
หากคุณเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Green Street Hooligans (ที่ในประเทศไทยเรียกแค่ Hooligans) คุณคงเคยได้ยินประโยคหนึ่งในหนังว่า "พวกนายเกลียดกันประมาณไหน แบบ นิวยอร์ก แยงกี้ส์ กับ บอสตัน เรดซ็อกซ์ หรือเปล่า ?"
นี่คือประโยคคำถามถึงความเกลียดชังของแฟนบอล เวสต์แฮม ยูไนเต็ด กับ มิลล์วอลล์ ที่ผู้ถามซึ่งเป็นคนอเมริกันหยิบบริบทของลีกเบสบอล MLB มาเปรียบเทียบ แต่คำตอบเนี่ยสิที่น่าสนใจ
"ไม่เลย มันเหมือน อิสราเอล กับ ปาเลสไตน์ มากกว่า"
ความเกลียดชังแบบ "มีกูต้องไม่มีมึง" ของทั้ง 2 ฝั่งเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
เราจะพาคุณย้อนกลับไปในยุคของเด็กช่าง ที่พาความรุนแรงข้ามทศวรรษจน "ด็อกเกอร์ส ดาร์บี้" ถูกยกให้เป็นเกมที่เดือดที่สุดในฟุตบอลอังกฤษ
ติดตามกับ MAIN STAND
เริ่มจากสารตั้งต้น
ทีมฟุตบอลทีมไหนที่เกลียดและเป็นอริกัน มักจะมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ประวัติศาสตร์รากเหง้า และ ด็อกเกอร์ส ดาร์บี้ เองก็ไม่ต่างกัน ... เรื่องราวของความเกลียดชังบางครั้งก็เกิดจากน้ำผึ้งเพียงหยดเดียว และเมื่อเรื่องถูกเล่าไปแบบปากต่อปาก ตำนานก็กลายเป็นเรื่องที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้ง มิลล์วอลล์ และ เวสต์แฮม เป็นทีมที่มีรากเหง้ามาจากทีมฟุตบอลประจำโรงงาน มิลล์วอลล์ มีต้นกำเนิดมาจากคนงานของโรงงานบรรจุกระป๋องและแปรรูปอาหารให้ธุรกิจเดินเรือ ภายใต้ชื่อบริษัท J.T. Morton
ส่วน เวสต์แฮม ก่อตั้งจากกลุ่มคนงานจากบริษัทต่อเรือและขนส่งที่ชื่อ Thames Ironworks กลุ่มแฟนคลับของพวกเขาส่วนใหญ่ประกอบด้วยคนงานจากอู่ต่อเรือและโรงงานในท้องถิ่น โดยบริษัทและที่ตั้งของพวกเขาอยู่คนละฝั่งแม่น้ำเธมส์ สายเลือดหลักของกรุงลอนดอน ทำให้เกิดการแบ่งแยกอย่างชัดเจนระหว่างทั้งสองทีม และเป็นรากฐานของการแข่งขันที่ดุเดือด
คุณนึกภาพออกไหม ? โรงงานที่เต็มไปด้วยผู้ชายวัยฮอร์โมนกำลังพุ่งพล่านไม่ยอมใคร และเป็น 2 โรงงานที่มีตลาดเดียวกัน ผลิตของคล้าย ๆ กัน ทั้ง 2 บริษัทต่างก็แย่งลูกค้าในท่าเรือนั้นกันทั้งคู่
มันจึงเป็นเดิมพันที่สูงมาก ถ้าเราเสียลูกค้าให้กับเขา นั่นก็แปลว่าเราจะไม่มีเงินยาไส้ ... สำหรับเรื่องฟุตบอลมันอาจจะเป็นแค่น้ำผึ้งหยดเดียว แต่กับเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ นี่เป็นเรื่องปากท้อง และอยู่ในหมวดหมู่เรื่อง "โคตรใหญ่" ที่สำคัญยิ่งกว่าเรื่องฟุตบอลด้วยซ้ำ
2 สโมสรอยู่ห่างกัน 8.5 ไมล์ หรือราว ๆ 13 กิโลเมตร และด้วยความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ บวกกับความตึงเครียดในท่าเรือ คือสิ่งที่จุดชนวนให้เกิดการแข่งขันดาร์บี้แมตช์ที่ดุเดือดนี้มานานกว่าศตวรรษ
"พวก หค. จาก Ironworks ทำงานโคตรจะห่วย ขี้เกียจสันหลังยาว ดีแต่ประจบสอพลอ ใช้ลิ้นทำงานไปวัน ๆ เท่านั้นแหละ นั่นคือเรื่องที่ J.T. Morton ที่ทำงานของผม เล่าให้ผมฟัง" ยูสเซอร์ที่ชื่อว่า BMBH66 ใน Reddit กล่าวอ้าง พร้อมอธิบายว่าทั้ง 2 ฝั่งอยากจะชนะกันในทุกเรื่อง โดยเฉพาะกีฬาประจำชนชาติอย่างฟุตบอล ใครชนะ ทีมนั้นคือผู้แข็งแกร่งกว่า นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่มีใครอยากแพ้ในเกม ด็อกเกอร์ส ดาร์บี้ ตั้งแต่พวกเขาจำความได้
ความแข็งแกร่งเพียงหนึ่งเดียว
ไม่ใช่ทุกบทของความบาดหมางนี้จะถูกนิยามด้วยเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว ... ทุกอย่างล้วนประกอบกันทีละเล็กทีละน้อยผ่านช่วงเวลาที่เดินหน้าไป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือ ผลการแข่งขันของทีมฟุตบอลทั้ง 2 ทีมยังคงเป็นสิ่งสำคัญเสมอ
นับตั้งแต่การพบกันครั้งแรกในปี 1899 ทั้งคู่ได้สร้างชื่อเสียงในฐานะคู่ปรับที่ดุเดือดที่สุดคู่หนึ่งในวงการฟุตบอลอังกฤษ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดภาพยนตร์ที่โด่งดังอย่าง Green Street Hooligans และ The Firm อีกด้วย
เจตนารมณ์ของกลุ่ม "ฟอร์มช่าง" ของ 2 ฝั่งแม่น้ำถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และความวุ่นวายก็เริ่มชัดเจนจนลุกลามเป็นความรุนแรงในช่วงยุค 1970 เป็นต้นมา เพราะมีแฟนบอลบางกลุ่มของทั้ง 2 ทีม แยกออกมาตั้งกลุ่มเฉพาะที่รวมตัวกันของเหล่าหัวรุนแรงตัวจี๊ดด้วยแนวคิดแบบ "มีกูต้องไม่มีมึง" ขึ้นมา
ฝั่ง มิลล์วอลล์ มีกลุ่มหัวรุนแรงที่ชื่อว่า Bushwackers เป็นผู้นำ ขณะที่ฝั่ง เวสต์แฮม เป็นกลุ่ม Inter City Firm พวกเขาต่างเป็นผู้นำในการก่อเหตุความวุ่นวายที่รุนแรงและไร้เหตุผลในช่วงหลัง ... จะบอกว่าการเอาถึงเลือด ถึงเนื้อ ถึงชีวิต เกิดขึ้นจาก 2 กลุ่มนี้เป็นสำคัญก็ได้
ครั้งที่ทุกคนเริ่มจดจำวีรกรรมของทั้ง 2 ฝั่งคือเกมกระชับมิตรในปี 1972 ซึ่งครั้งนั้น มิลล์วอลล์ จัดขึ้นเพื่อให้เป็นเกมอำลาของ แฮร์รี่ คริปส์ ตำนานของทีม โดยหวังจะใช้เป็นเกมเฉลิมฉลองและเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แฟนบอลทั้ง 2 ทีมกลับมาเข้ากันได้ในฐานะทีมบ้านใกล้เรือนเคียง
ทว่า 2 ตัวจี๊ดจากกลุ่ม Bushwackers และ Inter City Firm เริ่มประกาศศักดากันตั้งแต่บนอัฒจันทร์ และไม่จบกันเท่านั้น การตะลุมบอนลากยาวมาถึงบริเวณรอบ ๆ สนาม เดอะ เดน รังเหย้าของ มิลล์วอลล์ ในวันนั้นอาจไม่มีคนเสียชีวิต แต่มีคนเจ็บเพียบ ... ซึ่งเมื่อความรุนแรงเกิดขึ้น การกระชับมิตรก็กลายเป็นแค่ฝัน เพราะมันจุดไฟความแค้นให้ 2 กลุ่มมากว่าเดิมด้วยซ้ำ
ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น ภาพยนตร์ Green Street Hooligans อธิบายความเกลียดชังระหว่างทั้ง 2 ทีมในยุคนั้นว่า "มันไม่ใช่ความเกลียดชังกันในเรื่องของกีฬา ไม่ใช่ แยงกี้ส์ กับ เรดซ็อกซ์ แต่มันเหมือนกับ อิสราเอล กับ ปาเลสไตน์ มากกว่า" ... นั่นหมายความว่า หนึ่งเดียวเท่านั้นที่ต้องคงอยู่ ถ้าเจอหน้าก็ต้องซัดกันให้อีกฝ่ายหมอบ ไม่มีเหตุผลอะไรมากกว่านั้น
หลัง ๆ เจอกันไม่บ่อย แต่เดือดเหมือนเดิม
ความดุเดือดของความบาดหมางระหว่าง มิลล์วอลล์ และ เวสต์แฮม ในช่วงยุค 1970 ร้อนแรงได้ไม่นาน ทางการก็สั่งดับซ่าภายใต้นโยบายของ "หญิงเหล็ก" มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ นายกรัฐมนตรีหญิงในช่วงเวลานั้น ที่ประกาศนโยบายปราบฮูลิแกนเต็มขั้น เพิ่มบทลงโทษที่รุนแรง และปราบปรามอย่างจริงจัง จนกลุ่มฮูลิแกนที่กล้าเสี่ยงกับการติดคดีลดน้อยลงไปเยอะมาก
แธตเชอร์ ตอกย้ำการปราบปรามในยุค 1980 ด้วยการออกกฎหมาย Football Spectators Act ในปี 1989 ก่อนที่ตั้งแต่หลังยุค 1990 เป็นต้นมาปัญหาฮูลิแกน หรือแฟนบอลนักเลงจะค่อย ๆ ทุเลาลงทีละนิด ๆ
แต่สำหรับ แฟนมิลล์วอลล์ และ เวสต์แฮม เรื่องมันไม่เคยจบแค่ตรงนั้น ไฟแค้นที่เก็บไว้นานกว่า 20 ปี ปะทุอีกครั้ง มันเหมือนนรกสั่งหรือสวรรค์สาปให้ทั้ง 2 ทีม ที่ต้องห่างกันไปในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากเล่นกันในคนละดิวิชั่น กลับต้องมาเจอกันในฟุตบอลลีกคัพ (คาราบาว คัพ ในปัจจุบัน) ปี 2009 ที่ อัพตัน พาร์ค รังเหย้าเก่าของฝั่ง เวสต์แฮม
แฟนบอลของทั้ง 2 ทีมหวดกันตั้งแต่ก่อนเข้าสนามหลายครั้ง นั่นทำให้ระหว่างเกม เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเพิ่มกำลังเข้าคุมสถานการณ์ระหว่างแมตช์เป็น 3 เท่า จนบรรยากาศของเกมเสียไปเล็กน้อย
แต่ความเดือดก็ดันทะลักปรอทเมื่อประตูของ ซาวอน ไฮน์ และ จูเนียร์ สตานิสลาส ทำให้ เวสต์แฮม เอาชนะไป 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ แฟนเจ้าบ้านก็ถ่มถุยกลับเต็มที่ด้วยความสะใจ และนั่นพาให้สถานการณ์ยิ่งบานปลายมากขึ้นหลังจบการแข่งขัน โดยเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ลุกลามออกไปนอกสนาม ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และแฟนบอลทีมเยือนรายหนึ่งถูกแทงจนเสียชีวิต อีกทั้งยังมีข่าวลือว่ามีแฟนบอลคนหนึ่งบาดเจ็บจากการถูกลากไปให้รถไฟเหยียบ
"ผมอยู่ที่นั่นในปี 2009 บรรยากาศวันนั้นไม่สามารถหาเกมไหนที่ผมเคยสัมผัสมาเทียบได้เลย ผมไม่เคยรับรู้ถึงบรรยากาศของความเกลียดชังระดับนี้ในสนามฟุตบอลมาก่อน มันบ้าไปแล้วจริง ๆ" CleanUtility อีกหนึ่งยูสเซอร์จาก Reddit เริ่มเปิดหัวก่อนมีคนเข้ามาเสริมอีกหลายความคิดเห็นเช่น
"วันนั้นเป็นวันที่บ้าคลั่งที่สุดที่ผมเคยเจอในการเชียร์ฟุตบอล ผมเป็นชาวแคนาดาและเป็นแฟน เชลซี ผมเพิ่งเดินทางมาถึงลอนดอน และเพื่อนของผมจองตั๋วเกมนี้ไว้ให้เขาผมบอกว่า 'เพื่อน นายต้องตั้งตัวไว้ดี ๆ นายกำลังจะเปลี่ยนโหมดจากความสงบสุขในแวนคูเวอร์ไปสู่ความโกลาหลของเกมนี้ ... แล้วก็จริงของมัน ผมว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมเคยเจอในชีวิต" นี่คือสิ่งที่เขาบรรยาย
เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากทั่วประเทศและก่อให้เกิดความหวาดกลัวเกี่ยวกับการกลับมาของพฤติกรรมอันธพาลเหมือนในยุค 1980 ซึ่งต่อมาถูกเรียกว่า เหตุการณ์จลาจลที่ อัพตัน พาร์ค เหตุการณ์นี้ทำให้ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ตำนานกุนซือของ เวสต์แฮม ต้องออกมาบอกว่า "ได้โปรดอย่าจับสลากให้ 2 ทีมนี้มาเจอกันในฟุตบอลถ้วยอีกเลย"
คำขอของ จ่าแฮร์รี่ เป็นจริงอยู่ได้ไม่กี่ปี กลายเป็นว่า เวสต์แฮม ที่เล่นใน พรีเมียร์ลีก ต้องตกชั้นไปเล่นใน แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2011 ... ดังนั้นต่อให้หนีกันในบอลถ้วยแค่ไหน แต่ในบอลลีกก็ไม่มีอะไรมาขวางกั้นได้ มีเพียงแต่เจ้าหน้าที่ตำรวต้องระดมกำลัง และมีความเข้มกับแฟนบอลทั้ง 2 ทีมเป็นพิเศษในเกม ด็อกเกอร์ส ดาร์บี้
กาลเวลาล่วงเลยไป ทั้ง 2 ทีมกลับมาเจอกันอีกครั้งในเกม แชมเปี้ยนชิพ สุดสัปดาห์นี้ ... ในโลกยุคใหม่ที่มีคนบอกเราว่าพวกหัวโบราณคร่ำครึได้ตกยุคไปแล้ว อาจจะทำให้เกม ด็อกเกอร์ส ดาร์บี้ ดูอันตรายน้อยลง แต่ใครจะรู้ล่ะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังระดมพลมาดูแลเกมนี้มากกว่า 400 นาย
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ไฟแค้นที่หายไปนานไม่ได้มอดไปไหน มันยังคงคุกรุ่นอยู่เสมอ ... น่าเป็นห่วงว่าหากมีเหตุการณ์น้ำผึ้งหยดเดียวเกิดขึ้น โลกยุคใหม่ก็อาจจะกลับไปโกลาหลเหมือนยุคฮูลิแกนช่วงยุค 1970 ได้ทั้งนั้น
แม้มันจะเป็นซีนที่ดูน่าสนุกหากเกิดขึ้นในภาพยนตร์ แต่นี่คือชีวิตจริง หากพลาดตายไปแล้วไม่สามารถฟื้นคืนชีพมาใหม่ได้ ดังนั้นเราคงต้องขอวิงวอนต่อพระเจ้าให้เกมนี้เดือดแค่ในสนาม สมฉายา ด็อกเกอร์ส ดาร์บี้ ก็พอแล้ว
แหล่งอ้างอิง
https://www.p1travel.com/en/blog/millwall-vs-west-ham-rivalry-history
https://www.standard.co.uk/sport/football/why-west-ham-millwall-fans-hate-dockers-derby-b1297404.html
https://www.reddit.com/r/Hammers/comments/1sroenl/14_years_on_would_west_ham_vs_millwall_still_be/
https://www.thesun.co.uk/sport/40406524/millwall-west-ham-footballs-most-hated-rivalries/
https://sports.yahoo.com/articles/walk-tightrope-tantalising-london-derby-160850416.html