภาษณ์วิจารณ์พี่ชายตนเองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ทำให้เควินโกรธจัดและกล่าวว่า "ทุกคนมีครอบครัว คุณต้องยืนหยัดเคียงข้างกัน ... แต่เขากลับวิจารณ์ผมต่อหน้าสาธารณะ ทั้งที่เราเป็นพี่น้องกัน" 

อันที่จริง เควิน-พรินซ์ ก็สร้างปัญหาให้ตัวเองอยู่บ่อย ๆ การเสียบใส่บัลลัคอาจเป็นแค่อุบัติเหตุทางฟุตบอลก็จริง แต่เขาเองก็มีเรื่องที่ทำให้โดนหมายหัวจากทีมชาติเยอรมนีเช่นกัน อย่างการเป็นหัวโจกพาทีมชาติเยอรมนีชุดยู 21 แหกเคอร์ฟิวไปเที่ยวไนท์คลับ ระหว่างลงแข่ง ตูลง ทัวร์นาเมนต์ ปี 2007 ทำให้ มัทธีอัส ซามเมอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี หรือ เดเอฟเบ ไม่พอใจ จนทำให้เขาเริ่มหลุดจากทีมชาติชุดเยาวชนตั้งแต่วันนั้น 

ซามเมอร์ยังได้พูดถึงเรื่องดังกล่าวด้วยว่า "เรามองเห็นความขาดระเบียบวินัยและความเห็นแก่ตัวบางอย่างในตัวเควิน-พรินซ์ ... เมื่อพูดถึงความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจ เยโรมเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งกว่า"

ถึงยากที่จะบอกว่าใครถูกหรือใครผิดในเรื่องนี้สำหรับคนนอก แต่ที่แน่ ๆ รอยร้าวที่จริงจังและชัดเจนได้เกิดขึ้นแล้วในเวลานี้ นับแต่นั้น ทั้งคู่จึงแยกทางกันอย่างถาวร และ เควิน ก็ไม่คิดจะแยแสอะไรอีกกับทั้งน้องชายและทีมชาติเยอรมนี 

เควิน-พรินซ์ ตอบรับข้อเสนอ เลือกเล่นให้ทีมชาติกานา และในฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ เหมือนชะตาลิขิต กานา ถูกจับสลากอยู่กลุ่มเดียวกับ เยอรมนี ที่มี เยโรม น้องชายของเขาลงสนาม และได้เจอกันในเกมรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งแม้จะเป็นพี่น้องคู่แรกที่ได้ลงสนามดวลกันเองในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย แต่การจับมือก่อนลงสนามนั้นไร้ซึ่งรอยยิ้ม เหลือแต่ความเย็นชาที่พี่น้องคู่นี้ต่างมีให้กันและกัน 

 

จุดแตกหักที่ไม่มีวันประสาน

เส้นทางเดินของทั้งคู่แตกต่างกันจากฟุตบอลโลกครั้งนั้น เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง เป็นนักเตะระดับกลาง ๆ กึ่งไปทางแข้งพเนจรที่ย้ายทีมบ่อย ๆ และมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมนอกสนามหลุดออกมาเป็นระยะ ๆ แต่ เยโรม เติบโตกลายเป็นหนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็กที่ดีที่สุดในโลกในยุคของเขา เป็นกองหลังตัวหลักของ บาเยิร์น มิวนิค ชุดคว้าทุกแชมป์ที่ขวางหน้า และยังคว้าแชมป์โลกกับทีมชาติเยอรมนี ในเวิลด์คัพ 2014 ที่บราซิล ซึ่งพี่น้องคู่นี้ได้มาดวลกันอีกครั้งด้วย 

การเห็นน้องประสบความสำเร็จ ทำให้ เควิน-พรินซ์ ไม่สบอารมณ์นัก แม้จะไม่เคยป่าวประกาศผ่านสื่อหรือวิจารณ์น้องชายตรง ๆ แต่เขามาเปิดเผยในภายหลังจากที่แขวนสตั๊ดแล้วว่า จริง ๆ เขาแอบอิจฉากับความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับเยโรม เพราะเขาคิดว่า ตนเองเป็นผู้แผ้วถางทางให้น้องชายได้เดินไปถึงจุดนั้น 

"เราไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเลย เพราะเราเป็นคนตรงข้ามกันมาก เขาชอบแข่งขันกับผมมาก แล้วผมก็เห็นเขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์ และผมก็รู้สึกเสมอว่าเขาไม่คู่ควรกับความสำเร็จนั้น" เขากล่าวกับ แอนเดรียส โปเก นักข่าวชาวกานา 

"เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะผมดันคิดว่าผมเป็นคนที่ได้ลองก้าวเดินผิดพลาด ความผิดพลาดของผมทำให้เขามีบทเรียนและหลีกเลี่ยงความผิดพลาดเหล่านั้นได้ ผมเหมือนกรุยทางให้กับเขา และมันทำให้ผมรู้สึกว่าเขาไม่สมควรได้รับสิ่งเหล่านั้น ผมขมขื่น ไม่อยากเห็นเขาได้รักความรักแบบนั้นเลย" เควิน เล่าเรื่องนี้พร้อมย้ำว่า นี่คือความคิดเขาในตอนนั้นที่ยังเป็นวัยรุ่น ซึ่งที่สุดแล้วเขาก็พบว่าตัวเองคิดผิด และยังบอกอีกว่า เคยกล่าวคำขอโทษกับน้องชายเรื่องนี้ไปแล้วด้วยตนเองด้วย 

อย่างไรก็ตาม แม้จะดูเหมือนใกล้ได้บทสรุป แต่มรสุมก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น ปี 2021 เยโรม ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในคดีทำร้ายร่างกายอดีตแฟนสาว ทันทีที่คำตัดสินออกมา เยโรม พยายามรักษาภาพลักษณ์ในการแถลงข่าวเปิดตัวกับสโมสร ลียง ว่า "ผมสัมผัสได้ถึงความเชื่อมั่นในตัวผม ทั้งในฐานะนักเตะและในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง"

แต่สำหรับ เควิน-พรินซ์ ที่เปลี่ยนตัวเองจาก "แบดบอย" มาเป็นทูตต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและนักสิทธิมนุษยชน เขาเลือกที่จะตัดขาดน้องชายผ่านบทสัมภาษณ์ใน Bild อย่างเย็นชาว่า 

"ผมแยกตัวออกมาจากเยโรมมานานแล้ว ... ผมเคารพและเชื่อมั่นในกฎหมาย ผมเกลียดความรุนแรงต่อผู้หญิง ผมไม่ขอมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่น้องชายผมทำ และนั่นคือเหตุผลที่ผมไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกับเขาอีกต่อไป"

มหากาพย์ของสองพี่น้องบัวเต็งจบลงที่คนหนึ่ง (เยโรม) ประสบความสำเร็จในสนาม แต่สูญเสียเกียรติยศในชีวิตจริง ส่วนอีกคน (เควิน-พรินซ์) แม้อาจจะไม่ใช่ผู้ชนะในเกมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่เท่า แต่วันนี้เขากลายเป็นผู้ชนะในแง่ของจุดยืนความถูกต้อง

จาก "ไอดอล" สู่ "คนแปลกหน้า" เรื่องราวของพวกเขาคือเครื่องเตือนใจว่า แม้สายเลือดจะเข้มข้นเพียงใด แต่การกระทำและทัศนคติคือสิ่งที่ขีดเส้นทางเดินที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในท้ายที่สุด

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.youtube.com/watch?v=GgfxZPU14Ak
https://thesefootballtimes.co/2021/02/15/kevin-prince-and-jerome-boateng-the-brothers-who-faced-off-in-the-world-cup/
https://ghanasoccernet.com/i-was-jealous-of-his-success-kevin-prince-boateng-on-fractured-bond-with-jerome-boateng
https://www.espn.com/soccer/story/_/id/38679897/schalke-kevin-prince-boateng-backed-jerome
https://www.goal.com/en/news/kevin-prince-wants-nothing-to-do-with-half-brother-boateng-after-ex-bayern-munich-man-found-guilty-of-assault/bchbxg2br3jk17ivhljp7ghl1

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ