FEATURE

ทำความรู้จัก “ปัญญา ประดับศรี” แชมป์โลก WBC ผู้หยุดสถิติตลอดกาลของ “วันเฮง” | Main Stand



แชมป์โลกสถาบันหลัก ถือเป็นสิ่งเดียวที่เหล่านักชกทั่วโลกอยากจะได้มันมาครอบครอง เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดเท่านั้น แต่มันหมายถึงค่าตัวมหาศาลที่จะได้รับ และชื่อเสียงเรียงนามที่จะทำให้คนทั่วโลกได้รู้จัก 


 

เช่นเดียวกัน “ปัญญา ประดับศรี” แชมป์โลกรุ่นสตรอว์เวต WBC วัย 31 ปี คนปัจจุบัน ที่วาดฝันมาตั้งแต่เด็กว่าสักวันจะต้องเป็นแชมป์โลกสถาบันหลักให้ได้ และใช้เวลาเพียรพยายามมานานหลายปี 

ก่อนจะทำตามความฝันของตัวเองวาดได้สำเร็จ ด้วยเอาชนะคะแนน “วันเฮง ซีพีเอฟ” ยอดมวยผู้ไร้พ่ายที่เป็นเจ้าของสถิติยาวนานสุดตลอดกาล 

กระชากเข็มขัดแชมป์โลกมาคาดเอวได้อย่างสมใจ กลายเป็นแชมป์โลกคนที่ 49 ของประเทศไทย พร้อมกับขึ้นแท่นคว้ารางวัลเกียรติยศ “รางวัลเชิดชูเกียรติ วันมวยไทยแห่งชาติ ประจำปี 2563 สาขานักมวยสากลอาชีพดีเด่น” 

 

ทำไมต้องรู้จักเขา 

ปัญญา ประดับศรี หรือที่แฟนมวยชาวไทยคุ้นหูเขาในชื่อ “เพชรมณี ซีพีเอฟ” มีชื่อเล่นว่า “ญา” เป็นชาวอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี 

เริ่มต้นจากการชกมวยไทยโดยใช้ชื่อ "ป.5 เอ็กซินดิคอลยิม" ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น "เพชรมณี ศิษย์สารวัตรจี" ในช่วงแรกของการชกมวยไทยด้วยความที่มีสรีระที่เล็กทำให้เขามักจะเสียเปรียบรูปร่างคู่ชก บางไฟต์ถึงขั้นต้องต่อรองน้ำหนักกันเลยก็ว่าได้ 

แม้เส้นทางสายมวยไทยของเขาจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก แต่ด้วยสไตล์การชกที่มีอาวุธหมัดเป็นจุดเด่นสามารถออกได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำคอยเล่นงานคู่ต่อสู้บนเวทีทุกไฟต์ 

จึงไปสะดุดตา “เทพฤทธิ์ สิงห์วังชา” อดีตแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต WBA และชักชวนให้เขามาชกมวยสากลอาชีพ “ปัญญา” ที่มีความชื่นชอบการชกในรูปแบบสากลเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงตอบรับคำชักชวนของนักมวยรุ่นพี่อย่างไม่ต้องคิดอะไรเลย

10 มกราคม 2557 ฤกษ์งามยามดีที่เขาจะได้ขึ้นสังเวียนในรูปแบบมวยสากล ในช่วงแรกที่เริ่มเทิร์นโปร ปํญญา ใช้สีเสื้อ “ก่อเกียรติยิม” โดยอยู่ภายใต้การดูแลของ “เสี่ยโก้ ก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์” โปรโมเตอร์ผู้สร้าง รัตนชัย สิงห์วังชา , สมศักดิ์ สิงห์ชัชวาล และ เทพฤทธิ์ สิงห์วังชา สามอดีตแชมป์โลกชื่อดังของไทย 

เสี่ยโก้หมายมั่นปั้นมือว่าเขาจะกลายมาเป็นตัวตายตัวแทนของ “ปิ๊กมี่ ก่อเกียรติยิม” นักชกรุ่นพี่ที่ขึ้นชิงแชมป์โลกมาแล้ว 2 ครั้งแต่ยังไม่สำเร็จประกอบกับสังขารที่เริ่มจะโรยรา โดยเป้าหมายของ “ปัญญา” ที่เสี่ยโก้วาดฝันเอาไว้ก็คือแชมป์โลกสถาบันหลักซักเส้นในพิกัด 105 ปอนด์ 

ปัญญาเทิร์นโปรชกสากลและสามารถคว้าชัยเหนือคู่ชก 3 ไฟต์รวด จนได้รับโอกาสขึ้นชิงแชมป์ระดับภูมิภาคอย่าง แชมป์ WBC เอเชีย รุ่นมินิมั่มเวต ที่ว่าง กับ “อาร์ดี้ ทีฟา” ดาวรุ่งไร้พ่ายจากอินโดนีเซียที่คว้าชัยมา 4 ไฟต์รวดเช่นกัน ซึ่งไฟต์นี้ “ปัญญา” โชว์ฟอร์มดุดันสามารถถลุงคู่ชกจากแดนอิเหนาพ่ายน็อกไปในยกที่ 5 ประเดิมเข็มขัดเส้นแรกในการชกสากลได้สำเร็จ 

ในการชกระดับภูมิภาค “ปัญญา” แทบจะกวาดเข็มขัดแชมป์ทุกสถาบันมาคาดไว้ที่เอวของตัวเอง ในปี 2558 เขามีอันต้องเบนเข็มมาชิงแชมป์ WBO โอเรียนทัล เนื่องจาก “ปิ๊กมี่ ก่อเกียรติยิม” พลาดท่าแพ้น็อกให้กับ “เจย์เซย์เวอร์ เอฟเซเด” นักชกฟิลิปปินส์ ไม่สามารถชิงแชมป์ได้สำเร็จ 

และเป็น “ปัญญา” ที่ได้รับโอกาสขึ้นชกล้างตาแทนนักมวยรุ่นพี่ในอีกสองเดือนถัดมา และเขาไม่ทำให้แฟนมวยผิดหวังเมื่อสามารถชกเอาชนะคะแนนนักชกจากแดนตากาล็อกไปอย่างขาดลอย 

“ปัญญา” ยังคงเดินหน้าชิงแชมป์ในระดับภูมิภาคเพื่อไต่อันดับโลก ในปี 2559 เขาก็สามารถคว้าแชมป์พาบา มาครองได้เป็นเส้นที่ 3 ด้วยการไล่ยำ “เฮรี่ อามอล” นักชกแดนอิเหนา จนไม่ออกจากมุมมาสู้ต่อได้ในยกที่ 8  และเข็ดขัดแชมป์พาบาเส้นนี้เองที่เป็นใบเบิกทางให้เขาได้ก้าวขึ้นชิงแชมป์โลกสถาบันหลักในอีก 1 ปีถัดมา

3 ตุลาคม 2560 “ปัญญา” ได้โอกาสขึ้นชิงแชมป์โลกครั้งแรกในฐานะรองแชมป์โลกอันดับ 1 โดยเป็นการชิงเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นมินิมั่มเวต WBA ที่ว่าง กับ “เสี้ยน จ้าว จง” อดีตแชมป์โลก WBC รุ่นเดียวกันที่รั้งรองแชมป์อันดับ 2 ในขณะนั้น 

การชกมีขึ้นที่มณฑลชานซี ประเทศจีน โดยตลอด 12 ยกที่ประจันหน้ากันทั้งคู่แลกหมัดกันได้อย่างสูสีและดุเดือด ก่อนการชกจะจบลงด้วยชัยชนะของนักชกเจ้าถิ่นที่เบียดเอาชนะคะแนนไปด้วยเสียงข้างมาก 

แม้จะผิดหวังในการขึ้นชิงแชมป์โลกแต่นักชกเลือดอุบลฯ รายนี้ก็ยังไม่ละทิ้งความฝันของตัวเอง เขากลับมาชกทำฟอร์มไต่อันดับโลกอีกครั้งพร้อมกับพะสีเสื้อใหม่ยี่ห้อ “เพชรยินดี” ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้เขาคว้าชัยเหนือคู่แข่งได้ถึง 16 ไฟต์รวด ในระยะเวลา 3 ปี พร้อมทั้งคว้าแชมป์ OPBF ซิลเวอร์ทั้งรุ่นมินิมั่มเวต และ รุ่นฟลายเวต เพื่อกรุยทางสู่บัลลังค์โลกอีกครั้ง 

กระทั่งวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 โอกาสชิงแชมป์โลกครั้งที่ 2 ของเขาก็มาถึง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะยากกว่าครั้งที่แล้ว เพราะคู่ชกของเขาคือ “วันเฮง ซีพีเอฟ” แชมป์โลกรุ่นสตรอว์เวต WBC นักชกรุ่นพี่เพื่อนร่วมค่ายเพชรยินดีที่ยังไม่เคยปราชัยให้ใครมาก่อนถึง 53 ไฟต์ เหนือกว่า ฟลอยด์ เมเวทเธอร์ จูเนียร์ ยอดมวยแดนมะกันที่ทั่วโลกรู้จักซะอีก 

เกมการชกเป็นไปอย่างดุเดือด ทั้งคู่เปิดฉากแลกหมัดกันชนิดใครดีใครอยู่ตั้งแต่ยกแรก แต่ “ปัญญา” ดักชกได้เข้าเป้าชัดเจนและดูมีภาษีกว่านิด ๆ ผ่านไป 4 ยกแรก “ปัญญา” คะแนนนำอยู่ 38-37 คะแนน 2 เสียง ขณะที่กรรมการอีกคนให้เสมอกัน 38-38 

แม้ทาง “วันเฮง” จะเป็นฝ่ายเปิดเกมเดินเข้าหาพร้อมทั้งสาดกำปั้นเข้าใส่ทั้งใบหน้าสลับลำตัว แต่ “ปัญญา” ก็ไม่ได้เกรงกลัวศักดิ์ศรีของนักชกรุ่นพี่แต่อย่างใด เขาใช้สายตาโยกหลบหมัดพร้อมกับอาศัยจังหวะฝีมือดักชกอยู่วงนอกได้จะแจ้งกว่าจนสามารถเบียดเอาชนะคะแนนไปได้ โดยกรรมการชาวไทยทั้ง 3 คน ให้ “ปัญญา” ชนะไปด้วยสกอร์ 115-113 

“ปัญญา” ทำตามความฝันของตัวเองได้สำเร็จ สิ้นสุด 4 ปี 4 เดือน 28 วัน และผลการชกในไฟต์นี้เองที่ส่งเขาคว้า รางวัลเชิดชูเกียรติ วันมวยไทยแห่งชาติ สาขา นักมวยสากลอาชีพดีเด่นประจำปี 2563 รวมถึงรางวัลนักชกยอดเยี่ยมของ WBC เอเชีย ประจำเดือนพฤจิกายนในปีนั้นอีกด้วย  

 

จุดแข็ง

แม้จะอายุเข้าเลข 3 แล้ว แต่ “ปัญญา” ก็ยังเป็นหนึ่งในนักมวยชาวไทยที่มีสายตาดีเยี่ยม สามารถโยกหลบหมัดคู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว และมีการป้องกันตัวที่ไม่หละหลวม สอดคล้องกับสไตล์การชกของเขาที่คอยดักต่อยเล่นเชิงอยู่วงนอก และมีหมัดขวาตรงที่คมกริบที่เป็นอาวุธเด็ดไว้คอยเล่นงานคู่ชกบนเวที    

 

ผู้คนพูดถึงเขาอย่างไร ?

“ปัญญา เป็นเด็กมีวินัยในการซ้อมดี มาซ้อมทุกวันตามปกติ แต่ทุกครั้งที่มีโปรแกรมขึ้นชกเขาจะมุ่งมั่นซ้อมเป็นพิเศษ จุดเด่นของเขาคือเขาเป็นนักมวยที่มีสัญชาตญาณในการป้องกันตัวเองสูง และเวลาที่เขาออกหมัดเท่าที่สังเกตุดูหมัดเขาจะเข้าเป้าง่ายกว่าคนอื่น นี่ก็มาอยู่ซ้อมกับผมได้ประมาณ 4 ปีครึ่งแล้ว” เทรนเนอร์คู่ใจ ครูหนึ่ง ฉัตรชัย สาสะกุล อดีตแชมป์โลกรุ่นฟลายเวต WBC กล่าว 

 

เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ

ด้วยชั้นเชิงอันแพรวพราว และสไตล์การชกแบบบ็อกเซอร์ผสมผสานกับไฟเตอร์ที่ชกได้ทั้งลุกและลับ ประกอบกับชั้นเชิงในการโยกหลบหมัดที่ถอดแบบมาจาก เทพฤทธิ์ สิงห์วังชา นักชกรุ่นพี่ที่ชักชวนให้เขามาเทิร์นโปรชกสากล และยังเป็นนักชกต้นแบบที่เขาดำเนินรอยตามจนประสบความสำเร็จบนถนนสายมวยโลก 

 

ความรู้สึกที่ได้รับรางวัล และมุมมองต่อวงการมวย

“รู้สึกภูมิใจมากครับที่ได้รับรางวัลเกียรติยศนี้ จากการกีฬาแห่งประเทศไทย ถือเป็นกำลังใจชั้นดีที่ทำให้ผมอยากกลับไปพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้สมกับที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ วันมวยไทยแห่งชาติ” 

“ในส่วนมุมมองต่อวงการมวยของผม ก็อยากให้ผู้ใหญ่ยื่นมือเข้ามาช่วยสนับสนุนในการจัดการแข่งขัน และเห็นความสำคัญของนักกีฬามวยสากลอาชีพ เพื่อที่ประเทศไทยจะได้มีแชมป์โลกเพิ่มขึ้นครับ” ปัญญา กล่าว  



AUTHOR

ไพรัตน์ ไชยต้นเชื้อ

Muay Thai Stand's writer - มวยไทยสแตนด์ สังเวียนที่ทำให้คุณอยู่ใกล้มวยไทย
     


PHOTO

วราวุฒิ บุ่งหวาย

Main Stand's Photographer
     


x