FEATURE

เล่นกันแพร่หลาย - แต่ทำไมสนุกเกอร์ ถึงยังไม่เป็นที่ยอมรับในมหกรรมกีฬาต่างๆ | Main Stand



สนุกเกอร์ ถือเป็นกีฬาหนึ่งที่ได้รับความนิยมในหลายภูมิภาคและหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สหราชอาณาจักร, จีน หรือ ไทย จึงกล่าวได้ว่านี่คือเกมการแข่งขันที่เล่นกันอย่างแพร่หลายและมีการแข่งขันในระดับโลกมาอย่างยาวนาน

 


อย่างไรก็ตาม สนุกเกอร์ อาจะเป็นกีฬาชื่อดังที่อยู่ห่างไกลจากการเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมกีฬาระดับโลกมากที่สุด โดยก่อนหน้านี้มีการพยายามผลักดันให้สนุกเกอร์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโอลิมปิก เกมส์ 2020 แต่ผลลัพธ์คือถูกปัดตกไม่เป็นท่า

Main Stand จะพาไปหาเหตุผลกันว่า ทำไมกีฬาอันเป็นที่นิยมอย่าง สนุกเกอร์ ถึงยังไม่เป็นที่ยอมรับในมหกรรมกีฬา พร้อมกับความจริงที่ว่าพวกเขายังอยู่อีกไกลหากหวังจะผลักดันเป้าหมายนี้ให้เกิดขึ้นจริง

 

ปัญหาคือใช้ร่างกายน้อยเกินไป

ปัจจัยแรกที่หลายคนเชื่อว่าเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้สนุกเกอร์ยังไม่ถูกยอมรับในมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติคือธรรมชาติของกีฬาดังกล่าวที่ขาดความท้าทายทางกายภาพ กล่าวคือสนุกเกอร์เป็นกีฬาที่ใช้ร่างกายน้อยเกินไป และนั่นกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกไม่เคยเห็นสนุกเกอร์ในโอลิมปิก

มีผู้คนจำนวนหนึ่งเชื่อว่า สนุกเกอร์ ไม่ควรถูกเรียกว่าเป็น "กีฬา" เนื่องจากความบกพร่องในเรื่องการใช้ร่างกายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน ถึงแม้ว่า สนุกเกอร์ จะมีพื้นฐานไม่แตกต่างจากกีฬาเก็บแต้มทั่วไป นั่นคือเป็นการแข่งขันระหว่างผู้เข้าแข่งขันสองฝ่าย ใครสามารถเก็บแต้มจากการแข่งขันได้มากกว่าถือเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะ

แต่ สนุกเกอร์ ถือเป็นกีฬาที่ให้ความสำคัญกับทักษะเฉพาะทางในการแข่งขันซึ่งไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความสามารถทางร่างกาย กล่าวถือความแตกต่างทางร่างกายแทบไม่มีผลต่อการแข่งขันสนุกเกอร์หากคุณมีทักษะในการแทงลูกที่ยอดเยี่ยม ซึ่งแตกต่างจากกีฬาอื่น เช่น ฟุตบอล ที่ถึงทักษะนักเตะสองคนจะเท่ากัน แต่ถ้าความแข็งแกร่งของร่างกายไม่เท่ากัน ปัจจัยตรงนี้จะแสดงผลออกมาในการแข่งขัน

สนุกเกอร์ จึงมักถูกเปรียบเทียบกับ หมากรุก ซึ่งถือเป็นกีฬาในลักษณะเดียวกัน คือใช้สมองเป็นส่วนหลักในการแข่งขันมากกว่าจะเป็นการร่างกาย และถึงแม้ทั้งสองเกมจะถูกรับรองโดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากลในฐานะกีฬาชนิดหนึ่ง แต่ สนุกเกอร์ หรือ หมากรุก ยังคงถูกแยกห่างออกจากกีฬาแข่งขันทำแต้มชนิดอื่น

มีการตั้งข้อสังเกตว่า สนุกเกอร์ แตกต่างจากกีฬาทำแต้มที่ใช้สมรรถภาพทางร่างกายน้อยชนิดอื่น เช่น ยิงปืน หรือ กอล์ฟ อย่างไร ซึ่งผู้ที่ไม่สนับสนุนสนุกเกอร์ในฐานะกีฬามักกล่าวอ้างว่า ผู้เล่นกีฬายิงปืนหรือกอล์ฟจะมีการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อตอบสนองต่อการแข่งขันตลอดเวลา

แตกต่างจาก สนุกเกอร์ หรือ หมากรุก ที่ผู้เข้าแข่งขันมักนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานโดยไม่มีการเคลื่อนไหวเพื่อตอบสนองการแข่งขัน บางครั้งถึงกับมีคนตั้งข้อสงสัยว่า นักกีฬาที่แท้จริงจะใส่สูทนั่งสบายอยู่ในห้องแอร์แบบนักสนุกเกอร์ได้อย่างไร ?

"มันไม่เหมือนกับการเตะฟุตบอลให้เข้าประตูหรือการตีลูกสีขาวในกอล์ฟคลับ ผมเชื่อว่ากีฬาสนุกเกอร์คือ กีฬาที่เล่นได้ยากที่สุดในโลก" ฌอน เมอร์ฟี่ (Shaun Murphy) นักสนุกเกอร์ดีกรีแชมป์โลกเมื่อปี 2005 เปิดเผยความแตกต่างของสนุกเกอร์กับกีฬาอื่น

สนุกเกอร์ จึงเป็นกีฬาที่มีธรรมชาติยืนอยู่ในจุดตรงข้ามของภาพลักษณ์ของนักกีฬาที่โอลิมปิกพยายามนำเสนอ นั่นคือการแสดงสมรรถภาพอันน่าเหลือเชื่อของร่างกายมนุษย์ (เช่น การทำลายสถิติโลกในกีฬากรีฑา) ส่งผลให้ สนุกเกอร์ ยังคงถูกมองข้ามจากการเป็นส่วนหนึ่งของโอลิมปิกมาจนถึงทุกวันนี้

แม้ความจริงแล้ว สนุกเกอร์ จะมีคุณสมบัติของความเป็นกีฬาอย่างครบถ้วน นั่นคือเป็นการใช้ทักษะชั้นสูงเพื่อเอาชนะการแข่งขัน และต้องใช้ความมุ่งมั่นของนักกีฬาถึงจะสามารถคว้าชัยชนะในบั้นปลาย

 

ยังไม่แพร่หลายไปทั่วโลก

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้สนุกเกอร์ยังไม่ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติคือเรื่องของความแพร่หลาย โดยสนุกเกอร์ยังถูกมองว่าเป็นกีฬาที่มีประเทศให้ความนิยมน้อยเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับแถวหน้า นำมาสู่ความกังวลว่ากีฬาชนิดนี้อาจก่อให้เกิดการผูกขาดเหรียญทองหากได้เข้าไปสู่โอลิมปิก

ในสายตาของชาวไทยไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะรู้สึกว่าสนุกเกอร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะกีฬาชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงเวลาที่ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย หรือ วัฒนา ภู่โอบอ้อม ก้าวขึ้นไปเป็นผู้เล่นระดับแถวหน้าของโลกในช่วงยุค 90s บวกกับอิทธิพลของชาติชั้นนำซึ่งนิยมกีฬาสนุกเกอร์อย่าง สหราชอาณาจักร หรือ จีน ก็ทำให้สนุกเกอร์ดูเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากในสายตาชาวไทย

ความจริงแล้ว สนุกเกอร์ ถือเป็นกีฬาที่สามารถเรียกได้ว่า "ดังสุด-ดับสุด" กล่าวคือในประเทศที่นิยมกีฬาชนิดนี้ สนุกเกอร์ จะถูกเล่นกันอย่างแพร่หลายจนเป็นกีฬาระดับแถวหน้าของประเทศ ยกตัวอย่าง สหราชอาณาจักร ซึ่งมีผู้เล่นในระดับอาชีพราว 25,000 คน และมีผู้เล่นในกลุ่มท็อป 10 ของโลกถึง 8 คน ส่วนประเทศจีนมีผลสำรวจยืนยันว่า ประชาชนชาวจีนราว 10 ล้านคน เล่นกีฬาสนุกเกอร์เป็นงานอดิเรก

สนุกเกอร์จึงสามารถครองใจประเทศมหาอำนาจได้ทั้งในทวีปยุโรปและเอเชีย ซึ่งสาเหตุตรงนี้ก็สร้างภาพจำว่าสนุกเกอร์เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น เพราะยังมีอีกหลายประเทศที่ไม่ให้ความสนใจกีฬาสนุกเกอร์เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันระดับสูงที่ยังผูกขาดโดยมหาอำนาจที่ไม่เอื้อให้เกิดการแข่งขันในรูปแบบตัวแทนของชาติ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคืออันดับท็อป 30 ของผู้เล่นสนุกเกอร์ในฤดูกาล 2021-2022 ซึ่งมีผู้เล่นเพียง 3 คนหรือหนึ่งในสิบจากจำนวนตัวอย่างที่เป็นนักสนุกเกอร์ซึ่งไม่ได้มาจากสหราชอาณาจักรและจีน ได้แก่ นีล โรเบิร์ตสัน (ออสเตรเลีย), ลูก้า เบรเซล (เบลเยียม) และ ฮอสเซน วาฟาอี (อิหร่าน)

แน่นอนว่าการเข้ามาสู่ระดับท็อป 30 ของนักสนุกเกอร์จากชาติที่เพิ่งให้ความนิยมกีฬานี้ได้ไม่นานอย่างเบลเยียมและอิหร่าน ถือเป็นสัญญาณที่ดีอันแสดงให้เห็นการเติบโตของสนุกเกอร์ในระดับนานาชาติ แต่ในสายตาของบางคน นี่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้สนุกเกอร์ก้าวเข้าไปสู่โอลิมปิก

เหตุผลส่วนนี้มักถูกเปรียบเทียบกับความจริงที่ ปิงปอง หรือ เบสบอล อันเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่มอย่างชัดเจนที่สามารถก้าวเข้าสู่โอลิมปิก แถมยังสร้างการผูกขาดเหรียญทองอย่างชัดเจน (จีนเป็นเจ้าเหรียญทองปิงปองมาตั้งแต่ปี 1992) ก็ทำให้แฟนคลับสนุกเกอร์ทั่วโลกต่างมองว่ากีฬาชนิดนี้สามารถก้าวไปสู่โอลิมปิกได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม สนุกเกอร์ ยังขาดการหนุนหลังจากประเทศมหาอำนาจต่างจาก ปิงปอง ที่ได้รับการผลักดันอย่างมากโดยจีน ส่วน เบสบอล ก็เป็นกีฬาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น จึงพาตัวเองไปสู่โตเกียวเกมส์ 2020 ได้ในที่สุด แต่ย้อนกลับไปในลอนดอนเกมส์ 2012 สหราชอาณาจักรแทบจะไม่ผลักดันให้สนุกเกอร์เข้ามาสู่การแข่งขัน นี่จึงเป็นความแตกต่างระหว่างสนุกเกอร์กับสองกีฬาที่ทำให้ภาพจำของ สนุกเกอร์ ในฐานะกีฬาไม่เป็นที่แพร่หลาย และทำให้การผูกขาดชนิดกีฬาในการแข่งขันระดับสูงยังไม่หายไป

 

สนุกเกอร์ยังขาดการผลักดัน

สำหรับแฟนสนุกเกอร์ที่มองว่ากีฬาอันเป็นที่รักของพวกเขาควรได้เข้าไปอยู่ในมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติเสียที บุคคลเหล่านี้จะเชื่อมั่นว่า คณะกรรมการโอลิมปิกสากล "ไม่มีเหตุผลที่ดีเพียงพอ" ในการห้ามไม่ให้สนุกเกอร์ปรากฏตัวในโอลิมปิก เพราะพวกเขาเชื่อว่า สนุกเกอร์ ถือเป็นกีฬาเล่นเก็บแต้มโดยใช้ลูกชนิดหนึ่งไม่ต่างจาก ฟุตบอล หรือ เทนนิส

ข้อโต้แย้งในแง่ของการเป็นกีฬาที่ปราศจากการใช้สมรรถภาพทางร่างกายถูกปัดตกด้วยเหตุผลง่าย ๆ ที่ว่า การโน้มตัวเพื่อแทงลูกบนโต๊ะเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน ถือเป็นอะไรที่ทรมานมากเช่นกัน และถ้าพูดตามความจริง (ในสายตาแฟนสนุกเกอร์) กีฬาชนิดนี้ใช้ร่างกายมากกว่า ยิงธนู หรือ ยิงปืน ด้วยซ้ำ

ในส่วนของการที่สนุกเกอร์ยังไม่ใช่กีฬาระดับโลก แฟนคลับสนุกเกอร์เชื่อมั่นว่าการที่สนุกเกอร์ก้าวไปเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมกีฬาเวิลด์เกมส์ (World Games) หรือการแข่งขันระดับนานาชาติของเหล่ากีฬาที่ไม่ได้อยู่ในโอลิมปิก ตั้งแต่ปี 2001 ถือเป็นสัญญาณที่ดีซึ่งแสดงให้เห็นว่า สนุกเกอร์ พร้อมแล้วสำหรับการเป็นกีฬาระดับนานาชาติ แถมผู้ชนะในการแข่งขันสนุกเกอร์ 5 ครั้งที่ผ่านมาในเวิลด์เกมส์ก็ไม่ได้มาจากสหราชอาณาจักรทั้งหมดอีกด้วย

เมื่อปี 2015 จึงมีการผลักดันอย่างจริงจังเพื่อให้สนุกเกอร์เข้าไปอยู่ในโอลิมปิกเป็นครั้งแรก แต่ท้ายที่สุด ความพยายามครั้งนี้ก็พบเจอกับความล้มเหลว ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักในสายตาของใครหลายคน เพราะการจะนำกีฬาใหม่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโอลิมปิกต้องใช้ระยะเวลาในการผลักดันนานหลายปี แถมยังต้องภาวนาให้บรรดาผู้มีอำนาจในคณะกรรมการโอลิมปิกสากลมองเห็นความสำคัญของกีฬาชนิดนั้นอีกต่างหาก

จนถึงวันนี้การเดินทางเพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งในมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติของ สนุกเกอร์ ยังคงเป็นที่โต้เถียงในหลายแวดวง แม้แต่เหล่านักสนุกเกอร์ชื่อดังยังมีความเห็นไม่ตรงกัน โดย ฌอน เมอร์ฟี่ กล่าวว่า เหรียญทองโอลิมปิกสามารถกลายเป็นรางวัลสูงสุดของนักสนุกเกอร์ทั่วโลกได้ แต่อีกหนึ่งตำนานของวงการ อย่าง รอนนี่ โอซัลลิแวน กลับไม่คิดเห็นอย่างนั้น

"ตำแหน่งแชมป์โลก ตำแหน่งแชมป์สหราชอาณาจักร หรือรางวัลมาสเตอร์ มีความสำคัญมากกว่าเหรียญทองโอลิมปิกเสมอ ผมคิดว่านักสนุกเกอร์ทุกคนอยากเป็นแชมป์โลกนะ"

"ส่วนนักกีฬาโอลิมปิก พวกเขามีเป้าหมายที่แตกต่างออกไป พวกเขาฝึกฝนตลอดสี่ปีเพื่อคว้าเหรียญทอง จากโอลิมปิกครั้งหนึ่งไปสู่อีกครั้งหนึ่ง นั่นคือทั้งหมดที่พวกเขาคิด แต่ผมไม่เห็นว่านักสนุกเกอร์จะมีแนวคิดแบบนั้น"

สนุกเกอร์จึงยังอยู่อีกห่างไกลในการก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโอลิมปิก แม้ความนิยมในระดับทั่วไปจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ผู้คนเชื่อกันว่าเรื่องนี้จะไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และอย่างน้อยที่สุดเราก็จะไม่ได้เห็นสนุกเกอร์ในปารีสเกมส์ 2024 นี้แน่นอน

ตราบใดที่การถกเถียงว่า สนุกเกอร์ เป็นกีฬาที่เหมาะสมกับโอลิมปิกหรือไม่ยังคงอยู่ นี่จึงยังเป็นเรื่องยากหากจะจินตนาการถึงภาพของกีฬาชนิดนี้ในมหกรรมกีฬายิ่งใหญที่สุดในโลก บางทีการสร้างความเข้าใจถึงตัวตนของสนุกเกอร์สู่วงกว้าง อาจเป็นแนวทางอันดับแรกที่ต้องทำ เพราะถึงอย่างไร สนุกเกอร์ ก็มีสิทธิที่จะได้เข้าไปอยู่ในโอลิมปิกเหมือนกีฬาชนิดอื่น เพียงแต่เราต้องยอมรับว่าเส้นทางเพื่อจะไปถึงตรงนั้นยังห่างไกลมากเหลือเกิน

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.independent.ie/sport/other-sports/ronnie-osullivan-snooker-should-not-be-an-olympic-sport-31162414.html
https://www.livingsnooker.com/blogs/david-grace/2012/08/why-isnt-snooker-included-in-olympics
https://www.888sport.com/blog/snooker/should-snooker-be-sport-olympic-games
https://moviecultists.com/why-snooker-is-not-in-olympics
http://www.snooker.org/res/index.asp?template=31
https://www.bbc.com/sport/olympics/33223492
 



AUTHOR

ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง

Love is not blind – it sees more, not less. But because it sees more, it is willing to see less.
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x