
นัดชิงชนะเลิศของ แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2025 เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2026 เต็มไปด้วยเรื่องราววุ่นวาย หลังนักเตะเซเนกัลตัดสินใจเดินออกจากสนามเพื่อประท้วง ตามคำสั่งของ ป๊าป เจา เฮดโค้ชทีมชาติ หลังจากโมร็อกโกได้จุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้การแข่งขันต้องหยุดชะงักไปนานถึง 17 นาที ก่อนที่ บราฮิม ดิอาซ จะยิงไม่เข้า หลังกลับมาแข่งต่อ สุดท้าย เซเนกัล ชนะ โมร็อกโก 1-0 ในช่วงทดเวลา
จากเหตุการณ์โกลาหลครั้งนี้ สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา (CAF) ได้มีบทลงโทษสั่งแบน ป๊าป เจา เฮดโค้ชทีมชาติเซเนกัล จากการคุมทีมเป็นเวลา 5 นัด นอกจากนี้ยังปรับเงินอีกจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในข้อหาประพฤติตัวไม่เหมาะสมและทำให้การแข่งขันเสื่อมเสียชื่อเสียง
นอกจากตัวเฮดโค้ชแล้ว อีลิมาน เอ็นดิอาย และ อิสไมล่า ซาร์ สองแนวรุกของทัพสิงโตแห่งเตรังกา ยังถูกแบนคนละ 2 นัด จากข้อหาแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อผู้ตัดสิน
ด้านสหพันธ์ฟุตบอลเซเนกัล (FSF) ก็ถูกสั่งปรับเงินสูงถึง 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครึ่งหนึ่งมาจากพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักเตะและเจ้าหน้าที่ทีม ส่วนอีกครึ่งหนึ่งมาจากพฤติกรรมของแฟนบอลที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและพยายามบุกรุกเข้าสนาม
ฝั่งสหพันธ์ฟุตบอลโมร็อกโก (FRMF) ก็โดนโทษหนักไม่แพ้กัน ถูกสั่งปรับเงิน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากพฤติกรรมของเด็กเก็บบอล ที่พยายามขโมยผ้าขนหนูของ เอดูอาร์ เมนดี้ ผู้รักษาประตูเซเนกัลหลายครั้ง รวมถึงโดนปรับอีก 100,000 ดอลลาร์ กรณีนักเตะและเจ้าหน้าที่บุกรุกเขต VAR เพื่อขัดขวางการทำงานของผู้ตัดสิน และอีก 15,000 ดอลลาร์จากการที่แฟนบอลใช้เลเซอร์ยิงรบกวนในสนาม
อีกทั้ง นักเตะของทีมราชสีห์แห่งแอตลาส ก็โดนแบนและปรับเงินด้วยเช่นกัน โดย อิสมาเอล ไซบารี่ แนวรุกของทีมถูกแบน 3 นัด รวมถึงปรับเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ อัชราฟ ฮาคิมี่ แนวรับคนสำคัญถูกแบน 2 นัด ซึ่งโทษแบน 1 นัดให้รอลงอาญาไว้ 12 เดือน
อย่างไรก็ตาม บทลงโทษแบนของตัวนักเตะและผู้จัดการทีม จะมีผลเฉพาะในรายการที่จัดโดย CAF เท่านั้น และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเตรียมทีมสู้ศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก
ที่มา :
https://www.bbc.com/sport/football/articles/c24gy9d52vno