Feature

พอกันที บทพระรอง : อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ กับแชมป์ แกรนด์ สแลม ที่ได้มาเพราะไม่เคยหยุดฝัน | Main Stand

วงการเทนนิสโลก เมื่อปี 2024-2025 อาจเป็นปีทองของ การ์ลอส อัลการาซ กับ ยานนิค ซินเนอร์ สองนักหวดมือพระกาฬแถวหน้าของโลก ที่ผลัดกันแย่งแชมป์รายการสำคัญกันแบบไม่มีใครยอมใคร แต่สำหรับปี 2026 มันคือปีทองของ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ นักหวดหนุ่มจากเยอรมนี แบบไม่ต้องสงสัย

 


นักเทนนิสจากเมืองฮัมบูร์ก ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ แกรนด์ สแลม ถึง 2 ใบ ในปี 2026 คือ เฟรนช์ โอเพ่น ที่ฝรั่งเศส กับ ยูเอส โอเพ่น ที่สหรัฐอเมริกา แต่เหนืออื่นใด มันคือความสำเร็จที่ทำให้ตัวเขาเองรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง หลังจากถูกสื่อมอบสถานะให้เป็นแค่ "พระรอง" ในรายการ แกรนด์ สแลม มาอย่างยาวนาน

อะไรที่ทำให้ ซเวเรฟ ฝ่าฟันทุกความผิดหวัง จนมาถึงวันที่ปลดล็อกความสำเร็จครั้งใหญ่ให้ตัวเองได้แบบนี้ มาหาคำตอบได้กับ Main Stand

 

หนุ่มน้อยที่โตมากับ "เฟเดอเรอร์"

ว่ากันว่านักเทนนิสที่เกิดในช่วงปลายยุค 1990 หรือ 2000 เป็นต้นไป จะเติบโตมากับการดู โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ หรือ ราฟาเอล นาดาล สองนักหวดระดับตำนาน ที่โชว์ฟอร์มเปล่งประกาย คว้าแชมป์กันไปมากมายในยุครุ่งโรจน์ของพวกเขา จนกลายเป็นแรงบันดาลใจของเด็ก ๆ ที่มีความฝันอยากเป็นนักเทนนิสไปทั่วโลก

ซึ่งนั่นรวมถึง อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ หนุ่มน้อยจากฮัมบูร์ก ที่เฝ้าดูการเล่นของ "เฟดเอ็กซ์" ด้วยความหลงใหล และมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ เดินตามรอยเท้าของชายผู้ยิ่งใหญ่ของวงการเทนนิสโลก

"สมัยเด็ก ผมชื่นชม โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ มาก ๆ เขาคือไอดอลและเป็นภาพสะท้อนของทุกสิ่งที่ผมอยากจะเป็น" ซเวเรฟ พูดถึง เฟเดอเรอร์ ด้วยความยกย่อง แม้จะยอมรับว่าตัวเองมีนักกีฬาที่เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมให้เขาอยู่หลายคน แต่หากเป็นเทนนิส อย่างไรก็ต้องเป็น เฟเดอเรอร์ หนึ่งเดียวคนนี้

ซเวเรฟ มุ่งหน้าสู่การเป็นนักเทนนิสอาชีพ เทิร์นโปรเมื่อปี 2013 โดยมี อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ซีเนียร์ คุณพ่อ ซึ่งเป็นนักเทนนิสเก่าคอยติวให้ ร่วมกับ มิคาอิล หรือ "มิสชา" พี่ชายที่อายุมากกว่าเขา 10 ปี และเป็นนักเทนนิสเช่นกัน โดย มิสชา เข้าไปเล่นระดับอาชีพในปี 2005 ก่อนแขวนแร็กเก็ตเมื่อปี 2023 และผันตัวมาช่วยดูการฝึกซ้อม กับการทำ PR ให้น้องชาย 

เส้นทางอาชีพของ ซเวเรฟ ถือว่าสดใส ได้แชมป์ แกรนด์ สแลม ออสเตรเลียน โอเพ่น ระดับเยาวชนตั้งแต่ปี 2014 พลางเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากเวทีของ เอทีพี ทัวร์ ลับฝีมือให้แฟนเทนนิสได้รู้จักคุ้นเคยกัน

เดือนกันยายน 2016 ซเวเรฟ ปลดล็อกแชมป์ เอทีพี ทัวร์ ใบแรกในชีวิตได้ที่รัสเซีย ทว่าย้อนกลับไปเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน โลกได้รู้จัก ซเวเรฟ เมื่อเขาลงสนามแข่งรายการ ฮัลเล โอเพ่น ที่บ้านตัวเอง และเผชิญหน้ากับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ชายผู้เป็นไอดอลของเขาในรอบรองชนะเลิศ แถมยังเป็นทัวร์นาเมนต์คอร์ตหญ้าที่นักหวดมือเก๋าเชี่ยวชาญ และแมตช์นั้นก็จบลงที่ ซเวเรฟ ในวัย 19 ปี โค่น "เฟดเอ็กซ์" ไป 2-1 เซต ผ่านเข้าชิงชนะเลิศแบบประทับใจกองเชียร์

แม้ที่สุด ซเวเรฟ จะไม่ได้แชมป์ที่บ้านเกิดเพราะแพ้ในนัดชิง แต่ชัยชนะเหนือ เฟเดอเรอร์ ในวันนั้น เขาได้ยอมรับว่ามันกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์สำคัญของชีวิตไปเลย "ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะได้มายืนอยู่ตรงนี้ มันเหลือเชื่อมากที่ผมสามารถเอาชนะ โรเจอร์ แถมยังเป็นแมตช์บนคอร์ตหญ้าด้วย"

เรื่องน่าสนใจก็คือ ย้อนไปเดือนพฤษภาคม ก่อนทัวร์นาเมนต์ที่ฮัลเล จะเปิดฉาก ซเวเรฟ เผยผ่านสื่อว่าเขาใฝ่ฝันที่จะได้ดวลแร็กเก็ตกับ เฟเดอเรอร์ ไอดอลของตัวเองสักครั้ง ก่อนที่มันจะกลายเป็นความจริง และเขายังเป็นผู้ชนะอีกต่างหาก 

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ "ซาช่า" (ชื่อเล่นของเขาที่เรียกกันในครอบครัว) เอามาเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาฝีมือตัวเองให้เก่งกาจยิ่งขึ้นต่อจากนั้น

 

นัดชิงอันเจ็บช้ำที่นิวยอร์ก

ศึก ยูเอส โอเพ่น เดือนกันยายน 2016 อันเป็น แกรนด์ สแลม สุดท้ายของปี ซเวเรฟ เดินทางมาที่สังเวียนแห่งนี้พร้อมกับความมั่นใจ เวลานั้น เขาคือผู้เล่นอันดับ 7 ของโลก และเก็บแชมป์อาชีพมาแล้ว 11 รายการ รวมถึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ แกรนด์ สแลม ที่นิวยอร์ก

ทัวร์นาเมนต์นี้ ซเวเรฟ ที่เป็นมือ 5 ของรายการ ฝ่าด่านคู่แข่งมากมายจนเข้ามาถึงนัดชิง แม้ว่าตลอดเส้นทางเขาจะไม่ได้โชว์ฟอร์มดีเหมือนรายการอื่น แต่ก็ยังพาตัวเองมาถึงนัดชิงชนะเลิศ แกรนด์ สแลม ครั้งแรกในชีวิต ส่วนผู้ท้าชิงที่เขาต้องเผชิญก็คือ โดมินิค ธีม นักหวดมือวางอันดับ 2 ของรายการจากออสเตรีย หนึ่งในคู่ปรับที่ดวลกันมาตลอดในปีนั้น

นัดชิงชนะเลิศ ซเวเรฟ ออกตัวยอดเยี่ยม ขึ้นนำ 2-0 เซต คนดูในสนามยันผู้ชมทางบ้านต่างเชื่อมั่นว่า ซาช่า น่าจะปิดจ๊อบในเซตที่สาม คว้าแชมป์ ยูเอส โอเพ่น มาครอง ทว่าเกิดเหตุพลิกผันเมื่ออยู่ ๆ เขากลับเล่นพลาด เปิดโอกาสให้ ธีม ตีไข่แตก ตีเสมอ และพลิกกลับมาชนะในเซตตัดสินเสียอย่างนั้น

ฉากจบอันสวยงามที่ ซเวเรฟ และแฟนคลับวาดฝันไว้ถึงกับพังทลาย เมื่อเจอ โดมินิค ธีม พลิกสถานการณ์เฆี่ยนนักหวดชาวเยอรมันเป็น 3-2 เซต ทำให้ ซเวเรฟ ได้แต่มองเพื่อนและคู่ปรับของเขา ชูถ้วยแชมป์ ยูเอส โอเพ่น อันเป็น แกรนด์ สแลม ใบแรกและใบเดียวในชีวิตการเล่นอาชีพของ ธีม ออกหน้าจอทีวี

"มันเป็นช่วงเวลาที่ผมมีปัญหากับลูกเสิร์ฟ โดยเฉพาะลูกเสิร์ฟที่สอง ผมรู้ดีว่าลูกเสิร์ฟของผมมันพร้อมจะเสียได้ทุกเมื่อเลย" นักหวดร่างโย่ง ความสูง 6 ฟุต 6 นิ้ว เล่าถึงความพ่ายแพ้อันน่าเจ็บปวดครั้งนั้น

 

แค่ "พระรอง" ใน แกรนด์ สแลม

ถึงจะพลาดแชมป์ ยูเอส โอเพ่น ครั้งนั้น แต่มันก็ไม่ใช่จุดจบของชีวิตนักเทนนิสอาชีพ ซเวเรฟ ยังคงเดินหน้าลงหวดต่อไป เขายังคงประสบความสำเร็จในรายการระดับ เอทีพี ทัวร์ ซิวแชมป์รายการระดับมาสเตอร์ส 1000 หลายทัวร์นาเมนต์ ได้แชมป์ศึกใหญ่ เอทีพี ไฟนอลส์ ส่งท้ายปีเป็นสมัยที่ 2 ในปี 2021 รวมถึงคว้าเหรียญทองโอลิมปิก โตเดียว 2020 (แต่แข่งปี 2021) ที่ญี่ปุ่น ด้วยการเป็นผู้หยุดความฝัน "โกลเด้น สแลม" ของ โนวัค โยโควิช ที่หวังกวาดแชมป์ แกรนด์ สแลม ทั้ง 4 รายการ พ่วงเหรียญทองโอลิมปิกในปีเดียว หลังเอาชนะไปในรอบรองชนะเลิศ

แต่สิ่งที่เขายังคงไม่สมหวังในช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็คือแชมป์ แกรนด์ สแลม โดยระหว่างนั้น ซเวเรฟ ประสบปัญหาทั้งภายในและภายนอกสนาม อาทิ การต่อสู้กับคดีความที่ ออลก้า ชารีโปว่า อดีตแฟนสาว ออกมาแฉว่าถูกเขาทำร้ายร่างกายเมื่อปี 2019 และเดินเรื่องฟ้องร้องในปี 2021 ซึ่งท้ายที่สุด คณะกรรมการสอบสวนของ เอทีพี ก็ไม่ได้ลงโทษทางวินัยหรือสั่งแบนเขา เพราะขาดหลักฐานที่น่าเชื่อถือจากฝั่งคู่กรณี

ต่อมา ศึก เฟรนช์ โอเพ่น 2022 ซเวเรฟ ประสบปัญหาบาดเจ็บข้อเท้าขวาพลิกระหว่างดวลกับ ราฟาเอล นาดาล ยอดนักเทนนิสผู้ยิ่งใหญ่อีกรายจากสเปน ภาพที่เขาล้มลงคลุกฝุ่นและร้องลั่นอย่างเจ็บปวด จนต้องถูกนำตัวนั่งรถเข็นออกจากสนามไป ทำเอาคนดูทุกคนหัวใจสลาย

การผ่าตัดที่สำเร็จลุล่วงช่วยให้ ซเวเรฟ ยังกลับมาเล่นเทนนิสได้ ไม่ถึงกับต้องแขวนแร็กเก็ตอย่างที่สื่อคาดการณ์ เขาพยายามฟื้นฟูร่างกายตัวเองเพื่อกลับมาแข่งในรายการระดับสูง และต้องใช้เวลากับความพยายามถึง 4 ปีกว่าจะกลับมาเข้าชิง แกรนด์ สแลม อีกครั้งที่ เฟรนช์ โอเพ่น 2024 และ ออสเตรเลียน โอเพ่น 2025

อนิจจา ... ซเวเรฟ พ่ายแพ้ชวดแชมป์ทั้ง 2 ครั้ง โดยที่ โรลังด์ การ์รอส เขาแพ้ให้ การ์ลอส อัลการาซ นักหวดหนุ่มฟอร์มแรงจากสเปน ด้วยรูปแบบคล้ายกันคือ นำอยู่ 2-1 เซต กำลังจะชนะแต่โดนคู่แข่งหวดพลิกแซงชนะไป 3-2 เซต ส่วนศึกใหญ่ที่เมลเบิร์น ก็โดน ยานนิค ซินเนอร์ มาพรากแชมป์ไปแบบขาดลอย 3 เซตรวด

จุดนี้ สื่อหลากสำนักมองว่า ซเวเรฟ คือหนึ่งในนักเทนนิสที่แข็งแกร่ง ไม่มีใครสงสัยในฝีมือของเขา แต่จุดอ่อนสำคัญก็คือเมื่อถึงคราที่ต้องสู้ในเกมบิ๊กแมตช์ ซเวเรฟ มักมีปัญหาในการรับมือกับความกดดัน ขาดจิตวิญญาณเพชฌฆาตในการปิดบัญชีคู่แข่ง ทำให้เข้าชิง แกรนด์ สแลม 3 ครั้งก็ได้แค่รองแชมป์ ถูกมองเป็นเพียง "พระรอง" บ้างถูกวิจารณ์ว่าเป็น "นักเทนนิสฝีมือดีที่ไม่เคยคว้าถ้วย แกรนด์ สแลม"

ซเวเรฟ ยอมรับว่าเขามีปัญหาเรื่องการควบคุมสภาพจิตใจยามอยู่ในภาวะกดดัน ความผิดพลาดหลายครั้งมีผลให้เขาเริ่มสูญเสียความมั่นใจ

"ผมทำทุกสิ่งที่ผมทำได้ไปแล้ว ผมทำงานหนักสุด ๆ เท่าที่เคยทำมา" ซเวเรฟ เปิดใจหลังได้รองแชมป์ ออสซี่ โอเพ่น 2025 "ผมคิดว่าตัวเองทำทุกอย่างถูกต้องทั้งในและนอกสนาม รวมถึงการฝึกซ้อม แต่ผมก็ยังแพ้ 3 เซตรวด"

"ผมไม่อยากจบชีวิตนักเทนนิสอาชีพด้วยการเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดตลอดกาล แต่ไม่เคยได้ แกรนด์ สแลม นั่นคือสิ่งที่ผมไม่อยากได้ ดังนั้น ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้ชูถ้วยแชมป์นั้นสักครั้ง"

แม้จะล้มเหลว 3 ครั้งติด แต่คำพูดของ ซเวเรฟ ในห้องแถลงข่าววันนั้น เป็นการส่งสัญญาณบอกทุกคนว่าเขายังคงไม่ยอมแพ้ต่อความฝันนี้ มันได้กลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เขาได้พบกับสิ่งที่เฝ้ารออยู่ในปีถัดมา

 

ปีที่รอคอยของ "ซาช่า"

เทนนิสฤดูกาล 2026 เริ่มต้นอย่างคึกคัก สื่อหลากสำนักและแฟนเทนนิสทั่วโลกยังคงมองว่าน่าจะเป็น การ์ลอส อัลการาซ กับ ยานนิค ซินเนอร์ สองมือท็อปของโลก ที่ห้ำหั่นแย่งชิงแชมป์รายการ แกรนด์ สแลม กันเองตลอดทั้งปี จากผลงานความร้อนแรงที่ทั้งคู่สั่งสมไว้ตลอดช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้

แต่สิ่งที่ผิดพลาดก็คือ พวกเขาลืมใส่ชื่อของ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ในการลุ้นแชมป์ แกรนด์ สแลม เข้าไปด้วย

ซเวเรฟ เปิดฉาก ออสซี่ โอเพ่น ด้วยการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะมาโดน อัลการาซ หวดร่วงไปในแมตช์ที่สู้กันสุดมันถึง 5 เซต แม้จะพ่ายแพ้เหมือนเดิมแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ซเวเรฟ ไม่ถอดใจง่าย เขาสู้ยิบตาทุกเซต ตามหลัง 0-2 เซต ตีเสมอ 2-2 เซต ก่อนจะแพ้ในเซตตัดสินไปแบบที่คนดูหลายท่านประทับใจ

ตัดภาพมาที่ แกรนด์ สแลม ถัดมาคือ เฟรนช์ โอเพ่น ซเวเรฟ ที่เป็นมือ 2 ของรายการ และถูกวางอยู่สายล่าง ระเบิดฟอร์มสุดยอดออกมา พาตัวเองเข้าชิงชนะเลิศ แกรนด์ สแลม ครั้งที่ 4 ในชีวิต ไปดวลกับ ฟลาวิโอ โคโบลลี่ นักหวดชาวอิตาเลี่ยน ดูจากหน้าสื่อใคร ๆ ก็คิดว่า ซเวเรฟ น่าจะถึงเวลาได้แชมป์แล้ว เพราะคู่แข่งสำคัญอย่าง ซินเนอร์ ตกรอบไปก่อนนานแล้ว แถม โคโบลลี่ ประสบการณ์และชื่อชั้นก็เป็นรองพอตัว น่าจะชนะง่ายดาย

ทว่าพอถึงแมตช์จริง กลับเป็นงานหืดของ "ซาช่า" เมื่อเขาเจอพิษสงของ โคโบลลี่ เล่นงานไล่ตีเสมอ 2-2 เซต จนต้องสู้ถึงเซต 5 แต่ครั้งนี้ ซเวเรฟ ที่เตรียมตัวเตรียมใจมาเป็นอย่างดีที่สุด ก็จัดการปราบ โคโบลลี่ ลงได้แบบขาดลอยในเซตสุดท้าย 3-2 เซต ส่งให้เขาปลดล็อกแชมป์ แกรนด์ สแลม ใบแรกได้เสียที หลังจากรอมานานถึง 6 ปี

ซเวเรฟ กล่าวด้วยความโล่งใจเมื่อฝันที่วาดไว้กลายเป็นจริงที่ โรลังด์ การ์รอส เขาได้สัมผัสถ้วย แกรนด์ สแลม เฉกเช่นยอดนักหวดมากมายทำสำเร็จ เช่น โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ราฟาเอล นาดาล, โนวัค โยโควิช รวมถึงผู้เล่นยุคใหม่ทั้ง การ์ลอส อัลการาซ และ ยานนิค ซินเนอร์ ชนิดที่ว่าต่อให้ถูกแซวว่าได้แชมป์แต่เล่นห่วยก็ไม่แคร์

"ผมไม่เป็นไรถ้าคนจะมีคนบอกว่าผมเป็นนักเทนนิสที่แย่ที่สุดที่ได้ แกรนด์ สแลม ผมไม่สนใจ เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมก็ได้ชื่อว่าเป็น แชมป์ แกรนด์ สแลม ตลอดไป ไม่มีใครมาพรากสิ่งนี้ไปจากผมได้" ซเวเรฟ พูดแบบติดตลกหลังความสำเร็จที่ปารีส

ถัดมาคือ แกรนด์ สแลม วิมเบิลดัน ที่อังกฤษ ซเวเรฟ ยังคงรักษามาตรฐานระดับท็อป พาตัวเองเข้าชิงอีกครั้ง ไปเจอกับ ยานนิค ซินเนอร์ น่าเสียดายที่เขาพ่ายแพ้ให้มือพระกาฬจากอิตาลี ได้เพียงรองแชมป์ กระนั้น ซเวเรฟ จิตใจยังมุ่งมั่น ลุยแข่ง ยูเอส โอเพ่น แกรนด์ สแลม สุดท้ายของปี และได้เข้าชิงไปเจอกับ เบน เชลตัน นักหวดผู้เป็นความหวังฝั่งเจ้าบ้าน

แล้วก็เป็น ซเวเรฟ ที่ประสบความสำเร็จคว้า แกรนด์ สแลม อีกใบมาครอบครอง ส่งให้เขากลายเป็นผู้เล่นชายคนเดียวของปี 2026 ที่ได้กอดถ้วย แกรนด์ สแลม ถึง 2 ใบ เรียกว่าเป็นผลงานที่ดีกว่า ซินเนอร์ กับ อัลการาซ ที่ได้กันคนละใบ

ไม่เพียงแต่ลบล้างคำสบประมาท และสถานะ "พระรอง แกรนด์ สแลม" ที่ถูกปักป้ายมานานหลายปี ซเวเรฟ ยังมองว่าสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีวันนี้ นอกจากต่อสู้กับช่วงเวลาที่ยากลำบากแล้ว สิ่งสำคัญก็คือ "ความเชื่อมั่น" ว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จ ความปรารถนาที่จะเป็นแชมป์ แกรนด์ สแลม แบบไม่เคยจางหาย และไม่ยอมแพ้กับความล้มเหลวที่โถมทับเข้ามา

"ในชีวิตการเป็นนักกีฬาอาชีพ คุณจะได้เจอกับช่วงเวลาที่อยู่บนจุดสูงสุด และจุดต่ำสุด การจมอยู่กับความตกต่ำคือความผิดพลาดอันใหญ่หลวง คุณไม่ควรตัดสินหรือประเมินอะไรในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ควรหาทางพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในช่วงเวลาที่คุณกำลังอยู่ในระดับสูง"

"ผมเชื่อมาตลอด ผมเชื่อว่ามันเป็นไปได้ แม้พวกคุณอาจไม่เชื่อแบบนั้น" ซาช่า ยิงมุกใส่นักข่าวหลังได้จุมพิตถ้วย ยูเอส โอเพ่น ที่นิวยอร์ค

สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดปี 2026 บ่งบอกชัดเจนว่า อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ในวันนี้ ไม่ใช่นักเทนนิสที่เป็นแค่พระรองใน แกรนด์ สแลม หรือคนที่สื่อมองว่าเป็นแค่นักเทนนิสที่ดีแต่ไม่เคยได้ แกรนด์ สแลม อีกต่อไป เพราะเขาพิสูจน์ตัวเองแล้วว่า เขาสามารถเป็นสิ่งที่เขาต้องการได้ แค่ไม่ยอมแพ้ และลุกขึ้นเดินต่อไปจนกว่าจะถึงฝั่งฝัน

 

แหล่งอ้างอิง :

https://www.ubitennis.net/2020/10/alexander-zverev-on-2020-breakthrough-dealing-with-disappointment-and-idols/
https://www.france24.com/en/live-news/20260913-controversial-zverev-from-tennis-nearly-man-to-multiple-grand-slam-winner
https://www.bbc.com/sport/tennis/articles/c1wx9qpxjg3o
https://www.espn.com/tennis/story/_/id/39386940/alexander-zverev-assault-trial-domestic-abuse-charges-know
https://www.france24.com/en/live-news/20260607-zverev-says-first-grand-slam-title-gives-him-freedom
https://www.smh.com.au/sport/tennis/zverev-no-longer-third-guy-of-men-s-tennis-after-winning-us-open-final-to-claim-second-slam-title-20260914-p60wzw.html

Author

วัลลภ สวัสดี

ฟังไปเรื่อย ดูไปเรื่อย เขียนไปเรื่อย

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

สรัช สวัสดีแป้น

ออกแบบภาพ กราฟิก Main Stand