
รูเบน อโมริม คือโค้ชที่แฟนบอล เอซี มิลาน รู้สึกยี้ตั้งแต่แรกพบ เพราะเขาได้รับการแต่งตั้งหลังล้มเหลวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ไม่นาน ภาพจำยังชัดเจนว่าเขาเป็นโค้ชที่มีความเป็นตัวเองสูงเกินไป และไม่ยืดหยุ่นต่อทรัพยากรที่มีในทีม
สิ่งที่แฟน มิลาน เป็นห่วง เพราะนักเตะในทีมชุดนี้หลายคนอาจจะไม่เหมาะกับระบบการเล่นของเขามากนัก การมาของเขาอาจจะทำให้นักเตะหลายคนถูกขายทิ้งออกไป พร้อมกับผลงานของทีมที่ลูกผีลูกคน ... ซึ่งผลงานในช่วงปรีซีซั่นที่พวกเขาชนะแค่เกมเดียว แถมเป็นการชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ในนัดสุดท้าย ก็พาให้ชวนคิดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน
ทว่า สื่ออิตาลี และคนที่อ้างตัวว่าเป็นวงในหลายคนก็บอกว่า "ดูกันยาวๆ" เพราะ อโมริม ดูจะเข้าที่เข้าทางเมื่ออยู่ที่ มิลาน มากกว่า แมนเชสเตอร์ ขณะที่บางคนถึงขั้นบอกว่า ทีมของเขาตามหลังทีมที่ดีที่สุดในลีกอย่าง อินเตอร์ มิลาน ไม่มาก และทั้ง 2 ทีมมีความคล้ายกันในช่วงเริ่มต้น
ก่อนทั้ง 2 ทีมจะพบกันใน มิลาน ดาร์บี้ สุดสัปดาห์นี้ … อะไรที่ทำให้หลายคนคิดว่า อโมริม เริ่มมาถูกทางกันนะ ?
ลดอัตตา ปัญหาก็ลดตาม
La Gazzetta dello Sport รายงานหลังสิ้นสุดช่วงปรีซีซั่นว่า อโมริม ใช้เวลาไม่นานทำให้นักเตะในทีมประทับใจได้ ส่วนผลงานที่ย่ำแย่อาจเป็นเพราะมันอยู่ในช่วงเริ่มต้น และเขาก็ไม่ได้พาทีมชุด "ฟูลทีม" ลงฝึกซ้อมมากนัก จึงไม่ควรสรุปผลเร็วเกินไป ... ฟังดูเหมือนเข้าข้างและไม่มีอะไรมายืนยัน ทว่าหลังจาก เซเรีย อา ออกสตาร์ท มิลาน ของเขากลับทำผลงานได้ดีกว่าที่ใครคาดคิดเอาไว้ และถึงตอนนี้ พวกเขาอยู่อันดับ 5 มีแต้มตามหลัง อินเตอร์ อยู่ 7 แต้ม และทั้ง 2 ทีมกำลังจะเจอกันในสุดสัปดาห์นี้
มิลาน เล่นไป 9 เกมในลีก และเพิ่งแพ้ในเกมลีกนัดล่าสุดกับ โบโลญญ่า เกมเดียวเท่านั้น เขาเริ่มต้นได้ดี มีคำชมเรื่องของแนวรับที่แข็งแกร่ง แต่คำถามคือเขาเปลี่ยนไปยังไง ? ทำไมการติดตั้งระบบได้ไวแบบนี้กลับไม่เกิดขึ้นตอนที่เขาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด
ประการแรก อโมริม เรียนรู้จากความผิดพลาด เขาบอกว่าตอนนี้เขาลดอัตตาของตัวเองลง เขาปล่อยให้นักเตะมิลานเล่นอย่างมีอิสระมากขึ้น และก่อนจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายไม่ว่าเรื่องอะไร เขาจะรับฟังความคิดเห็นจากนักเตะและทีมงานก่อน
ประการที่สองคือ เขาเริ่มเข้าใจข้อจำกัดและพบว่า "ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง" เขาเคยอธิบายถึง มิลาน ของเขาว่า ทีมชุดนี้มีข้อจำกัดที่จะเล่นในรูปแบบเดิมที่เขาเคยเชื่อมั่น เช่น 3 เซ็นเตอร์แบ็กของทีมอาจจะไม่ได้เก่งระดับโลก หรือมีวิงแบ็กที่ตอบโจทย์ในการเล่นรุก-รับ แบบ 100% ดังนั้นเขาจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงวิธีการเล่น เกมรับไม่ต้องเพรสซิ่งสูงเหมือนอดีต ส่วนเกมรุกเขาพยามเปลี่ยนแปลงวิธีการอยู่เสมอ เพราะทีมจากอิตาลีมักจะใช้การประกบตัวต่อตัว นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นใน 9 เกมแรกของ อโมริม กับ มิลาน
"โค้ชมาพร้อมกับแนวคิดใหม่ สไตล์การเล่นใหม่ และเรากำลังพยายามทำความเข้าใจแนวคิดของเขาและสิ่งที่เขาต้องการจากเรา แต่เราทำได้ดีมาจนถึงคืนนี้ (เกมล่าสุดแพ้ โบโลญญ่า 2-4) ดังนั้นเราต้องมองโลกในแง่ดี และหวังว่าจะทำผลงานได้ดีขึ้นในดาร์บี้ ผมยังคิดว่าเรากำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง"
ลูก้า โมดริช ซีเนียร์ของทีมว่าเช่นนั้น ซึ่งน่าจะพอบอกอะไรหลาย ๆ อย่างได้ว่า อโมริม กับ มิลาน ไปกันได้แบบเข้าท่าเข้าทาง เพียงแต่บททดสอบสำคัญคือเกมกับจ่าฝูงอย่าง อินเตอร์ ทีมที่พัฒนาและยืนระยะได้ภายใต้การคุมทีมของ คริสเตียน คิวู แบบที่ อโมริม ควรเอาเป็นแบบอย่าง
มิลาน ยังตามหลัง ... แต่ไม่ได้มากจนเกินไป
"เอซี มิลาน ในยุคของ รูเบน อโมริม เริ่มต้นได้เร็วกว่าที่ผมคาดคิดไว้มาก ๆ ทีมนี้พัฒนาเยอะเลยจากปีที่แล้ว ... วันนี้พวกเขาเป็นทีมเล่นได้มีระบบ รู้ว่าต้องทำอะไรในเกมรับและรุก”
“แต่ต้องขอโทษด้วยที่ต้องพูดความจริงจากใจว่า พวกเขายังไม่ได้อยู่ระดับเดียวกับ อินเตอร์" เอร์นาน เครสโป อดีตดาวยิงของทั้ง 2 ทีมว่าก่อนเกม มิลาน ดาร์บี้ ในสุดสัปดาห์นี้
เป็นไปตามที่ โมดริช และ เครสโป บอก … อโมริม กับ มิลาน นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี และการทำทีมในอิตาลีนั้น ความยืดหยุ่นคือสิ่งจำเป็น ยกตัวอย่างได้ไม่ยาก เพราะเพื่อนบ้านของพวกเขาอย่าง อินเตอร์ มิลาน ก็เคยไปได้สวยกับปรัชญาที่ยืดหยุ่นของ คริสเตียน คิวู มาแล้ว
คิวู ทำ อินเตอร์ เข้าสู่ซีซั่นที่ 2 แล้ว นับตั้งแต่เขาเข้ามาสานต่องานของ ซิโมเน่ อินซากี้ เขาทำให้ทีม ๆ นี้ เปลี่ยนเป็นทีมที่ดุดันและกล้าได้กล้าเสียมากขึ้น ด้วยการยึดโครงหลัก ๆ ที่ อินซากี้ วางไว้ จากนั้นจึงค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงทีละนิด จากที่เคยเป็นทีมที่เน้นการควบคุมเกม กลายเป็นทีมที่มีความไดเรกต์มากขึ้น ดุดันขึ้นในปัจจุบัน
ระบบหลัง 3 ของ คิวู มีหลายแบบ ทั้งการเล่นระบบ 3-5-2 และยืดหยุ่นเป็น 3-4-2-1 ได้ เขาละทิ้งการเซตเกมจากแนวรับที่ช้าและซ้ำซาก เป็นการเคลื่อนที่เกมบุกอย่างรวดเร็ว โดยมีทีเด็ดจากลูกครอสด้านข้าง และแนวรุกที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา
แม้การเล่นเร็วจะทำให้เสียบอลง่ายขึ้น แต่แดนกลางและกองหลังของ อินเตอร์ เองถูกวางให้ช่วยแก้สถานการณ์นี้ ด้วยการตามขึ้นมาขย้ำแย่งบอลจากคู่แข่งคืน ซึ่งในฤดูกาล 2026-27 อินเตอร์ ทำระยะเฉลี่ยในการแย่งบอลคืนเพิ่มขึ้นจาก 38.1 เมตรในซีซั่นที่แล้ว เป็น 40.4 เมตร (หมายถึงการบีบแย่งบอลในแดนคู่แข่งได้ลึกขึ้น)
เครสโป วิเคราะห์ว่า อโมริม เองก็พยายามจะทำเช่นนี้ แต่คุณภาพนักเตะมีจำกัด ขณะที่ฝั่งของ อินเตอร์ เล่นด้วยวิธีการนี้มานานกว่า และมีนักเตะคุณภาพโดยรวมที่ดีกว่า นั่นทำให้พวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดในอิตาลี ณ เวลานี้
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า มิลาน ของ อโมริม จะสิ้นไร้ไม้ตอก ... หลายสิ่งที่เขาเข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมตอนนี้เริ่มทำให้เขามั่นใจมากขึ้น
นักเตะของเขาพร้อมจะวิ่งให้กับเขา และที่สำคัญคือ ... เขาคิดว่าตัวเองเห็นปัญหา และจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงปัญหานี้ตามทรัพยากรที่เขามี โดยไม่ใช้วิธี "ยอมหักไม่ยอมงอ" เพราะเขาเคยได้บทเรียนจากการพังเพราะอัตตามาแล้ว
สิ่งที่ อโมริม พูดถึง มิลาน ของเขา คล้ายกับที่ คิวู ทำกับ อินเตอร์ และพาทีมคว้าแชมป์ เซเรีย อา ได้ในปีแรก นั่นคือการค่อย ๆ เปลี่ยนทีมตามทรัพยากรในทีม แม้จะไม่ได้มีนักเตะที่เก่งที่สุดในทุกตำแหน่ง แต่ก็สามารถลดทอนปัญหาด้วยการใส่รูปแบบหรือระบบการเล่นที่เหมาะกับนักเตะที่มีที่สุด เหมือนกับที่ The Guardian ใช้พาดหัวถึงแชมป์ เซเรีย อา เมื่อซีซั่นที่แล้วของ อินเตอร์ ว่านี่คือ "Evolution not Revolution" หรือแปลเป็นไทยคือ "วิวัฒนาการ ไม่ใช่ การปฏิวัติ"
โปรดจงอย่าลืมว่า ในช่วงแรก คิวู ก็โดนวิจารณ์เยอะจากการทำทีม อินเตอร์ ตกรอบ 16 ทีมสโมสรโลกด้วยการแพ้ ฟลูมิเนนเซ่ จากบราซิล แถมหลังจากนั้น 2 ซีเนียร์ในทีมอย่าง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ และ ฮาคาน ชาลาโนกลู ก็พาดพิงเชิงลบใส่กันผ่านโซเชียล
แต่ที่สุดแล้วเขาก็ผ่านมาได้ เขาไม่ได้โละใครทิ้งเพื่อจบปัญหานี้ แต่ใช้การพูดคุยและสร้างทีมสปิริตขึ้นมาใหม่อย่างใจเย็น และสิบเดือนให้หลัง อินเตอร์ ก็คว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ พร้อมแต้มที่นำห่างแบบม้วนเดียวจบ
ยกแรก...ของอีกหลายยกในอนาคต
คงไม่มีใครเถียงว่า อินเตอร์ คือทีมที่ดีกว่า แต่ด้วยมาตรฐานที่ดีขึ้นของ มิลาน ในยุค อโมริม ก็คงไม่มีใครกล้ากาชื่อทีมปีศาจแดง-ดำ ในศึก มิลาน ดาร์บี้ ได้
เกมนี้จะเป็นเกมสำคัญมากสำหรับทีมของ อโมริม เพราะชัยชนะอาจดึงความเชื่อมั่นของทั้งทีมที่มีต่อตัวเขาได้มากขึ้น และนั่นจะทำให้การเปลี่ยนแปลงทีมไปสู่รูปแบบที่เขาต้องการเป็นไปได้สะดวกขึ้น เพราะไม่มีอะไรจะดีไปกว่า 3 แต้มเหนือคู่ปรับร่วมเมืองที่เป็นทีมที่ดีที่สุดในลีกอีกแล้ว
อโมริม ยืนยันว่า ทีมของเขาจะเข้ารูปเข้ารอยไปจนถึงจุดที่ "ลงตัว" ได้ ต้องอาศัยการสนับสนุนและความอดทนที่เพียงพอ เมื่อเป็นเช่นนั้น เขาเชื่อว่าเขาจะสามารถลดช่องว่างระหว่าง อินเตอร์ ที่มีต่อทีมของเขาได้
"เมื่อเรามีผู้เล่นครบทุกคน เราจะพร้อมที่จะต่อสู้ในทุกเกม" เขากล่าว "ตอนนี้ บางครั้งเราก็แพ้ บางครั้งเราเสมอ บางครั้งเราก็ชนะ ... แต่ในอนาคต เราจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก ผมเชื่อมั่นอย่างนั้น"
แม้คำพูดจะชวนฟัง แต่การที่ทีมของเขาแพ้ บอร์นมัธ มาในยูโรปา ลีก ต่อด้วยการแพ้ โบโลญญ่า มาในเซเรีย อา อาจจะช่วยเตือนเขาได้ว่า การทำงานกับทีมใหญ่นั้น ปัญหาอยู่ใกล้แค่เอื้อมเสมอ ... สิ่งที่จะทำให้ปัญหาทุเลาลงได้คือผลการแข่งขันเท่านั้น โค้ชของทีมใหญ่ไม่อาจหลบซ่อนความจริงข้อนี้ได้
แม้การเริ่มต้นจะไปได้ในระดับที่น่าพอใจ ทว่าหากแพ้ให้กับ อินเตอร์ ในสุดสัปดาห์นี้ ปัญหาที่เขาต้องแก้จะต้องมากขึ้นแน่ อย่างน้อย ๆ มิลาน อาจจะต้องลืมเรื่องการลุ้นสคูเด็ตโต้ไปเลย เพราะแต้มจะถูกอินเตอร์ฉีกหนีไปเป็น 10 แต้ม หลังผ่านไป 10 เกม ... ซึ่งนี่คือจำนวนที่มากโขและอาจยากที่จะตามทัน
สิ่งเดียวที่ คิวู ทำได้แล้ว แต่ อโมริม ยังทำไม่ได้ คือการสร้างมาตรฐานที่ต่อเนื่อง การกลับมาเอาชนะได้อย่างรวดเร็วในเกมที่สมควรต้องได้ 3 แต้ม ... หาก อโมริม ดันมาทำได้ในเกมนี้พอดี รับรองว่าเรื่องราวของเขาจะต้องถูกสื่อพร้อมใจกันเล่าแน่ ๆ ว่าเขาทำอะไรกับทีม ๆ นี้
นรกกับสวรรค์ห่างกันแค่เอื้อม ในฐานะผู้ไล่ตาม รูเบน อโมริม ต้องยืนยันว่าทีมของเขามาถูกทางผ่านผลการแข่งขันในเกมดาร์บี้สุดสำคัญเกมนี้ให้ได้
แหล่งอ้างอิง
https://www.theguardian.com/football/2026/may/04/inter-serie-a-christian-chivu-gamble-21st-scudetto
https://sempreinter.com/2026/10/12/chivus-inter-defensive-tradeoff/
https://www.goal.com/en/originals/ruben-amorim-learned-man-utd-failure-new-ac-milan-boss-mixed-start/blt3b416b5cb877f7aa
https://www.gazzetta.it/en/football/italian-football/serie-a/06-09-2026/amorim-chivu-and-conference-remarks-the-derby-from-distance-has-already-begun.shtml?refresh_ce
https://sempremilan.com/amorim-method-change-milan-mentality-philosophy
https://sports.yahoo.com/articles/ruben-amorim-turned-reputation-around-100800548.html