
หากมีใครบอกคุณว่า ปัจจุบันกุนซือของ อาร์เซน่อล, เชลซี, ลิเวอร์พูล และ แอสตัน วิลล่า ล้วนมีจุดกำเนิดมาจาก "จังหวัดเดียวกัน" ในสเปน คุณอาจคิดว่านี่เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ
แต่เมื่อมองลึกลงไป เรื่องนี้มีที่มา เพราะ "กีปุซโกอา" (Gipuzkoa) บ้านเกิดของ มิเกล อาร์เตต้า, ชาบี อลอนโซ่, อันโดนี่ อีราโอล่า และ อูไน เอเมรี่ ที่มีประชากรแค่ 7 แสนคน แต่เมืองนี้กลับสร้างนักคิดที่ก้าวขึ้นมาคุมทีมแนวหน้าของยุโรปได้มากมาย
เมืองนี้กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะของยอดนักคิดแห่งโลกลูกหนังยุคนี้ได้อย่างไร ? ติดตามกับ MAIN STAND
สร้างนักเตะ และสร้างคน
แคว้นบาสก์ เป็นหนึ่งในดินแดนทางตอนเหนือของประเทศสเปน ประกอบด้วย 7 เมืองที่เกี่ยวพันกัน ที่แห่งนี้มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเรื่องการเมือง อาหาร ภูมิทัศน์ และรวมถึงเรื่องของฟุตบอลด้วย
และหนึ่งในเมืองที่โดดเด่นบนโลกฟุตบอลในเวลานี้ต้องยกให้ กีปุซโกอา เมืองที่เล็กที่สุดในบรรดา 50 เมืองของสเปน แต่พวกเขากำลังมีอิทธิพลอย่างมากสำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2026-27 ที่กำลังจะมาถึง ผ่านกุนซือของทีมชั้นนำอย่าง มิเกล อาร์เตต้า, ชาบี อลอนโซ่, อันโดนี่ อีราโอล่า และ อูไน เอเมรี่ ... คำถามคือเมือง ๆ นี้หล่อหลอมพวกเขามาแบบไหนกันแน่ ?

มิเกล เอตซารี หัวหน้าผู้ฝึกสอนของสมาคมฟุตบอลประจำภูมิภาคกีปุซโกอา ปัจจุบันอายุ 78 ปี คือชายคนที่สามารถเล่าเรื่องนี้ได้ดียิ่งกว่าใคร เพราะเขาเป็นคนที่รู้จักกุนซือตามชื่อที่กล่าวมาทั้งหมด โดยเฉพาะ อาร์เตต้า, อลอนโซ่ และ อีราโอล่า ที่เป็นลูกทีมของเขาตั้งแต่เด็ก
รากของนักฟุตบอลจากเมืองนี้ไม่ได้มาจากความยากจน ว่ากันว่าหลังเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 เมืองนี้ถือเป็นเมืองศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่เจริญรุ่งเรือง มีชื่อเสียงในการผลิตช็อกโกแลต, น้ำหอม และสบู่ จนเมืองนี้เป็นเมืองที่มีรายรับต่อหัวสูงที่สุดในประเทศสเปน ฟุตบอลที่นี่จึงไม่ใช่หนทางให้ครอบครัวหลุดพ้นจากความยากจนหรือไต่เต้าทางสังคม แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเสริมบุคลิกภาพในชีวิตประจำวัน

"เราสร้างนักกีฬา แต่เราก็ไม่ลืมที่จะสร้างคนด้วยเช่นกัน ... ฟุตบอลของที่นี่ถือเป็นการแสดงออกถึงเอกลักษณ์ของวิถีชีวิต และเราเป็นพวกที่ให้คุณค่ากับทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิต รวมถึงเรื่องของการแข่งขันด้วย ... เราสู้ ลงมือทำ เพื่อให้มีวันพรุ่งนี้ที่ดียิ่งขึ้น" มิเกล เอตซารี กล่าว
อธิบายเพิ่มเติมคือแม้พวกเขาจะไม่อดอยากปากแห้ง แต่วัฒนธรรมของผู้คนที่นี่ยังคงเชื่อมั่นเรื่องการทำงานหนัก และการหาทางพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ มันทำให้พวกเขาเห็นโอกาสและช่องทางต่าง ๆ ในการเติบโตทั้งทางอาชีพและจิตวิญญาณ ซึ่งแต่ละคนเหมือนมีภารกิจเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ นั่นคือการออกตามหาตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดให้ได้
"ตั้งแต่เริ่มต้นของประวัติศาสตร์ ชาวบาสก์เป็นชนชาติที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาโดยตลอด" มิเกล เอตซารี
"ทุกคนต้องทำงาน ตอนอายุ 14 ปี ผมทำงานในโรงงาน เล่นฟุตบอลที่ชายหาด และเรียนเพื่อสอบ... ไม่ใช่แค่ผม แต่ทุกคนรอบตัวผมก็เช่นกัน วัฒนธรรมแห่งความพยายาม การทำงานหนัก และการก้าวหน้าในชีวิต เป็นเรื่องปกติในแคว้นบาสก์แห่งนี้"

พ่อของ อาร์เตต้า ทำงานธนาคาร, ครอบครัวของ อีราโอล่า เป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับการค้าหินอ่อน, ครอบครัวของ ชาบี อลอนโซ่ และ อูไน เอเมรี่ ก็มีพื้นฐานด้านฟุตบอลมาหลายชั่วอายุคน ... ครอบครัวของพวกเขาห่างไกลคำว่ายากจนทั้งนั้น... สิ่งนี้ยืนยันได้ว่าการยกระดับตัวเอง บางครั้งคุณไม่จำเป็นต้องเริ่มจากความแร้นแค้นก็ได้ แต่คุณแค่อยากดีขึ้น เก่งขึ้น และเติบโตขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็เป็นแรงบันดาลใจในการถีบตัวเองได้ดีไม่แพ้ความยากจนเลย
ด้วยความที่ผู้คนไม่มีปัญหาปากท้อง รัฐสามารถเก็บภาษีจากรายได้เยอะ มันก็ส่งผลต่อด้านฟุตบอลด้วย พื้นที่แถบนี้จึงเต็มไปด้วยสนามฝึกซ้อม สนามแข่งที่มีคุณภาพสูง ทำให้เยาวชนมีโอกาสพัฒนา เติบโต และก้าวขึ้นมาเป็น "คนฟุตบอล" ที่มีคุณภาพได้
อาร์เตต้า, อลอนโซ่ และ อีราโอล่า เคยเล่นทีมเยาวชนท้องถิ่นทีมเดียวกันชื่อว่า อันติกูโอโก (Antiguoko) พวกเขาสนิทสนมกันตั้งแต่จำความได้ และยังมีหลายคนที่มาจากเมืองนี้ทั้ง จูเล็น โลเปเตกี, โฆเซ่ หลุยส์ เมนดิลิบาร์ หรือแม้แต่ ชิกิ เบกิริสไตน์ อดีต ผอ.กีฬาผู้สร้างยุคทองให้ แมนฯ ซิตี้ ก็มีจุดเริ่มต้นที่นี่เช่นกัน
ความเข้มแข็งของวัฒนธรรมฟุตบอลในแคว้นนี้ยังยืนยันได้จาก 2 สโมสรจากแคว้นบาสก์อย่าง แอธเลติก บิลเบา ที่จะใช้แต่นักเตะท้องถิ่นเท่านั้น แต่ก็ยังสามารถกลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งในลีกสเปนได้มาอย่างยาวนาน ส่วน เรอัล โซเซียดัด แม้จะไม่ได้ใช้นักเตะท้องถิ่นล้วน ๆ แต่ทุก ๆ ซีซั่นจะมีนักเตะเชื้อสายบาสก์อยู่ในทีมของพวกเขา 60-70%
วัฒนธรรมสร้างนักค้นคว้าและนักคิด
คำตอบของความเชี่ยวชาญอาจไม่ได้มาจากยีนหรือพันธุกรรมอย่างเดียว แต่ของแบบนี้ทุกอย่างรอบตัวล้วนเกี่ยวข้อง และบางวัฒนธรรมของที่นี่ก็สามารถกลายเป็นเบ้าหลอมที่ทำให้พวกเขาส่วนใหญ่มีความช่างคิด ช่างสงสัย และเป็นคนที่ชอบถกเถียงเพื่อหาความจริง
สำนักข่าว BBC เคยเสนอวิดีโอสารคดีเรื่อง "Txokos : The Secret Basque Dining Club" (โชโก : ความลับแห่งอาหารของสมาคมชาวบาสก์) โดยส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเมือง กีปุซโกอา ว่า พวกเขามีวัฒนธรรมในการสร้างสมาคมที่จะให้ทุกคน โดยเฉพาะ "ผู้ชาย" มารวมตัวกันเพื่อปิ้งหรือย่างเนื้อสัตว์ในมื้อเย็น
Txokos ที่แปลตรงตัวว่า "ความอบอุ่น" นั้น ฉากหน้าคือการกินอาหารร่วมกัน แต่เบื้องหลังของวัฒนธรรมนี้ คือการแบ่งปันความรู้ ถกเถียง และเรื่องราวต่าง ๆ อย่างจริงจัง และต้องหาคำตอบของคำถามนั้นร่วมกันให้ได้ชัดเจนที่สุด
และในวงสนทนานี้ไม่ใช่แค่วงกิน ดื่ม หรือพูดคุยของคนในครอบครัวเท่านั้น แต่มันคือวงที่ขยายกว้างและเปิดรับผู้คนท้องถิ่น บ้านใกล้เรือนเคียง เหตุนี้จึงทำให้บทสนทนาในวงนั้นกว้างขึ้นด้วย
วัฒนธรรมนี้อาจบ่มเพาะให้พวกเขาเป็นคนที่ชอบวิเคราะห์ มีเหตุมีผล มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการแลกเปลี่ยน เพื่อทำให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับผ่านบทสนทนาอันชาญฉลาด
ความสงสัยใคร่รู้โดยสัญชาตญาณ บวกกับการเปิดรับแนวคิดใหม่ ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งนิสัยของคนเมืองท่าที่มีทัศนคติที่เปิดกว้าง และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ชาวบาสก์จำนวนมากมองว่าความกล้าหาญในการผจญภัยและการสำรวจนั้นเป็นรากฐานสำคัญของจิตวิญญาณของภูมิภาคนี้

อาร์เตต้า ย้ายออกจากเมืองตั้งแต่อายุ 17 ปี ไปที่ บาร์เซโลนา ก่อนจะย้ายประเทศไปที่ ฝรั่งเศส สกอตแลนด์ และ อังกฤษ ส่วน อันโดนี่ อีราโอล่า เดินทางไปฝึกเป็นโค้ชที่สหรัฐอเมริกาในช่วงที่เล่นให้กับ นิวยอร์ก ซิตี้ เอฟซี ส่วน อูไน เอเมรี่ ก็เคยไปทดสอบฝีมือตัวเองด้วยการไปถึงกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ก่อนที่เขาจะกลับมาคุมเซบีย่า และเริ่มคว้าแชมป์แรกในอาชีพกุนซือ
คุณจะพบว่าแม้พวกเขาเติบโตมาจากรากฐานฟุตบอลแบบเดียวกัน แต่กุนซือแต่ละคนที่กล่าวมาต่างก็มีเส้นทางอาชีพของตัวเองที่แตกต่าง พวกเขาเดินทางเพื่อเจอศาสตร์ฟุตบอลของประเทศต่าง ๆ ทำให้สไตล์การคุมทีมของพวกเขาไม่ได้เหมือนกันทั้งหมดแบบก๊อปกันมา แล้วแต่ว่าพวกเขาได้ไปเรียนรู้ศาสตร์ต่าง ๆ มาจากที่ไหน
ทว่าแก่นของความเป็นบาสก์ยังคงอยู่ ทีมของพวกเขายังคงขับเคลื่อนด้วยวิธีการทำงานที่ทุกคนในทีมต้องมีวินัยสูง มีความทรหดอดทนกับการซ้อมที่หนักหน่วงจริงจัง และที่ขาดไม่ได้คือการหมกมุ่นกับรายละเอียดเพื่ออัปเกรดทีมให้เป็นทีมที่ดีขึ้นหรือมีจุดแข็งเพิ่มขึ้นเสมอ ความเป็นคนเมืองเล็ก ๆ อย่างกีปุซโกอา จากแคว้นบาสก์ จึงเป็นสารตั้งต้นที่ดีแต่ไม่คงรูป ขึ้นอยู่กับว่ากุนซือเหล่านั้นจะจินตนาการถึงแท็กติกในฝันของพวกเขาอย่างไรต่างหาก
ชาวเหนือนั้นแข็งแกร่ง
ฟุตบอลระดับสูงคือการแบกรับสิ่งต่าง ๆ มากมาย ทั้งความกดดัน การใช้ร่างกายที่หนักหน่วง และการรับมือกับเรื่องต่าง ๆ ที่วุ่นวาย สิ่งสำคัญคือการผ่านวันแย่ ๆ ในอาชีพนี้ได้นั้น ต้องอาศัยทั้งร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่งทั้งสิ้น ซึ่งการเป็นชาวเมืองกีปุซโกอา หรือทางแคว้นบาสก์นั้น อาจได้รับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่บรรพบุรุษ
ด้วยสภาพอากาศที่เย็นกว่าและมีฝนตกมากกว่าทางตอนเหนือของสเปน อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนทางเหนือนั้นแข็งแกร่ง ครั้งหนึ่ง ราฟา เบนิเตซ ที่เคยคุมทีม ลิเวอร์พูล เล่าว่า ถ้าเขาจะซื้อนักเตะสเปนมาค้าแข้งในอังกฤษ เขาจะเน้นไปที่นักเตะที่มาจากตอนเหนือมากกว่า เนื่องจากพื้นเพของคนเหนือมีความแข็งแกร่งและความอดทน เหมาะสมกับพรีเมียร์ลีกมากกว่า
ด้วยเหตุนี้ คุณสมบัติเหล่านี้จึงอาจทำให้นักเตะชาวบาสก์มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้นในการปรับตัวจากบทบาทนักเตะเข้าสู่บทบาทโค้ช ตามรายชื่อที่กล่าวมา พวกเขาใช้เวลาแทบจะในทันทีหลังการแขวนสตั๊ด และผันตัวมารับงานโค้ชทันที และมีเส้นทางพัฒนาที่ไต่ระดับขึ้นอย่างชัดเจน

ในฐานะผู้จัดการทีม คุณต้องแบกรับชั่วโมงทำงานยาวนาน งานหนัก และความกดดัน สิ่งเหล่านี้ยากมากสำหรับคนธรรมดา ๆ จะรับไหว การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการก้าวไปสู่จุดสูงสุด
เมื่อยอดนักคิดเหล่านี้เดินทางมาถึงพรีเมียร์ลีก ลีกที่ขึ้นชื่อว่าเน้นพละกำลังและความเร็วที่สุดในโลก พวกเขาจึงรับมือกับสิ่งต่าง ๆ ทั้งหน้าฉากและหลังฉากได้ดี โดยเฉพาะในรายของ อาร์เตต้า ที่พาทีมอาร์เซน่อลเป็นแชมป์ลีกได้สำเร็จ หลังล้มเหลวมาถึง 3 ปีติดต่อกัน, อีราโอล่า เคยไม่ชนะใครเลย 9 เกมแรกของเขากับ บอร์นมัธ (แพ้ 6 เสมอ 3) แต่ตอนนี้เขาจะได้คุมสโมสรที่คว้าแชมป์ลีกมากที่สุดในประเทศ ขณะที่ อูไน เอเมรี่ ที่โดนล้อเลียนตั้งแต่เรื่องสำเนียงการพูด และปรัชญาฟุตบอลอันน่าเบื่อ ทำไปทำมาเขากลายเป็นกุนซือที่พา วิลล่า ไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 2 ครั้ง ใน 3 ซีซั่น นอกจากนี้ยังพ่วงแชมป์ยูโรปาลีก อีกด้วย

ในรายของ ชาบี อลอนโซ่ อาจจะต้องพิสูจน์ตัวเองกับฟุตบอลอังกฤษใหม่ แต่ครั้งหนึ่งเขาก็เป็นโค้ชที่รับงานคุมทีมชุดใหญ่ครั้งแรกที่ เลเวอร์คูเซ่น และเปลี่ยนให้ทีมกลายเป็นแชมป์ไร้พ่าย ด้วยการใช้เวลาสร้างทีมแค่ 2 ซีซั่นเท่านั้น
สำหรับพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026-27 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ... เรากำลังจะได้เห็นว่ากลุ่มโค้ชที่มาจากต้นกำเนิดเดียวกันแบบ Made in Guipuzcoa จะสร้างความบันเทิงให้กับคนดู ไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาตัวเองของพวกเขาได้แค่ไหนกันแน่
แหล่งอ้างอิง :
https://www.nytimes.com/athletic/4904302/2023/09/28/arteta-emery-iraola-premier-league-guipuzcoa-managers/
https://jobsinfootball.com/blog/why-does-the-basque-country-produce-so-many-top-coaches/
https://www.theolivepress.es/spain-news/2026/05/23/the-genius-of-gipuzkoa-how-spains-smallest-province-is-dominating-english-football/
https://www.flashscore.com/news/soccer-premier-league-gipuzkoa-the-tiny-basque-province-proving-to-be-a-gold-mine-of-top-football-managers/YLLyeXw8/
https://www.bbc.com/travel/article/20160105-spains-secret-food-societies
https://www.greatbritishchefs.com/features/beronia-secret-world-of-txoko