
ในโลกฟุตบอลมีคำบางคำที่ไม่ได้เกิดจากพจนานุกรม แต่มาจากประสบการณ์ของแฟนบอลล้วน ๆ และคำว่า "Spursy" ก็เป็นหนึ่งในนั้น
คำ ๆ นี้ไม่ใช่คำด่าตรง ๆ แต่เป็นคำที่แฝงความหมายเจ็บแสบ เพราะมันสะท้อนภาพจำของสโมสรอย่าง ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ที่เปรียบเสมือน "ตัวโดน" แห่งเกาะอังกฤษ
คำถามคือ วลีนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ? และเหตุใดไม่ว่าจะเป็นโค้ชอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, โชเซ่ มูรินโญ่, อันโตนิโอ คอนเต้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ อิกอร์ ทูดอร์ ในเวลานี้ก็ยังแก้ไม่ได้
นี่คือเรื่องราวของคำคำเดียวที่กลายเป็นเงาตามหลอกหลอนสโมสรสีขาวแหล่งลอนดอนเหนือมายาวนาน ติดตามกับ Main Stand
“Spursy” คืออะไร ?
คำว่า Spursy เป็นคำสแลงของแฟนบอลอังกฤษที่เกิดจากการเอาชื่อเล่นของทีมอย่าง “Spurs” มาผสมกับการเติมคำลงท้ายแบบคุณศัพท์(Adjective) ที่ใช้ขยายคำนาม พูดง่าย ๆ คือคำนามคือคำว่า Spurs แต่พอเติมตัว y เข้าไปจะได้เป็นคำว่า Spursy และถ้าจะอธิบายให้เข้าใจก็คงต้องใจคำว่า "เอ็งนี่มัน สเป๊อร์(เสียงสูง) สเปอร์ส!" คงจะเห็นภาพมากที่สุด
Spursy คือคำที่ใช้แซวเวลาที่ สเปอร์ส มักจะทำผลงานหรือทำอะไรที่แย่ ๆ หรือดูตลกออกมา GOAL.com เล่าว่า คำศัพท์คำนี้เริ่มเกิดขึ้นในช่วงยุค 2000s เป็นต้นมา ซึ่งเป็นช่วงที่ สเปอร์ส พยายามจะสร้างทีมขึ้นมาทาบรัศมีเหล่าบิ๊ก 4 ในเวลานั้นอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี, อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล
แม้จะเข้าใกล้ได้มากขึ้นแต่ก็ยังห่างไกลจากถ้วยรางวัลและความสำเร็จ นั่นทำให้แฟนบอลทีมอื่น ๆ มองว่าแฟนบอล สเปอร์ส ชอบคิดว่าตัวเองเป็นสโมสรใหญ่เกินความเป็นจริง เพราะท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็ทำได้แค่เกือบเท่านั้น แต่ไม่เคยได้เข้าใกล้คำว่าทีมยักษ์ใหญ่แห่งอังกฤษจริง ๆ สักที

GOAL ยังอธิบายต่อว่าคำว่า Spursy มีความหมายชัด ๆ ที่สุดคือ "การเกือบประสบความสำเร็จ แต่โยนมันทิ้งไปในตอนจบ" และ "ทีมที่เปราะบางไร้ความสม่ำเสมอ ไม่สามารถทำตามความคาดหวังได้ และมักจะแตกสลายเมื่อเข้าใกล้ชัยชนะ"
เหตุการณ์ที่ยืนยันคำอธิบายดังกล่าวได้ดีก็คือ การนำ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-0 ในครึ่งแรกที่ไวท์ ฮาร์ทเลน เมื่อปี 2001 แต่ครึ่งหลัง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ปลุกใจด้วยประโยคในตำนานว่า "ไอ้หนู พวกนี้มันก็แค่ท็อตแน่มนะโว้ย" จนสุดท้าย ปีศาจแดง พลิกกลับมายิงชนะ 5-3 ในภายหลัง
นอกจากนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมายังมีเหตุการณ์มากมายนับไม่ถ้วนที่สเปอร์สทำพลาดเอง หรือไม่ก็ประสบกับโชคร้ายอย่างต่อเนื่อง อาทิ เกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2005-06 ที่นักเตะสเปอร์สอาหารเป็นพิษยกทีมจากการกินลาซานญ่า และสุดท้ายพวกเขาเสียท็อป 4 ให้กับคู่ปรับตลอดกาล อาร์เซน่อล จากการแพ้ในเกมนั้น, การได้ที่ 4 ในปี 2012 แต่กลับพลาดไปเล่น แชมเปี้ยนส์ลีก เพราะ เชลซี ดันคว้าแชมป์ยุโรปในปีนั้น, ปี 2016 ในขณะที่ทีมใหญ่ฟอร์มตกทุกทีม สเปอร์ส กลับฟอร์มดีขึ้นมา แต่สุดท้ายก็พลาดแชมป์ลีกให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ และนอกจากนี้ยังมีเกมที่ไม่น่าแพ้, การเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 2019 แต่กลับเสียจุดโทษตั้งแต่ต้นเกม ... และอื่น ๆ อีกมากมาย

พูดง่าย ๆ ก็คืออะไรที่ สเปอร์ส ทำแล้วท่าดีทีเหลว ไม่ว่าจะด้วยจากความผิดพลาดของนักเตะ, ดวงซวย หรือใด ๆ ก็ตาม นั่นคือช่วงเวลาที่วลี Spursy ถูกเอาออกมาใช้แซวอยู่เสมอ
เช่นล่าสุดสด ๆ ร้อนหลังคว้าแชมป์ยูโรปาลีกในฤดูกาล 2024-25 ซึ่งควรจะเป็นจุดเปลี่ยนในเชิงบวกของสโมสรได้แท้ ๆ แต่ตอนนี้พวกเขาแทบจะหมดลุ้นแชมป์ทุกรายการ และดูเหมือนว่าสิ่งเดียวที่พวกเขาลุ้นได้ก็คือการลุ้นหนีตกชั้น ซึ่งนี่เป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกันแล้วที่พวกเขาต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ทั้ง ๆ ที่ใช้งานยอดโค้ชมามากมายหลายคน
เมื่อโค้ชระดับโลกก็ยังแก้ไม่ได้
แน่นอนว่าสเปอร์สไม่ใช่ทีมยากจนที่ไม่ลงทุนอะไร พวกเขาซื้อนักเตะเสริมทัพแน่น ๆ ในแทบจะทุกซีซั่นในตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พวกเขาใช้เงินจำนวนมากในการจ้างโค้ชระดับแถวหน้าทั้ง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, โชเซ่ มูรินโญ่, อันโตนิโอ คอนเต้ และโค้ชที่ผลงานเคยดีกับทีมอื่น ๆ อีกหลายคนสุดท้ายก็เหลวอยู่ดี คำถามคือมันเป็นเพราะอะไรกันล่ะ ?
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เคยถูกวิเคราะห์จากสื่อใหญ่ ๆ อยู่หลายครั้งไม่ว่าจะเป็น GOAL, Sky Sports หรือ The Athletic ซึ่งส่วนใหญ่คำตอบก็จะวิเคราะห์ไม่หนีกันมาก พวกเขามักจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องของโค้ชอย่างเดียว แต่มันคือแนวคิดและวัฒนธรรมขององค์กรด้วย
พวกเขาบอกว่าสเปอร์ส เป็นสโมสรที่มักจะวางเป้าหมายไว้สูง และเมื่อล้มเหลวพวกเขาก็จะเปลี่ยนเป้าหมายเป็นการสร้างทีมจากรากฐาน นับ 1 ด้วยกันทั้งทีม เพื่อสร้างระบบทีมที่เหนียวแน่นขึ้นมาใหม่ แต่ความจริงมันไม่เคยเป็นแบบนั้น หลายครั้งที่นโยบายของบอร์ดบริหารขัดกับโค้ชที่พวกเขาจ้างเข้ามาทำงาน จนต่างฝ่ายต่างผิดใจ และลงท้ายด้วยการแยกทางกัน

สโมสรแห่งนี้ต้องการความต่อเนื่องและความมั่นคงเพื่อสร้างสิ่งที่ยั่งยืน และกลายเป็นทีมที่มีอนาคต มีคาแรกเตอร์ที่ชัด ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีกุนซือคนไหนทำได้เลยนับตั้งแต่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ หรือ พอช ออกจากสโมสรไปในปี 2019 ด้วยเหตุผลหลัก ๆ คือ พอช ตั้งการเสริมทัพเพื่อไปสู่อีกระดับ แต่บอร์ดบริหารอย่าง ดาเนี่ยล เลวี่ ต้องการนำกำไรไปต่อยอดเพื่อสร้างสนามใหม่เพื่อเป็นบ่อเงินบ่อทองในระยะยาว อีกทั้งยังปลด พอล มิตเชลล์ ที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายสรรหาและวิเคราะห์นักเตะของทีม ผู้เคยทำงานกับ พอช มาตั้งแต่สมัยคุม เซาธ์แฮมป์ตัน ออกจากตำแหน่งด้วย
เรื่องลักษณะนี้ไม่เคยจบลงและเปลี่ยนไป โชเซ่ มูรินโญ่ ออกจากตำแหน่งก็เพราะเรื่องราวคล้าย ๆ กัน เช่นเดียวกับ คอนเต้ ที่หลังจากออกจากตำแหน่งกุนซือสเปอร์ส เจ้าตัวถึงกับระบายออกมาว่าเขาเหนื่อยและท้อแท้กับการทำงานที่ไม่เห็นอนาคตกับทีมอย่างสเปอร์ส
"ถ้าคุณไม่เคยคว้าแชมป์ คุณก็ต้องเสียสละ และต้องพยายามสร้างมัน แฟนบอลอาจจะต้องผิดหวัง และบอกว่าพวกเขารอทีมเป็นแชมป์มานานเเล้ว แต่นี่คือความจริง ถ้าคุณอยากรู้ความจริง ผมจะเป็นคนพูดมันเอง ... ผมเป็นโค้ช อยู่กับสโมสรนี้ทุกวัน รู้วิสัยทัศน์ของสโมสร และสโมสรก็ทราบว่าผมคิดอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ ณ ตอนนี้" คอนเต้ ตัดพ้อ

การเจอโค้ชอย่าง พอช, มูรินโญ่ และ คอนเต้ ออกมาวิจารณ์ ถือว่าเป็นยาแรงที่ทำให้บอร์ดบริหารรู้สึกตัว เลือกตั้งเป้าหมายให้ต่ำลงกว่าเดิม จากโค้ชระดับแถวหน้า ตามรายชื่อที่กล่าวมา พวกเขาเลือกโค้ชที่กำลังมีผลงานดี มีแนวทางชัดเจน และค่าจ้างถูกกว่าเข้ามาทำทีมหลังจากนั้น เป้าหมายเพียงเพื่อให้โค้ชอย่าง นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้, แอนจ์ ปอสเตโคกลู, โธมัส แฟร้งค์ หรือแม้แต่ อิกอร์ ทูดอร์ เข้ามา และให้เวลาโค้ชเหล่านี้สร้างรากฐาน ... จากชื่อกุนซือเหล่านี้มันยากจริง ๆ ที่พวกเขาจะยกระดับขึ้นมาเป็นทีมแถวหน้าของเกาะอังกฤษได้
ปัญหาที่ลึกกว่านั้น
สิ่งเดียวที่ สเปอร์ส จะหนีวลี Spursy ได้ ก็คือการคว้าแชมป์และการยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง พวกเขาต้องกลายเป็นทีมที่มีมาตรฐาน สม่ำเสมอ และเป็นทีมที่ทำให้คู่แข่งต้องคิดหนักในการดวลด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่าตอนนี้สิ่งที่กล่าวมา กลับยิ่งห่างไกลออกไปอีกจากผลงานทั้งในสนาม และการบริหารงานของบอร์ดบริหารชุดใหม่
ถ้าคุณมองลึกลงไป ปัญหาของสเปอร์สอาจเป็นเรื่องของ “วัฒนธรรมสโมสร” มากกว่าแท็กติก ... ทีมระดับโลกส่วนใหญ่มักมีวัฒนธรรมของผู้ชนะ สู้จนนาทีสุดท้าย หรือมี DNA นักสู้อะไรในทำนองนั้น แต่ สเปอร์ส กลับมีประวัติศาสตร์ในอีกแบบหนึ่งที่แตกต่างออกไป
สโมสรนี้เคยเล่นฟุตบอลสวยงาม มีนักเตะพรสวรรค์มากมาย แต่ความสำเร็จระดับเมเจอร์ในยุคพรีเมียร์ลีกกลับน้อยมาก ยิ่งเมื่อความผิดหวังเกิดซ้ำ ๆ มันก็เริ่มกลายเป็น ภาพจำทางจิตวิทยา นักเตะใหม่เข้ามาย่อมต้องได้ยินเรื่องวลี Spursy ไม่ว่าจะจากสื่อ แฟนบอลฝั่งตรงข้าม หรือแม้แต่แฟนบอลตัวเองที่ตัดพ้อในวันที่สถานการณ์ย่ำแย่

ย้อนกลับไปยังคำที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ได้บอกเอาไว้ "ถ้าคุณอยากเป็นแชมป์ คุณต้องเสียสละ และพยายามให้มากกว่านี้" ตรงนี้คือหลักใหญ่ใจความของเรื่องทั้งหมด เพราะตราบใดถ้าคุณทำให้เรื่องฟุตบอลและเรื่องรายรับนอกสนามเป็นเรื่องเดียวกันไม่ได้ จะมีบางอย่างถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลังเสมอ ดังเช่นที่ สเปอร์ส เป็นในตอนนี้
สโมสรมีรายรับมากขึ้น มากกว่าทีมใหญ่ ๆ ในยุโรปหลาย ๆ ทีมด้วยซ้ำ แต่ตัดภาพกลับมาที่ความยิ่งใหญ่ด้านฟุตบอล พวกเขากลับยังห่างไกล ซึ่งที่สุดแล้วคุณไม่สามารถเรียกตัวเองว่าทีมใหญ่ได้ ถ้าเรื่องทั้งในและนอกสนาม ไม่สามารถพัฒนาไปข้างหน้าพร้อมกันได้
คำว่า Spursy ไม่ได้เป็นแค่คำล้อเลียนของแฟนบอล มันคือภาพสะท้อนของประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งที่ สเปอร์ส ต้องพยายามลบมันทิ้งให้ได้
ตอนนี้มันเป็นเรื่องของทีมที่มีนักเตะดี มีเงินจ้างโค้ชเก่ง ๆ มีสนามใหม่ระดับโลก แต่ยังไม่สามารถทำลายกำแพงทางจิตวิทยาที่ก่อตัวมานานได้
คำถามที่ยังไม่มีคำตอบก็คือ วันหนึ่งถ้าสเปอร์สคว้าแชมป์ใหญ่ได้สำเร็จ คำว่า Spursy จะหายไปจากฟุตบอลอังกฤษหรือไม่ ?

เรื่องนี้เราไม่มีทางรู้ … แต่ที่แน่ ๆ หากสเปอร์ส นำพาตัวเองไปอยู่จุดที่พัฒนาขึ้นในทุก ๆ ปี กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่ง มีความสม่ำเสมอ เริ่มมีถ้วยแชมป์ประดับตู้สโมสร บางทีต่อให้คำว่า Spursy จะยังคงอยู่ แต่คำ ๆ นี้คงไม่ได้ทำให้แฟนบอลของพวกเขารู้สึกเจ็บปวดแบบที่เผชิญอยู่ในเวลานี้แน่นอน
เมื่อสโมสรประสบความสำเร็จ และเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ คำว่า Spursy คงเป็นแค่เรื่องตลกที่แฟนบอล สเปอร์ส ไม่ได้ใส่ใจกับมันนัก
แต่คำถามก็คือ … แล้วเมื่อไหร่ล่ะที่วันนั้นจะมาถึง ? นี่ต่างหากที่เป็นตอนที่ยากจะคาดเดาที่สุดของเรื่องนี้
แหล่งอ้างอิง
https://www.goal.com/en/news/what-does-spursy-mean-football-definition-tottenham-explained/blt203427f986b66fe3
https://www.mirror.co.uk/sport/football/news/antonio-conte-tottenham-full-transcript-26255399
https://www.mirror.co.uk/sport/football/transfer-news/antonio-conte-tottenham-spurs-transfers-26251989
https://www.bbc.com/sport/football/articles/c4gxgplmk55o