FEATURE

Beautiful Boxer : ภาพยนตร์มวยไทยนอกกระแส ที่เป็นที่ชื่นชมของคอหนัง



“ตอนอยู่บนเวที ฉันไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นเพศอะไร ฉันคิดแค่เรื่องชนะเท่านั้น” ปริญญา เจริญผลกล่าว 


 

มวยไทย ถือเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ถูกหยิบยกมาใส่ในภาพยนตร์มากขึ้นในช่วงหลัง ไม่ว่าจะเป็น องค์บาก หรือต้มยำกุ้ง สองหนังไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก หรือล่าสุดอย่าง 9 ศาสตรา อนิเมชั่นเจ้าของรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Nine Entertain Awards เมื่อปี 2019 

อย่างไรก็ดี ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน น้อยมากที่ภาพยนตร์จะพูดถึงมวยไทย จนกระทั่งการมาถึงของ Beautiful Boxer หนังที่สร้างจากเรื่องจริงของ ปริญญา เกียรติบุษบา (เจริญผล) นักมวย LGBTQ+ ผู้โด่งดัง

ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวอาจจะไม่ได้ร้อนแรงในตอนที่เปิดตัว เมื่อทำรายได้ในไทยไม่ถึง 5 ล้านบาท แต่ทันทีที่ถูกนำไปฉายในต่างประเทศ มันกลับได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม และมีคะแนนเฉลี่ยที่ค่อนข้างสูงในหลายเว็บไซต์ 

เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกับ Muay Thai Stand 

 

ชีวิตจริงของนักชกสู้ชีวิต 

Beautiful Boxer คือผลงานเรื่องแรกของผู้กำกับ เอกชัย เอื้อครองธรรม ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ น้องตุ้ม ปริญญา เจริญผล (แสดงโดย อัสนี สุวรรณ) นักมวย LGBTQ+ ที่มุ่งมั่นคว้าแชมป์มวยไทย เพื่อนำเงินรางวัลไปแปลงเพศ

ภาพยนตร์เรื่องนี้พาผู้ชมไปสำรวจชีวิตตั้งแต่วัยเด็กของ “น้องตุ้ม” เด็กน้อยที่ถือกำเนิดขึ้นมาในฐานะผู้ชายของครอบครัวชาวเหนือที่ยากจน แต่มีใจอยากเป็นผู้หญิง หลังได้ชมการร่ายรำของตัวนางในคณะลิเกที่งานวัดแห่งหนึ่ง 

น้องตุ้มมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ขลุกอยู่กับผู้หญิง เล่นการละเล่นที่เด็กผู้ชายมองว่าไม่สมชายอย่าง กระโดดยาง หรือ แม่งูเอ๋ย ซึ่งทำให้เธอมักจะถูกกลั่นแกล้ง หรือทำร้ายจากเด็กผู้ชายในชุมชนอยู่เสมอ 

ซ้ำร้ายด้วยความที่ครอบครัวมีฐานะขาดแคลน และทางรอดในยุคนั้น คือการส่งลูกไปบวชเรียนเป็นสามเณร และมันก็ทำให้น้องตุ้ม ต้องเข้าไปอยู่ในในสถานะที่อึดอัด จากการถือศีล 10 ข้อโดยเฉพาะข้อที่ห้ามแต่งตัวสวยงาม หรือทัดดอกไม้ 

แต่อะไรที่ไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่อยู่วันยังค่ำ สุดท้ายน้องตุ้มก็ต้องสึกออกมา จนกระทั่งการไปเที่ยวงานวัดในคืนหนึ่งได้ทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล 

ในคืนนั้น เธอตามพี่สาวไปเที่ยว และได้เห็นการแข่งขันชกมวย อันที่จริงเธอไม่ได้ชอบความรุนแรง แต่บังเอิญได้ไปชกกับนักมวยที่ขาดคู่ และเอาชนะได้แบบไม่ตั้งใจ จนได้รับเงินรางวัลมามากมาย และมันก็ทำให้น้องตุ้มเห็นวิธีที่จะช่วยเหลือครอบครัวให้พ้นจากความยากจน รวมไปถึงการทำความฝันที่อยากเป็นผู้หญิงให้เป็นจริง 

น้องตุ้ม ตัดสินใจฝึกมวยอย่างจริงจัง และได้เข้าไปอยู่ในพี่ชาติ (สรพงศ์ ชาตรี) ครูมวยในท้องถิ่น ก่อนที่มันจะทำให้เธอเอาชนะคู่แข่ง 20 ไฟต์ จากการชกทั้งหมด 22 ไฟต์ ในระดับภูมิภาค 

ทว่า แม้จะฝึกมวยซึ่งเป็นกีฬาของผู้ชายอย่างหนัก แต่น้องตุ้ม ก็ไม่ได้ทิ้งความเป็นผู้หญิง เธอมักจะใช้เครื่องสำอางค์แอบแต่งหน้าอยู่เสมอ และพยายามปกปิดตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ความแตก เมื่อพี่ชาติมาเห็นตอนที่เธอกำลังแต่งหน้า และแทนที่ครูมวยจะโกรธ กลับมองเป็นจุดขายในการประชาสัมพันธ์ และให้น้องตุ้มแต่งหน้าทาปากก่อนขึ้นชกทุกครั้ง 

ในตอนแรกเธอโดนดูถูกอย่างหนัก แต่ด้วยฝีมือในเชิงมวยที่โดดเด่น โดยเฉพาะท่า “ฤาษีบดยา” ที่ปิดปากคนที่มาปรามาสได้ และเอาชนะคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มโด่งดังในระดับประเทศ รวมกับได้สู้กับนักมวยปล้ำหญิง เคียวโกะ อิโนะอุเอะ จนสามารถเก็บเงินผ่าตัดแปลงเพศได้สำเร็จ 

Beautiful Boxer ออกฉายในไทยเมื่อปี 2003 และได้ศิลปินอย่าง อัสนี-วสันต์ โชติกุล มาแต่งเพลงประกอบให้ ทว่ามันกลับทำรายได้ไม่น่าประทับใจ ทั้งที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีสุพรรณหงส์ทองคำ หลังทำเงินไปเพียง 4 ล้านเศษเท่านั้น 

อย่างไรก็ดี มันกลับต่างออกไป เมื่อถูกนำไปฉายในต่างประเทศ 

 

หนังไทยที่ดังไกลในตะวันตก 

“คุณอดไม่ได้ที่จะหยั่งรากลึกให้กับตัวละครที่มีปัญหาอย่างอัสนี ไม่ว่าจะนอกหรือในเวที” วีเอ มูเซ็ตโต จาก New York Times กล่าว 

หลังจากลาโรงได้ไม่นาน Beautiful Boxer ก็ได้บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปให้ชาวยุโรปได้รับชม และเริ่มสร้างชื่อจากการได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ โตริโน่ และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมิลาน อิตาลี ในปี 2004 

หลังจากนั้น ชื่อของ “น้องตุ้ม ปริญญา” ก็เริ่มรู้จักไปทั่วโลก เมื่อ Beautiful Boxer ถูกนำไปฉายในภาพยนตร์นานาชาติ ทั้งที่ ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา หรือ แวนคูเวอร์ แคนาดา  รวมไปถึงเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลิน เมื่อปี 2004 

นอกจากนี้ในปีเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ยังได้รับการโหวตเป็น1 ใน 3 ภาพยนตร์ที่มีเรตติ้งสูงสุด ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฮ่องกง ซึ่งถือเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกในประวัติศาสต์ที่ทำได้อีกด้วย 

เช่นกันกับในโลกออนไลน์ Beautiful Boxer ถือเป็นหนังจากเอเชียไปกี่เรื่องที่รอดพ้นจากปากเหยี่ยวปากกาของ Rotten Tomatoes หรือที่รู้จักกันในชื่อเว็บมะเขือเน่า โดยทำคะแนนไปถึง 83 เปอร์เซ็นต์ และอีก 88 เปอร์เซ็นต์จากคนอ่าน 

ส่วนเว็บไซต์อื่นๆ ก็ล้วนพูดถึงในเชิงบวก ทั้งฉากต่อยมวยที่ทำออกมาได้อย่างสมจริงและดุดัน และการสร้างแรงบันดาลใจ ที่ไม่ใช่เฉพาะชาว LGBTQ+ แต่รวมไปถึงคนที่กำลังดิ้นในการต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่า   

“เป็นเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ อาจจะมีส่วนที่ขรุขระ แต่ก็ยังปล่อยหมัดเป็นชุดได้” เจมี วูดลีย์ แห่ง BBC.com ระบุ 

“มันเหมือนกับการเอาเรื่องที่เจอร์รี สปริงเกอร์ (รายการทีวีสหรัฐที่เอาคนมาต่อยกันในรายการ) ชอบ มาศึกษาตัวละครอย่างสุขุม และละเอียดอ่อน เกี่ยวกับตัวตน และอำนาจในการตัดสินใจอย่างอิสระ” คริส วอกนาร์ จาก Dallas Morning News กล่าวในเว็บไซต์ 

แม้ว่าตัวหนังจะถูกตำหนิจากเนื้อเรื่องที่บางทีอาจจะดูยาวเกินไป รวมถึงหลายฉากที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ส่วนใหญ่ก็ยอมรับว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ “ดี” และควรค่าแก่การรับชม ที่ทำให้มันได้รับคะแนนเฉลี่ยจาก IMDB เว็บไซต์ฐานข้อมูลภาพยนตร์ชื่อดังถึง 7.2 จากคะแนนเต็ม 10 

“แม้ว่าจะเป็นหนังที่ค่อนข้างนานและมีความติดขัดอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดเรื่องนี้ก็ทำได้อย่างเที่ยงธรรมในแง่แรงบันดาลใจ” เอลิซาเบ็ธ ไวซ์มันน์ จาก New York Daily News พูดถึง Beautiful Boxer

สุดท้ายแล้ว Beautiful Boxer ก็ทำรายได้ได้อย่างน่าพอใจในตะวันตก จากการรายงานของ boxofficemojo.com เว็บไซต์ที่รวบรวมรายได้ของภาพยนตร์ทั่วโลกระบุว่า มันทำเงินในต่างประเทศไปถึง 504,397 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 16.7 ล้านบาท) ซึ่งมากกว่ารายได้ในประเทศกว่า 3 เท่า

ทว่า นี่ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดนใจชาวตะวันตก 

 

ภาพสะท้อนสังคม

ปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากมวยไทย ที่สามารถดึงดูดชาวต่างชาติมาชม Beautiful Boxer ตัวตนที่ย้อนแย้ง และชวนให้ตั้งคำถามของน้องตุ้ม ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการต้องเข้าสู่วงการมวย ซึ่งเป็นพื้นที่ของผู้ชาย เพื่อเป้าหมายที่จะกลายเป็นผู้หญิง (หาเงินผ่าตัดแปลงเพศ) 

“เธอเป็นคนที่มีความขัดแย้งในตัวเอง เธอตั้งใจที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในกิจกรรมของผู้ชายให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ได้ความเป็นผู้หญิงทั้งหมด” เอกชัย เอื้อครองธรรม ผู้กำกับ Beautiful Boxer กล่าวกับ The Guardian 

ขณะเดียวกัน การมาถึงของน้องตุ้ม ก็ถือเป็นการท้าทายคำถามที่ว่า อันที่จริงแล้ว น้องตุ้มที่ร่างเป็นกาย แต่ใจเป็นหญิง สามารถขึ้นชกในมวยไทย ซึ่งเป็นกีฬาศักดิ์สิทธิ์และห้ามผู้หญิงขึ้นเวทีในตอนนั้น ได้หรือไม่ และจะอธิบายในเรื่องนี้ได้อย่างไร 

“ตอนที่น้องตุ้ม เข้ามาอยู่ในวงการเป็นครั้งแรก ผู้คนคิดว่าเธอจะทำให้ชื่อเสียงของมวยไทยตกต่ำ” เอกชัยกล่าวต่อ 

“แต่หลังจากนั้น เมื่อเธอแสดงให้เห็นว่าตัวเองเป็นนักมวยที่ดี เธอก็ได้รับการยอมรับ แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่เชื่อว่าเธอทำให้ภาพลักษณ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ต้องมัวหมอง” 

“มวยไทยพัฒนาขึ้นมาจากบรรพบุรุษของเรา ที่คิดค้นวิธีการใช้ร่างกายเป็นอาวุธ เพื่อสู้กับพม่า มันจึงเป็นมากกว่าแค่กีฬา เป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นหัวใจสำคัญสำหรับอัตลักษณ์ของชาติเรา” 

แน่นอนว่าสำหรับตัวน้องตุ้มตัวจริง เธอก็ยืนยันว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอต่อยมวยเพื่อหาเงินไปช่วยเหลือครอบครัวและแปลงเพศเท่านั้น และสิ่งที่ภาพยนตร์ถ่ายทอดออกมา ก็สามารถช่วยเธอพูดแทนเธอได้เป็นอย่างดี 

“ฉันไม่ถือว่าความเป็นผู้หญิงคือความอ่อนแอ” ปริญญา เฉลิมพล บอกกับ The Guardian หลังถูกถามว่าทำไมจึงหาเงินจากการต่อยมวย ทั้งที่อยากเป็นผู้หญิง 

“ฉันรู้ว่าฉันเองก็แข็งแกร่ง และเพื่อปกต้องตัวตน และคนที่ฉันรัก ฉันเกิดมาจน และมันก็ไม่มีทางมากนักที่จะหาเงินได้ครั้งละมาก ๆ ” 

“ตอนอยู่บนเวที ฉันไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นเพศอะไร ฉันคิดแค่เรื่องชนะเท่านั้น” 

ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ไม่ได้พูดถึงแค่ตัวตนของน้องตุ้มเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดของคนไทยในอดีตที่มีต่อ LGBTQ+ ยกตัวอย่างเช่นในฉากหนึ่งที่พ่อกับแม่น้องตุ้มบอกว่า การที่ลูกต้องเกิดมาแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะกฎแห่งกรรม และกลายเป็นเรื่องบุญบาปไป 

มันแสดงให้เห็นว่า น้องตุ้มและชาว LGBTQ+ อาจจะต้องรับมือกับเรื่องแบบนี้มาตลอดชีวิต การถูกมองว่าไม่เป็นปกติ ถูกมองว่าเป็นตัวตลก และต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรม เพื่อให้สามารถเอาตัวรอดในสังคมได้ 

สิ่งนี้เห็นได้ชัดเจนจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่ไม่ค่อยได้รับเสียงตอบรับจากชาวไทยที่ดีนัก เนื่องจากสำหรับคนในยุคนั้น LGBTQ+ มีพื้นที่แค่การเป็นตัวโจ๊กเท่านั้น ดังนั้นเมื่อ Beautiful Boxer เล่าเรื่อง  LGBTQ+ ในโทนที่จริงจัง จึงทำให้ไปได้ไม่ไกลสำหรับตลาดในประเทศ 

“สังคมชาวเกย์เปิดรับหนังเรื่องนี้ แต่สำหรับคนดูกระแสหลักไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร แต่พวกเขาก็เริ่มมีความคิดว่ากระเทยไม่จำเป็นต้องแต่งตัวเหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูน” เอกชัยอธิบาย

แต่สิ่งสำคัญ คือการเป็นตัวจุดประกายให้ผู้คนสนใจ และพยายามทำความเข้าใจในตัวของ คนกลุ่ม LGBTQ+ มากขึ้น เอกชัยบอกว่า แต่เดิมเขาเองก็มีสิ่งที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้ แต่เมื่อเขาได้เจอน้องตุ้ม ตอนที่เริ่มหาข้อมูลเพื่อทำหนัง ก็ทำให้ให้ความคิดหลายอย่างเปลี่ยนไป  

“เราได้คุยกันนานมาก และทำให้ผมคิดได้ว่าผมมีอคติแค่ไหนกับเธอ คนที่ผมเจอในคืนนั้น ต่างจากที่ผมคิดไว้มาก ในไทย คนที่แปลงเพศมักถูกตีตราว่ามีเป้าหมายในชีวิตแค่ไล่ตามผู้ชายและทำให้สิ่งโง่เง่า” เอกชัยกล่าว

“แต่คนที่อยู่ตรงหน้าผม คือคนที่คิดถึงครอบครัวของเธอ เป็นคนสุภาพและรอบคอบมาก ตอนนั้นเองทำให้ผมคิดได้ว่ามันมีอาจจะมีบางอย่างที่ลึกซึ้งในเรื่องที่ไม่ธรรมดานี้” 

 

ฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง

แม้ว่า Beautiful Boxer จะเป็นภาพยนตร์ที่มีเกือบ 20 ปี แต่มันกลับยังคงได้รับการพูดถึงในแง่สื่อคุณภาพ ที่บอกเล่ามุมมองของสังคมในยุคนั้นที่มีต่อชาว LGBTQ+ 

จริงอยู่ที่ในทุกวันนี้ สังคมจะเริ่มยอมรับความหลากหลายมากขึ้น รวมไปถึงมีนักมวย LGBTQ+ ถือกำเนิดขึ้นมามากมาย แต่สิ่งที่น้องตุ้มและ Beautiful Boxer ได้บุกเบิกเอาไว้ ก็ทำให้พวกเขาได้รับการยกย่องในฐานะผู้แผ้วถางอนาคตของคนกลุ่มนี้ 

แค่ไม่เหยียด แค่ไม่มองพวกเขาหรือพวกเธอเป็นตัวตลก แค่ยอมรับพวกเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แค่นั้นก็พอ 

“มันเหมือนกับมองไปในกระจกที่แสดงให้เห็นภาพของคุณในอดีต แต่ฉันไม่เคยคิดว่าจะมีคนทำหนังจากชีวิตของฉัน และฉันก็คิดเสมอว่าหนังเรื่องนี้พูดเรื่องความเป็นฮีโร่ และฉันก็ไม่ใช่ฮีโร่” ปริญญากล่าวกับ The Guardian 

“หนังเรื่องนี้คือของขวัญที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับฉัน เพราะว่ามันทำให้ผู้คนเข้าใจคนที่แปลงเพศมากขึ้น และสำหรับฉันแล้ว มันช่วยให้ฉันเป็นที่ยอมรับในฐานะตัวบุคคล”

 

แหล่งอ้างอิง 

https://www.theguardian.com/film/2005/aug/19/2
https://www.seattletimes.com/entertainment/movies/beautiful-boxer-tells-true-story-of-thai-fighter-who-longed-to-be-a-woman/
https://gaysifamily.com/lifestyle/beautiful-boxer-the-story-of-the-worlds-first-trans-muay-thai-fighter/ 
http://thingsasian.com/story/film-review-beautiful-boxer
https://www.rottentomatoes.com/m/beautiful_boxer
https://www.imdb.com/title/tt0401248/reviews
https://www.boxofficemojo.com/release/rl491030017/weekend/



AUTHOR

มฤคย์ ตันนิยม

ลีดส์ ยูไนเต็ด, ญี่ปุ่น, มังงะ
     


PHOTO

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ
     


x