
สตีฟ เคอร์ เฮดโค้ช โกลเด้น สเตท วอร์ริเออร์ส ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อกฎการฟาวล์ของ NBA หลังจากที่ทีมแพ้ โอคลาโฮม่า ซิตี้ ธันเดอร์ส ไป 104-97 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2026 ผ่านมา
เกมดังกล่าว เช กิลจัส อเล็กซานเดอร์ การ์ดตัวเก่งของ ธันเดอร์ส ทำไป 27 แต้ม โดยเป็นการได้ยิงลูกโทษถึง 15 ลูก ยิงลง 14 ลูก
เช โดนแฟนทีมอื่นตามแซวมานานแล้วว่า แม้จะเล่นเก่ง แต่ก็ถูกมองว่าเก่งในการเรียกฟาวล์เช่นกัน ขณะที่กรรมการก็มักเป่าฟาวล์ให้เขาง่ายมาก
ล่าสุด เคอร์ เลยใช้เคสของ เช กิลจัส อเล็กซานเดอร์ ที่เพิ่งเล่นงานทีมของเขามาเป็นตัวอย่างของการที่ NBA ควรปรับเปลี่ยนกฎการฟาวล์ใหม่ได้แล้ว
"คือ เขาฉลาดมาก ๆ และ คุณรู้มั้ย เขารู้ดีเลยล่ะว่าจะทำให้เกิดการปะทะกันยังไง และมันอยู่ในกฎทั้งหมด"
"ผมไม่ได้มีปัญหากับ เช ผมมีปัญหากับกฎ คือรู้มั้ย ผมแค่คิดว่าเรา ในฐานะลีก กับการที่มีการใช้ Off-arm (ยกแขนข้างไม่ได้เลี้ยงบอลขึ้นมาขวางหรือดันฝ่ายรับที่ตามประกบ) เยอะมาก เราแทบไม่ได้อนุญาตให้ฝ่ายรับทำอะไรได้เลย เวลาป้องกันบอล"
"งั้นถ้าคุณอนุญาตให้ผู้เล่นเกมรุกผลักได้ด้วย Off-arm เพื่อสร้างพื้นที่ว่าง มันก็ทำให้ยากมาก ๆ ในเกมรับ เพราะคุณไม่สามารถแหย่แขนเข้าไปได้เลย"
"ถ้าคุณแหย่แขนเข้าไป ทุกคนในลีกจะทำแบบที่ เช ทำ ทำแบบที่ เจมส์ ฮาร์เด้น ทำ พวกเขาจะคล้องแขนคุณ และพวกเขาจะสะบัดมัน และมันจะเข้ากฎฟาวล์ทั้งหมด"
"ดังนั้น ผู้เล่นสายเลี้ยงจะมีข้อได้เปรียบมากขึ้น แต่ในฐานะลีก เราต้องปรับตัวและปรับปรุง ผู้เล่นนั้น ยิ่งแต่ละปีผ่านไป พวกเขาก็ยิ่งฉกฉวยความได้เปรียบจากกฎ พวกเขาฉลาด และพวกเขารู้ว่าพวกเขาทำอะไรอยู่"
ฤดูกาล 2025-26 ทีมใน NBA ได้โอกาสยิงโทษเฉลี่ย 23.6 ลูกต่อเกม เพิ่มขึ้นจากฤดูกาล 2024-25 ซึ่งอยู่ที่ 21.7 ลูกต่อเกม และปีนี้นับเป็นปีที่มีค่าเฉลี่ยการได้ยิงโทษมากสุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2013-14
วอร์ริเออร์ส ได้ยิงลูกโทษเฉลี่ยต่อเกม 20.7 ลูก อยู่อันดับ 4 จากท้าย ส่วน ธันเดอร์ อยู่อันดับ 14 ที่ 23.8 ลูกต่อเกม
ท็อปชาร์ตของทีมที่ได้ยิงโทษเฉลี่ยต่อเกมเยอะสุดในฤดูกาลนี้คือ ออร์แลนโด้ แมจิก (26.7) ตามมาด้วย ดีทรอยท์ พิสตัน (26.6), แอลเอ เลเกอร์ส (26.3) และ เดนเวอร์ นักเก็ตส์ (26.2) กับ มินเนโซต้า ทิมเบอร์วูล์ฟส์ (26.2)