FEATURE

อนันต์ ยอดสังวาลย์ : จากดาวเตะนอกระบบลีกสู่นักฟุตบอลอาชีพที่คนเชียร์ให้ติดทีมชาติ | Main Stand



ใครจะไปเชื่อว่า คลิปการลากเลื้อยจากหน้าปากประตูตัวเองเข้าไปซัลโวคู่แข่งของฟุตบอลเดินสายที่โด่งดังกลายเป็นไวรัลบนโลกอินเทอร์เน็ต จะเปลี่ยนชีวิตใครสักคนได้


 

เขาคนนั้นคือ “โฟร์-อนันต์ ยอดสังวาลย์” อดีตนักเตะผู้เคยหลุดจากวงโคจรและห่างไกลกับคำว่า “นักฟุตบอลอาชีพ” เมื่อเขาลาออกจากโรงเรียนมัธยมฯ กลางคัน ไม่มีโอกาสได้ลงแข่งขันในฟุตบอลนักเรียนรายการต่าง ๆ และไม่ได้เป็นผู้เล่นเด็กฝึกหัดตามอคาเดมีของทีมชั้นนำในไทย

ทว่าสิ่งเดียวที่ไม่เคยหายไปจากตัวของเด็กหนุ่มเมืองกรุงคนนี้ คือ “ความฝัน” 

อนันต์ ยังคงเดินหน้าโดยมีเป้าหมายเสมอว่า สักวันหนึ่งเขาต้องเป็นนักเตะไทยลีกให้ได้ แม้ใครจะมองว่ามันเป็นความฝันลม ๆ แล้ง ๆ 

เพราะเขาต้องไต่เต้าเส้นทางมาจากทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลนอกระบบอย่าง “บอลเดินสาย” ซึ่งน้อยคนมากที่สามารถก้าวข้ามมาสู่ลีกอาชีพได้ แต่ในสัดส่วนอันน้อยนิด “อนันต์ ยอดสังวาลย์” นักฟุตบอลวัย 20 ปี คือคนที่ข้ามฝั่งไปถึงตรงนั้นได้ 

ความสำเร็จของ อนันต์ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กเล่นบอลเดินสายในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล อยากเดินตามรอยเท้าเขา 

 

ออกนอกระบบ

ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน ในวันนั้นอาจเป็นวันหนึ่งที่แสนธรรมดาสำหรับเด็กนักเรียนทั่วไปผู้กำลังศึกษาอยู่ในชั้นเรียน แต่ไม่ใ่ช่กับ นายอนันต์ ยอดสังวาลย์ เด็กนักเรียนชั้น ม.5 

เพราะนี่คือวันสุดท้ายที่เขาจะได้สวมเครื่องแบบชุดนักเรียนขาสั้น เพราะหลังจากที่ก้าวเท้าพ้นประตูโรงเรียน สถานะนักเรียนของ “อนันต์” จะสิ้นสุดลง และเมื่อเช้าวันใหม่มาถึง เขาจะต้องเริ่มพบกับโลกแห่งความเป็นจริง ที่ไม่มีเพื่อนร่วมชั้นเรียนนั่งท่องตำราด้วยกัน และได้พบเจอกับคุณครูในโรงเรียนอีกต่อไป

“ผมชอบเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก 4-5 ขวบก็หัดเตะบอลแล้ว ชีวิตผมก็เหมือนนักฟุตบอลเด็กทั่วไป เรียนหนังสือและเล่นบอลให้โรงเรียน แข่งตามรายการต่าง ๆ พอเริ่มโตหน่อยก็ออกไปเตะบอลเดินสายบ้างครับ”

“จุดเปลี่ยนมาอยู่ตรงที่ ตอน ม.5 ช่วงนั้นผมแข่งบอลเยอะมาก แล้วก็เรียนติด 0 หลายวิชามาก ครอบครัวก็เลยถามว่าเราจะเลือกอะไร ? ถ้าเลือกเรียนก็อยากให้กลับมาตั้งใจ แต่ถ้าเตะบอลก็ไปให้สุด ผมจึงตัดสินใจเลิกเรียน”

อนันต์ ออกจากโรงเรียนตอนอายุ 17 ปี โดยเลือกศึกษาต่อใน “วิทยาลัยฟุตบอลเดินสาย” โรงเรียนที่ไม่ตายตัว ไม่ต้องเข้าชั้นเรียน ไม่มีคะแนนสอบปลายภาค ไม่มีการบ้านให้ทำ ไม่มีครูมาจ้ำจี้จ้ำไช…

 ถ้าเขาอยากรู้อะไรก็ต้องลงสนามไปศึกษาและหาคำตอบด้วยตัวเอง 


 

โลกแห่งบอลเดินสาย

“ตอนเล่นบอลนักเรียน เราซ้อมเป็นเวลา รู้ว่าตอนไหนเรียน ตอนไหนซ้อมบอล แต่พอมาเตะบอลเดินสาย เราต้องดูแลรับผิดชอบตัวเอง เพราะจะตื่นนอนตอนไหนก็ได้ จะไปเที่ยวยันดึกแล้วมาแข่งบอลตอนเช้าก็ได้ ทุกอย่างอยู่ที่เราเลือกเอง”

อนันต์ เด็กหนุ่มชาวกรุงเทพ ฯ เริ่มย่างก้าวเข้าสู่โลกแห่งบอลเดินสายตั้งแต่อายุ 15 ปี กับทีมศรียันตรา จากนั้นต่อมาเขาก็มาแจ้งเกิดในโลกลูกหนังใต้ดินกับ ทีมบิ๊กแจ็ค ซึ่งเป็นทีมที่มีชื่อเสียงและมีทัวร์นาเมนต์ให้ “อนันต์” ได้ลงแข่งขันอย่างสม่ำเสมอ


เมื่อไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน “ฟุตบอล” จึงกลายเป็นกิจกรรมหลักในชีวิตของ อนันต์ เขาลงแข่งแลกค่าตอบแทนหลักพันบาทต่อรายการ ไม่รวมโบนัสที่หากทีมชนะเลิศการแข่งขัน เขาก็อาจได้ส่วนแบ่งจากเงินรางวัลมาบ้าง 

อย่างไรก็ดีการโลดแล่นบนยุทธจักรบอลเดินสายก็ไม่ใช่สนามแข่งขันที่ง่ายเลยสำหรับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เพราะต้องเจอกับประสบการณ์ที่ไม่อาจหาได้ในบอลอาชีพ ต้องเรียนรู้วิธีที่จะเอาตัวรอดจากคู่แข่งที่พร้อมจะเล่นงานเขาได้ทุกเมื่อ 

“ผมเจอประสบการณ์แปลกใหม่หลายครั้งจากการเล่นฟุตบอล เคยมีครั้งหนึ่งผมกับพี่ ๆ ในทีมลงแข่งชนะมาเรื่อย ๆ จนผ่านเข้ารอบชิงฯ มาเจอกับเจ้าถิ่น เขาขนกองเชียร์มาดูกันเต็มเลย” 

“มีจังหวะหนึ่งที่เหมือนกองเชียร์เจ้าถิ่นไม่พอใจ อยู่ดี ๆ ก็มีคนถือขวดเบียร์ลงมาในสนามจะมาไล่ตีนักบอลจนเกมหยุดและเคลียร์สถานการณ์กันยกใหญ่ โชคดีที่ไม่เกิดเหตุการณ์อะไรรุนแรงบานปลาย”

แม้เขาจะจัดเป็น เทพนักฟุตบอลเดินสาย ผู้มีรายการให้แข่งขันตลอด ถึงขั้นที่นักพากย์ตั้งฉายาให้ว่า “วิลเลียน โฟแบร์” อันมาจากสไตล์การเล่นของเขาที่คล้ายคลึงกับ วิลเลียน นักเตะทีมชาติบราซิล  

บางทีเขาอาจไม่จำเป็นต้องพยายามไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพก็ได้ เพราะแค่นี้ก็น่าจะสบายแล้ว ไม่ต้องอยู่ในกรอบ ไม่ต้องให้ใครมาบังคับ แต่ “อนันต์” กลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เขายังคงมีความหวังเสมอว่า วันหนึ่งเขาจะต้องกลับไปอยู่ในสารบบฟุตบอลอาชีพให้ได้

เมื่อไหร่ก็ตามที่ “อนันต์” มีโอกาส เขาก็จะไม่ปิดกั้นตัวเอง ทั้งการไปคัดตัวจนได้เล่นฟุตซอลลีกรองของประเทศไทย รวมถึงการไปเล่นเป็นนักฟุตบอลเยาวชนของสโมสรฟุตบอลกรุงธนบุรี เอฟซี แม้สุดท้ายเขาจะไม่เคยขึ้นชุดใหญ่ของทีมเล่นฟุตบอลอาชีพก็ตาม

 

สู่วิถีอาชีพ

“ผมอยากเล่นบอลอาชีพ แต่ยังไม่มีโอกาสสักที จนวันหนึ่งผมได้รับการติดต่อจาก ลำพูน วอริเออร์ ที่สนใจอยากดึงผมไปร่วมทีม”

อนันต์ ยังคงจำเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตเขาเมื่อปีที่แล้วได้เป็นอย่างดี ภายหลังจากที่เขาลงเล่นให้ทีมบิ๊กแจ็คในฟุตบอลสมัครเล่นรายการหนึ่งจนพาทีมเข้าป้ายเป็นแชมป์

ปรากฏว่าไฮไลท์ช็อตการกระชากจากหน้าโกล์ ทำซิ่งกับ ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ก่อนกระดกบอลข้ามตัวผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเหนือชั้น ได้กลายมาเป็นไวรัลบนอินเทอร์เน็ต แม้แต่ “ธีราทร บุญมาทัน” นักฟุตบอลอาชีพชาวไทยใน เจ.ลีก. ญี่ปุ่น ก็มีโอกาสได้ชมคลิปนั้น และเกิดความประทับใจมาก 

เขาจึงได้ติดต่อไปยังสโมสรลำพูน วอริเออร์ เพื่อแนะนำนักเตะเดินสายที่ตัว “ธีราทร” เองก็ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่กลับมีความเชื่อว่า “อนันต์” สามารถต่อยอดไปเป็นผู้เล่นอาชีพที่ดีได้

“หลังจากผมได้แชมป์รายการนั้นประมาณ 1-2 วัน พี่อุ้ม (ธีราทร บุญมาทัน) ก็ให้พรรคพวกที่เขารู้จักติดต่อผมมา ถามว่าอยากลองไปอยู่ ลำพูน วอริเออร์ ไหม ? ผมตอบทันทีเลยว่า ‘ไปครับ’ เพราะผมมีความฝันอยากเล่นบอลอาชีพอยู่แล้ว”

“ผมดีใจที่คนระดับพี่อุ้มมองเห็นผมด้วย เป็นอะไรที่ไม่คิดไม่ฝันมาก่อน ซึ่งหลังจากวันนั้นก็มีโอกาสได้คุยกับพี่อุ้มครับ เขาก็แนะนำหลายอย่าง เช่น การดูแลตัวเอง, ระเบียบวินัยต้องเป๊ะ และเขาก็บอกว่า เมื่อได้รับโอกาสแล้ว อยากให้ผมพยายามรักษาโอกาสนี้ไว้ให้ได้นานที่สุด”

เดือนกันยายน ปี 2020 “อนันต์ ยอดสังวาลย์” ก็ได้เซ็นสัญญากับ ลำพูน วอริเออร์ ทีมในศึกไทยลีก 3 (ในเวลานั้น) ท่ามกลางความสงสัยของคนติดตามบอลไทยว่า “นักเตะโนเนมวัยแค่ 19 ปี” มีดีอะไรกัน ? ทำไมธีราทรถึงได้แนะนำให้ ลำพูนฯ คว้าตัวมาให้ได้

เส้นทางบอลอาชีพของ อนันต์ จึงออกสตาร์ทด้วยความยากทันที ไหนจะถูกจับตามองจากสื่อมวลชนและแฟนบอลทั่วไป ไหนจะต้องปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบฟุตบอลอาชีพที่จำเป็นต้องมีสภาพร่างกายที่ดีและความเข้าใจเกมที่สูง อันเป็นรายละเอียดที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนสมัยเล่นบอลสมัครเล่น แต่เขาก็ไม่ย่อท้อกับการต่อสู้ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ

“ผมต้องปรับตัวแทบทุกอย่างเลย ยากมากครับ ทั้งการกิน การนอน การดูแลตัวเองทุกอย่างต้องเป๊ะหมด เมื่อก่อนผมเป็นคนนอนดึก ก็ต้องมาพยายามนอนให้ตรงเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะวันรุ่งขึ้นต้องเจอโปรแกรมซ้อมบอลเช้า-เย็น”

“ช่วงเลกแรกที่อยู่กับ ลำพูน ผมแทบไม่ได้โอกาสลงสนามเลย ได้แค่ซ้อมอย่างเดียว ผมก็พยายามเรียนรู้ในทุก ๆ การฝึกซ้อมจากบรรดานักบอลรุ่นพี่ในทีมที่เขามีความเป็นมืออาชีพครับ ดูว่าพวกรุ่นพี่เขาทำกันอย่างไรเราก็ทำตามเขา จนมาช่วงเลกสองถึงได้ลงเล่น 15-20 นาทีต่อนัดบ้าง”

การค้าแข้งอาชีพทำให้ “อนันต์” มีจุดมุ่งหมายในการเล่นฟุตบอลมากขึ้น เพราะเขามีรายได้ประจำจากเงินเดือน ไม่ต้องไปตระเวนเตะบอลเดินสายล่าเงินรางวัลอีกต่อไป 

เขาสามารถทุ่มเทเวลาเพื่อพัฒนาตัวเองให้สามารถยืนระยะและดีพอสำหรับลงเล่นในลีกลูกหนังของไทย

 

ถ้าตั้งใจ นายก็เป็นได้นะ 

ผลจากความพยายามจึงส่งผลให้ ในช่วงท้ายฤดูกาล 2020-21 “อนันต์” เรียกฟอร์มเด่นแจ้งเกิดได้ในรอบแชมเปี้ยนชิพ ศึกไทยลีก 3 ที่รวบรวมเอาทีมแชมป์-รองแชมป์จากโซนต่าง ๆ มาดวลกัน 

ก่อนจะมีส่วนช่วยให้ “ลำพูน วอริเออร์” คว้าแชมป์ระดับประเทศ ในศึกไทยลีก 3 รอบแชมเปี้ยนชิพ ตีตั๋วขึ้นสู่ ไทยลีก 2 เวทีลีกรองที่มีความเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมและเป็นความท้าทายที่มากกว่าเดิมของอดีตแข้งเดินสายอย่าง อนันต์ ยอดสังวาลย์

แต่ใครจะเชื่อว่า เมื่อเขาขยับมาเล่นในลีกที่สูงขึ้น “อนันต์” กลับเฉิดฉายกว่าตอนเล่นไทยลีก 3 เพราะเขากลายเป็นดาวเตะตัวรุกที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถไม่แพ้ใครในลีก กล้าเล่น กล้าคิด กล้าทำมากกว่าเดิม

ฟอร์มของ อนันต์ ร้อนแรงถึงขนาดที่ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แสดงความสนใจอยากเรียกตัวไปติดธง ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากแฟนบอลทั่วฟ้าเมืองไทย ที่หากใครเคยเห็นฝีเท้าของ อนันต์ ก็ล้วนอยากเอาใจช่วยดาวเตะหนุ่มวัย 20 ปีคนนี้กันทั้งนั้น 

แน่นอนว่าการก้าวกระโดดจากทัวร์นาเมนต์เดินสายไปสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพบนเวทีไทยลีก 2 ของ อนันต์ ยอดสังวาลย์ นับเป็นเรื่องราวที่ไม่ต่างอะไรกับบทละครที่จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง 

หากแต่นี่ไม่ใช่พล็อตหนัง พล็อตละคร เพราะนี่คือชีวิตของนักเตะคนหนึ่งที่ใช้ความขยันหมั่นเพียรและความตั้งใจลงมือทำมันจนมีวันนี้ได้ 

ที่สำคัญเรื่องราวของ อนันต์ ยังสามารถเข้าไปจุดประกายเติมไฟฝันให้กับเด็กท้องถิ่นในกรุงเทพ ฯ ที่วันนี้พวกเขาอาจเตะบอลกันใต้ทางด่วน, ริมทางสาธารณะ, ในสนามหญ้าเทียมเช่า แบบเดียวกับอนันต์ในวันวาน 

แต่ถ้าพวกเขามุ่งมั่นทำจริง และคว้าโอกาสที่เข้ามาได้ จากเด็กเตะบอลเดินสาย ก็ต่อยอดไปได้ไกลถึงการเป็นนักฟุตบอลอาชีพเหมือนกับ อนันต์ ก็เป็นได้  

“ขอให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจ และอดทนกับทุกบททดสอบที่ผ่านเข้ามา เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่สามารถก้าวข้ามมันไป เส้นชัยย่อมรอเราอยู่ที่ปลายทาง“



AUTHOR

อลงกต เดือนคล้อย

Fake Writer
     


PHOTO

อาณกร จารึกศิลป์

Main Stand's Photographer
     


x