FEATURE

ชาวาสช์ : นักว่ายน้ำตีนกบเบอร์ 1 แห่งโซเวียตกับวีรกรรมยิ่งกว่าซูเปอร์แมน | Main Stand



"รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี" คือประโยคที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ในยุคปัจจุบัน ท่ามกลางปัญหามากมายการเอาตัวเองไปใส่ในปัญหาของคนอื่น รันแต่จะทำให้ต้องเจ็บตัวและยากลำบากกันเข้าไปใหญ่

 


อย่างไรก็ตามสำหรับบางคน การทุ่มเทชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นนั้นถือว่าเป็นคนที่ควรค่าแก่การได้รับความเคารพ และนี่คือเรื่องราวของ ชาวาสช์ คาราเพ็ตยาน นักว่ายน้ำตีนกบที่เก่งที่สุดในสหภาพโซเวียต 

ชีวิตแสนสบายในวรรณะนักกีฬาแถวหน้าไม่ได้มีความหมายมากไปกว่าชีวิตของผู้คน

เขาสละอาชีพของตัวเอง แล้วกระโดดลงน้ำเพื่อช่วยผู้คนอีก 92 คน … และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดของเขา 

 

ชีวิตนักกีฬาของโซเวียต 

สหภาพโซเวียตในอดีตคือประเทศที่เกรียงไกรเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก มีอาณาเขตกว้างใหญ่เป็นอันดับ 1 และแน่นอนที่สุดคือพวกเขาเป็นตัวแทนของระบอบคอมมิวนิวสต์ของโลกใบนี้ การมีอยู่ของโซเวียตจึงเป็นเหมือนกับการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าระบอบนี้ทำให้ประเทศสามารถยิ่งใหญ่ได้ขนาดไหน 

ทุกวงการต้องการเป็นที่สุด พูดแบบนั้นก็คงจะไม่ผิดนัก ดาราศาสตร์ก็ต้องก้าวหน้า กีฬาก็ต้องก้าวไกล กองทัพก็ต้องแข็งแกร่ง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากการผลักดันเพื่อวัดศักยภาพกับตัวแทนของฝั่งโลกเสรีอย่างสหรัฐอเมริกา 

โดยเฉพาะในฝั่งนักกีฬานั้นเรียกได้ว่าหากเป็นคนที่มีความสามารถสูง ๆ ไม่ว่าคุณจะมีเชื้อสายไหน จะ ยูเครน, อาร์เมเนีย หรือ ลิทัวเนีย สิ่งที่คุณจะได้รับคือการผลักดันอย่างสูงสุดจากรัฐบาลโซเวียต คุณจะมีชีวิตที่ดีได้โดยไม่มีคำว่าสัญชาติมาขวางกั้น 


Photo : rbth

"อาชีพนักกีฬาของโซเวียตคืออาชีพที่สำคัญมาก เพราะเป็นอาชีพที่สร้างความสว่างเด่นชัด บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งได้ดีที่สุด พวกเขาเก่งกาจ ปราดเปรียว แข็งแรง ราวกับอยู่ยงคงกระพัน หากนักกีฬาโซเวียตเอาชนะได้ นั่นก็หมายความคนโซเวียตคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด เร็วที่สุด และสง่างามที่สุด" บทความเกี่ยวกับชีวิตนักกีฬาในสหภาพโซเวียตจากสื่ออเมริกันอย่าง The New York Times ว่าไว้เช่นนั้น 

"นี่แหละคือระบบที่พวกเราสร้างขึ้น กีฬาเหมือนกับอาวุธเช่นปืนใหญ่ เป็นการยิงที่สร้างคำโฆษณาชวนเชื่อได้ดีที่สุด ทุกคนมองเห็นได้อย่างประจักษ์ชัดเจน อาชีพนักกีฬาถูกให้ค่าสูงมาตลอดมากกว่าอีกหลาย ๆ อาชีพ เพราะกีฬามีการแข่งขันเพื่อหาอันดับ 1 ของโลก แต่อาชีพอย่างนักวิทยาศาสตร์หรือนักเขียนนั้น ไม่มีเกณฑ์มาตัดสินว่าใครเก่งที่สุดในโลก" เยฟเกนี่ รูบิน ผู้อพยพชาวรัสเซียวัย 50 ปี ที่อพยพมายังอเมริกากล่าว 

ชีวิตดี ๆ เกิดขึ้นเมื่อคุณมีฝีมือ คุณจะกลายเป็นพระเอกในโฆษณาชวนเชื่อ ลอยตัวเหนือผู้คนอาชีพอื่น ๆ อีกมากมายได้สบาย ๆ แต่แน่นอนว่าคนในความคิดไม่มีทางยิ่งใหญ่ในสายตาผู้อื่นเท่ากับคนที่ลงมือทำจริง ๆ แน่นอน ... และนี่คือเรื่องที่ ชาวาสช์ คาราเพ็ตยาน กำลังจะพิสูจน์ให้ชาวโซเวียตได้เห็น 

 

ซูเปอร์แมนแห่งสระชิงแชมป์โลก 

ชาวาสช์ คาราเพ็ตยาน แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าไม่ใช่สายเลือดรัสเซียแท้ ๆ อย่างแน่นอน เขาเกิดที่อาร์เมเนียสมัยที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต หลังจากโดนบุกยึดในปี 1920  

เดิมทีชาวอาร์เมเนียนั้นมีอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก แต่หลังจากถูกโซเวียตยึดครอง พวกเขาก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญของโซเวียต ซึ่งจากจุดนี้หลายครอบครัวจึงต้องมีชีวิตอยู่ในฐานะคนงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวของ คาราเพ็ตยาน ด้วย 


Photo : rbth

ถ้าคุณจะเกิดก็ต้องเป็นนักกีฬา … เรื่องนี้มันค่อนข้างชัดเจนเพราะการเป็นนักกีฬาคือฝันของ ชาวาสช์ เหมือนกัน เขาเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรง และรวดเร็ว ตามแบบฉบับที่รัฐบาลโซเวียตต้องการ ซึ่งแน่นอนว่าประตูสำหรับวงการกีฬาเปิดกว้างสำหรับคนหน่วยก้านดีแบบนี้เป็นอย่างมาก 

เขาเริ่มโดดเด่นจากการเป็นนักว่ายน้ำระดับโรงเรียน ก่อนจะถูกส่งต่อเข้าระบบพัฒนานักกีฬาโซเวียต ที่ซึ่งเขาถูกเปลี่ยนเส้นทาง จากนักกีฬาว่ายน้ำสู่การเป็นนักกีฬาว่ายน้ำตีนกบ (Finswimming) จากนั้นก็ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติตอนอายุ 20 ปี ก่อนที่จะกลายเป็นแชมป์ยุโรป ในการแข่งขันที่กรุงมอสโก เมื่อปี 1972 ซึ่งนั่นเป็นแชมป์แรกของเขา 

จากแชมป์แรกก็ไม่มีใครสามารถหยุด คาราเพ็ตยาน ได้อีกแล้ว ตอนอายุ 23 ปี เขาคว้าแชมป์โลกกินรวดยาวมาถึง 17 สมัย เป็นแชมป์ยุโรปอีก 13 สมัย และทำลายสถิติโลกที่ส่วนใหญ่เป็นของตัวเองถึง 10 ครั้ง ... นี่คือความโหดที่บ่งบอกถึงทักษะการว่ายน้ำที่เหนือมนุษย์ของเขาอย่างแท้จริง 

เรียกได้ว่าหากว่ายน้ำตีนกบมีการแข่งขันในโอลิมปิก เขาจะกลายเป็นผู้บันดาลเหรียญทองสำหรับสหภาพโซเวียตได้มากมายอย่างแน่นอน 


Photo : rbth

อย่างไรก็ตามในหน้าประวัติศาสตร์ ไม่มีนักว่ายน้ำตีนกบของโซเวียตคนไหนที่แข็งแกร่งและไร้เทียมทานได้เท่ากับ คาราเพ็ตยาน อีกแล้ว สิ่งเหลานี้เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปมากทั้งเรื่องชื่อเสียงเงินทองและหน้าตาทางสังคม เขากลายเป็นไอคอนของวงการกีฬาในช่วงยุค 70s แต่อีก 1 ทศวรรษหลังจากนั้นเขาก็ยกระดับตัวเองจากการเป็นยอดนักกีฬาให้กลายเป็นยอดคน 

ไม่จำเป็นต้องใช้แชมป์ใด ๆ พิสูจน์สำหรับคำการันตีนี้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ที่ใจล้วน ๆ เรื่องทั้งหมดเริ่มขึ้นง่าย ๆ จากการวิ่งออกกำลังกายยามเช้าของเขาเอง 

 

วีรบุรุษในทะเลสาบเยเรวาน 

16 กันยายน 1976 คาราเพ็ตยาน ตื่นตอนเช้ามาวิ่งออกกำลังกายตั้งแต่ช่วงเช้ามืด มันเป็นกิจวัตรที่เขาทำในทุก ๆ วัน วิ่งสูดอากาศสดชื่น ๆ บรรยากาศดี ๆ แถบทะเลสาบเยเรวาน ที่ซึ่งเป็นถิ่นของเขา เพียงแต่วันนี้มันแตกต่างออกไป 


Photo : rbth

ปกติแล้ว คาราเพ็ตยาน จะวิ่งโบกมือทักทายกับทุกคนไม่ว่าจะผู้คนที่เดินสวนไปมา หรือแม้กระทั่งคนที่นั่งอยู่บนรถรางซึ่งเป็นระบบขนส่งสาธารณะสำคัญของที่นี่ ทุกคนถือว่าเป็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพียงแต่ในวันนี้รถรางที่กำลังจะมุ่งหน้าออกจากเมืองหมายเลข 15 เกิดหลุดรางแล้วพุ่งลงไปยังอ่างเก็บน้ำแถบทะเลสาบเยเรวาน 

รถรางคันนั้นมีผู้โดยสายทั้งหมด 92 คน บวกน้ำหนักของคนและน้ำหนักของรถแล้วเมื่อพุ่งลงน้ำมันจะจมลงลึกไปในระยะ 10 เมตรอย่างรวดเร็ว ... คาราเพ็ตยาน ไม่รอช้าตัดสินใจตามสัญชาตญาณโดยไม่ต้องใช้ความคิด กระโดดลงทะเลสาบไปช่วยผู้คนบนรถคันนั้นทันที 

เขาเป็นคนที่ว่ายน้ำมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นคนแรก และวางแผนให้พี่ชายของเขาที่มาวิ่งด้วยคอยช่วยคนที่เขาดึงออกมาจากคันรถขึ้นฝั่ง ดังนั้นนาทีนั้นเขาเป็นเหมือนฮีโร่ เป็นเหมือนกับซูเปอร์แมนที่ต้องทำทุกอย่างแข่งกับเวลาที่กระชั้นชิด หากช้าคนตายจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นในทุกวินาที 


Photo : rbth

"สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การว่ายน้ำลงไปช่วยใคร มันคือการใช้มือทุบกระจกหลังรถเพื่อเปิดช่องดึงทุกคนออกมาต่างหาก" คาราเพ็ตยาน กล่าว

"ผมอธิบายไม่ถูกว่ามันเจ็บขนาดไหน มันอยู่ในระดับเกินขีดความอดทนเลยก็ว่าได้ ผมจำได้ว่าผมเจ็บเพราะกระจกเยอะมากหลายจุด แต่ผมไม่คิดถึงมันเท่าไหร่ในตอนนั้น เวลามันกระชั้นเข้ามาแล้ว" 

คาราเพ็ตยาน ทุบกระจกจนแตกแล้วดำลงไปที่รถที่จมน้ำรอบแล้วรอบเล่า เขาดึงผู้โดยสารในรถรางหมายเลข 15 ออกมาได้ทั้ง 46 คน แต่มีเพียง 20 คนเท่านั้นที่รอดชีวิต เขาทำซ้ำไปอย่างนั้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งหน่วยกู้ภัยมาถึง และเขาก็หมดสติหลังจากนั้น 

"ผมหมดสติเพราะออกซิเจนไม่เพียงพอ ผมใช้แรงในนั้นเยอะมาก ผมต้องดึงเบาะออกจากรถราง ผมไม่ได้ทำเพราะบ้าหรือคิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่ แต่ผมคิดเสมอว่าถ้าผมเป็นพวกเขาที่กำลังจะจมนํ้า ผมคงต้องการใครสักคนหรือใครก็ได้มาช่วยดึงผมออกมาจากความตาย" 


Photo : rbth

คาราเพ็ตยาน ลืมตาฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาลพร้อมกับต้องมารับรู้ข่าวเศร้า 2 เรื่องจากแพทย์ ประการแรกหมอบอกว่าอาชีพนักว่ายน้ำตีนกบของเขาจบลงแล้ว หลังจากต้องนอนพักที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานถึง 45 วันเพราะสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมาก และการแช่ในน้ำเย็นพร้อมกับแผลฉีกขาดจากเศษแก้วทำให้เขาเป็นโรคปอดบวมและมีภาวะเลือดเป็นพิษ เรื่องเศร้าอีกเรื่องคือบางคนที่เขาดึงออกมาจากรถคนนั้นไม่ได้มีชีวิตอยู่ต่อ ... และมีคนตายมากกว่า 40 คนจากเหตุการณ์นั้น 

"เหตุการณ์ยังคงน่ากลัวและสามารถจดจำได้อย่างแม่นยำ เสียงอุบัติเหตุดังเหมือนกับระเบิด ผมเกือบจมน้ำตายหลายครั้ง สิ่งเดียวที่ผมนึกตลอดคือการจินตนาการถึงความทรมานของผู้โดยสารทุกคนบนรถ ... พวกเขาจากไปอย่างทรมาน นั่นคือสิ่งเดียวที่ผมรู้" คาราเพ็ตยาน ว่าต่อ

เขาทำเพราะเขาเป็นคนแบบนั้นจริง ๆ ไม่มีการสร้างภาพฮีโร่และวีรบุรุษแห่งโซเวียตใด ๆ ทั้งนั้น และการช่วยเหลือคนอื่นแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นเพียงครั้งเดียว เพราะ 9 ปีหลังจากนั้นในปี 1985 คาราเพ็ตยาน ก็เคยเข้าไปช่วยผู้คนในตึกที่กำลังไฟไหม้จนเขาเป็นแผลไฟไหม้ขนาดใหญ่จนต้องนอนรักษาตัวอยู่กว่า 2 สัปดาห์ 

แม้อาชีพนักกีฬาจะสิ้นสุดลง แต่เกียรติยศที่ยิ่งใหญ่มากกว่าเหรียญรางวัลสำหรับเขาคือการได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและได้ช่วยเหลือผู้คน เขายึดมั่นในสิ่งนี้มาตลอดจนกระทั่งไม่ใช่แค่ชาวอาร์เมเนียหรือโซเวียตเท่านั้นที่เชิดชูเขา ทั้งโลกก็ยอมสดุดีให้กับเรื่องราวทั้งหมดของเขาด้วย 

"ความเฉยเมยต่อความตายของผู้อื่นคือสิ่งที่ไร้ความปราณีอย่างยิ่ง" เขากล่าวในวันงานรับเหรียญเชิดชูเกียรติจากรัฐบาล นอกจากนี้คณะกรรมการ Minor Planet Center ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งในสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ได้อนุมัติการตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยตามชื่อเขาเพื่อเป็นเกียรติแก่ความดีที่เขาทำ โดยตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยดวงนั้นว่า '3027 Shavarsh' ยังไม่จบเพียงเท่านั้นเขายังได้รับรางวัล แฟร์เพลย์ จาก องค์การยูเนสโก อีกด้วย 


Photo : rbth

หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย คาราเพ็ตยาน ก็ย้ายไปทำธุรกิจอยู่ที่กรุงมอสโก เขาก่อตั้งบริษัททำรองเท้าซึ่งเป็นงานที่สืบสานต่อมาจากครอบครัวของเขา และเขาก็ไม่เคยถูกลืมในฐานะฮีโร่แห่งทะเลสาบเยเรวาน เหนือสิ่งอื่นใดเขาคือยอดคนแห่งสหภาพโซเวียตอย่างแท้จริง 

"ทุกคนสามารถค้นหาความเป็นฮีโร่ในตัวเองได้ จงอย่าเมินเฉยในเวลาที่ใครสักคนต้องการความช่วยเหลือ การตัดสินใจมันอาจจะยาก แต่ขอให้คุณคิดไว้เสมอว่าข้างในตัวของคุณนั้นมีความเป็นมนุษย์อยู่มากแค่ไหน" คาราเพ็ตยาน กล่าวทิ้งท้าย 

 

แหล่งอ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Shavarsh_Karapetyan
https://www.rbth.com/history/333426-shavarsh-karapetyan-yereven-incident
https://auroraprize.com/en/twenty-five-seconds-life
https://www.nytimes.com/1978/11/12/archives/the-soviet-system-a-better-life-for-better-athletes-glaring-part-of.html
https://sportsstories.substack.com/p/we-can-be-heroes-like-shavarsh-karapetyan
https://www.peopleofar.com/2014/02/08/true-story-of-a-real-life-superhero-shavarsh-karapetyan/
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x