
ความยิ่งใหญ่ของ "ฟุตบอลโลก" มักถูกบอกเล่าผ่านหน้าประวัติศาสตร์ของความสำเร็จ หยาดเหงื่อของแชมป์โลก และคราบน้ำตาของเหล่าผู้ท้าชิง
แต่ในอีกมุมหนึ่ง มนต์ขลังและสัจธรรมอันโหดร้ายของทัวร์นาเมนต์นี้ กลับถูกสะท้อนออกมาได้อย่างทรงพลังที่สุดผ่าน "ความว่างเปล่า" ของอีกหลายคน หนึ่งในนั้นชื่อ ไรอัน กิ๊กส์
"0 นาที" ของเขาในฟุตบอลโลก ถึงขั้นเคยทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า เขาน่าจะเลิกเล่นให้เวลส์ และเลือกทีมชาติอังกฤษในยุคสมัยที่ขาดแคลนปีกซ้ายอย่างหนักให้รู้แล้วรู้รอด
ติดตามเรื่องราวทั้งหมดกับ MAIN STAND
"พาสปอร์ตสีแดง" ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
ว่ากันด้วยเรื่องฟุตบอลล้วน ๆ ไม่มีชายคนไหนที่จะประสบความสำเร็จในฟุตบอลอังกฤษเท่ากับ ไรอัน กิ๊กส์ อีกแล้ว ... เขาคือประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจอย่างแท้จริง
การค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเล่นในระดับสูงนานกว่า 20 ปี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 13 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 2 สมัย และถ้วยแชมป์อื่น ๆ อีก 34 โทรฟี่ ... ถ้าคุณจะบอกว่าเขาไม่เก่ง นั่นคงเป็นเรื่องที่ตลกสิ้นดี เพราะไม่ว่าจะเอาอะไรมาวัด ก็แทบหาเหตุผลมาแย้งไม่ได้ว่า กิ๊กส์เป็นนักเตะที่ไร้คุณภาพตรงไหน
สำหรับแฟนบอลปีศาจแดงที่โตขึ้นมาและทันได้ดูฟุตบอลในยุค 1990 หรือหลังช่วงที่ กิ๊กส์ ผู้เป็นนักเตะคนแรกของ คลาส ออฟ 92 อันโด่งดัง ได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ คุณจะเข้าใจดีว่านักเตะที่เร็วเหมือนลมพัด คล่องตัวแบบไม่น่าเชื่อ เลี้ยงบอลติดเท้าด้วยเทคนิค "ซ้ายข้างเดียว" อันแพรวพราว และที่สำคัญยังมีคาแรกเตอร์ที่สะท้อนความเป็น "เด็กผียุคป๋า" ได้ตรงเป๊ะ ... หรือง่ายที่สุดคุณแค่เปิดคลิปของเขาใน YouTube ดู ก็น่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนมากขึ้น
เขาคือหนึ่งในสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทว่า ในระดับนานาชาติ โชคชะตาของกิ๊กส์ถูกกำหนดไว้ด้วย "พาสปอร์ตสีแดง" ของเวลส์ ที่ย้อนกลับไปในยุคที่กิ๊กส์ยังโลดแล่นอยู่บนยุทธจักร พวกเขาไม่สามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายในฟุตบอลโลกหรือยูโรเลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยครั้งแรกก่อนหน้านี้ที่เวลส์ได้แข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ต้องย้อนไปถึงปี 1958 เลย
ตลอดอาชีพการค้าแข้ง กิ๊กส์พยายามแบกความหวังของชาติพันธุ์ในทุกรอบคัดเลือก แต่ผลลัพธ์กลับจบลงด้วยความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใกล้เคียงที่สุดคือเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก นัดเจอกับโรมาเนียในปี 1993 และเกมเพลย์ออฟฟุตบอลยูโรกับรัสเซียในปี 2003 แต่สุดท้าย "มังกรแดง" ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ตกรอบคัดเลือกทุกครั้งไป ซึ่งกว่าจะได้ไปฟุตบอลโลกอีกครั้งก็ล่วงเลยถึงปี 2022 เป็นช่วงที่กิ๊กส์เลิกเล่นไปแล้ว
ทว่าช่วง 20 ปี กับนักเตะอย่างกิ๊กส์ ที่สามารถใช้คำว่า "ฟอร์มดีเป็นตัวหลักทุกปี" ก็มีเรื่องราวคู่ขนานเกิดขึ้นเสมอ ยิ่งกิ๊กส์ผลงานดีกับแมนฯ ยูไนเต็ดเท่าไหร่ เขายิ่งผิดหวังกับผลงานในฟุตบอลทีมชาติรอบคัดเลือกของเวลส์เท่าไหร่ ก็เกิดทฤษฎีสมคบคิดขึ้นมาในกลุ่มแฟนบอลอังกฤษ และแน่นอนว่าสื่อก็ชอบมากที่จะเอาประเด็นนี้มาขยี้บนหน้าหนังสือพิมพ์
มันคือการนำเสนอแนวคิดว่า จะดีขนาดไหนถ้ากิ๊กส์มาเล่นให้ทีมชาติอังกฤษแทน เพราะในยุคนั้น ว่ากันว่าอังกฤษขาดแค่ปีกซ้ายฝีเท้าดีเท่านั้นก็จะกลายเป็นทีมที่สมบูรณ์แบบ ... และนั่นแหละที่ทำให้เรารู้ว่าการให้ความสำคัญในฟุตบอลโลกนั้น คือทัวร์นาเมนต์ที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องในวงการนี้ต่างเฝ้าคอย และอยากจะประสบความสำเร็จให้ได้สักครั้งในชั่วชีวิตของตัวเอง
เมื่ออังกฤษอยากได้ปีกซ้าย
ในช่วงเวลาที่กิ๊กส์พีก ๆ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ทีมชาติอังกฤษขาดแคลนนักเตะตำแหน่งปีกซ้ายธรรมชาติอย่างหนัก ยกตัวอย่างเช่น ฟุตบอลโลก 1998 เกล็น ฮอดเดิ้ล ต้องปรับให้ทีมเล่นระบบ 3-5-2 และเหตุผลที่ขาดปีกซ้ายอาชีพชั้นดีก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลเรื่องนี้ พวกเขาใช้ แกรม เลอ โซ แบ็กจาก เชลซี เล่นวิงแบ็กเพื่อแก้ปัญหา
ในยุคทศวรรษ 2000 ทีมชาติอังกฤษเข้าสู่ยุค "Golden Generation" ที่อุดมไปด้วยสตาร์ระดับโลก แต่จนแล้วจนรอด ปีกซ้ายระดับกิ๊กส์ที่รอให้มาเกิดเป็นคนอังกฤษก็ไม่มีจริง
ฟุตบอลโลก 2002 สเวน-โกรัน อีริกส์สัน เลือกเล่นระบบ 4-4-2 แก้ปัญหาปีกซ้ายด้วยการเอา พอล สโคลส์ ไปเล่น โดยมีปีกซ้ายธรรมชาติติดไปคนเดียวคือ เทรเวอร์ ซินแคลร์ ปีกจากทีมระดับกลางค่อนล่างในช่วงนั้นอย่าง เวสต์แฮม
ฟุตบอลโลก 2006 ปีกซ้ายเป็น โจ โคล, 2010 ใช้ เจมส์ มิลเนอร์ สลับกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ 2014 ใช้ อดัม ลัลลาน่า ... นี่คือปีกซ้ายของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอล ตอนที่ ไรอัน กิ๊กส์ ยังร้อนแรงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด
ไม่แปลกเลยที่ช่วงหนึ่ง แทบทุกครั้งที่อังกฤษล้มเหลวในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ชื่อของ ไรอัน กิ๊กส์ จะถูกหยิบขึ้นมาพูด ผู้คนจินตนาการถึงแดนกลางที่มีทั้ง เบ็คแฮม สโคลส์ เจอร์ราร์ด และกิ๊กส์ ที่สื่ออังกฤษจำนวนมากเชื่อว่าเขาคือชิ้นส่วนที่หายไป
แม้กระทั่งอดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษอย่างอีริกส์สัน ยังเคยกล่าวว่า กิ๊กส์คือผู้เล่นประเภทที่อังกฤษอยากมีอยู่ในทีม เพราะตำแหน่งริมเส้นฝั่งซ้ายเป็นจุดที่พวกเขาขาดคุณภาพมานาน และหานักเตะแบบกิ๊กส์ไม่ได้อีกแล้ว แม้แต่คนที่ใกล้เคียงก็ตาม
นอกจากนี้ ในช่วงปี 2003 ที่อังกฤษเจอกับเวลส์ของกิ๊กส์ สเวนถึงขั้นแซวผ่านสื่อว่า "ตัวของกิ๊กส์อยากเล่นให้อังกฤษแน่นอน แต่สุดท้ายเขาก็ไม่มีสิทธิ์จะเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ ไม่มีสิทธิ์ไปเล่นในฟุตบอลโลก ไม่ได้ลงเล่นชิงแชมป์ยุโรปหรืออะไรทั้งนั้น"
ขนาดโค้ชใหญ่ยังอดพูดถึงไม่ได้ ไม่แปลกเลยที่จะเกิดคำถามในหมู่แฟนบอลทีมชาติอังกฤษว่า ถ้าวันนั้น ไรอัน กิ๊กส์ เลือกเล่นให้อังกฤษ ปีกซ้ายของสิงโตคำรามคงจะไร้เทียมทาน และอังกฤษอาจไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกได้สักครั้ง ... นี่เป็นสมมติฐานที่ไร้คำตอบ เราไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเป็นเช่นนั้น แต่ที่แน่ ๆ มันก็แสดงให้เห็นว่า ฟุตบอลโลกสำคัญจนสามารถทำให้ชาติอนุรักษ์นิยมอย่างอังกฤษ ยังอดจินตนาการเรื่องการโอนสัญชาติของ ไรอัน กิ๊กส์ ไม่ได้เลย
จบแบบคลาสสิกฉบับโลกแห่งความจริง
สาเหตุที่เรื่องของกิ๊กส์กับทีมชาติอังกฤษ ถูกพูดถึงตลอด 20 ปีหรือในช่วงที่เขาค้าแข้งก็เพราะ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นจากรสชาติชีวิตมนุษย์ทุกคนที่มักจะถูกตัดสินจากคนอื่นด้วยความคิดผิด ๆ จากมุมมองที่แตกต่างกัน
"ปัญหาเกิดขึ้นเพราะผมเคยเล่นให้กับทีมเยาวชนอังกฤษ แต่เป็นเพราะผมเรียนที่อังกฤษ และนั่นคือเกณฑ์ในการคัดเลือก ไม่ใช่ว่าคุณเกิดที่ไหน"
"สิ่งที่ทำให้ผมหงุดหงิดที่สุดในอาชีพการงานของผม คือการได้ยินคนพูดว่าผมเลือกที่จะเล่นให้ทีมชาติเวลส์ ทุกวันนี้ผมยังได้ยินอยู่เลย คนพูดถึงเรื่องนี้ในวิทยุแม้กระทั่งตอนนี้ มันน่ารำคาญมาก ๆ สำหรับผม"
เขาเคยลงเล่นให้กับทีมเยาวชนนักเรียนอังกฤษถึง 9 ครั้ง รวมถึงการเป็นกัปตันทีมในเกมที่พบกับเวลส์ที่เมืองสวอนซี แต่อันที่จริง กิ๊กส์เกิดที่เมือง คาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์ มีพ่อและแม่เป็นชาวเวลส์แท้ ๆ รวมถึงปู่ย่าตายายก็เป็นชาวเวลส์ทั้งหมด เขาจึงไม่มีเชื้อสายอังกฤษทางสายเลือดเลย
แต่ทฤษฎีนี้เกิดขึ้นเมื่อครอบครัวของเขาย้ายจากเวลส์มาอยู่ที่ ซัลฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ตอนที่เขาอายุ 6 ขวบ ซึ่งจุดนี้เองทำให้เกิดภาพจำผิด ๆ ขึ้นมา
ภาพจำที่ว่าคือภาพหรือวิดีโอที่กิ๊กส์ใส่เสื้อทีมชาติอังกฤษตอนเด็ก คือทีมเยาวชนนักเรียนอังกฤษ และตอนนั้นเขายังใช้นามสกุลพ่อ เป็น ไรอัน วิลสัน อยู่เลย ก่อนที่พ่อกับแม่จะแยกทางกัน และเขาเลือกอยู่กับแม่ จนทำให้เขาอยากใช้นามสกุลของแม่มากกว่า
ส่วนเรื่องทีมนักเรียนอังกฤษนั้น ถ้าว่ากันตามกฎ ในสมัยนั้นอนุญาตให้นักเตะที่ "เรียนหนังสือ" ในท้องที่นั้น ๆ ลงเล่นได้ กิ๊กส์ซึ่งเรียนอยู่ในอังกฤษจึงได้เป็นกัปตันทีมชุดนักเรียนอังกฤษ แต่นั่นเป็นเพียงทีมสมัครเล่นระดับเยาวชน ไม่ใช่ทีมชาติที่รับรองโดยฟีฟ่า
ภาพจำนั้นเองที่ทำให้หลายคนอดเอาไปจินตนาการต่อและอดเสียดายไม่ได้ จนเกิดวลีคลาสสิกที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "ถ้า" มากมาย
"ผมหวังว่ากิ๊กซี่จะเป็นคนอังกฤษ สเวนก็เคยพูดแบบนั้นกับผมเหมือนกัน แต่นั่นก็แค่ความหวังใช่ไหมล่ะ ?”
"คนเราก็หวังอะไรได้ทั้งนั้น เหมือนกับผมที่หวังว่า รอย คีน จะเป็นคนอังกฤษ รวมถึงนักเตะเก่ง ๆ อย่าง เคนนี่ ดัลกลิช ด้วย" แกรี่ เนวิลล์ กล่าวพร้อมรอยยิ้มเมื่อถูกถามถึงประเด็นนี้ ซึ่งเขาขีดเส้นไว้ว่า เป็นได้แค่ความหวังเท่านั้น
ทว่าความจริงนั้นชัดเจนเสมอ กิ๊กส์ไม่สามารถเล่นให้ทีมชาติอังกฤษได้ และตัวเขาเองก็พูดยืนยันหลายครั้งว่า ต่อให้โอนสัญชาติได้ เขาก็จะไม่ทำ เพราะเขาเชื่อว่าตัวเองเป็นชาวเวลส์ 100% และภาคภูมิใจเสมอที่ได้รับใช้ทีมมังกรแดง แม้จะไม่เคยได้ลงเล่นในรายการระดับเมเจอร์เลยตลอดอาชีพก็ตาม ไม่ว่าใครจะอยู่บนโลกแห่งความฝัน แต่กิ๊กส์ยังเชื่อมั่นในโลกแห่งความจริงเสมอ
"ผมเป็นคนเวลส์ 100 เปอร์เซ็นต์ พ่อแม่และปู่ย่าตายายผมเป็นคนเวลส์ทุกคน ผมไม่เคยมีสิทธิ์เล่นให้ทีมชาติอังกฤษ และต่อให้มีสิทธิ์ ผมก็จะไม่ทำ เพราะผมภูมิใจที่เป็นคนเวลส์" กิ๊กส์ยืนยันเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
อย่างไรเสีย เขาก็อดผิดหวังไม่ได้ที่ตลอดอาชีพอันยิ่งใหญ่ของเขา หากได้ไปฟุตบอลโลกครั้ง มันคงจะช่วยเติมเต็มบางสิ่งที่ขาดไปของตนเองได้ดีกว่านี้ ... นี่คือพลังที่ดึงดูดของฟุตบอลโลก รายการที่คนรักฟุตบอลอดตื่นเต้นไม่ได้ เมื่อรอบ 4 ปีเวียนมาบรรจบ
"ผมโชคดีที่ประสบความสำเร็จมากมายในอาชีพค้าแข้ง แต่การประสบความสำเร็จกับทีมชาติคือหนึ่งในเป้าหมายที่ผมยังทำไม่สำเร็จ"
"มันเป็นความผิดหวังเสมอที่ไม่เคยได้ไปเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่กับเวลส์ และต้องยอมรับว่าความรู้สึกนั้นจะอยู่กับผมตลอดไป" ไรอัน กิ๊กส์ กล่าวทิ้งท้าย
แหล่งอ้างอิง
https://www.augustman.com/sg/sports/in-conversation-manchester-united-legend-ryan-giggs/
https://www.theguardian.com/football/2010/oct/02/ryan-giggs-interview
https://www.walesonline.co.uk/sport/football/football-news/outrage-as-sven-mocks-giggs-2358464
https://www.thenorthernecho.co.uk/news/6975907.neville-wishing-welsh-star-giggs-english/
https://www.skysports.com/football/news/2247435/giggs-annoyed-by-england-talk?