FITNESS

ฟิตหุ่นได้อย่าง Yoon Ji Woo : เบื้องหลังของ Han So Hee กว่าจะเป็นนางเอก My Name | Main Stand



 

My Name (2021) เป็นซีรีส์จากประเทศเกาหลีใต้ ที่ออกฉายผ่านช่องทางสตรีมมิ่ง Netflix บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อ "ยุนจีอู" ที่ต้องแฝงตัวเข้าไปอยู่ในองค์กรอาชญากรรมเพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพ่อเธอ 

 

นอกจากตัวซีรีส์จะได้รับกระแสตอบรับค่อนข้างดี เพราะพล็อตเรื่องและการนำเสนอทริลเลอร์ขึงขังในแบบฉบับเกาหลีใต้ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ยิ่งโดดเด่น คือความทุ่มเทของนักแสดงนำอย่าง "ฮันโซฮี" ผู้รับบท ยุนจีอู ตัวละครเอกของเรื่อง ในการฝึกร่างกายสุดโหดเพื่อให้สมบทบาทมากที่สุด 

ก่อนหน้านี้หลายคนอาจจะเคยคุ้นเคยกับ ฮันโซฮี มาบ้างจากซีรีส์ Nevertheless (2021) ในบทของ "ยูนาบี" หญิงสาวที่ไม่เชื่อในความรัก หรือจะเป็น "องค์หญิงคิมโซฮเย" ในเรื่อง 100 Days My Prince (2018) ซึ่งทั้งสองบทต่างก็เป็นตัวอย่างชั้นดีที่แสดงภาพของเธอในลุคสาวหวาน ที่ทำให้หนุ่ม ๆ และสาว ๆ ตกหลุมรักได้ไม่ยาก 

แต่สำหรับการรับบทบาทใน My Name ฮันโซฮี ต้องเข้ารับการฝึกร่างกายอย่างหนักและต้องเพิ่มน้ำหนักร่างกายของตัวเองขึ้นมาถึง 10 กิโลกรัมสำหรับการรับบทตัวละครยุนจีอู การพลิกบทบาทมาเป็นสาวดุครั้งนี้จึงถือเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ได้เป็นอย่างมาก 

Main Stand ขอชวนไปดูการฝึกซ้อมร่างกายสุดโหดของเธอไปพร้อม ๆ กัน 

 

WEIGHT GAINING 

การรับบทเป็นยุนจีอู ทำให้ฮันโซฮีต้องเพิ่มนำหนักของตัวเองขึ้นมาถึง 10 กิโลกรัม เพื่อให้มีลุคของหญิงสาวที่ผ่านการฝึกและใช้ร่างกายในการต่อสู้อยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตามการเพิ่มน้ำหนักของเธอไม่ใช่การเพิ่มน้ำหนักแบบเน้นไปที่สารอาหารจำเพาะประเภทใดประเภทหนึ่ง อย่างการเน้นโปรตีน คาร์โบไฮเดรต หรือไขมัน 

ในทางกลับกันเธอต้องเพิ่มมวลรวมของร่างกายจำนวนมาก เพราะเดิมทีเธอเป็นคนร่างเล็กอยู่แล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่าเธอสามารถกินอะไรก็ได้ตามใจชอบเลย 

"ฉันเพิ่มน้ำหนักมาราว 10 กิโลกรัมเห็นจะได้ใน 'My Name' พัคฮีซุน (นักแสดงร่วมจอของเธอ) บอกให้ฉันเพิ่มกล้ามเนื้อสัก 10 กิโลกรัม แต่ฉันก็เพิ่มไขมันให้กับร่างกายไปด้วย"

"ฉันชอบช็อกโกพายมาก ด้วยความที่ฉันต้องออกกำลังกายมาก ฉันก็ต้องกินมากด้วย น้ำหนักเลยเพิ่มขึ้นมา 10 กิโลกรัมเลย" 

เช่นเดียวกันกับนักแสดงมืออาชีพหลาย ๆ คน การเพิ่มหรือลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ยากลำบากได้เหมือนกันในบางครั้ง เพราะมันต้องอาศัยความทุ่มเทและความอดทนจำนวนมาก การจะได้มาซึ่งหุ่นที่ต้องการในแต่ละครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อย่างใด 

"ฉันรู้สึกท้อบ้าง เพราะรู้ว่าต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งพอที่จะพาโปรเจ็กต์นี้ไปด้วยกันตั้งแต่ต้นจนจบ ฉันเตรียมการบู๊มาอย่างดีเป็นเวลานานแล้ว และฉันก็ทุ่มเทกับมันมาก ๆ"  

 

WEIGHT TRAINING 

ด้วยความที่ในซีรีส์ "My Name" มีฉากแอ็กชั่นค่อนข้างมากและความน่าประทับใจคือ ส่วนมาก ฮันโซฮี เป็นคนเล่นเองทั้งหมด เพราะเหตุนี้เธอเลยต้องเตรียมร่างกายโดยการเข้าไปเรียนในโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ทุกวัน เป็นเวลารวมทั้งสิ้นกว่า 2 เดือนในระหว่างที่เตรียมการถ่ายทำ 

ความยากที่สุดของเรื่องก็คือการที่เธอไม่เคยเล่นฉากแอ็กชั่นมาก่อน สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือการป้องกันตัวเองและป้องกันความปลอดภัยของเพื่อนร่วมกองถ่าย ที่อาจเจ็บจริงได้เพราะการขาดประสบการณ์ของเธอ 

เธอเผยถึงการฝึกซ้อมในขณะที่โปรโมตซีรีส์กับ Netflix ว่า 

"ฉันเข้าเรียนคลาสการต่อสู้เยอะมาก ๆ เพราะถ้าฉันทำได้ไม่ถูกต้องฉันก็อาจเจ็บตัวได้ ซึ่งก็ไม่เป็นไรเท่าไหร่ แต่นักแสดงร่วมของฉันก็อาจจะเจ็บตัวไปด้วยเช่นกัน มันมีความบ้าบิ่นค่อนข้างมากที่เดียวในโชว์นี้"

เธอศึกษาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงและศึกษาเพิ่มเติมจากภาพยนตร์แอ็กชั่นที่มีตัวละครเอกเป็นผู้หญิงอย่าง Atomic Blonde (2017) และ The Old Guard (2020) เพราะต้องการศึกษาตัวละครผู้หญิงเมื่อเวลาต้องต่อสู้กับตัวละครผู้ชายจำนวนมาก 

"ฉันต้องตั้งใจเพ่งสมาธิไปที่จุดสำคัญของคู่ต่อสู้เท่านั้น ซึ่งเรื่องพวกนี้ฉันได้เรียนรู้มาเยอะมากจากภาพยนตร์พวกนั้น" 

การโจมตีจุดสำคัญ อาจจะช่วยให้เธอกำจัดคู่ต่อสู้ได้ง่ายขึ้น เหมือนกับฉากหนึ่งในเรื่องที่เธอกำลังฝึกอยู่กับ "ชเวมูจิน" ที่รับบทโดย พัคซีฮุน 

ฮันโซฮี ยังได้ศึกษาการชกมวยเพิ่มเติมจากการสร้างความแข็งแรงอย่างมีวินัยของเธอ ส่งผลให้เธอสามารถพัฒนาทักษะการใช้ร่างกายได้อย่างมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอเผยว่าสามารถซิตอัพได้ถึง 30 ครั้งใน 1 เซ็ต

"ฉันคิดว่าฉันซิตอัพแบบปกติได้ถึง 30 ครั้ง จนจบซีรีส์ไปแล้ว ร่างกายฉันก็ได้พัฒนาขึ้นมาก ทุกวันนี้ฉันยังเรียนมวยต่ออยู่เลย" 

หากใครที่ยังไม่สามารถสลัดภาพสาวหวานจากผลงานเก่า ๆ ของเธอออกไปได้ อาจจะต้องลองดู My Name สักครั้ง เพราะในเรื่องก็มีหลาย ๆ ฉากที่ปล่อยให้เธอได้แสดงศักยภาพนักบู๊ออกมาได้อย่างเต็มที่ ชนิดที่ว่าเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือไปเลย 

 

Conclusion 

หากใครที่ยังนึกภาพไม่ออกว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการฝึกร่างกายอย่างหนักของเธอนั้นออกมาเป็นประมาณไหนและยังไม่มีเวลาดูซีรีส์ ให้ดูคลิปรวมฉากบู๊ของเธอใน My Name ที่ Netflix ประเทศไทยได้รวมเอาไว้เป็นคลิปเดียวไว้ไปพลาง ๆ ก่อนตามลิงก์นี้ 

จะสังเกตได้ว่าในหลาย ๆ ฉากบู๊นั้น เธอเล่นเองแทบจะทั้งหมดทั้งสิ้นแบบไม่ใช่สตันต์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ เพราะว่าการเข้าฉากที่มีความรุนแรงขนาดนี้ มักจะเกิดความผิดพลาดได้เสมอหากไม่มีการเตรียมตัวให้ดีก่อน และผลงานที่ออกมาก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าเวลา 2 เดือนที่ ฮันโซฮี ทุ่มเทให้กับบทยุนจีอูนั้นคุ้มค่า ยิ่งผนวกกับเทคนิคการถ่ายทำที่หวือหวา ยิ่งทำให้ฉากแอ็กชั่นมีความน่าตื่นเต้นเข้าไปอีกขั้น 

จนถึงตอนนี้ กระแสของ My Name ยังคงดีอย่างต่อเนื่อง ติดอยู่บน Top 10 ของ Netflix ในอันดับที่ 4 และแม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศสร้างซีซั่น 2 อย่างเป็นทางการ แต่ความสำเร็จของซีซั่นแรกก็อาจจะช่วยส่งผลให้มีการอนุมัติการสร้างในเร็ว ๆ นี้ และเราก็ได้แต่หวังว่า ฮันโซฮี จะมีผลงานแอ็กชั่นออกมาให้เราได้เห็นเพิ่มเติมมากขึ้นอีกในอนาคต 

สามารถรับชมซีรีส์ My Name แบบ 8 ตอนรวดได้แล้ววันนี้บนสตรีมมิ่ง Netflix 

 

แหล่งอ้างอิง :

https://www.gmanetwork.com/news/showbiz/showbizabroad/807000/han-so-hee-reveals-spending-months-in-action-school-gaining-10-kg-to-prepare-for-role-in-my-name/story/ 
https://kbizoom.com/han-so-hee-shows-off-curvy-body-and-reveals-that-she-gained-10kg-for-the-role-in-my-name/ 
https://www.nme.com/news/tv/han-so-hee-stunt-scenes-my-name-performed-by-herself-3075849 



AUTHOR

ณัฐพล ทองประดู่

Memento Vivere / Memento Mori
     


PHOTO

ภราดร ภราดร

อยากจะทำให้ดี ไม่ใช่แค่อยากจะทำให้เป็น
     


x