FEATURE

ชูเอา คาร์วัลแญส : นักจิตวิทยาโลกลืมผู้อยู่เบื้องหลังแชมป์โลกสมัยแรกของบราซิล | Main Stand



ฟุตบอลโลก 1958 คือการจารึกชื่อในฐานะแชมป์โลกครั้งแรกของทีมชาติบราซิล พร้อมกับการแจ้งเกิดเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า "เปเล่" ที่ต่อมากลายเป็นตำนานนักเตะระดับโลก 

 


อย่างไรก็ดี แชมป์โลกครั้งนั้น กลับมีคนหนึ่งที่มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน เขาไม่ใช่นักเตะ ไม่ใช่โค้ช แต่เป็นนักจิตวิทยาที่ชื่อว่า ชูเอา คาร์วัลแญส 

นี่คือเรื่องราวของผู้ที่เอาจิตวิทยามาใช้กับกีฬาระดับโลกอย่างจริงจังหลายปีก่อนที่ฟุตบอลยุโรปจะรับมาปรับใช้เสียอีก ติดตามไปพร้อมกับ Main Stand 

 

หวังลบฝันร้าย 

มันเหมือนมีหมอกดำปกคลุมอยู่ทั่วบราซิลมาเกือบ 10 ปี เมื่อในฟุตบอลโลก 1950 และ 1954 ขุนพลจากแดนแซมบ้า จบลงด้วยความชอกช้ำ 

1950 ที่บราซิลได้เป็นเป็นเจ้าภาพ พวกเขาทะลุเข้าไปลุ้นแชมป์ในนัดสุดท้าย แต่กลับพ่ายให้แก่ อุรุกวัย 1-2 ต่อหน้าแฟนบอลนับแสนที่มาราคานา สเตเดียม และทำให้เกมดังกล่าวถูกเรียกว่า "ฮิโรชิมาแห่งบราซิล" 

"ทุกที่ล้วนมีภัยพิบัติระดับชาติที่แก้ไขไม่ได้ เหมือนกับที่ฮิโรชิมา (ในสงครามโลกครั้งที่ 2) ฮิโรชิมาของเราคือความพ่ายแพ้ต่ออุรุกวัยในปี 1950" เนลสัน โรดริเกซ นักข่าวและนักเขียนบทละครชื่อดังกล่าว 

4 ปีต่อมาพวกเขากลับมาอีกครั้ง และดูเหมือนจะมีความหวังเมื่อพวกเขาผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่สุดท้ายก็ไปได้ไกลที่สุดแค่นั้น เมื่อบราซิลที่เหลือ 9 คน ต้านทานความแข็งแกร่งของฮังการีไม่ไหว พ่ายไปด้วยสกอร์ 2-4   

ความเจ็บปวดจากในอดีตส่งผลต่อสภาพจิตใจของนักเตะอย่างเห็นได้ชัด เพราะแม้จะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายมาได้ในฟุตบอลโลก 1958 ที่สวีเดน แต่พวกเขาก็ดูขาดความมั่นใจ แถมยังถูกจัดอยู่ในตำแหน่งที่ไกลถึงเต็ง 6 ในการคว้าแชมป์โลก

"เป็นเวลากว่า 2,905 วันที่นักเตะบราซิลก้มหน้า ห่อไหล่ และกลัวจนหางจุกตูด" เลปิอานี นักเขียนบราซิลกล่าวในนิตยสาร Revista Veja

"มันดูเหมือนว่านักเตะบราซิลกลัวที่จะเผชิญหน้ากับตัวตนของตัวเอง เพราะเชื่อว่าความพ่ายแพ้ในปี 1950 เป็นการเปิดเผยความอ่อนแอ ความขี้ขลาด และความต่ำต้อยของพวกเขา"  

สภาพดังกล่าวทำให้ ชูเอา ฮาวาลานจ์ ประธานสมาพันธ์กีฬาบราซิล (CBD) ที่เพิ่งได้รับเลือกมาหมาด ๆ อยู่นิ่งไม่ได้ เขาเข้ามารื้อระบบใหม่ทั้งการส่งแมวมองไปสอดส่องคู่แข่งและที่พักในยุโรป หรือการตั้งกฎที่เข้มงวด เช่น ห้ามผู้เล่นเอาเครื่องดนตรีขึ้นเครื่องไปสวีเดน หรือการห้ามสูบบุหรี่ถ้าอยู่ในชุดของทีมชาติ 

ขณะเดียวกันเขายังได้จ้างทีมแพทย์เข้ามาดูแลสุขภาพอนามัยของนักเตะ และพบว่าผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นพยาธิในลำไส้ โลหิตจาง และซิฟิลิส เช่นเดียวกับสุขภาพฟันที่สมาชิกทั้ง 30 คนมีฟันผุนับรวมกันกว่า 470 ซี่ 

แต่ที่แปลกใหม่ที่สุดคือฮาวาลานจ์ได้จ้างนักจิตวิทยาเข้ามาทำงานกับนักเตะอย่างใกล้ชิดในฐานะสตาฟของทีม ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ๆ ของโลกที่ใช้นักจิตวิทยาในการแข่งขันฟุตบอลระดับเมเจอร์ 

"ไม่มีประโยชน์ที่จะส่งทีมที่พร้อมแต่ร่างกายเท่านั้นลงสนาม จิตใจของพวกเขาก็ต้องฟิตสมบูรณ์ด้วย" ฮาวาลานจ์ อธิบาย 

และเขานั้นคือ ชูเอา คาร์วัลแญส 

 

นักจิตวิทยาจากเซาเปาโล 

ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้น คาร์วัลแญส เป็นเพียงนักจิตวิทยาโนเนม แต่เขาก็เข้ามาข้องเกี่ยวกับวงการกีฬาตั้งแต่ก่อนหน้านั้น ด้วยการเป็นผู้ตัดสินของสมาคมฟุตบอลในเมืองบ้านเกิด ก่อนจะมาอยู่กับเซาเปาโล ในปี 1957 

อันที่จริงเขาได้นำแบบทดสอบทางจิตวิทยามาใช้กับผู้ตัดสินมาก่อน เช่น แบบทดสอบกระบวนการรับรู้อย่างการมองเห็นแบบ 3 มิติ (การมองเห็นในแนวลึก) ที่ช่วยฝึกทักษะที่สำคัญให้แก่ผู้ตัดสินฝึกหัดก่อนที่จะปล่อยให้ไปตัดสินเกมระดับอาชีพ


Photo : crpsp

แน่นอนว่าสำหรับคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ คาร์วัลแญส ก็จะไม่ยอมปล่อยให้ไปตัดสินเกม เช่น คนที่ทำเวลาได้น้อยกว่า 50 วินาที ในการทดสอบปฏิกิริยา  

เขายังมีอาชีพเสริมเป็นโฆษกและผู้บรรยายในสนามมวย รวมถึงแบ่งเวลาไปเป็นผู้สื่อข่าว โดยมีนามปากกาว่า João do Ringue หรือ Joao of the Ring ในภาษาอังกฤษ 

"เขาเข้าไปมีส่วนร่วมกับกีฬาผ่านการแข่งขันชกมวย เขาจะไปที่นั่นเสมอในฐานะผู้ประกาศ ผู้บรรยาย หรืออะไรอย่างนั้น" ชูเอา ฟรานซิสโก คาร์วัลแญส ลูกชายของเขากล่าว 

เพียงแค่ปีเดียวที่ คาร์วัลแญส ไปร่วมทีมเซาเปาโล เขาก็มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมคว้าแชมป์รัฐได้สำเร็จในปี 1957 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของพวกเขานับตั้งแต่ปี 1953 


Photo : crpsp

สิ่งสำคัญที่ทำให้ คาร์วัลแญส ได้เครดิตคือการเลือกผู้เล่นลงสนามจากแบบทดสอบทางจิตวิทยา โดยเฉพาะการเปลี่ยน อเดมาร์ กองกลางตัวเก่งที่ถูกระบุว่ามีสภาพจิตใจที่ไม่ค่อยดีนักออกจากทีม แล้วส่ง ซาซารา เพลย์เมกเกอร์ ลงไปแทน จนทำให้ทีมได้ผลการแข่งขันที่น่าพอใจ 

"ในเกมสำคัญสำหรับการลุ้นแชมป์ในปี 1957 เขามีอิทธิพลต่อชะตากรรมของผลการแข่งขัน เขาบอก เบลา กุตมันน์ (คนเดียวกับผู้กล่าว 'คำสาปชวดแชมป์ยุโรป 100 ปี' ของ เบนฟิกา ที่ยังเป็นจริงถึงทุกวันนี้) ว่าค่าบางอย่างไม่ตรงตามเงื่อนไขทางจิตวิทยาสำหรับเกมสำคัญอย่างนี้" มาโนเอล ไรมุนโด ปาเญส เดอ อัลเมดา ผู้อำนวยการสโมสรเซาเปาโลในตอนนั้นกล่าว

"เซาเปาโล เอาชนะได้และได้รับการเชิดชูในฐานะ 'ทีมยอดเยี่ยมจากผลงานของ ชูเอา คาร์วัลแญส' ในเกมสำคัญเกมนั้น" 


Photo : crpsp

ผลงานดังกล่าวทำให้หนึ่งปีต่อมา CBD ได้ชวน คาร์วัลแญส มาช่วยทีมชาติล่าแชมป์โลกในตำแหน่งคณะกรรมการฝ่ายเทคนิค 

"ผมยังจำได้ดีตอนได้รับคำเชิญจาก บิเซนเต ฟิโอลา (ผู้จัดการทีมชาติบราซิลในตอนนั้น) ที่ขอให้ผมมาที่กวนนาบาราเพื่อนำเสนอไอเดียกับคณะกรรมการฝ่ายเทคนิค" คาร์วัลแญส ย้อนความหลัง 

แน่นอนว่ามันเป็นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธ

 

ผู้ปิดทองหลังพระ

คาร์วัลแญส เข้ามาทำงานกับทีมชาติในช่วงไม่กี่เดือนก่อนฟุตบอลโลกจะเริ่มต้น ทำให้เขามีเวลาไม่มากนัก จึงได้นำแบบทดสอบที่ใช้กับเซาเปาโลมาปรับใช้ 

ในช่วงการเข้าค่ายเก็บตัวก่อนทัวร์นาเมนต์เขานำแบบทดสอบที่ชื่อว่า 'Army Alpha' ซึ่งเป็นแบบทดสอบทางสติปัญญาที่สหรัฐอเมริกาเคยนำไปใช้ตอนรับสมัครทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 


Photo : crpsp

ในเวลา 50 นาที ผู้เล่นจะต้องทำแบบทดสอบความสามารถทางคณิตศาสตร์และคำศัพท์เพื่อให้ได้คะแนนความฉลาด คนที่ได้คะแนนน้อยกว่าเกณฑ์จะต้องทำแบบทดสอบที่ชื่อว่า 'Army Beta' ซึ่งประกอบไปด้วยแบบฝึกหัดต่าง ๆ เช่นวาดภาพที่มีครึ่งภาพให้เสร็จ หรือลากเส้นผ่านเขาวงกต 2 มิติ

หรือแบบทดสอบที่ชื่อว่า Myokinetic Psychodiagnosis ที่ให้ผู้เล่นวาดสิ่งที่เห็นอยู่ในหัวในขณะนั้นลงไปในกระดาษเปล่าเพื่อวิเคราะห์บุคลิกของพวกเขาเป็นรายบุคคล และนำไปปรับปรุงโดยมีพื้นฐานจากทฤษฎีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่สามารถบ่งชี้อารมณ์ของแต่ละคนได้

แม้ว่าแนวคิดบางอย่างอาจจะดูล้าสมัยเมื่อเทียบกับทฤษฎีทางจิตวิทยาในปัจจุบัน แต่มันได้ขยายขอบเขตทางความคิดอย่างมากในตอนนั้นโดยเฉพาะในวงการกีฬาที่แทบไม่มีใครใช้ โดยเฉพาะในกีฬาระดับโลกอย่างฟุตบอลโลก 

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วย เมื่อผลการทดสอบบางอย่างขัดกับความรู้สึก ยกตัวอย่างเช่น เขาเสนอให้ตัด การินชา ออกจากทีมเนื่องจากมีผลทดสอบที่ค่อนข้างแย่ หรือไม่ควรพา เปเล่ ไปสวีเดน เนื่องจากมีวุฒิภาวะน้อยเกินไป 


Photo : crpsp

"ในฐานะการเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมทีม ศาสตราจารย์ ชูเอา คาร์วัลแญส ได้ทำการทดสอบผู้เล่นทุกคน" เปเล่ กล่าวในหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองที่ชื่อว่า 'Pelé'

"เราต้องวาดภาพผู้คนหรือตอบคำถามเพื่อให้ ชูเอา ประเมินว่าเราสมควรจะติดทีมชาติหรือไม่" 

"กับตัวผมเขาสรุปว่าผมไม่ควรติดทีม โดยให้เหตุผลว่า 'เป็นเด็กที่ขาดจิตวิญาณในการต่อสู่ที่จำเป็น' เขายังแนะนำว่าไม่ควรเรียก การินชา ซึ่งถูกมองว่าไม่มีความรับผิดชอบเพียงพอติดทีมด้วย" 

แม้ว่าในส่วนนี้เขาอาจจะคิดผิด เมื่อ การินชา และ เปเล่ คือกุญแจสำคัญในการคว้าแชมป์โลกของบราซิล โดยเฉพาะรายหลังที่ยิง 6 ประตูจาก 4 นัด รวมถึง 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศ แต่นักเตะหลายคนก็ยอมรับว่า การทดสอบทางจิตวิทยา ทำให้พวกเขามีผลงานดีขึ้น 

"มันทำให้เรามีโอกาสได้ใช้ความคิดซึ่งสามารถนำไปพัฒนาผลงานให้ดีขึ้น หลังทัวร์นาเมนต์เราก็ตระหนักได้ว่ามันได้ผล" กิลมาร์ ผู้รักษาประตูในทีมชุดนั้นกล่าวในสารคดี Pioneiro da Psicologia no Esporte เมื่อปี 2000 


Photo : crpsp

ขณะที่ นิลสัน ซานโตส กองหลังในทีมชุดนั้นก็เสริมว่า "ทีมเรียนรู้ที่จะเข้าสู่สนามด้วยรอยยิ้ม" เช่นเดียวกับสถานีวิทยุแห่งหนึ่งในประเทศก็กล่าวว่า "บทบาทของของ คาร์วัลแญส มีความสำคัญต่อการคว้าแชมป์โลก"

อย่างไรก็ดีน่าเศร้าที่เขาไม่ค่อยได้รับการยกย่องมากนักในตอนนั้น 

 

กว่าจะได้รับการยอมรับในวงกว้าง

แม้จะมีส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์โลกสมัยแรกของทัพแซมบ้า แต่ คาร์วัลแญส กลับไม่ได้ถูกพูดถึงหรืออยู่ในพื้นที่สื่อเมื่อเทียบกับนักเตะหรือสตาฟโค้ช เนื่องจากหลายคนมองว่าแนวคิดของเขาทำให้ผู้เล่นหลายคนลำบากใจ 

อย่างไรก็ดีสิ่งที่คอยขัดขวางไม่ให้เขาได้รับเครดิตอาจจะไม่ใช่เรื่องนั้น เมื่อ กิลมาร์ ให้ความเห็นว่านี่อาจจะเป็นเรื่องของการเมืองภายในที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและความกลัวว่าจะถูกแย่งชิงตำแหน่งในทีมชาติ 

"มีบางสิ่งในวงการฟุตบอลที่ยากจะอธิบาย ยกตัวอย่างเช่นความอิจฉา เพราะว่าผู้คนคิดว่ามืออาชีพคนนี้ต้องการมาแทนที่ใครสักคนในคณะกรรมการเทคนิค และมันก็มีจริง ๆ เรารู้ว่ามันมี" กิลมาร์ กล่าวในสารคดี Pioneiro da Psicologia do Esporte


Photo : crpsp

"ทำไมบางครั้งโค้ชไม่อยากให้มีผู้ช่วยอยู่กับเขา เพราะว่าเขากลัวว่าเด็กผู้ชายคนนี้จะเริ่มคว่ำบาตรเขา พยายามแย่งชิงตำแหน่งของเขา และหมอนวดก็เช่นกัน หมอนี่เป็นปัญหาที่ต่อเนื่อง ผมสามารถพูดได้ว่านี่คือความจริง" 

ทว่าไม่นานจากนั้นผลงานของ คาร์วัลแญส ก็เริ่มถูกพูดถึงในวงกว้าง ด็อกเตอร์ โฆเซ่ เกาโช บาร์เดลลา อดีตเพื่อนร่วมงานของเขาบอกว่ามีนิตยสารต่างประเทศทั้งจากสเปน ฝรั่งเศส และ เยอรมัน มาขอสัมภาษณ์ ขณะที่ Sports Illustrated สื่ออเมริกันก็เน้นย้ำว่าเขาคือกุญแจสำคัญในการคว้าแชมป์โลกของบราซิล 

หลังทัวร์นาเมนต์เขากลับไปทำงานกับเซาเปาโล สโมสรที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักและได้เอาวิธีใหม่ ๆ มาลองใช้ เช่นการให้คำปรึกษานักเตะเป็นรายบุคคล เพื่อตรวจสอบกระบวนการทางความคิดของผู้เล่น 

ทั้งนี้เขายังได้กลับไปสู่วงการมวยในระยะสั้น ๆ หลังถูกชวนไปเป็นนักจิตวิทยาของทีมมวยสากลสมัครเล่น ชุดลุยศึกแพน อเมริกัน เกมส์ 1963 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ และมีส่วนช่วยให้นักชกเจ้าถิ่นกวาดไปได้ 3 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง มากที่สุดในทัวร์นาเมนต์ 


Photo : crpsp

"งานทางจิตวิทยาถูกละเลยในครั้งอื่น ๆ และคราวนี้มันเป็นหนึ่งในประเด็นหลักที่ถูกโจมตี มีการทดสอบมากมายกับนักมวย แต่ละคนจะมีสถิติของตัวเอง และในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นผลงานของศาสตราจารย์ ชูเอา คาร์วัลแญส ดูจะได้ผลดีที่สุด" นิวตัน คัมโปส ประธานสหพันธ์ในตอนนั้นกล่าว  

"จากเรื่องความอดกลั้นมันลามไปถึงเรื่องของบุคลิกจากเรื่องการถอนตัว เราไปไกลถึงขั้นการยกระดับทางศีลธรรม" 

"การขจัดปัญหาด้านจิตใจทำให้นักมวยของเรามีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ เราทึ่งกับผลลัพธ์ที่ได้เห็น" 

 

ผู้บุกเบิกจิตวิทยาการกีฬา 

คาร์วัลแญส ทำงานกับเซาเปาโล มาจนถึงปี 1974 หรือ 2 ปีก่อนที่เขาจะเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 58 ปี และหลังจากนั้นงานของเขาก็เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น  

สำหรับ คาร์วัลแญส ความโดดเด่นของเขาคือการนำวิธีที่ไม่เคยมีใครใช้มาก่อนมาลองใช้ โดยเฉพาะในฟุตบอลระดับสูง และที่สำคัญมันยังประสบความสำเร็จด้วยตำแหน่งแชมป์โลก 


Photo : crpsp

แม้จะน่าเสียดายที่เขาไม่ค่อยได้รับการเชิดชูในบ้านเกิดมากนัก ซึ่งเป็นตลกร้ายเพราะหากเขามีบทบาทในการวางรากฐานด้านจิตวิทยาในกีฬาร่วมสมัย สมาพันธ์กีฬาบราซิล อาจจะยกย่องเขาด้วยความภาคภูมิใจกว่านี้ ทว่าการบุกเบิกของเขาก็ได้สร้างคุณูปการต่อวงการกีฬาโลกในเวลาต่อมาไม่น้อย

เพราะในทุกวันนี้นักจิตวิทยากีฬากลายเป็นตำแหน่งที่ขาดไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลหรือกีฬาชนิดอื่น อย่างในพรีเมียร์ลีก หลายสโมสรก็ต่างมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลสภาพจิตใจให้กับนักเตะอย่างใกล้ชิด   

"จิตวิทยาได้รับการยอมรับในสโมสรฟุตบอลหลายระดับ" ไซมอน คลิฟฟอร์ด นักวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ทำงานกับ เซาแฮมป์ตัน มาตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 2000s กล่าวกับ BBC Sport


Photo : crpsp

"บางที่พวกเขาจะมีนักจิตวิทยาที่ทำงานอย่างใกล้ชิดกับนักเตะชุดใหญ่ บางที่อาจจะมองว่าผู้จัดการทีมคือนักจิตวิทยาหลักอยู่แล้ว และไม่ต้องการให้นักเตะต้องพบนักจิตวิทยาอาชีพทุกวัน เว้นแต่ตอนที่พวกเขามีปัญหา" 

"มันเหมือนกับว่าเมื่อสโมสรเริ่มยอมรับเรื่องความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ มันต้องใช้เวลาสักพักสำหรับผู้ปฏิบัติที่จะได้รับความเชื่อใจจากสตาฟในทีมชุดใหญ่ เราเพิ่งจะอยู่ในจุดเริ่มต้นในเรื่องของจิตวิทยา" 

แม้ว่างานของ คาร์วัลแญส อาจจะดูหยาบเมื่อเทียบกับมาตรฐานในปัจจุบัน แต่มันก็คือรากฐานสำคัญของจิตวิทยาการกีฬาที่มีส่วนชี้เป็นชี้ตายในการแข่งขันทุกวันนี้  


Photo : crpsp

"มันคือการมองการณ์ไกลที่นำมาสู่สิ่งคุณเห็นที่เป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์การกีฬาในปัจจุบัน" คลิฟฟอร์ด อธิบาย 

"บทบาทของจิตวิทยาในฟุตบอลระดับสูงนั้นยิ่งใหญ่มาก เหมือนที่ บิลล์ เบสวิค (อดีตนักจิตวิทยาทีมชาติอังกฤษ) กล่าวไว้ว่า 'จิตคือนักกีฬา ส่วนร่างกายเป็นแค่เครื่องมือ'" 

 

แหล่งอ้างอิง 

http://pepsic.bvsalud.org/scielo.php?script=sci_arttext&pid=S1808-42812011000300017 
https://www.bbc.com/sport/football/60794962 
https://ussoccerplayers.com/history/the-world/brazil-comes-of-age 
https://www.fourfourtwo.com/features/world-cup-icons-17-year-old-pele-makes-brazils-own-psychologist-look-silly-1958 



AUTHOR

มฤคย์ ตันนิยม

ลีดส์ ยูไนเต็ด, ญี่ปุ่น, มังงะ
     


PHOTO

ภราดร ภราดร

อยากจะทำให้ดี ไม่ใช่แค่อยากจะทำให้เป็น
     


x