ลูกยิงใส่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมเก่าจากการลากบอลโซโล่เดียวในระยะ 70 เมตรทำให้แฟนปีศาจแดงต้องขยี้ตา และดูเหมือนกับว่า แอนโธนี่ อีลังก้า เก่งกว่าปีกทุกคนในทีมของพวกเขา ทั้ง ๆ ที่เด็กคนนี้เพิ่งโดนขายออกจากทีมไปด้วยราคาแค่ 15 ล้านปอนด์เมื่อ 2 ปี ก่อน
ตอนนี้ อีลังก้า กำลังสนุกกับฟุตบอลและมั่นใจถึงขีดสุด เขาให้คำจำกัดความตัวเองว่าเหมือนได้สวมวิญญาณของหมาป่าอีกครั้ง
และนี่คือเรื่องราวการแจ้งเกิดเต็มตัวในถิ่น ฟอเรสต์ ของดาวรุ่งชาวสวีเดนรายนี้
ติดตามกับ Main Stand
หนุ่มน้อยจากมัลโม่
แอนโธนี่ อีลังก้า คือนักเตะที่อยู่ในระบบอคาเดมี่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2014 โดยตัวของเขานั้นเกิดและโตที่เมืองมัลโม่ ในประเทศสวีเดน และได้รับอิทธิพลในการเล่นฟุตบอลมาจากผู้เป็นพ่อ โจเซฟ อีลังก้า ผู้เคยเป็นนักเตะอาชีพในลีกสวีเดนและติดทีมชาติแคเมอรูนมาก่อน ก่อนผลักดันเขาจนได้เข้ามาอยู่ในทีมเยาวชนของ แมนฯ ยูไนเต็ด
"ผมเกิดที่เมืองมัลโม่ ตอนที่พ่อของผมค้าแข้งกับทีมดังกล่าว และนับตั้งแต่นั้นผมชอบเล่นฟุตบอลตั้งแต่จำความได้ พ่อมักจะพาผมมาดูการแข่งขันของพ่อ หรือว่าง ๆ ก็ตามดูทีมคู่แข่งอย่าง เฮลซิงบอร์ก, เอไอเค โซลน่า หรือ สตอกโฮล์ม"
"ผมย้ายที่อยู่ไปเรื่อย ๆ ตามทีมที่พ่อย้ายไป ไม่ว่าเป็น โบราส, โกเธนเบิร์ก และ เอล์ฟสบอร์ก จนกระทั่งแม่ของผมอยากจะเริ่มชีวิตใหม่ที่ประเทศอังกฤษ ผมจึงตัดสินใจย้ายตามแม่มาอยู่ที่นี่ ... การย้ายบ้านเป็นเรื่องใหญ่ในวัยเด็ก แต่โชคดีที่ผมเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ตอนอยูที่สวีเดน และผมปรับตัวเข้ากับภาษาได้ง่ายขึ้น แม่ของผมย้ำให้เรียนหลายภาษา ทำให้ผมพูดได้ทั้งฝรั่งเศส สวีเดน รวมถึงสเปน และโปรตุเกสนิดหน่อยด้วย"
"และในขณะที่แม่เป็นคนตั้งใจผลักดันเรื่องการเรียน พ่อของผมพยายามบอกตลอดว่า ผมต้องอย่าทิ้งความฝันในด้านฟุตบอล ซึ่งมีการตกลงกันว่าแม่จะต้องหาทีมท้องถิ่นให้ผมลงเล่น และผมก็ได้ไปอยู่กับทีม ไฮด์ ยูไนเต็ด ตอนอายุ 12 ปี ตอนนั้นผมเล่นกับทีม ไฮด์ แค่ 14 เกม ยิงไป 12 ลูก และทำไปอีก 31 แอสซิสต์เลย" อีลังก้า เล่าย้อนความ
หลังจากจบ 14 เกมที่เหมือนกับเรียกแมวมองของทีมแดนเหนือให้มาส่องฟอร์ม ไม่นานนัก อีลังก้า ก็ได้สัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด และที่นั่นเขาพัฒนาตัวเองเร็วมาก โดยเจ้าตัวเล่าว่าเขารู้สึกตัวเองเป็นธรรมชาติมาก ๆ เวลาลงสนามกับนักเตะรุ่นเดียวกัน มันให้ความรู้สึกแบบที่ไม่กลัวใคร เหมือนกับเขาเป็นหมาป่า และคนอื่นเป็นลูกแกะรอให้เขาจัดการ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวทำให้ฟอร์มของ อีลังก้า จัดจ้านมาก และโค้ชเยาวชนของ ยูไนเต็ด หลายคนก็บอกแบบนั้น
อีลังก้า เล่นให้ทีม ยู 18 ตั้งแต่อายุ 14 ปี และยังคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมในฟุตบอลเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีของยุโรปที่ชื่อว่า โคปา มายอร์ก้า ขณะที่ขยับมาอีก 1 ปี ตอนอายุ 15 ปี เขาก็ติดทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ยู 19 ไปแข่งขันรายการ อ็อตเตน คัพ ที่จัดโดยสโมสร พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ด้วย ซึ่งเด็กที่แบกอายุไปในรุ่นนั้นมีแค่ 3 คนเท่านั้นนอกจากเขาคือ เทเดน เมนจี้ และ เมสัน กรีนวู้ด ที่เป็นเพื่อนซี้กันแม้กระทั่งทุกวันนี้
9 กันยายน 2020 อีลังก้า พาทีม ยู 21 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเล่นในรายการ EFL โทรฟี่ (ฟุตบอลลีกคัพ ของทีมจากลีกวันกับลีกทู แต่อนุญาตให้ทีม ยู 21 ของสโมสรในพรีเมียร์ลีกกับแชมเปี้ยนชิพลงเล่นด้วยได้) เจอกับ ซัลฟอร์ด ซิตี้ และ อีลังก้า พาทีมไล่ถล่ม "ทีมผู้ใหญ่" ไป 6-0 มันทำให้ แกรี่ เนวิลล์ อดีตนักเตะของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เป็นผู้ถือหุ้นของ ซัลฟอร์ด ถึงกับบอกว่า "ไอ้หนูนี่คือฝันร้าย เขาบุกใส่กองหลังของเราเหมือนกับเขาคิดว่าตัวเองเป็น เธียร์รี่ อองรี"
ซึ่งนั่นเป็นการเปรียบเทียบที่ยอดเยี่ยม เพราะ อีลังก้า มีไอดอลหมายเลข 1 ในอาชีพค้าแข้งของเขาตลอดมาคือ อองรี ตำนานของ อาร์เซน่อล ดังนั้นแนวทางการเล่นของเขาแบบที่ใช้ความเร็ว โจมตีได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะตรงกลาง หรือปีก 2 ข้าง หลากหลายในการเล่นไม่ว่ารอยิง หรือเลี้ยงเข้ายิงเอง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเขาเปิดเทปของ อองรี ดูตั้งแต่เด็กและพยายามทำตาม หวังว่าสักวันจะเข้าใกล้ระดับที่อองรีทำไว้ ซึ่งเขาไม่ได้แค่ฝัน แต่เขาพยายามพัฒนาตัวเองไปด้วย
"แอนโธนี่ อีลังก้า คือนักเตะที่ทำงานหนักที่สุดในทีมเยาวชนที่เรามี" นีล วู้ด ผจก. ทีมรุ่น ยู 21 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ร่วมยืนยัน
"เขายังห่างไกลจากคำว่ายอดเยี่ยมในโลกฟุตบอลที่กว้างใหญ่ แต่ถ้าคุณนับคะแนนเรื่องความพยายาม เขาไม่แพ้ใครแน่นอน เขาพยายามอย่างหนักที่จะพัฒนาตัวเอง นั่งดูเทปผู้เล่นชั้นนำหลาย ๆ และยังเป็นนักเตะเยาวชนไม่กี่คนเข้าโปรแกรมฝึกซ้อมพิเศษ หลังจากการซ้อมปกติจบลง"
"เขาพยายามมากที่จะแสดงให้เห็นว่าการทำงานหนักเปลี่ยนอะไรในตัวของเขาบ้าง แต่เส้นทางของเขายังอีกไกล เราต้องทำให้เขาเข้าใจเรื่องการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายว่า เขาควรจะยิงหรือจ่ายเมื่อเขาเข้าใกล้กรอบเขตโทษ และตัวเขาก็รู้ว่าตัวเองต้องใจเย็นกว่านี้ ... ข้อดีของเด็กคนนี้คือ รับฟังทุกอย่างที่คุณสอน ติ หรือตักเตือน และเมื่อ ราล์ฟ รังนิก เข้ามาทำทีมและถามว่ามีนักเตะเยาวชนคนไหนที่น่าสนใจบ้าง ผมไม่ลังเลที่จะพูดชื่อของเขาออกมา"
เกิดในยุค รังนิก ดับในยุค เทน ฮาก
ในฤดูกาล 2020-21 ที่แสนวุ่นวายท่ามกลางการระบาดของ โควิด-19 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ส่ง อีลงก้า ลงเล่นเกมชุดใหญ่เป็นนัดแรกในเกมที่แพ้ให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-2 ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2021
แม้จะแพ้และไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนักในเกมนั้น แต่มันก็เป็นการเติมไฟให้ตัวเองของ อีลังก้า เช่นกัน อย่างที่ วู้ด บอก อีลังก้า ไม่เคยลืมว่าตัวเองอยากจะเล่นเหมือนนักเตะคนไหน ... เขาพยายามไปซ้อมในสนาม และฝึกในโรงยิมตลอด เพื่อลดระยะห่างนั้น จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 2021 ราล์ฟ รังนิก ถูกแต่งตั้งให้เป็นกุนซือชั่วคราวของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลัง โซลชา ถูกปลด และอย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น เขาอยากจะใช้งานเด็กหนุ่มที่แข็งแรง และมีความกระหาย ซึ่งเขาถูกใจ อีลังก้า อย่างที่สุด
"อีลังก้า เป็นเด็กที่สนุกกับการเล่นฟุตบอล และรู้ดีว่าตัวเองมีจุดแข็งอะไร ควรจะใช้อะไรเป็นอาวุธโจมตีใส่คู่ต่อสู้ ผมชอบที่เขาพยายามแสดงสิ่งเหล่านั้นออกมา แม้มันจะยังห่างไกลกับคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่นั่นคือทัศนคติที่ถูกต้องของนักเตะหนุ่มในวัยนี้" รังนิก กล่าวตอนที่เขาคุมทีม ปีศาจแดง
นอกจากนี้ยังมีบทสัมภาษณ์ของ รังนิก อีกเรื่องหนึ่งที่ชม อีลังก้า ที่เจ้าตัวเริ่มดันเป็นตัวจริงมากขึ้น และว่ากันว่าเขาพยายามส่งสัญญาณไปถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ตอนนั้นมีปัญหาเรื่องฟอร์มตกอย่างมาก และมีเรื่องทัศนคติที่เหมือนกับไม่อยากจะเล่นให้กับสโมสรว่า
"เขาเป็นนักเตะที่ทุ่มเทสุดความสามารถเมื่อได้รับโอกาส ผมมั่นใจว่าเมื่อเราให้โอกาสเขามากขึ้น เขาจะเป็นนักเตะที่ดีของทีมในอนาคต เพราะผมมองดูแล้วว่าเขาเป็นคนที่มีความพร้อมและยกระดับตัวเองขึ้นมาทั้งเรื่องกายและจิตใจ"
แม้ รังนิก จะคุมทีมปีศาจแเดงช่วงสั้น ๆ แต่ อีลังก้า ในวัย 19 ปี ได้ลงเล่นไปรวม 1,439 นาที จากทั้งหมด 26 เกม และยิงได้ 3 ประตู หนึ่งในนั้นคือการยิงประตูใส่ แอตฯ มาดริด ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อกเอาต์ด้วย
อีลังก้า กำลังมีโอกาสที่เติบโตขึ้นและมีบทบาทมากขึ้น ทว่าอย่างที่หลายคนรู้กัน การทำงานของ รังนิก กับโค้ชผู้มาใหม่ช่วงฤดูร้อนปี 2022 อย่าง เอริค เทน ฮาก นั้นดูจะไม่ตรงกัน ทำให้บทบาทที่สโมสรเคยจะวาง รังนิก ไว้ในฐานะ ผอ. กีฬา จึงต้องพับไป ซึ่ง ณ จุดนั้น มันก็เหมือนเป็นการปิดตายประตูการแจ้งเกิดของ อีลังก้า ลงไปพร้อม ๆ กัน
เทน ฮาก ดึงปีกในแบบที่ตัวของเขาต้องการเข้ามาอย่าง อันโตนี่ นอกจากนี้นักเตะรุ่นน้องอย่าง อเลฮานโดร การ์นาโช่ ก็ดูจะถูกสไตล์การทำทีมของกุนซือชาวดัตช์มากกว่า ทำให้ การ์นาโช่ แซงหน้า อีลังก้า ไปในเรื่องของโอกาสการลงเล่น
ซึ่งเมื่อโอกาสน้อยลง การพัฒนาก็น้อยตาม ไหนจะเรื่องการบาดเจ็บที่หลังทำให้เขาหายหน้าหายตาไป 4 เดือน เผลอแวบเดียว อีลังก้า ก็กลายเป็นนักเตะที่ถูกลืมในยุค เทน ฮาก ไปเป็นที่เรียบร้อย ... 1 ปีกว่า ๆ ในยุค เทน ฮาก อีลังก้า ได้ลงเล่นแต่ 751 นาทีเท่านั้น
และนั่นส่งผลอย่างมากกับนักเตะที่เคยเห็นคนอื่นเป็นลูกแกะอย่าง อีลังก้า แทนที่เขาจะพัฒนาตัวเองในการดวลกับนักเตะรุ่นพี่ในระดับทีมชุดใหญ่ ทำให้ความมั่นใจของเขาลดลงไปเรื่อย ๆ และเจ้าตัวไม่คิดว่าเขาจะเป็นตัวหลักได้ในยุคของ เทน ฮาก อีกแล้ว ... สิ่งสำคัญก็คือเด็กคนนี้รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไรอยู่ และจะทำอย่างไรให้เขากลับมามั่นใจเหมือนกับเป็นหมาป่าไล่งับลูกแกะในสมัยเล่นทีมเยาวชนอีกครั้ง
คำตอบสุดท้ายของเขาไม่ต้องรอนาน เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2023 ยูไนเต็ด ต้องการระบายนักเตะเพื่อหาเงินเข้ามาเติมตัวเลขสีเขียวในบัญชี และ เอริค เทน ฮาก ตัดสินใจไม่ยากว่า อีลังก้า จะต้องเป็นคนนั้น นักเตะหนุ่มที่เขาไม่ใช้งานทำเงินได้ 15 ล้านปอนด์ โดยที่ไม่ต้องหักลบกลบหนี้อะไรเลยเพราะเป็นนักเตะที่สโมสรปั้นขึ้นมาเอง
เมื่อไม่เป็นที่ต้องการ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะตัดสินใจ อีลังก้า เองก็พร้อมแล้วที่จะโบยบินสู่ระดับต่อไป ... และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ คือคำตอบของเขา
สวมวิญญาณหมาป่า
วันที่ อีลังก้า จะย้ายออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด มีข่าวว่าทีมอย่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ คริสตัล พาเลซ สนใจในตัวเขา ทว่า อีลังก้า เองก็ทบทวนอย่างละเอียดแล้วว่า การเลือกทีมที่เล็กที่สุด และมีโอกาสลงสนามมากที่สุดอย่าง ฟอเรสต์ คือตัวเลือกที่เขาควรตัดสินใจมากที่สุดในเวลานั้น
"ผมจำเป็นต้องเลือกให้ดีที่สุด และเลือกทีมที่ถูกต้องสำหรับผม 100% และ ฟอเรสต์ ก็คือทีมนั้น" อีลังก้า กล่าว ซึ่งเขาก็คิดถูก เพราะหลังจากการย้ายทีมแล้ว คนที่เคยลงเล่นเกมละ 10 นาที หรือ 5 นาทีสุดท้ายสมัยอยู่กับ ยูไนเต็ด เปลี่ยนไป เขากลายเป็นอาวุธในการเล่นเกมสวนกลับของ ฟอเรสต์ ในยุคของ สตีฟ คูเปอร์
“ผมตัดสินใจถูกต้อง 100 เปอร์เซนต์ ... การมาอยู่กับฟอเรสต์เป็นเรื่องใหญ่สำหรับผมมาก เพราะจู่ ๆ ผมก็ได้ลงเล่น 90 นาทีอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับมีโอกาสพัฒนาตัวเอง เมื่อได้ลงเล่น ผมรู้สึกว่าตัวเองมีเป้าหมาย เหมือนกับว่าผมกำลังเล่นและพัฒนาตัวเองไปด้วย นั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับผม ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมรู้จักลีกนี้เป็นอย่างดีแล้ว เพราะผมมีโอกาสได้เรียนรู้ ผมไม่เสียใจเลย เพราะผมสนุกกับการเล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมกับทีมนี้"
จากนั้น เมื่อกุนซือคนใหม่อย่าง นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ มาถึงในเดือนธันวาคม 2023 พร้อมกับแท็คติก "ไม่เน้นครองบอล" และเลือกใช้การเล่นสวนกลับแบบเต็มรูปแบบ มันยิ่งทำให้อาวุธของ อีลังก้า อย่าง "ความเร็ว" ถูกลับคมมาดียิ่งขึ้น และมันทำให้เขาอันตรายกว่าเดิมเป็นอย่างมากภายใต้ระบบการเล่นนี้ ความมั่นใจกลับมาที่เขาอีกครั้ง อีลังก้า ไม่เคยกลัวที่จะบอกว่าตัวของเขาเป็นนักเตะที่ "เร็วที่สุด" ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเขาแสดงให้เห็นมาหลายครั้งในซีซั่นนี้ ด้วยการวิ่งตัวเปล่าที่มีประสิทธิภาพ
ยิ่งเมื่อมีศูนย์หน้าตัวเป้า ตัวพักบอลอย่าง คริส วู้ด มีตัวเชื่อมบอลอย่าง มอร์แกน กิ๊บส์ ไวท์ ... แอนโธนี่ อีลังก้า ในวัย 22 ปี ก็กลับมาสู่ร่างทองในแบบที่เขาวาดภาพเอาไว้มาเสมอ นั่นคือวันที่กองหลังทีมอื่นจะต้องวิตกกังวลกับการเล่นของเขา ไม่ว่าจะตอนมีบอลอยู่กับเท้า หรือตอนที่ไม่มีบอลก็ตาม
"หน้าที่ของผมในตอนนี้กับ ฟอเรสต์ มันชัดเจนเข้าใจได้ง่าย นั่นคือการบุกทะลวงพื้นที่ฝั่งตรงข้ามและไปให้ถึงหน้าประตูคู่แข่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" อีลังก้า กล่าว
"เมื่อผมได้ลงเล่นบ่อย ๆ สม่ำเสมอ ได้ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือการคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าที่ดีขึ้น ผมคิดว่าตอนนี้ผมพัฒนาการมองเห็นที่ว่างของฝั่งตรงข้ามได้มากขึ้น และแน่นอน ผมเชื่อว่าผมจัดการพวกเขาได้ เพราะผมมั่นใจว่าผมคือหนึ่งในนักเตะที่เร็วที่สุดของพรีเมียร์ลีก"
คำพูดดังกล่าวอาจชวนหมั่นไส้ แต่ปีนี้ วิธีการเล่นของ อีลังก้า เป็นแบบนั้นจริง ๆ ... โดยเฉพาะประตูล่าสุดที่เขายิงใส่ ยูไนเต็ด มันแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของเขาที่เต็มเปี่ยมที่สุดในอาชีพค้าแข้ง
ระยะการวิ่งเกือบ 70 เมตร เร่งสปีดแบบสุดฝีเท้าแบบไม่ใครตามทัน และศักยภาพด้านร่างกายที่แข็งแรงชนิดที่ว่าโดนชนโดนเสียบก็ไม่ล้ม ก่อนจะจบสกอร์อย่างเฉียบขาด ... นี่มันเป็นประตูในแบบที่ เธียร์รี่ อองรี ชอบทำมันเสมอในช่วงที่เขายังค้าแข้งอยู่จริง ๆ
แน่นอน เราคงไม่พูดว่า อีลังก้า จะกลายเป็น อองรี แต่ตอนนี้เขาพัฒนากลายเป็นคนละคนกับตอนที่เล่นให้กับ ยูไนเต็ด ไปแล้ว และดูเหมือนเจ้าตัวก็รู้ด้วยว่า ไม่ว่าจะเล่นให้กับทีมใหญ่หรือทีมเล็ก สิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้ตัวเองว่าที่ไหน คือที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับตัวของเขา
"ผมโตขึ้นมาอีกนิดและในอดีตผมเคยคิดว่า นี่เรากำลังเล่นให้กับยักษ์ใหญ่อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด เลยนะ แต่ผมกลับลืมคิดไปว่าตัวเองไม่เคยได้รับการพัฒนามากขึ้นเลย ความพยายามของผมเหมือนมีค่าแค่ทำให้ผมได้มีชื่อบนม้านั่งสำรอง" อีลังก้า เล่าถึงวินาทีที่เขาเห็นคุณค่าของตัวเอง
ตอนนี้ อีลังก้า ไม่กลัวใครอีกแล้ว ... ความมั่นใจของเขากำลังทะยานถึงขีดสุด เหมือนกับผลงานของต้นสังกัดอย่าง ฟอเรสต์ ที่เข้ารอบตัดเชือก เอฟเอ คัพ และอยู่ในอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีก
บทบาทของจอมสปีดแห่งเกมสวนกลับกำลังเป็นลายเซ็นสร้างชื่อของเขาในเวลานี้
แม้การพิสูจน์ตัวเองของเขายังต้องดำเนินต่อไประดับของการแข่งขันสูงขึ้นในทุก ๆ ปี แต่ตอนนี้เขากำลังอยู่ในสนามแข่งที่เหมาะสม และชัดเจน 100% ซึ่งความชัดเจนนี้เอง ทำให้เขาไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น จากนี้แค่ทุ่มให้สุดตัว และวิ่งให้เต็มแรงเพื่อเข้าเส้นชัยให้ได้เท่านั้น
แหล่งอ้างอิง
https://www.unitedinfocus.com/news/what-ralf-rangnick-said-about-anthony-elanga-at-man-utd-his-words-still-ring-true/
https://www.manutd.com/en/news/detail/anthony-elanga-teamviewer-diaries-importance-of-competition
https://www.bbc.com/sport/football/articles/c5y4jrlp78wo
https://www.goal.com/en/lists/anthony-elanga-prime-lionel-messi-man-utd-haunted-nottingham-forest/bltd7c739da77c71635#cs9dceb6c90585c074
https://www.skysports.com/football/news/12040/12527179/anthony-elanga-manchester-united-academy-graduates-rise-to-prominence-at-old-trafford
https://www.nytimes.com/athletic/2165767/2020/10/29/anthony-elanga-manchester-united-interview/