
ฤดูกาล 2015-16 แฟนบอลของ เวสต์แฮม ได้เดินเฉิดฉายในกรุงลอนดอน จากผลงานที่พวกเขาขยับจากทีมโซนหนีตาย ขึ้นมาคว้าโควต้าฟุตบอลยูโรป้า ลีก พร้อมเบียด ลิเวอร์พูล อดเล่นถ้วยยุโรป
นักเตะของพวกเขาคนหนึ่งที่ต้องได้รับเครดิตหนัก ๆ ในซีซั่นนั้นคือ ดิมิทรี่ ปาเยต ปีกชาวฝรั่งเศส ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะร้อนแรงและทรงประสิทธิภาพ ถึงขนาดยิงไป 12 ประตู และแอสซิสต์ไปอีก 15 ลูก จนแฟนเวสต์แฮม มีเพลงเชียร์ของเขาที่แซวว่า "เก่งกว่ายิ่งกว่า ซีดาน"
อย่างไรก็ตาม 1 ปีที่รุ่งโรจน์ กลับนำไปสู่วันที่ร่วงโรยอย่างน่าใจหาย ... ติดตามเรื่องราวทั้งหมดกับ Main Stand
เราต้องการความเอนเตอร์เทน
ฤดูกาล 2015-16 เป็นซีซั่นสุดท้ายที่ เวสต์แฮม ใช้รังเหย้า อัปตัน พาร์ค หรือหากเรียกให้ตรงปกต้องเป็น โบลีน กราวด์ โดยมีแผนไปใช้ ลอนดอน สเตเดียม หรือ โอลิมปิก สเตเดียม ที่ใช้จัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ลอนดอน 2012 ในฤดูกาล 2016-17
การย้ายสังเวียนครั้งนี้ ทำให้พวกเขาอยากจะได้นักเตะสักคนที่เข้ามาเป็นเหมือนกับดารา เป็นนักเตะที่เข้ามาแล้วสร้างความเอนเตอร์เทนให้กับแฟนบอล เปลี่ยนบรรยากาศบนอัฒจันทร์ให้บ้าคลั่งด้วยความมหัศจรรย์

ณ เวลานั้นกุนซือ สลาเวน บิลิช มีชื่อนักเตะในมือหลายคนที่เข้าลิสต์ดังกล่าว ตั้งแต่ดาวรุ่งอย่าง ดไวท์ แม็คนีล หรือ ซาดิโอ มาเน่ ที่ร้อนแรงกับ เซาธ์แฮมป์ตัน รวมไปถึงนักเตะจากบราซิลอย่าง เอแวร์ตอน ริเบโร่ จาก เกรมิโอ อย่างไรก็ตามคนที่เรียกว่า "ตรงบรีฟ" ที่สุด กลับเป็นนักเตะอายุ 28 ปี จากลีกฝรั่งเศส อย่าง ดิมิทรี่ ปาเยต
"ผมไม่ได้อยากจะได้นักเตะที่เก่งอย่างเดียวเท่านั้น ผมอยากจะได้คนที่ทำให้เกมของเราสนุกสนานมีชีวิตชีวา และทำให้แฟนอยากจะจ่ายเงินเพื่อเข้ามาดูเขาเล่น" กุนซือชาวโครแอตว่าเช่นนั้น และ ปาเยต ก็เป็นคน ๆ นั้นตั้งแต่แรก
ต้องบอกก่อนว่า ย้อนไปตอนนั้น ปาเยต ไม่ใช่นักเตะโนเนม เขาคือราชาแอสซิสต์ของ ลีกเอิง กับ โอลิมปิก มาร์กเซย ภายใต้การทำทีมของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ปาเยตถูกขยับจากปีกมาเล่นเป็น "หมายเลข 10" เต็มตัว เขาสร้างโอกาสทำประตู (Key Passes) ได้มากที่สุดในยุโรปปีนั้น แซงหน้ากระทั่ง ลิโอเนล เมสซี่ หรือจอมแอสซิสต์อย่าง เมซุต โอซิล
ในฤดูกาล 2014-15 ปาเยต ร้อนแรงสุด ๆ กับ มาร์กเซย เขายิงไป 7 ประตูและทำแอสซิสต์ไปถึง 21 ครั้งให้กับ โอแอ็ม ถือว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในซีซั่นนั้นของทีมอย่างแท้จริง ขณะที่แมวมองของ เวสต์แฮม วิเคราะห์ว่า แม้ปาเยตจะอายุ 28 ปีแล้ว แต่สไตล์การเล่นที่ใช้สมองมากกว่าพละกำลัง จะทำให้เขาปรับตัวกับพรีเมียร์ลีกได้ไม่ยาก

เรื่องประสิทธิภาพว่าเชื่อขนมกินได้แล้ว แต่เรื่องลีลาท่วงท่าของ ดิมิทรี่ ปาเยต ในแต่ละจังหวะนั้นก็โดดเด่นไม่แพ้ใคร ปาเยตไม่ใช่ปีกที่เน้นความเร็วจัดจ้าน แต่เขาคือ "จอมทัพในร่างปีก" เขามีวิสัยทัศน์การจ่ายบอลที่ฉลาดหลักแหลม และที่สำคัญที่สุดคือ "เทคนิคการเตะฟุตบอล" ที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอลไซด์โค้ง จ่ายตัดด้วยการไซด์ก้อย ลูกยาก ๆ อย่างการทำราโบน่า (ไขว้) การยิงไกล หรือฟรีคิกที่หวังผลได้ทุกลูก
เวสต์แฮม ได้ตัว ปาเยต มาในราคาแค่ 10.2 ล้านปอนด์เท่านั้น ... นี่คือราคาที่ถูกเหมือนได้เปล่า และความจริง ปาเยต เองก็ไม่ได้ตั้งใจจะย้ายลีก ย้ายประเทศตั้งแต่แรก เพียงแต่ มาร์กเซย กำลังมีปัญหาเรื่องกฎการเงิน (Financial Fair Play - FFP) สโมสรจึงต้องรีบขายใครสักคนเพื่อหาเงินเข้ามาโปะบัญชีตัวสีแดง สุดท้ายหวยก็ออกที่ ปาเยต
และถึงแม้จะไม่ค่อยเต็มใจย้ายนัก ทว่าเมื่อมาถึง ลีลาของเขาก็เขย่าฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้อย่างเร้าใจ
เวทมนตร์ที่ลอนดอนตะวันออก
หลายคนปรามาสว่านักเตะสายเทคนิคที่ไม่ได้มีความฟิตสูงอย่าง ปาเยต จะโดน "บดขยี้" ในพรีเมียร์ลีกที่เน้นความรวดเร็วและรุนแรง แต่เขากลับพิสูจน์ให้เห็นว่า "สมองเร็วกว่าฝีเท้าเสมอ"

3 สิ่งที่เขาสร้างผลกระทบและทำให้แฟน ๆ ต้องว้าวพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เกิดขึ้นตั้งแต่เกมแรกที่ลงเล่นให้ เวสต์แฮม ในนัดบุกชนะ อาร์เซน่อล 2-0 และในเกมนั้น เขาใช้ลูกเปิดทำแอสซิสต์แรกให้กับ ชีกู คูยาเต้ โหม่งทำประตูขึ้นนำให้ทีมด้วย
3 สิ่งที่ว่าคือ "เฟิร์สทัช" หรือ บอลจังหวะแรก ของ ปาเยต ที่นุ่มนวลและผ่านการคิดก่อนเล่นในแต่ละจังหวะ เขามักจะแต่งบอลหนีตัวประกบตั้งแต่สัมผัสแรก ทำให้เขาไม่ต้องใช้ความเร็ววิ่งแข่งกับใคร
อย่างที่สอง คือการเป็นนักเตะที่มี "จุดศูนย์ถ่วงต่ำ" บังบอลเก่งมาก จังหวะบังแล้วพลิกซ้าย-ขวา คืออาวุธที่ทำให้เขายากจะหยุดอยู่ หลายครั้งสกิลการบังบอลของเขาทำให้ทีมได้ฟาวล์ และนำมาซึ่งฟรีคิกระยะอันตราย ... ซึ่งเขาเองนี่แหละที่เป็นจอมยิงฟรีคิกที่แม่นเหมือนกับจับวาง
ส่วนอย่างที่สามที่ทำให้เขาเอาตัวรอดใน พรีเมียร์ลีก ได้สบาย ๆ คือ "ใช้บอลวิ่งแทน" เพราะทักษะการวางบอลที่แม่นยำได้น้ำหนัก ปาเยต สามารถวางบอลข้ามฟาก หรือแม้แต่แทงทะลุช่องในจังหวะที่กองหลังคู่แข่งไม่ทันระวังให้เราเห็นอยู่เสมอ
ฤดูกาล 2015-16 คือปีที่ปาเยต "ร่ายมนต" ใส่ทุกทีม ฟรีคิกปลิดวิญญาณใส่ คริสตัล พาเลซ และแมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นตำนาน เพื่อนร่วมทีมอย่าง มาร์ค โนเบิล ถึงกับบอกว่า "การมี ปาเยต ในสนาม เหมือนเรามีรีโมทคอนโทรลที่ควบคุมเกมได้ตามใจนัด"
แม้แต่กูรูอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ยังยกย่องว่า เขาคือนักเตะที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้ตัวท็อปของลีกในเวลานั้นอย่าง เอแดน อาซาร์, อเล็กซิส ซานเชซ หรือแม้แต่ ริยาด มาห์เรซ เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลเลยด้วยซ้ำ

ส่วนแฟนบอลขุนค้อนก็แต่งเพลงประจำตัวที่ดังก้องสนามว่า "We've got Payet, Dimitri Payet! I just don't think you understand..." He's Super Slav's man, He's better than Zidane, We've got Dimitri Payet" ซึ่งแปลความหมายง่าย ๆ ก็คือ "พวกเรามี ปาเยต พวกเอ็งไม่รู้หรอกว่าการมีเขาในทีมมันเจ๋งแค่ไหน เขาเก่งกว่า ซีดาน ซะอีกนะโว้ย" อะไรประมาณนั้น
ในยุคนั้น เขาคือทุกสิ่งทุกอย่างของทีม บิลิช ก็เข้าใจสไตล์การเล่นของเขา จึงให้อิสระเขาเต็มที่ในการสร้างสรรค์เกมเต็มที่ จนนำทีมคว้าตั๋วไปเล่นบอลยุโรปและจบอันดับที่ 7 ไปอย่างน่าประทับใจ
บทสรุปที่แตกสลาย
ปีทองของ ปาเยต ยังไม่จบง่าย ๆ หลังจากซีซั่นจบลง ฟุตบอลยูโร 2016 ที่ ฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพก็เริ่มการแข่งขัน ซึ่ง ปาเยต เป็น 1 ในนักเตะทีมตราไก่ชุดนั้นด้วย
แม้ฝรั่งเศสชุดนั้นจะมีสตาร์อย่าง ปอล ป็อกบา, อองตวน กรีซมันน์ หรือใครอีกหลายคนที่เบอร์ใหญ่กว่าเขา ... ทว่า ปาเยต ที่กำลังขึ้นหม้อ กลายเป็นนักเตะที่อันตรายในแทบทุกจังหวะการเล่นของทัวร์นาเมนต์นั้น แม้จะได้แค่รองแชมป์ แต่ก็ต้องบอกว่าผลงานส่วนตัวของเขาเข้าตาสุด ๆ

กราฟชีวิตของ ปาเยต ควรจะพุ่งขึ้นไปอีก ในการกลับมาลุยต่อกับ เวสต์แฮม ในซีซั่นที่ 2 เพราะมีข่าวซื้อ-ขาย กับทีมใหญ่ ๆ มากมายรวมถึง แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย ถ้าเขาเล่นดีอีกสักปี สโมสรระดับท็อปคงเป็นที่หมายต่อไปของเขา เพียงแต่ว่าความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม
ใจจริงคือ ปาเยต ไม่ได้อยากมา เวสต์แฮม ตั้งแต่แรก และทันทีที่เล่นท็อปฟอร์ม เขาก็อยากจะย้ายไปอยู่กับทีมที่ใหญ่กว่า แต่สัญญาที่เซ็นไว้ 5 ปี (พร้อมออปชั่นขยายสัญญาอีก 1 ปี) มันทำให้อำนาจการต่อรองเป็นของสโมสร และ เวสต์แฮม ก็ไม่อยากจะเสียเขาไป
แฟนบอลของ เวสต์แฮม หลายคนเข้าใจเขาในตอนแรก และคิดว่า ปาเยต จะทุ่มเทเพื่อทีมแม้จะไม่สบอารมณ์นัก ทุกคนเชื่อว่า ปาเยต จะเล่นดีอีกครั้ง เพื่อรอให้โอกาสย้ายทีมครั้งใหม่เปิดขึ้น ซึ่งในช่วงเวลาระหว่างนี้ เวสต์แฮม ก็จะได้มีเวลาหาตัวแทนมาแทนที่เขาได้
เพียงแต่ ปาเยต กลับไม่คิดแบบนั้น เมื่อถูกขวางทาง เขาก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จาก "พ่อมดแห่งเวสต์ลอนดอน" กลายเป็นคนที่แฟนบอล เวสต์แฮม แทบไม่รู้จัก .. สโมสรพยายามทุกอย่าง ทั้งการเสนอสัญญาก้อนโตกว่าเดิม พร้อมให้ออปชั่นฉีกสัญญาหากมีทีมไหนกล้าทุ่ม ทว่า ปาเยต ก็มองว่านั่นไม่ดี และเขาก็เลือกหันหลังให้กับทีม
ฟอร์มของ ปาเยต แย่มาก จากคนที่ยิงเป็นเข้า เปิดตรงเป้าทุกช็อต กลายเป็นนักเตะที่ลงไปเล่นแบบไร้หัวใจ อากัปกิริยาแต่ละครั้งที่แสดงออกมาบ่งบอกถึงความเหนื่อยหน่ายและไม่มีความสุข

มกราคม 2017 ปาเยต แจ้งกับ สลาเวน บิลิช ว่า "เขาจะไม่ลงเล่นให้ เวสต์แฮม อีกต่อไป" เพื่อกดดันให้สโมสรขายเขากลับ มาร์กเซย บิลิช ให้สัมภาษณ์ด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรงว่า "เราให้ทุกอย่างแก่เขา แต่เขากลับทิ้งเรา" ... เขากดดันให้สโมสรขายเขา และนั่นทำให้แฟนบอลที่เคยเทิดทูนเขาเปลี่ยนมาเผาเสื้อและรุมสาปแช่งหน้าสนาม
แฟน ๆ เวสต์แฮม ถึงกับเอาเสื้อหมายเลข 27 ของ ปาเยต มาวางเป็น "พรมเช็ดเท้า" หน้าทางเข้าสนามเพื่อให้แฟนคนอื่น ๆ เหยียบก่อนเข้าชมเกม นอกจากนี้ยังมีคลิปไวรัลที่แฟนบอลรุม "ถ่มน้ำลาย" ใส่รูปภาพหน้าสนามของเขา และบางส่วนถึงขั้นเผาเสื้อประชด
ความรักสุดใจ กลายเป็นความเกลียดชังสุดขั้ว ถึงขนาดที่ว่าในช่วงที่ความขัดแย้งพุ่งสูงสุด สโมสรต้องส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปเฝ้ารถหรูของ ปาเยต ที่ลานจอดรถของนักเตะ เพราะกลัวแฟนบอลจะมาพังรถ และในวันซ้อมสุดท้าย เขาต้องขับรถออกทางประตูหลัง เพื่อหลบเลี่ยงกลุ่มแฟนบอลที่มารอด่าและถ่มถุยอย่างคับคั่ง

เพลงประจำตัว "We've got Payet..." ที่เคยร้องด้วยความภูมิใจ ถูกเปลี่ยนเนื้อร้องทันที กลายเป็นเพลงด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย (ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า F--- Dimitri Payet) ซึ่งเพลงนี้ยังถูกนำมาร้องในสนามเป็นครั้งคราวกระทั่งทุกวันนี้ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม
ประโยคสุดจี๊ดจากแฟนบอลขุนค้อนที่ให้สัมภาษณ์เรื่อง ปาเยต กับ Sky Sports คือ "เขาคือคนเดียวที่ผมเคยเห็นว่า เก่งระดับเวิลด์คลาส ในทีม เวสต์แฮม ... และเขาก็เป็นคนเดียวที่ผมอยากจะลืมว่าเขาเคยใส่ชุดนี้"
ขณะที่ มาร์ค โนเบิล กัปตันทีมที่เป็น "มิสเตอร์ เวสต์แฮม" ยังเล่าย้อนความสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้นว่า "ผมโกรธและผิดหวังมาก เพราะสโมสรแห่งนี้ยิ่งใหญ่กว่านักเตะคนเดียวเสมอ ... ผมไม่ได้คุยกับเขาอีกเลยตั้งแต่วันที่เขาบอกว่าไม่ยอมลงเล่น และผมก็ไม่คิดจะคุยด้วยอีกต่อไป"
สุดท้ายทางออกที่ดีที่สุดก็คือการแยกทาง เวสต์แฮม ขาย ปาเยต กลับให้ มาร์กเซย ในราคาราว ๆ 27 ล้านปอนด์ และจบเรื่องนี้แบบ "ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ" กันอีกต่อไป

เวสต์แฮม ยังคงเดินหน้าต่อไป แม้ไร้นักเตะระดับโลกอย่าง ปาเยต ต่อให้ขาดเขาไป อีกไม่กี่ปีต่อมา เวสต์แฮม ก็คว้าถ้วยแชมป์ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก มาครองได้สำเร็จ ขณะที่ตัวของ ปาเยต เองก็ไม่ได้แยแสสิ่งที่เกิดขึ้นนัก แม้จะไม่เคยคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ใด ๆ เลยตลอดอาชีพ เขามีช่วงเวลาที่ดีในการรีเทิร์นกับ มาร์กเซย โดยเล่นอยู่กับทีมถึง 7 ซีซั่น
ปี 2023 ปาเยต ย้ายไปหาความท้าทายในลีกบราซิล โดยเล่นให้กับ วาสโก ดา กาม่า เขาอยู่ที่นั่นราว ๆ 2 ปี และท้ายที่สุดก็แขวนสตั๊ดด้วยวัย 38 ปี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2026 ปิดตำนาน "ไอ้งูพิษ" ของแฟนขุนค้อนอย่างเป็นทางการ
แม้ภายหลัง ปาเยต จะพูดถึงเรื่องความแตกหักและเหตุผลที่เขาย้ายออกจาก เวสต์แฮม ว่า
"ผมไม่มีความปรารถนาที่จะเล่นในทีมรอง ๆ ของ พรีเมียร์ลีก เลย ระบบการเล่นเกมรับที่เราใช้ไม่ได้ทำให้ผมมีความสุข ถ้าเราใช้ระบบ 5-4-1 หน้ากรอบเขตโทษ ผมจะมีอิสระได้เต็มที่ ดังนั้นมันจึงยากที่จะอธิบาย คุณอาจบอกว่าผมหงุดหงิด ใช่ ผมทำงานหนักในทุกเกมโดยไม่ได้รับความสุขใด ๆ เลย"
คำพูดนี้อาจจะจริง แต่มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีกแล้ว

น่าเสียดายที่ ดิมิทรี่ ปาเยต ทำได้แค่ทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่สวยงาม แต่แฝงไปด้วยความขมขื่นให้กับแฟนบอล เวสต์แฮม ที่เทิดทูนเขาจากหัวใจ
ปาเยต จากไปในฐานะนักเตะที่ "เก่งที่สุด" ที่เคยสวมเสื้อ เวสต์แฮม ในรอบหลายทศวรรษ แต่เขากลับไม่ได้จากไปในฐานะ "ตำนาน" ที่แฟนบอลรักและสถาปนาให้ ... เรื่องราวทั้งหมดก็จบลงเช่นนี้
แหล่งอ้างอิง
https://www.premierleague.com/en/players/37901/dimitri-payet/stats
https://www.transfermarkt.com/dimitri-payet/profil/spieler/37647
https://www.theguardian.com/football/2017/jan/12/dimitri-payet-wants-to-leave-west-ham-united-slaven-bilic
https://www.theguardian.com/football/2017/mar/10/dimitri-payet-west-ham-bored-defensive
https://www.nytimes.com/athletic/3049755/2022/01/30/dimitri-payet-world-class-talent-fallout-bitter-west-ham-exit/