Feature

อิตาลีนอกคอก : "โคโม่" คู่แข่งที่มีปรัชญาฟุตบอลแบบที่แฟนผีฝันถึง | Main Stand

ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักทีมเล็ก ๆ จากอิตาลีที่กลายเป็นทีมระดับหัวแถวอย่าง โคโม่ อีกแล้ว 

 


ด้วยวิธีการที่แตกต่าง ไม่ว่าจะด้วยแนวคิดการสร้างแบรนด์ และที่สำคัญที่สุดคือสไตล์ฟุตบอลในสนามของพวกเขาที่ดุดัน เร้าใจ แบบเดินหน้าฆ่าให้ตาย 

ปกติแล้วภาพจำของสโมสรจาก เซเรีย อา มักไม่เป็นแบบนี้ แต่ โคโม่ ทำให้มันแตกต่างได้ด้วยสิ่งที่แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้เห็นด้วยตาตัวเองในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คืนนี้...  

 

มาทีหลังต้องดังให้ได้ 

ยุค 1990-2000 กัลโช่ เซเรีย อา ลีกสูงสุดฟุตบอลอิตาลี เป็นลีกที่ดีที่สุดในโลก มีสโมสรที่เป็นเสาหลักที่เรียกกันว่ากลุ่ม "7 สาวน้อย" (7 Sorelle) ประกอบด้วย 7 ทีมชั้นนำอย่าง ยูเวนตุส, เอซี มิลาน, อินเตอร์ มิลาน, โรม่า, ลาซิโอ, ปาร์ม่า และ ฟิออเรนติน่า 

ทีมทั้ง 7 ผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสามารถสร้างแฟนคลับของตัวเองจากทั่วโลกในยุคสมัยนั้น มีน้อยทีมมากที่จะเบียดเข้ามาในลิสต์นี้ได้ ภาพชัด ๆ ในระยะหลังคงเป็น นาโปลี ที่กลายเป็นแชมป์ และ อตาลันต้า ที่สามารถสอดแทรกเข้ามาติดท็อป 4 ได้เป็นระยะ ๆ   

การมีอยู่ของทีมเหล่านี้ทำให้ผู้มาใหม่ หรือทีมเล็ก ๆ ที่จะสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งเทียบเท่าได้ยาก ซึ่งเจ้าของสโมสร โคโม่ ทีมเล็ก ๆ จากดิวิชั่น 4 เมื่อ 7 ปีก่อน ได้พยายามถอดรหัสเรื่องนี้ และพวกเขาพบว่า ถ้าจะดังขึ้นมาต้องอย่าเดินตามรอยเท้าใคร พวกเขาต้องเติบโตอย่างแตกต่าง และดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่มีใครไม่รู้จักพวกเขาอีกแล้ว 

โคโม่ ทีมที่เคยเป็นเพียงทีมหน้าใหม่ในเซเรีย อา ได้ก้าวขึ้นสู่ระดับโควตาแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างรวดเร็ว ภายใต้การคุมทีมของ เชส ฟาเบรกาส สไตล์การเล่นแบบเพรสซิ่งสูงและแหวกแนวของพวกเขา ท้าทายแท็กติกแบบดั้งเดิมของเซเรีย อา และพิสูจน์แล้วว่าได้ผลซึ่งจุดนี้ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ "หัวขององค์กร" อย่างสองพี่น้องตระกูล ฮาร์โตโน (โรเบิร์ต และ ไมเคิล ฮาร์โตโน) ชาวอินโดนีเซีย ที่เข้ามาซื้อทีมในปี 2019 

แนวคิดของพวกเขาในการไล่ตามหลังกลุ่ม 7 สาวน้อย คือการสร้างทีมแบบปลอดหนี้และมั่นคง ลงทุนระดับโครงสร้าง และจ้างบุคลากรก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ เสริมทัพด้วยนักเตะที่มีคุณภาพ ด้วยการเน้นไปที่นักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพและใช้ระบบทีมเวิร์กเพื่อทำให้นักเตะในทีมโดดเด่นขึ้นมา ... และที่สำคัญพวกเขาไม่ได้มองแค่เรื่องฟุตบอลเท่านั้น 

ส่วนที่น่าสนใจกว่าของโคโม่นั้น เกิดขึ้นจากสิ่งรอบ ๆ ตัว นอกเรื่องฟุตบอล สโมสรแห่งนี้ได้กลายเป็นเหมือนวัตถุทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง คือเป็นทั้งสโมสรฟุตบอล เป็นทั้งจุดหมายปลายทาง ของทีมที่ไม่ทิ้งแนวคิดด้านแฟชั่น และขายความเป็น "อิตาเลียนดรีม" ผ่านไลฟ์สไตล์ของแฟน ๆ และผู้คนในเมือง 

"เราไม่ได้ต้องการแค่บริหารสโมสรฟุตบอล แต่เรากำลังสร้างแพลตฟอร์มบันเทิงและคอนเทนต์ สโมสรของเรามองเห็นคุณค่าในประวัติศาสตร์และเสน่ห์ของเมืองโคโม่"  ไมเคิล แกนด์เลอร์ ตัวแทนที่ตระกูล ฮาร์โตโน ส่งมาดูแลสโมสรในช่วงแรกว่าเช่นนั้น แล้วมันก็เวิร์กจริง ๆ  คุณจะได้เห็น โคโม่ โปรโมตทีมฟุตบอลผ่านเมือง วิถีชีวิต และไลฟ์สไตล์อยู่เสมอ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ผู้คนท้องถิ่นที่แต่เดิมอาจจะไม่ได้ผูกพันกับสโมสรฟุตบอลมาก เริ่มสนใจฟุตบอลมากขึ้น และอยากจะสนับสนุนทีม ๆ นี้มากขึ้น 

การหาจุดเด่นจากสิ่งที่มี และต่อยอดด้วยงบประมาณที่มีไม่เยอะแต่ใช้อย่างตรงจุดทำให้ทีมเริ่มตั้งหลักขึ้นมาเป็นทรงได้ ก่อนที่พวกเขาจะดังไปทั่วยุโรปจากสไตล์ฟุตบอลอันเลื่องชื่อ ที่ผ่านการติดตั้งจากอดีตแข้งแชมป์โลกที่เป็นกุนซือของพวกเขาอย่าง เชส ฟาเบรกาส ที่สร้างปรัชญาฟุตบอลที่ดุดัน แตกต่าง และมีเสน่ห์เฉพาะตัว 

 

ฟาเบรกาสบอล 

เราสามารถอธิบายรวบรัดได้เลยว่าตลอด 3-4 ปีหลัง ฟุตบอลของโคโม่เป็นแบบไหน เพราะ เชส ฟาเบรกาส ไม่เคยเปลี่ยนสไตล์ เขายังรากฐานเดิมที่เคยติดตั้งไว้เมื่อเริ่มงาน สิ่งที่เปลี่ยนไปอาจเป็นเรื่องของคุณภาพนักเตะ และการปรับกลยุทธ์ตามสไตล์ของคู่แข่งที่เจอกันเท่านั้น 

ถ้าคุณเคยได้ดูทีมของเขาลงเล่นในเซเรีย อา ไม่ว่าจะในซีซั่นนี้หรือซีซั่นที่แล้ว ฟุตบอลของ โคโม่ เป็นทีมที่ดูสนุก ดูแล้วไม่ง่วง เพราะพวกเขาเล่นได้เยือกเย็นตอนที่ไม่มีบอลอยู่กับเท้า และเมื่อไหร่ที่พวกเขาเป็นฝ่ายต้องแย่งบอล ทุกคนในทีมจะเริ่มเล่นด้วยความดุดันเพื่อชิงมันกลับมา 

โดยปกติแล้วฟุตบอลอิตาลี มักจะเป็นเรื่องของการชิงจังหวะ เซตบอลให้แน่นอน และเข้าทำเมื่อมีโอกาสจัง ๆ แต่ ฟาเบรกาส ทำทีมตามสไตล์ฟุตบอลสเปน ... แต่เป็นสเปนแบบยุคใหม่แบบที่เราเห็นทีมชาติสเปนเล่นในฟุตบอลโลก 2026 ที่ผ่านมา

ฟาเบรกาสนำปรัชญาการเล่นที่เน้นการครองบอล การต่อบอลสั้นอย่างประณีต และการสร้างเกมจากแดนหลัง แต่ปรับให้เขากับความเข้มของฟุตบอลอิตาลี 

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น สถิติของ OPTA บอกว่า โคโม่มักจะจงใจดึงดันหรือเชิญชวนให้คู่แข่งขึ้นมาเพรสซิ่งในแดนบน เพื่อสร้างพื้นที่ว่างหลังไลน์เกมรับคู่แข่ง ก่อนที่จะใช้การรับ-ส่งบอลที่รวดเร็วและแม่นยำเจาะทะลุแนวรับคู่ต่อสู้ ... จังหวะของพวกเขาจึงแตกต่างกว่าธรรมชาติของสโมสรจากอิตาลีส่วนใหญ่  

เชส เคยอธิบายถึงความกล้าบ้าบิ่นตามฟุตบอลสไตล์ของเขาว่า ไม่จำต้องกลัวเสียบอล เพราะทีมของเขามีวิธีการที่เตรียมเอาไว้ สำหรับการแย่งบอลกลับมาหลังการโจมตีพลาด

"แบบฝึกซ้อมแรกของผมในฐานะโค้ชคือการเล่นลิงชิงบอล ส่งบอล ปั๊ม! ปั๊ม! ปั๊ม! ปั๊ม! และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเสียบอล ทุกคนต้องกลายร่างเป็นสัตว์ป่าเพื่อรุมบีบพื้นที่ และตัดเส้นทางการจ่ายบอลของคู่แข่งทันที" เชส ให้สัมภาษณ์กับ The Athletic 

การเล่นแบบนี้ใช้พลังงานเยอะ และถ้าคุณได้นักเตะที่ขี้เกียจ ระบบของคุณก็อาจจะพังได้ ... แต่เชสเองก็บอกว่าทีมของเขาสร้างระบบก่อนแล้วค่อยเลือกคนมาใส่ หลายครั้งที่ทีมจะซื้อนักเตะคนไหนเข้ามา เขาจะคุยกับนักเตะก่อน โดยเน้นไปเรื่องชีวิตส่วนตัว เพื่อค้นหาว่าคน ๆ นี้มีแนวคิดแบบไหน 

"ผมต้องการรู้ในมุมมองของเขา ผมบอกกับนักเตะทุกคน พยายามอธิบายว่าเราคือใคร ทำงานแบบไหน เราให้ความชัดเจนเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นเดี๋ยวค่อยมาคุยเรื่องฟุตบอลกัน" เชส ว่าแบบนั้น 

แต่ถึงแม้จะมีวิธีป้องกัน พวกเขาก็มีวิธีการเข้าทำที่เป็นเอกลักษณ์ที่ผ่านการทำซ้ำ ๆ เพื่อลดข้อผิดพลาดให้เหลือน้อยที่สุด 

ทำไม โคโม่ เล่นฟุตบอลเร็วแล้วแม่น สร้างโอกาสได้ ? คำถามนี้ตอบด้วยสถิติที่บอกว่าลูกทีมของเชสนั้นได้ฝึกซ้อมเรื่องการเล่นแบบสอดประสานอย่างเป็นระบบ พวกเขาไม่ได้มีตำแหน่งเกมรุกที่ตายตัวนัก เพราะจะเล่นตามจังหวะ แล้วแต่ว่าเพลย์นั้น ๆ นักเตะคนไหนในทีมจะอยู่ในตำแหน่งที่หลุดทะลุแนวรับฝ่ายตรงข้าม 

ทีมอื่นก็หมุนตำแหน่งเกมรุกกันได้ แต่ทำไม โคโม่ ถึงใช้แล้วยิงประตูจากการเข้าทำลักษณะนี้ได้เยอะล่ะ ? ... คำตอบคือ เชส พร้อมที่จะเสี่ยงให้ลูกทีมของเขาเล่นเกมรุก ว่าง่าย ๆ คือการ "เพิ่มคน" เข้าไปในพื้นที่แคบ ๆ เพื่อเปิดช่องทางการจ่ายบอลใหม่ หรือต่อให้ไม่หลุด คนที่เติมเข้าไปก็จะสามารถดึงคู่แข่งให้หลุดออกจากตำแหน่งการยืนเดิม จนพื้นที่เปิดให้แนวรุกคนอื่น ๆ ที่รอเคลื่อนที่เข้าไปเล่นงาน ณ จุดนั้น 

หลายคนบอกว่าฟุตบอลของ เชส สนุกและเร้าใจ ซึ่งนั่นไม่แปลกเลย เพราะไม่ใช่แค่คนดู นักเตะในทีมของเขาก็สนุกกับวิธีการเล่นแบบนี้เช่นกัน นิโก้ ปาซ ตัวรุกคนสำคัญของทีม ออกมาเปิดเผยว่า เชส ได้ให้อิสระในการเล่นเกมรุกกับนักเตะในทีมเมื่ออยู่ในสนาม โดยเฉพาะตัวของเขาที่เป็นเหมือน "ตัวฟรี" สามารถขยับไปเคลื่อนที่ระหว่างไลน์ได้ตลอด ไม่ว่าจะออกไปเล่นริมเส้น ลงมาล้วงบอล หรือเป็นตัวเชื่อมในพื้นที่สุดท้าย นั่นเป็นที่มาของระบบการเล่น 4-2-2-2 ที่มีมิดฟิลด์ตัวรุก 2 ตัว และไม่มีปีกของพวกเขา 

และไม่ว่าจะด้วยแท็กติกใด แต่เมื่อนักเตะลงเล่นกันอย่างสนุก จินตนาการก็พรั่งพรู ส่งความสุข ความสนุกให้แฟนบอลได้ไม่ยาก และนั่นทำให้ฟุตบอลของ โคโม่ มีเสน่ห์เฉพาะตัวของพวกเขา 

 

ดีแล้ว ... แต่หาวิธีที่ดีได้อีก 

นักวิจารณ์ในเซเรีย อา มักชื่นชมโคโม่ว่าเป็นทีมน้องใหม่ที่ "อันตราย กล้าเล่น และมีความมั่นใจสูงมาก" ไม่ว่าจะเจอทีมใหญ่ขนาดไหนก็ไม่ยอมจอดรถบัส สะท้อนจากสถิติที่โคโม่กลายเป็นหนึ่งในทีมที่มีเปอร์เซ็นต์ครองบอลเฉลี่ยและสถิติจ่ายบอลทะลุช่อง สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของลีกอิตาลี 

มีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อซีซั่นที่แล้วที่ฟุตบอลเกมรุกของพวกเขายิงคู่แข่งกระจุยกระจาย จนกระทั่งได้มาเจอบทเรียนในการเจอกับทีมใหญ่อย่าง อินเตอร์ มิลาน ... ความห้าวของหนุ่ม ๆ จากโคโม่ เจอความเก๋าของแข้งอสรพิษที่ดักทาง และตีตลบหลังจนได้รับชัยชนะไปอย่างถล่มทลาย 4-0 

แม้เกมนั้น ฟาเบรกาส จะออกมาบอกว่า "ยอมแพ้ 0-4 ดีกว่าต้องถอยลงไปตั้งรับลึก"  ... จนฟังดูกับเหมือนว่าเขาเป็นพวกหัวแข็งและยึดติดกับสไตล์การเล่นเดียว ... ทว่าหลังจากเกมกับ อินเตอร์ ในปี 2025 หลายสิ่งเปลี่ยนไปในทีมของเขา 

ความสุขุมเยือกเย็นในเกมบิ๊กแมตช์เกิดขึ้น มีความเป็นนักฆ่าเกมใหญ่ กล่าวคือเน้นไปที่ผลการแข่งขันก่อน ซึ่งผลที่ออกมาทำให้ในช่วงหลังจากนั้น โคโม่ ที่เคยถูกมองว่าเป็นทีมตบเด็ก กลับสามารถเอาชนะ ยูเวนตุส ได้ทั้งเกมเหย้า-เยือน เป็นครั้งแรกใน 70 ปี นอกจากนี้พวกเขาก็เขี่ย นาโปลี ตกรอบฟุตบอลถ้วย ... จากทีมที่ยิงเยอะเสียเยอะ พวกเขากลายเป็น 1 ใน 4 ทีม ที่เสียน้อยกว่า 30 ประตูในเซเรีย อา ซีซั่นที่ผ่านมา 

"ที่นี่ (ฟุตบอลอิตาลี) หลายทีมคิดหาวิธีที่จะกำจัดคุณด้วยการกดดันและตั้งรับ ไม่ใช่ด้วยการโจมตี นั่นหมายความว่าคุณต้องอาศัยความใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น"

"พวกเขาจะพยายามดึงคุณเข้าไปเล่นในเกมของพวกเขาที่คุณไม่ถนัด ดังนั้นคุณก็ต้องย้อนศรด้วยการพาพวกเขาเข้ามาในเกมของเรา และโจมตีจุดอ่อนของพวกเขาซะ"

"การคว้าชัยชนะในฟุตบอลอิตาลีไม่ใช่เรื่องง่ายเลย... หลายคนบอกว่ามีเกมเสมอ 0-0 และ 1-0 เยอะมาก แต่เพราะอะไรล่ะ ?" 

"เหตุผลเพราะมันยากมาก เชื่อผมเถอะ ผมวิเคราะห์ฟุตบอลมาเยอะมาก ผมดูบุนเดสลีกา, ลา ลีกา และพรีเมียร์ลีก ทีมต่าง ๆ ตั้งรับแตกต่างจากในอิตาลีมาก คุณดูทีมในพรีเมียร์ลีก คุณจะเห็นวิธีการของพวกเขา แต่ที่อิตาลี คุณจะคาดเดาอะไรง่าย ๆ แบบนั้นไม่ได้ และนั่นทำให้เราต้องทำงานกันละเอียดขึ้น" 

ฟังดูเป็นอย่างไรกับทีมเล็ก ๆ เมื่อ 7 ปีก่อน ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นทีมระดับแชมเปี้ยนส์ลีกเรียบร้อยในตอนนี้ ?

แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้เห็นฟุตบอลที่พวกเขาอยากเห็น ทีมที่เล่นเกมบุกแบบเคลื่อนที่ทั้งทีม และพร้อมจะวิ่งไล่บอลคืนเพื่อให้เกมเป็นไปตามแท็กติกของเจ้านายพวกเขา 

ทีมที่ใช้นักเตะที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากมาย แต่รวมกันแล้วแข็งแกร่งด้วยระบบที่แน่นอนและมีอิสระทางความคิดที่ไหลลื่นในพื้นที่เกมบุก 

ถ้าคุณประมาทพวกเขา ผลการแข่งขันที่ไม่คาดคิดอาจจะเกิดขึ้น หลังเจอกับโคโม่ ทีมรักของคุณอาจจะอยู่ในอาการโคม่า… ก็เป็นได้ 

 

แหล่งอ้างอิง

https://theanalyst.com/articles/cesc-fabregas-como-making-waves-serie-a
https://www.reddit.com/r/seriea/comments/13xszwh/how_would_you_compare_the_style_of_play_in_serie/
https://www.soccerbible.com/features/2026/05/how-como-1907-became-football-s-most-beautiful-idea/
https://www.forbes.com/sites/clementelisi/2026/09/01/comos-revolution-is-turning-heads-in-serie-a/
https://www.nytimes.com/athletic/7332232/2026/06/06/fabregas-exclusive-como-paz-champions-league-style/

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ