
ศึก NBA ฤดูกาลใหม่ 2026-27 เดินทางมาถึงจุดออกสตาร์ทกันแล้ว
ถือเป็นปีที่มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มากมายในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะการย้ายทีมของเหล่าบิ๊กสตาร์ประจำลีก
เลอบรอน เจมส์ อำลา แอลเอ เลเกอร์ส ไปลุ้นแหวนแชมป์ต่อกับ ฟิลาเดลเฟีย เซเว่นตี้ซิกเซอร์ส สมทบ เจย์เลน บราวน์ ที่ถูก บอสตัน เซลติกส์ เทรดออกมา ขณะที่ ยานนิส อันเตทูคุมโป โดน มิลวอกี้ บัคส์ เทรดครั้งใหญ่ไป ไมอามี่ ฮีต
อีกทั้งยังเป็นปีที่เราจะไม่ได้เห็น รัสเซลล์ เวสต์บรูค มาสร้างสีสันบนคอร์ตอีกต่อไป เมื่อเขาประกาศรีไทร์ไปอย่างเป็นทางการ
ถึงกระนั้น ซีซั่นนี้ก็ยังมีเรื่องที่น่าสนใจอีกมากมาย
ลุ้นแชมป์สุดสูสี
เรื่องแรกที่ต้องพูดถึง คือทีมตัวเต็งที่ถูกมองว่ามีโอกาสลุ้นแชมป์ เพราะแม้ทีมฝั่งตะวันตกยังแข็งแกร่ง แต่แชมป์ปีล่าสุดอย่าง นิวยอร์ก นิกส์ มาจากฝั่งตะวันออก
โอคลาโฮม่า ซิตี้ ธันเดอร์
เหตุผล : แชมป์เมื่อปี 2025 มี เช กิลเจียส-อเล็กซานเดอร์ เจ้าของ MVP 2 ปีติดนำทีม พวกเขาเป็นทีมที่มีเกมรับดีอันดับต้น ๆ ของลีก และมีขุมกำลังที่อายุไม่เยอะ และลึก ตัวสำรองใช้การได้และสมดุล ศักยภาพไปต่อได้อีก ปีที่แล้วชนะเยอะสุด 64 เกม ตัวหลักยังอยู่กันครบ
ซาน อันโตนิโอ สเปอร์ส
เหตุผล : เข้าชิงชนะเลิศฤดูกาลที่แล้ว และมี วิคเตอร์ เวมบันยาม่า เป็น Cheat Code หรือตัวเก่งเหมือนโกงประจำลีก นอกจากมีดีกรีผู้เล่นเกมรับยอดเยี่ยม ยังพัฒนาขึ้นทุกปีทั้งเกมรุกและเกมรับ ขุมกำลังโดยรวมถือว่าดีและสด
นิวยอร์ก นิกส์
เหตุผล : เจ้าของแชมป์ฤดูกาลล่าสุด มีองค์ประกอบครบ ประสบการณ์ เคมีในทีม รุกรับสมดุล และขุมกำลังโดยรวมยังอยู่ในช่วงพีค เจเลน บรันสัน ท่านผู้ว่าฯ พระเอกของทีมยังเล่นในจังหวะชี้เป็นชี้ตายได้อย่างยอดเยี่ยม
ฟิลาเดลเฟีย เซเวนตี้ซิกเซอร์ส
เหตุผล : ถ้ามองจากไลน์อัพ 5 ตัวจริง นี่คือซูเปอร์ทีม การได้ เลอบรอน เจมส์ มาแบบฟรีเอเยนต์ พร้อมเทรด เจย์เลน บราวน์ มาจาก เซลติกส์ บวกกับ โจเอล เอ็มบีด, ไทรีส แม็กซี่ และ วีเจ เอดจ์คอมบ์ ถ้าฟิตสมบูรณ์กันหมดและเล่นกันครบ ๆ ถือว่าโหดสุด ๆ
บอสตัน เซลติกส์
เหตุผล : พวกเขาเสีย เจย์เลน บราวน์ ไปด้วยการเทรด แต่ได้ พอล จอร์จ สวนทางมาแทน รวมถึง มิทเชลล์ โรบินสัน จาก นิกส์ แต่พวกเขาเป็นทีมที่ระบบแน่น เล่นเพลย์ออฟสม่ำเสมอ หลังบ้านบริหารได้ดี ผู้เล่นสำรองหรือดาวรุ่งที่ดันขึ้นมาก็มักทำผลงานใช้ได้ และคราวนี้ เจย์สัน เททั่ม จะได้ขึ้นมาฉายแบบเต็ม ๆ
ทีมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ไมอามี่ ฮีต
พวกเขาดีลเทรดที่ใหญ่สุดในซัมเมอร์นี้คือการคว้าตัว ยานนิส อันเตโทคูนโป มาจาก มิลวอคกี้ บัคส์ มาเล่นร่วมกับ แบม อเดบาโย บวกอดีต 2 ผู้เล่นจาก วอร์ริเออร์ส อย่าง เคลย์ ธอมป์สัน และ แอนดรูว์ วิกกิ้นส์
เดนเวอร์ นักเก็ตส์
นิโคล่า โยคิช อยู่ในทีม ทุกอย่างก็เป็นไปได้หมด จามาล เมอร์เรย์, คริสเตียน เบราน์, แอรอน กอร์ดอน และได้ เดมาร์ เดโรซาน มาเสริมอีกคน ประมาทไม่ได้เลย
มินเนโซต้า ทิมเบอร์วูล์ฟส์
ขวัญใจ Gen Z เพราะได้ ลาเมโล่ บอล เข้ามาประสานงานกับจอมแสบอย่าง แอนโธนี่ เอ็ดเวิร์ดส์
ฮิวส์ตัน ร็อคเก็ตส์
อีกทีมเต็งอันดับสูง นำทัพมาโดย เควิน ดูแรนท์ บวกกับเซนเตอร์ที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ อย่าง อัลเปเรน เซนกุน เมื่อ เฟร็ด แวนวลีต ฟิตสมบูรณ์อีกคน ก็ถือว่าใช้ได้เลย
โกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์ส
แฟนสะพานท้องลุ้นเหนื่อย สเตฟเฟ่น เคอร์รี่ อายุ 38 ปี และร่างกายไม่เหมือนเดิม คงต้องแบกทีมร่วมกับ เดรย์มอนด์ กรีน เหมือนเดิม เพราะ จิมมี่ บัตเลอร์ กับ คริสตาปส์ ปอร์ซิงกิส ยังเจ็บ
แอลเอ เลเกอร์ส
ขวัญใจมหาชน กับการไร้ เลอบรอน เจมส์ อย่างเป็นทางการ แต่ยังเก็บ บรอนนี่ ลูกชายเอาไว้ พระเอกตอนนี้คือ ลูก้า ดอนชิช และได้เซนเตอร์ใหม่ วอล์คเกอร์ เคสส์เลอร์ เข้ามาจาก ยูทาห์ แจ๊ซ
ศึกชิง MVP
ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี มีใครที่ถูกยกเป็นตัวเต็งอันดับท็อป ๆ กันบ้าง
วิคเตอร์ เวมบันยาม่า (เซ็นเตอร์ - ซาน อันโตนิโอ สเปอร์ส)
ความปีศาจของ เวมบี้ เพิ่มมากขึ้นทุกปี ร่างกายพัฒนาขึ้น ทักษะฝีมือก็เช่นกัน ปีที่แล้วเขาครองรางวัลผู้เล่นเกมรับยอดเยี่ยม ขณะที่การทำแต้มก็สูงขึ้นทุกปี หากรักษาในเรื่องของการทำสกอร์ไว้ในระดับสูง เวมบี้ คือตัวเต็ง เพราะเกมรับโหดสุด ๆ อยู่แล้ว ทั้งบล็อกทั้งรีบาวด์ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเป็นตัวเต็งคว้า MVP
เช กิลจัส อเล็กซานเดอร์ (การ์ด - โอคลาโฮม่า ซิตี้ ธันเดอร์)
คว้ารางวัลมา 2 ปีติดต่อกัน คนจะเบื่อหรือยัง ? แต่หากผลงานยังยอดเยี่ยมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาย่อมมีลุ้น แต่ในเพลย์ออฟรอบลึก ๆ เช เริ่มมีอาการล้าให้เห็น เขาอาจได้นาทีพักเพิ่มขึ้นในฤดูกาลปกติ เพื่อเก็บความสดไว้ลุยเพลย์ออฟ นี่อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยต่อการคว้า MVP
ลูก้า ดอนชิช (การ์ด - แอลเอ เลเกอร์ส)
หนสุดท้ายที่ ลูก้า ถูกโหวตติดท็อป 3 ของการลุ้น MVP คือฤดูกาล 2022-23 สมัยอยู่ แมฟเวอริคส์ โน่นเลย ปีที่แล้วเขาทำแต้มเฉลี่ยสูงสุดของลีกที่ 33.5 คะแนน และปีนี้ เลอบรอน ไม่อยู่แล้ว ลูก้า จะเป็นมือ 1 แบบเต็ม ๆ
นิโคล่า โยคิช (เซ็นเตอร์ - เดนเวอร์ นักเก็ตส์)
เจ้าของรางวัล MVP 3 สมัย และตลอด 6 ปีหลังถ้าปีไหนไม่ได้รางวัล เขาจะอยู่อันดับ 2 ของการโหวตตลอด ซึ่งปีที่แล้วสถิติต่าง ๆ ของ โจ๊กเกอร์ ก็ยังน่าทึ่ง เมื่อบวกกับเพลย์มหัศจรรย์ที่เขางัดมาโชว์เรื่อย ๆ ยังไง โยคิช ก็ยังเป็นหนึ่งในตัวเต็ง
เจย์สัน เททั่ม (ฟอร์เวิร์ด - บอสตัน เซลติกส์)
เป็นกรณีคล้ายกับ ลูก้า ดอนซิช คือในปีนี้ เททั่ม จะกลายเป็นพระเอกแบบโดด ๆ ต้องแสดงความสามารถในการแบกออกมาให้ได้เต็มที่ เมื่อทีมเทรด เจย์เลน บราวน์ ออกไป ไม่ได้เล่นร่วมกันเป็นครั้งแรกในอาชีพ วัดกันเลยว่าเขาแกร่งพอที่จะเป็นมือ 1 เต็มตัว และพาทีมผลงานดีได้แค่ไหน
ยานนิส อันเตทูคุมโป (ฟอร์เวิร์ด - ไมอามี่ ฮีต)
การย้ายไป ไมอามี่ ฮีต ไม่ใช่แค่เพิ่มโอกาสลุ้นแชมป์ แต่ยังเป็นการทำให้ ยานนิส เล่นได้สบายขึ้นด้วย องค์ประกอบวงใน วงนอกมีให้ ศักยภาพทางร่างกายของเขาทั้งเกมรุกเกมรับยังหาตัวจับยาก ยานนิส เคยได้ MVP มา 2 สมัยแล้ว และเป็นคนมีความกระหายในชัยชนะสูงมาก
รุกกี้น่าจับตา
ดาวรุ่งที่เพิ่งถูกดราฟต์เข้าลีก มีใครที่น่าสนใจในแง่มุมใดบ้าง
คาเมรอน บูเซอร์ (ดราฟต์อันดับ 3 - ฟอร์เวิร์ด - เมฟฟิส กริซลี่ย์ส)
ตัวเต็งรางวัลรุกกี้แห่งปี ลูกชายของ คาร์ลอส บูเซอร์ เขาจะได้ลงเล่นแบบเต็มที่แน่ และจะเป็นความหวังของทีมด้วย เมื่อ กริซลี่ย์ส เทรด จา มอแรนท์ ออกไปแล้ว เขามีจุดเด่นในเรื่องความครบเครื่อง แม้จะเป็นฟอร์เวิร์ดตัวใหญ่
เคเล็บ วิลสัน (ดราฟต์อันดับ 4 - ฟอร์เวิร์ด - ชิคาโก้ บูลส์)
หากจะมีรุกกี้ที่ทำแต้มได้เฉลี่ยเกิน 20 คะแนนต่อเกม อาจเป็น วิลสัน เขาจะเป็นตัวหลักทำแต้มให้ ชิคาโก้ บูลส์ ทันที ผลงานในซัมเมอร์ ลีก เฉลี่ย 23.5 คะแนน และปรีซีซั่นเกมก็ทำแต้มเฉลี่ย 15.8 คะแนน
เอเจ ดีบันต์ซ่า (ดราฟต์อันดับ 1 - ฟอร์เวิร์ด - วอชิงตัน วิซาร์ดส์)
ดราฟต์อันดับ 1 ปีนี้ เข้ามาโดยไม่ต้องถูกมองว่าจะกลายเป็นตัวแบกในทันที เพราะมี แอนโธนี่ เดวิส และ เทร ยัง ที่คอยประคองให้ โดยเขาเป็นคนทำแต้มเยอะสุดในระดับมหาวิทยาลัยเมื่อปีที่แล้ว มีคุณภาพทั้งเกมบุกและเกมรับ
ดาริอุส เอคัฟฟ์ จูเนียร์ (ดราฟต์อันดับ 7 - การ์ด - ซาคราเมนโต คิงส์)
ตรงกันข้าม นี่คือดาวรุ่งที่เข้ามาแล้วเห็นได้ชัดว่าจะเป็นคนถือบอลหลัก เขาจะมาเป็นความหวังของทีมทันที และการที่ รัสเซลล์ เวสต์บรูค รีไทร์ แถม เบน ซิมมอนส์ เพิ่งเจ็บพักยาว ยิ่งตอกย้ำว่าเขาจะได้แสดงศักยภาพเต็มที่แน่นอน
เรื่องน่าสนใจอื่น ๆ
โค้ชยอดเยี่ยม
สองคนที่ถูกมองว่ามีมาตรฐานสูงอยู่เสมอคือ โจ มัซซุลล่า ของ เซลติกส์ ที่ไม่ว่าทีมจะเป็นยังไง ผลงานก็ออกมาดีตลอด ปีที่แล้วก็คว้ารางวัลไปครอง อีกรายคือ เอริค สโปลสตรา ของ ไมอามี่ ฮีต ที่ปีนี้มีทีมน่าเกรงขาม หากผลงานโดดเด่นแบบชัดเจน เขาก็มีลุ้นรางวัล
ปี 2 ขอโชว์ฟอร์ม
แน่นอนว่า คูเปอร์ แฟล็กก์ เจ้าของรุกกี้แห่งปีจาก ดัลลัส แมฟเวอริกส์ ยังต้องถูกพูดถึง ปีแรกยังทำแต้มเฉลี่ย 21.0 จากการลงเล่น 70 เกม ตามมาด้วยเพื่อนซี้ คอน คนิพเพิ่ล ที่จะกลายเป็นสตาร์คนใหม่ของ ชาร์ล็อตต์ ฮอร์เน็ตส์ หลัง ลาเมโล่ บอล ถูกเทรดไป ทิมเบอร์วูล์ฟส์ และแน่นอน วีเจ เอดจ์คอมบ์ ซึ่งปีนี้ได้เล่นรายล้อมดาวดังเต็มทีมที่ ซิกเซอร์ส
กติกามีเปลี่ยนอีก
การผลักของฝ่ายบุก
เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงมากเป็นพิเศษ ปีนี้กรรมการจะจับตาในเรื่องนี้ โดยผู้เล่นยังกางแขนข้างที่ไม่ได้เลี้ยงบอลเพื่อสัมผัสระยะห่าง หรือยึดตำแหน่งคู่แข่งได้ แต่หากมีการใช้แรงผลักเพื่อสร้างพื้นที่ในการยิงจะถูกเป่าฟาวล์ทันที
ลอตเตอรี่ดราฟต์ใหม่
ลีกพยายามแก้ปัญหาการ Tank หรือตั้งใจแพ้เพื่อหวังดราฟต์สูง ๆ มาหนนี้ ทีมที่ได้ลุ้นจะขยายเป็น 16 ทีม (เพิ่มทีมที่แพ้ในเกมอันดับ 7 พบอันดับ 8 ของรอบเพลย์อินแต่ละสายเข้ามา) และมีระบบลูกบอล 3-2-1 คือทีมอันดับ 4-10 ที่ผลงานแย่สุด จะได้โอกาสลุ้นถึงทีมละ 3 ลูก (พิสูจน์ว่าตั้งใจเล่น แต่ห่วยจริง) ส่วน 3 อันดับแรกที่ผลงานแย่สุด ได้ทีมละ 2 ลูก (เพื่อให้แต่ละทีมพยายามหนีการเป็น 3 ทีมบ๊วยเต็มที่), ทีมที่เหลือที่ได้สิทธิ์ จะได้ทีมละ 1 ลูก และยังมีข้อห้าม ไม่ให้ทีมได้ดราฟต์อันดับ 1 สองปีติดต่อกันด้วย
นโยบายควบคุมการพนัน
ด้วยพฤติกรรมเกี่ยวกับการพนันของเหล่าผู้เล่นและโค้ช ทำให้ลีกร่วมมือกับบริษัทรับพนันถูกกฎหมาย คุมเข้มรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ห้ามเปิดเดิมพันสถิติแรก (ใครทำแต้มแรก, ใครยิง 3 แต้มคนแรก, ใครแอสซิสต์, รีบาวด์, บล็อกคนแรก ไปจนถึง ใครยิงพลาดคนแรก) และอีกบางประการ รวมถึงมีการให้ผู้เล่นและโค้ชเข้าอบรมเรื่องนี้ก่อนเปิดฤดูกาลอย่างเคร่งครัด
ฤดูกาล 2026-27 ของ NBA จะเริ่มแล้ว คิดว่าใครจะคว้าแชมป์ ใครจะคว้า MVP ล่ะ ?