Feature

การ์ลอส อัลการาซ : ราชันเทนนิสผู้เขียนประวัติศาสตร์ จากพิมพ์เขียวของ "เฟเดอเรอร์-นาดาล" | Main Stand

การ์ลอส อัลการาซ ยกสถานะตนเองขึ้นเป็น "ราชันเทนนิส" ยุคใหม่อย่างเป็นทางการ หลังสร้างผลงานยอดเยี่ยม กวาดแชมป์ แกรนด์สแลม ครบทุกรายการ ทั้ง ออสเตรเลียน โอเพ่น, เฟรนช์ โอเพ่น, วิมเบิลดัน และ ยูเอส โอเพ่น เรียบร้อยแล้ว 

 

แน่นอนว่าความสำเร็จนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เพราะ อัลการาซ มีองค์ประกอบหลายสิ่งที่ช่วยหล่อหลอมให้เขากลายเป็นนักเทนนิสที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งยุคนี้ ทั้งฝีมือ ทัศนคติ รวมถึงการมีต้นแบบที่ดี ที่ช่วยส่งให้เขาขึ้นไปยืนเคียงข้างสองนักหวดผู้ยิ่งใหญ่ที่เขานับถืออย่าง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ ราฟาเอล นาดาล แบบเต็มภาคภูมิ

อะไรที่ทำให้หนุ่มน้อยนักเทนนิสจากมูร์เซียคนนี้ ก้าวสู่จุดสูงสุดของวงการเทนนิสโลกอย่างรวดเร็วด้วยวัยเพียงแค่ 22 ปี ? Main Stand จะพาทุกคนไปหาคำตอบ 

 

อิทธิพลจาก "เฟดเอ็กซ์" และ "เอล มาทาดอร์"

สำหรับนักเทนนิสหลายคนที่เกิดหลังปี 2000 เป็นต้นไป โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ กับ ราฟาเอล นาดาล คือสองนักเทนนิสที่พวกเขายึดถือเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจ ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะพวกเขาทั้งคู่ประสบความสำเร็จ สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการเทนนิสโลก พร้อมทิ้งรอยเท้าอันยิ่งใหญ่เอาไว้ให้นักหวดรุ่นใหม่เดินรอยตาม

การขึ้นครองมือ 1 โลก และคว้า แกรนด์สแลม ครบทุกรายการของ "เฟดเอ็กซ์" และ "เอล มาทาดอร์" สร้างแรงบันดาลใจ นักเทนนิสคนไหนก็อยากเป็นอย่างพวกเขา เช่นเดียวกับ การ์ลอส อัลการาซ หนุ่มน้อยจากมูร์เซีย ประเทศสเปน ที่เฝ้าดูการแข่งขันของสองคนนี้บนหน้าจอทีวีมาตั้งแต่เด็ก

"ความสง่างามของ เฟเดอเรอร์ และวิธีการเล่นเทนนิสของเขาที่ทำให้ทุกคนเห็น มันงดงามมาก" อัลการาซ พูดถึงฮีโร่ในดวงใจของเขา "การดู เฟเดอเรอร์ เล่นเทนนิส ก็เหมือนกับการดูงานศิลปะ มีความงดงาม เขาทำทุกสิ่งในสนามได้อย่างยอดเยี่ยม สิ่งนี้ทำให้ผมหลงใหลในตัวเขา"

ขณะที่รายของ นาดาล แน่นอนว่านี่คือชายที่เป็นความภาคภูมิใจแห่งวงการเทนนิสสเปน ไม่มีชาวสแปนิชคนไหนที่ไม่รู้จักแชมป์ แกรนด์สแลม 22 รายการคนนี้ อิทธิพล ความสำเร็จ และทัศนคติที่สู้ไม่ถอยที่ "เอล มาทาดอร์" สร้างเอาไว้ตลอดการเล่นอาชีพ ก็ได้ถูกส่งต่อมาถึงนักเทนนิสรุ่นน้องคนชาติเดียวกันอย่าง อัลการาซ

ทัศนคติของการสู้ไม่ถอยของ นาดาล ก็มีอิทธิพลสำคัญที่ทำให้ อัลการาซ นำจุดแข็งของรุ่นพี่มาปรับใช้ในการล่าแชมป์ ออสเตรเลียน โอเพ่น ปี 2026 หลังจากที่เขาต้องสู้กับ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ กว่า 5 ชั่วโมง ในรอบรองชนะเลิศแบบแทบจะหมดแรงและเกือบจะแพ้ จนเข้าไปหยิบแชมป์ได้ด้วยการเอาชนะ โนวัค โยโควิช นักหวดรุ่นเก๋า 3-1 เซต ในสภาพร่างกายพร้อมสมบูรณ์

"ผมนึกถึงตอนที่เขา (นาดาล) เล่นรอบรองฯ รายการนี้ในปี 2009 ที่เขาเล่นกับ เฟร์นานโด เบร์ดาสโก้ (5 ชั่วโมง) จากนั้นก็กลับมาฟิตสมบูรณ์และเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมจนเอาชนะ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ แล้วคว้าแชมป์ได้ ผมคิดถึงเรื่องนั้น มันเป็นเรื่องการก้าวข้ามอุปสรรค และการที่เขาอยู่ตรงนั้น ก็เหมือนกับได้ดูเขาเล่น และได้รับกำลังใจกับทัศนคติที่ดีมาจากเขา" อัลการาซ พูดถึง นาดาล ด้วยความนับถือ

สำหรับแฟนเทนนิสที่ติดตาม อัลการาซ คงไม่ประหลาดใจ เพราะหากดูสไตล์การเล่นของเขาก็จะเห็นว่า อัลการาซ ได้เอาจุดเด่นในการเล่นของ เฟเดอเรอร์ และ นาดาล มาประยุกต์ใช้กับตัวเอง ทั้งลูกโฟร์แฮนด์ที่สวยงามและสมบูรณ์แบบซึ่งได้รับอิทธิพลมาจาก เฟเดอเรอร์ หรือ ร่างกายที่แข็งแกร่งกับการเคลื่อนที่อันรวดเร็ว ก็ได้มาจาก ราฟา นาดาล เช่นกัน

 

ความสม่ำเสมอที่คนอื่นไม่มี

มีนักเทนนิสรุ่นใหม่หลายคนที่ก้าวขึ้นมาคว้าแชมป์ระดับ เอทีพี ทัวร์ ในช่วงหลังจากที่ เฟเดอเรอร์ กับ นาดาล โรยราจนวางมือไป อาทิ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ, ลอเรนโซ่ มูเซ็ตติ, เทย์เลอร์ ฟริตซ์, แคสเปอร์ รุดด์, ดานิล เมดเวเดฟ ที่สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นมาหยิบแชมป์รายการต่าง ๆ

แต่สิ่งที่ทำให้ อัลการาซ แตกต่างจากพวกเขาก็คือ "ความสม่ำเสมอ"

นับตั้งแต่เดบิวต์เล่นอาชีพเต็มตัว และปลดล็อกแชมป์ เอทีพี ทัวร์ ใบแรกในชีวิตเมื่อปี 2021 ที่โครเอเชีย หลังจากนั้นมา อัลการาซ ก็เดินหน้าเก็บแชมป์แบบต่อเนื่อง ได้แชมป์ทุกปีไม่มีเว้นวรรค ไม่ว่าจะเป็นแชมป์รายการเล็ก 250 คะแนน, รายการขนาดกลาง 500 คะแนน, ระดับมาสเตอร์ส 1,000 คะแนน และ แกรนด์สแลม ใบแรกในชีวิตใน ยูเอส โอเพ่น ปี 2022

โดยเฉพาะรายการ แกรนด์สแลม หลายคนคงเห็นกันว่าที่ผ่านมา เคยมีนักหวดหลายคนที่ไม่ใช่ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ราฟาเอล นาดาล, โนวัค โยโควิช สอดแทรกขึ้นมาหยิบแชมป์ได้บ้าง แต่ก็ไม่มีใครที่จะได้แชมป์ แกรนด์สแลม ได้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องแบบ อัลการาซ เพราะเขาเก็บ แกรนด์สแลม ไปแล้ว 7 ใบ และเก็บครบทุกรายการในเวลาเพียง 5 ปีเท่านั้น

แม้ช่วงเวลาเดียวกัน อัลการาซ จะต้องแบ่ง แกรนด์สแลม และแชมป์อื่น ๆ ให้กับ ยานนิค ซินเนอร์ นักหวดหนุ่มชาวอิตาเลียน ผู้เป็นทั้งเพื่อน และคู่ปรับคนสำคัญของเขาอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ อัลการาซ เหนือกว่า ซินเนอร์ นิด ๆ คือการรักษาผลงานให้ดีแบบต่อเนื่อง และความสม่ำเสมอ คงเส้นคงวา

ไม่ใช่ว่าคู่แข่งอย่าง ซินเนอร์ เล่นไม่ดีหรือฟอร์มตก เพราะเขาเองก็ได้แชมป์ แกรนด์สแลม ไป 4 ใบแล้ว เกือบครบทุกรายการ ขาดเพียง เฟรนช์ โอเพ่น แต่อย่างที่บอกไปว่า อัลการาซ รักษามาตรฐานได้ดีกว่า จึงเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อนในจุดนี้

 

มายด์เซ็ตที่ "เกลียดความพ่ายแพ้"

นักเทนนิสบนโลกนี้ ไม่มีใครอยากเป็นผู้แพ้ ทุกคนล้วนมีจิตใจและสปิริตของการเป็นแชมป์ แต่ อัลการาซ แสดงออกบนสนามอย่างชัดเจนว่าเขานั้น "เกลียดความพ่ายแพ้" มากเพียงใด

หลังซิวแชมป์ ออสเตรเลียน โอเพ่น ซึ่งเป็น แกรนด์สแลม ใบที่ 7 อัลการาซ อธิบายเรื่องนี้อย่างชัดเจนว่า "ผมเกลียดความพ่ายแพ้ นั่นแหละคือแรงจูงใจสำคัญของผม"

ไม่ใช่ว่า อัลการาซ แพ้ไม่เป็น ที่ผ่านมาเขาเองก็เคยปราชัยให้คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศมากมาย ไม่ว่ากับผู้เล่นยุคเดียวกันแบบ ลอเรนโซ่ มูเซ็ตติ, คาเมรอน นอร์รี่, ยานนิค ซินเนอร์ หรือรุ่นใหญ่ผู้เจนจัดแบบ โนวัค โยโควิช แต่ทุกครั้งที่แพ้ อัลการาซ ก็ยอมรับว่าเขาได้เรียนรู้จากความล้มเหลว และนำมาพูดคุยกับทีมงานเสมอเพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไข

และดูเหมือนทุกการเรียนรู้ ก็ยิ่งทำให้ อัลการาซ แข็งแกร่งกว่าเดิม พิสูจน์ได้จากสถิติการเข้าชิงแชมป์อาชีพ 33 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2021-2026 เขาได้แชมป์ถึง 25 ครั้ง แพ้แค่ 8 ครั้งเท่านั้น และทุกแมตช์ที่แพ้ก็คือหวดกับคู่แข่งได้แบบสูสี ไม่ได้แพ้ขาดลอยเละเทะ

อีกหนึ่งข้อพิสูจน์เรื่องการเกลียดความพ่ายแพ้ของเขา ก็คือรอบรองชนะเลิศ ออสเตรเลียน โอเพ่น 2026 เขานำก่อน 2 เซตแรก แต่ก็พลาดโดน ซเวเรฟ ไล่ตีเสมอ 2-2 เซต ครั้นพอเข้าเซต 5 ตัดสิน ซเวเรฟ ก็หวดขึ้นแท่นนำไป 5-3 เกม กำลังจะปิดจ๊อบได้ แต่ อัลการาซ เค้นพลังที่มีอยู่ทั้งหมดออกมาสู้จนชนะ 4 เกมรวด แซงชนะ 3-2 เซต เข้าชิงไปแบบที่คนดูทั่วโลกอ้าปากร้องฮือฮา

"ผมเชื่อมั่นในตัวเองเสมอ" อัลการาซ พูดหลังใช้เวลา 5 ชั่วโมง 27 นาที กว่าจะปราบ ซเวเรฟ ลงได้ "ผมพูดกับตัวเองตลอดว่า จงเชื่อมั่น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะผ่านอะไรที่ยากลำบากมา คุณก็ต้องเชื่อในตัวเอง ต้องทุ่มสุดกำลัง และผมก็สู้จนถึงบอลสุดท้าย"

 

เขียนประวัติศาสตร์ให้ตัวเองและโลกเทนนิส

ณ เวลานี้ การ์ลอส อัลการาซ ไม่เพียงแต่ครองตำแหน่งนักเทนนิสชายมือ 1 ของโลก จากการการันตีของ เอทีพี แต่เขายังได้ชื่อว่าเป็นนักเทนนิสที่อายุน้อยที่สุด ที่สามารถทำ "Career Grand Slam" หรือคว้าแชมป์ แกรนด์สแลม ครบทุกรายการ ในวัยเพียง 22 ปี 272 วัน

เขาเป็นนักเทนนิสชายเดี่ยวคนที่ 9 ที่ทำ Career Grand Slam ได้ในอาชีพ ตามรอย เฟร็ด เพอร์รี่, ดอน บัดจ์, ร็อด เลเวอร์, รอย เอเมอร์สัน, อังเดร อากัสซี่, โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ราฟาเอล นาดาล และ โนวัค โยโควิช เรียกว่าเข้าไปอยู่ในเฟรมเดียวกันกับสุดยอดนักเทนนิสในตำนานเป็นที่เรียบร้อย

อัลการาซ ยังมีสถิติสำคัญให้ไล่ล่า คือการทำ "Career Golden Slam" หรือการคว้าเหรียญทองโอลิมปิก และ แกรนด์สแลม ครบทั้ง 4 ใบ ซึ่งบนโลกนี้มีนักเทนนิสชายที่ทำได้เพียง 3 คนคือ อังเดร อากัสซี่, ราฟาเอล นาดาล และ โนวัค โยโควิช 

ส่วน อัลการาซ ขาดเพียงแค่เหรียญทองโอลิมปิก ซึ่งเคยเข้าชิงเมื่อปี 2024 ที่ปารีส แต่แพ้ โยโควิช ไปในปีดังกล่าว (และก็ทำให้ โนเล่ เข้าทำเนียบ Career Golden Slam ในที่สุด)

แน่นอนว่าด้วยอายุเพียง 22 ปี ยังมีเวลาอีกเหลือเฟือที่นักเทนนิสหนุ่มจากมูร์เซีย จะได้ออกไปไล่ล่าความสำเร็จเพิ่มเติม ไม่ว่าเหรียญทองโอลิมปิกที่รออยู่ หรือศึกใหญ่ส่งท้ายปี เอทีพี ไฟนอลส์ ที่เขายังไม่ได้มาครอบครอง เป็นแค่รองแชมป์ในปี 2025


กระนั้น มาถึงจุดนี้ คงไม่มีใครสงสัยเคลือบแคลงในตัวของ การ์ลอส อัลการาซ ชายที่มีรอยยิ้มละม้ายคล้าย ทอม ครูซ ซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูดอีกแล้ว และผลงานที่เขาทำมาทั้งหมดนับตั้งแต่เทิร์นโปรในปี 2018 ก็ชัดเจนว่า เขานี่แหละคือ "ราชันเทนนิส" แห่งยุคสมัยใหม่ โดยแท้จริง

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.guinnessworldrecords.com/world-records/youngest-man-to-win-a-tennis-career-grand-slam
https://www.france24.com/en/live-news/20260201-carlos-alcaraz-tennis-history-maker-with-shades-of-federer
https://www.rfi.fr/en/sports/20260201-alcaraz-says-nadal-inspired-him-to-special-australian-open-title

Author

วัลลภ สวัสดี

ฟังไปเรื่อย ดูไปเรื่อย เขียนไปเรื่อย

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

สรัช สวัสดีแป้น

ออกแบบภาพ กราฟิก Main Stand