FEATURE

คนเหล็กแห่ง NFL : ทอม เบรดี้ ทำอย่างไรให้เล่นเกมอเมริกันฟุตบอลสุดโหดในวัยย่าง 45 ปี | Main Stand



ทอม เบรดี้ ไม่ใช่แค่นักอเมริกันฟุตบอลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในปัจจุบัน แต่เขายังเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคสมัย เจ้้าของแชมป์ซูเปอร์โบวล์ หรือแชมป์ของลีก NFL จำนวน 7 สมัยคือเครื่องรับประกันได้ดีที่สุด

 


แต่สิ่งที่มหัศจรรย์กว่านั้น คือเบรดี้ยังคงไล่ล่าโอกาสที่จะได้ถือถ้วยแชมป์เป็นครั้งที่ 8 แม้ว่าตอนนี้ตัวเขาจะอายุ 44 ปี และในปีนี้เขาจะอายุ 45 แต่เขาคงยังเป็นผู้เล่นระดับท็อปของลีกเหมือนเดิมกับในช่วง 20 ปีที่แล้ว

ในขณะที่ความหนักหน่วงของกีฬาอเมริกันฟุตบอลเป็นอันตรายกับร่างกายมนุษย์ยิ่งกว่ากีฬามวยสากลอาชีพ จนทำให้ค่าเฉลี่ยอายุที่เลิกเล่นของผู้เล่นใน NFL เท่ากับ 27 ปีกับ 6 เดือน แต่ ทอม เบรดี้ กลับยืนหยัดอยู่ในลีกมาได้จนอายุถึง 44 ปี แถมยังเล่นต่อไปได้อีกหลายปี หากเขาไม่คิดรีไทร์ไปเสียก่อน

ทอม เบรดี้ มีวิธีอย่างไรให้เขายืนอยู่ในกีฬาสุดโหดได้ยาวนานขนาดนี้ ติดตามไปพร้อมกับเรา

 

รากฐานจากอดีต

ด้วยวัย 44 ปีของ ทอม เบรดี้ กับการเล่นในกีฬาที่โหดหินอย่างอเมริกันฟุตบอล เขาต้องรับศึกหนักพร้อมกันทั้งสองด้าน คือต้องสู้กับการปะทะจากคู่แข่งและสู้กับความชราของตัวเอง

ทอม เบรดี้ ทำลายสถิติมากมายของลีก NFL ในฐานะผู้เล่นที่อายุมากที่สุด ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขา แต่แน่นอนว่าเขาต้องทำงานหนักกว่านักกีฬารุ่นเยาว์หลายเท่าในการจะยืนอยู่ในลีกกีฬาอันหฤโหดนี้ แถมยังยืนอยู่ในจุดที่สูงสุดอีกด้วย

เบรดี้ คงไม่ได้ลงสนามด้วยวัยย่าง 45 หากเขาไม่รู้จักรักษาร่างกายของตัวเองให้ดีพร้อมกับการแข่งขัน ซึ่งหมายถึงระเบียบวินัยด้านการดูแลตัวเองอย่างถึงที่สุด

ยอดควอเตอร์แบ็กรายนี้พบเคล็ดลับในการเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน เขาไม่ได้เพิ่งหันมาสนใจการรักษาสภาพร่างกายอย่างจริงจังตอนอายุเข้าเลข 4 แต่เขาทำมาตั้งแต่สมัยหนุ่ม ตอนที่เขาอายุได้เพียง 27 ปีเท่านั้น

จุดเปลี่ยนสำคัญของ ทอม เบรดี้ คือการได้รู้จักกับ อเล็กซ์ เกอร์เรโร ผู้เชี่ยวชาญด้านรักษาร่างกายผ่านการควบคุมอาหารชาวอาร์เจนตินา เมื่อปี 2004 ผ่านการแนะนำของเพื่อนร่วมทีม 

เกอร์เรโร เป็นคนเริ่มแนะนำให้เบรดี้เปลี่ยนการออกกำลังกายหนักเพื่อเน้นเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ให้หันมาออกกำลังกายแบบเน้นสร้างความยืดหยุ่นให้กับร่างกายโดยไม่จำเป็นจะต้องมีกล้ามใหญ่โต แต่กล้ามเนื้อต้องมีความพริ้วไหวและยืดหยุ่น เพื่อปรับให้เข้ากับการเคลื่อนไหวที่ฉับพลันที่จะช่วยหลีกเลี่ยงการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ 

ย้อนไปในช่วงเวลานั้น การออกกำลังกายเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อไม่เป็นที่นิยมในลีก NFL แม้แต่น้อย เพราะกับกีฬาคนชนคนสุดโหด ไม่มีใครเข้าใจว่าเราจะเน้นสร้างร่างกายให้พริ้วไหวมากกว่าการสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งไปเพื่ออะไร 

อย่างไรก็ตาม ทอม เบรดี้ เชื่อในแนวทางนี้ ยิ่งเวลาผ่านไปเมื่อตัวเขาอายุมากขึ้น เขาก็พบว่าการดูแลร่างกายผ่านการออกกำลังกายที่ไม่หนักแต่มีความสม่ำเสมอ โดยหันมาให้ความสำคัญกับการควบคุมอาหารแบบเข้มข้นอย่างถึงที่สุด คือแนวทางที่ใช้ในการรักษาร่างกายของเขาในฐานะนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลให้มีอายุยาวนานขึ้น

วิธีการนั้นถูกเรียกว่า "TB12 Method" ซึ่ง ทอม เบรดี้ ร่วมกันคิดค้นกับ อเล็กซ์ เกอร์เรโร ทั้งคู่ใช้เวลาหลายปีในการพัฒนา และหาผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุดกับนักกีฬา ทั้งในแง่ของการรักษาสภาพร่างกายไปจนถึงช่วยเสริมประสิทธิภาพในการลงสนามของผู้เล่นให้ออกมาดีที่สุด จนทั้งคู่คนได้ค้นพบสูตรสำเร็จที่ลงตัว และเปิดบริษัทร่วมกัน เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาสภาพร่างกายของนักกีฬาไปจนถึงบุคคลทั่วไป

แน่นอนว่าลูกค้าคนที่ 1 และเป็นคนที่สำคัญที่สุดของบริษัท TB12 คือ ทอม เบรดี้ เขาได้ใช้แนวทางนี้ในการรักษาร่างกายมาเป็นเวลายาวนานเกือบ 20 ปี ผลลัพธ์ที่ออกมาก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าประสบความสำเร็จมากแค่ไหน เพราะวิธีการนี้ได้ช่วยให้ ทอม เบรดี้ ยังคงอยู่รอดในกีฬาที่หนักยิ่งกว่ามวยสากลอาชีพชนิดนี้ แถมในวัย 44 ปีเขายังเล่นได้ในระดับลุ้นตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่าประจำฤดูกาลได้อยู่เลย

 

คุมอาหารแบบสุดโหด

สำหรับวิธีการรักษาร่างกายของ ทอม เบรดี้ จะแบ่งความสำคัญออกเป็น 4 รูปแบบ อย่างแรกและเป็นสิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การควบคุมอาหาร

ในช่วงวัยหนุ่มเบรดี้จะโฟกัสไปที่การออกกำลังกายมากกว่า แต่เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายของเขาไม่ได้ดีเหมือนช่วงแรกเริ่มของอาชีพ ดังนั้นจึงต้องหันมาเน้นที่การรักษามากกว่าการสร้าง

เบรดี้ยึดหลักง่าย ๆ ว่า ถ้าอยากมีร่างกายที่ดีก็ต้องกินของดี ๆ โดยจะต้องเอาของที่มีประโยชน์เข้าตัว เหมือนดั่งคำที่เราคุ้นเคยกันดีว่า "กินอะไรได้อย่างนั้น" ดังนั้นเขาจึงมีระบบการควบคุมอาหารตามหลักโภชนาการที่โหดสุดขีด

80-20 คือหลักสูตรควบคุมอาหารง่าย ๆ แบบฉบับ ทอม เบรดี้ นั่นคือจะต้องบริโภคอาหารที่มาจากประเภทพืช 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วกินอาหารที่มาจากสัตว์ แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่า แนวทางการทานอาหารของ เบรดี้ สร้างประโยชน์กับร่างกายมนุษย์ยิ่งกว่าคนเป็นมังสวิรัติเสียอีก 

อลิกซ์ ทูรอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและการควบคุมอาหาร เผยว่าวิธีการทานอาหารของ ทอม เบรดี้ คือตัวอย่างที่ดีมากสำหรับนักกีฬา เพราะ 80 เปอร์เซ็นต์ ของการบริโภคพืชจะช่วยรักษาร่างกายให้ยังคงสภาพแม้มีอายุมากขึ้น ในขณะที่การบริโภคเนื้อ 20 เปอร์เซ็นต์ จะให้พลังงานที่เหมาะสมที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันในการเป็นนักกีฬา 

เบรดี้ เคร่งครัดกับการควบคุมอาหารของเขามาก อาหารส่วนใหญ่ที่เขากินในชีวิตประจำวันคือผลไม้ เพราะเขามีคติส่วนตัวว่า ถ้าหิวก็กินผลไม้เอาไว้ก่อน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะกินผักและผลไม้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ในชีวิตของเขา

ส่วนอาหาร 20 เปอร์เซ็นต์ ที่มาจากเนื้อสัตว์ของ ทอม เบรดี้ ก็ถูกระบุไว้ชัดเจน นั่นคือ สเต็กปลาตอนอาหารเที่ยง และสเต็กไก่ตอนอาหารเย็น แค่นี้เท่านั้นไม่มีมากไปกว่านั้น ควอเตอร์แบ็กชื่อดังจะไม่ยอมให้เนื้อสัตว์เข้าปากของเขามากไปกว่านี้เลย

นอกจากนี้ ทอม เบรดี้ ยังงดทุกอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล รวมถึงไม่กินชาและกาแฟอีกด้วย

ข้อถัดมาคือข้อง่าย ๆ อย่างเหลือเชื่อในการดูแลร่างกาย แต่มนุษย์ทุกคนมักจะลืมข้อนี้ไปสนิท นั่นคือการ "ดื่มน้ำเปล่าให้เยอะ ๆ"

วิธีการดื่มน้ำเปล่าของ เบรดี้ ก็เหมือนกับการควบคุมอาหาร นั่นคือมีสูตรกำหนดที่ตายตัว นั่นคือ 37 แก้วต่อวัน หรือ 2.3 แกลลอน หรือ 8.7 ลิตรต่อวันนั่นเอง ซึ่งถือว่ามากกว่าคนปกติเป็นระดับที่มากกว่า 2 เท่า เพราะมนุษย์โดยทั่วไปต้องการน้ำเปล่าเข้าสู่ร่างกายต่อวัน 3.7 ลิตร

สำหรับ ทอม เบรดี้ ซึ่งปกติบริโภคโปรตีนน้อยมาก น้ำจึงยิ่งมีความสำคัญกับตัวเขาในการช่วยเป็นพลังงานที่จะทำให้เขาสามารถเล่นกีฬาได้โดยไม่เกิดภาวะอันตรายต่อร่างกาย จึงทำให้เขาต้องดื่มน้ำในแต่ละวันเป็นจำนวนมหาศาลเช่นนี้ 

นอกจากนี้การดื่มน้ำเยอะ ๆ ยังช่วยให้ร่างกายของนักกีฬามีความชุ่มชื้น มีพลังงานในการเล่น ซึ่งส่งผลต่อการเล่นที่ดีของ ทอม เบรดี้ ในวัย 44 ปี ด้วยเช่นกัน

 

ออกกำลังกายให้เหมาะกับวัย 

นอกจากการควบคุมอาหารที่ดีแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการออกกำลังกาย ซึ่งเบรดี้ยึดมั่นในแนวทางที่เรียกว่าการออกกำลังกายที่เน้นการเคลื่อนไหวหรือทำให้เขาคล่องตัวได้มากขึ้น 

ถึงแม้ว่าตำแหน่งควอเตอร์แบ็กของ ทอม เบรดี้ จะไม่ได้ใช้ร่างกายเยอะหากเทียบกับตำแหน่งอื่น โดยเฉพาะวิธีการเล่นของเขาที่ยังเน้นสไตล์แบบดั้งเดิมแบบไม่วิ่งเพื่อทำระยะ แต่เขาก็ต้องยืนปักหลังภายใต้การป้องกันของผู้เล่นแนวเกมบุก หรือยืนอยู่ในพ็อกเก็ตเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสมขว้างบอลไปให้กับปีก 

ซึ่งแม้จะมีผู้เล่นคอยป้องกัน แต่เบรดี้ยังคงต้องการความคล่องตัวในการหลบหลีกไม่ให้โดนผู้เล่นทีมรับของฝ่ายตรงข้ามอัดจนลงไปกองกับพื้นอยู่ดี

การโดนผู้เล่นทีมรับเล่นงาน ถือเป็นจุดสำคัญที่ทำให้อายุการเล่นอเมริกันฟุตบอลของตำแหน่งควอเตอร์แบ็กสั้นกว่าที่ควรจะเป็นมาตลอด ดังนั้นหากมีวิธีไหนที่จะทำให้ ทอม เบรดี้ รอดพ้นจากการโดนอัดโดยคู่แข่งก็ถือว่าจำเป็นต้องทำ

เบรดี้ จึงใช้การออกกำลังกายเผื่อเสริมความคล่องตัว ซึ่งไม่ได้เพียงแต่ช่วยรักษาความคล่องแคล่วของเขาแม้อายุจะมากขึ้น แต่ยังช่วยลดโอกาสบาดเจ็บให้กับเบรดี้ได้อีกด้วย

ด้วยวัย 44 ปี เบรดี้ ไม่สามารถออกกำลังกายหนักที่เน้นเพิ่มกล้ามเนื้อได้อีกแล้ว ซึ่งหากฝืนทำอยู่ก็มีแต่จะเพิ่มโอกาสบาดเจ็บได้ง่าย เพราะถึงกล้ามเนื้อจะมีความแข็งแกร่ง แต่ก็จะเป็นร่างกายแข็ง ๆ ที่ขาดความยืดหยุ่น ซึ่งเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บมากกว่า 

สำหรับ เบรดี้ เขาจึงทุ่มเทการออกกำลังกายไปกับการถนอมสภาพร่างกายให้ฟิตสมบูรณ์ พร้อมกับการมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากที่สุด ซึ่งเขาทำมายาวนานแล้วตั้งแต่ในวัยหนุ่ม และมันแสดงให้เห็นแล้วว่ามันได้ผลจริง เพราะทุกวันนี้เขายังคงยืนหยัดเล่นอเมริกันฟุตบอลอยู่ได้ ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นไปจนถึงผู้เล่นรุ่นน้องเลิกเล่นกันไปนักต่อนักแล้ว

ด้านการออกกำลังกายของ เบรดี้ ไม่มีอะไรซับซ้อน ขอแค่มีอุปกรณ์ นั่นคือการดึงยางยืดในรูปแบบต่าง ๆ โดยจะเน้นไปที่การสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มความยืดหยุ่นในบริเวณ แขน, หน้าอก และหลัง เป็นหลัก นอกจากนี้ เบรดี้ ยังออกกำลังกายผ่านท่าง่าย ๆ เช่น วิดพื้น, แพลงก์ หรือ สควอช ในทุกวันอีกด้วย

ทางด้าน อเล็กซ์ เกอเรโร เปิดเผยว่า เหตุผลที่เบรดี้เล่นอเมริกันฟุตบอลในลีก NFL ได้ยาวนานกว่า 20 ปี เป็นเพราะรู้จักถนอมร่างกายโดยไม่ออกกำลังกายเกินความจำเป็น ซึ่งนั่นทำให้เขาแทบไม่เจออาการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

 

สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม 

อเมริกันฟุตบอลคือกีฬาประเภททีม และถ้าจะประสบความสำเร็จก็ต้องเล่นให้ดีทั้งทีมเช่นกัน แม้ว่า ทอม เบรดี้ จะคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ มาแล้วถึง 7 สมัย มากกว่าทุกทีมในลีก NFL แต่เขาก็ไม่ใช่ซูเปอร์แมนที่สร้างความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว เพราะยังมีผู้เล่นชั้นยอดอีกมากที่คอยสนับสนุนเขาอยู่เบื้องหลัง 

เหตุผลที่ เบรดี้ ยังคงเล่นมาจนถึงอายุ 44 ปี ไม่ใช่เพราะว่าเขาเล่นไปวัน ๆ หรือเล่นเพื่อรอรับเงิน แต่เขาเล่นเพราะต้องการจะเป็นแชมป์ ดังนั้นตัวของเบรดี้ต้องการผู้เล่นชั้นยอดเป็นเพื่อนร่วมทีมของเขาเสมอ ส่วนหนึ่งเพื่อคว้าแชมป์ และอีกด้านหนึ่งเพื่อช่วยเหลือให้ตัวเขาเล่นได้นานมากขึ้นเช่นกัน 

ทอม เบรดี้ คงเล่นมาได้ไม่นานขนาดนี้ หากเขามีไม่แนวเกมบุกหรือออฟเฟนซีฟไลน์ที่ดีคอยปกป้องเขาอยู่ด้านหน้า นี่คือตำแหน่งที่ทุกต้นสังกัดของเบรดี้ ไม่ว่าจะเป็นทีมเก่าอย่าง นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ หรือทีมปัจจุบัน อย่าง แทมปาเบย์ บัคคาเนียร์ส ล้วนลงทุนกับการดึงผู้เล่นชั้นยอดเพื่อมาคอยเป็นแนวป้องกันเบรดี้ไม่ให้โดนทีมรับคู่แข่งเล่นงาน 

การมีแนวบุกที่แข็งแกร่งนั้นดีอยู่แล้ว เพราะจะช่วยให้ผู้เล่นตำแหน่งควอเตอร์แบ็กขว้างบอลได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อผลงานของทีมแน่นอน แต่สำหรับ ทอม เบรดี้ ที่อายุปาเข้าไป 44 ปีแล้ว เขาไม่เหมือนคนหนุ่มที่เสี่ยงเอาร่างกายเข้าปะทะได้ หากไม่มีแนวป้องกันที่แข็งแกร่ง เขาคงเลิกเล่นไปก่อนโดยที่ไม่สามารถมาถึงตรงนี้แน่นอน 

แต่ เบรดี้ รู้ความสำคัญของเรื่องนี้ดี เขาจึงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เล่นออฟเฟนซีฟไลน์ในทีมมากเป็นพิเศษ เพื่อสร้างความเชื่อใจระหว่างกัน แนวป้องกันจะได้เล่นอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องเขา 

เบรดี้ จะซื้อของขวัญแจกให้กับผู้เล่นแนวเกมบุกในช่วงวันคริสต์มาสอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อแจ็คเก็ต, นาฬิกา หรือไอแพด ควอเตอร์แบ็กรายนี้แจกของตอบแทนให้ผู้เล่นคู่บุญของเขามาหมดแล้ว

นอกจากนี้ระหว่างเกมการแข่งขัน เบรดี้ ชอบที่จะพูดคุยกับผู้เล่นแนวเกมบุก เพื่อคอยปลุกใจผู้เล่นเหล่านี้ให้มีแรงกระหายในการเล่นอยู่เสมอ เพื่อปกป้องเขาไม่ให้โดนอัดจากคู่แข่งและคว้าชัยชนะไปด้วยกัน 

ไม่ใช่แค่ผู้เล่นออฟเฟนซีฟไลน์ที่เบรดี้มีความสัมพันธ์อันดีด้วย แต่เขาจะสานความสัมพันธ์กับผู้เล่นทุกคนในทีม โดยเฉพาะฝั่งทีมบุก ทั้งตัววิ่งหรือรันนิ่งแบ็ก ไปจนถึงกลุ่มปีก เพื่อให้ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันกับเขา และมีความมุ่งมั่นอยากช่วยให้เขาทำผลงานได้ดีที่สุด 

เพราะสุดท้ายแล้วหากมีเพื่อนร่วมทีมที่ดี งานของ ทอม เบรดี้ ก็ยิ่งสบาย ซึ่งจะส่งผลดีให้กับเขาในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทั้งการมีคนช่วยแบ่งเบาภาระในการขับเคลื่อนเกมบุก ที่จะทำให้เขามีความเสี่ยงต่อการเป็นเป้าในการปะทะจากผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามน้อยลง 

ไปจนถึงการมีผู้เล่นที่ดีก็ทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ทำให้ ทอม เบรดี้ มีไฟในการควบคุมอาหารและดูแลร่างกายของตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้ 

แม้จะอายุ 44 ปีแล้ว แต่ ทอม เบรดี้ ยังคงเป็นหนึ่งในสุดยอดควอเตอร์แบ็กของ NFL ในปัจจุบัน ที่มาพร้อมกับผลงานชั้นยอด และด้วยระเบียบวินัยที่ยอดเยี่ยมมาจนถึงปัจจุบัน จากที่ผู้คนเคยแซวขำ ๆ ว่าอยากให้เบรดี้เล่นไปจนถึงอายุ 50 ในตอนนี้เราอาจได้เห็นเขาเล่นถึงจุดนั้นจริง ๆ ก็เป็นได้

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.askmen.com/sports/bodybuilding/what-is-muscle-pliability.html
https://www.boston.com/sports/new-england-patriots/2017/12/21/bill-belichick-alex-guerrero-tom-brady-patriots/
https://tb12sports.com/#:~:text=The%20TB12%20Method%20is%20a,%2C%20and%20functional%20strength%20%26%20conditioning.
https://www.insider.com/tom-brady-eats-80-vegan-20-protein-2021-12
https://www.insider.com/troy-aikman-tom-brady-inspired-him-to-drink-more-water-2022-1#:~:text=Brady%20previously%20told%20Forbes%20that,American%20College%20of%20Sports%20Medicine.
https://www.verywellfit.com/high-protein-diets-cause-dehydration-3120674#citation-3
https://www.askmen.com/sports/bodybuilding/what-is-muscle-pliability.html
https://www.cheatsheet.com/entertainment/tom-brady-is-notorious-for-giving-lavish-gifts-to-his-offensive-linemen.html/
https://en.as.com/en/2021/10/14/nfl/1634188028_247758.html



AUTHOR

ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง

กินลม ชมวิว หิวน้ำส้ม
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x