Feature

ลีลล์ รับ เละ! : สโมสรนักปั้นมือทอง ส่งออกนักเตะ เขาทำกันแบบนี้ | Main Stand

ลีลล์ คือสโมสรที่มีผลประกอบการเป็นกำไรตลอด 5 ปีหลังสุด ซึ่งบางปีในห้วงเวลานั้นถือเป็นทีมที่ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า จัดอันดับว่าทำกำไรได้มากที่สุดในลีกยุโรป 

 

ล่าสุดพวกเขาขาย อายยู้บ บูอัดดี้ ให้ แมนฯ ซิตี้ ด้วยราคา 100 ล้านยูโร รวมแอดออน และไล่ย้อนหลังไป ยังมีนักเตะขาออกราคาแพงอีกมากที่ ลีลล์ ขายได้อาทิ นิโกล่าส์ เปเป้, วิคเตอร์ โอซิเมน, เลนี่ โยโร่, สเวน บอตมัน, ราฟาเอล เลเอา, ลูก้าส์ เชวาลิเยร์, อมาดู โอนาน่า, คาร์ลอส บาเลบา, บาโฟเด ดิอากิเต้ และอีกหลายคนที่ไม่ได้กล่าวถึง 

คำถามคือ สโมสรที่เคยติดหนี้ 200 ล้านยูโร ทำเงินกับนักเตะดาวรุ่งระดับมหาศาลแบบนี้ภายในเวลาแค่ 5 ปีได้อย่างไร ?

ติดตามกับ MAIN STAND 

 

ก่อนจะซิ่งก็ต้องกลิ้งมาก่อน 

ก่อนจะเริ่มจากปัจจุบันอันมั่งคั่ง ลีลล์ เคยเป็นสโมสรที่เกือบล้มละลาย และเรื่องนี้ไม่ต้องย้อนกลับไปไกลมาก เพราะเกิดขึ้นช่วงปลายยุค 2010s ต่อต้นยุค 2020s นี้เอง 

ครั้งหนึ่ง ลีลล์ เคยเป็นแชมป์ลีกเอิงในยุคที่นำทัพโดย เอเด็น อาซาร์ เมื่อฤดูกาล 2010-11 และด้วยความที่พวกเขาเป็นทีมใหญ่ทีมเดียวในเมืองเล็ก ประชากรรวม 2 แสนคน บอร์ดบริหารจึงมีนโยบายที่พร้อมสู้ตายเพื่อความสำเร็จระดับแชมป์ นั่นทำให้พวกเขาลงทุนซื้อนักเตะแพง ๆ มาเสริมทัพตลอด

เพียงแต่ว่า ... กำแพงที่ขวางคือผู้ยิ่งใหญ่อย่าง เปแอสเช และการจะเล่นกับทีมที่สายป่านยาวแบบนี้ก็เหมือนกับการขุดหลุมฝังตัวเอง ซึ่ง ลีลล์ ก็เป็นแบบนั้น 

ฤดูกาล 2017-18 ลีลล์ ประสบปัญหาการเงินติดหนี้ธนาคารกว่า 200 ล้านยูโร ในยุคประธานสโมสรที่ชื่อว่า เฌราร์ โลเปซ ... หนี้หลัก ๆ มาจากการกู้ยืมเงินมาและมีดอกเบี้ยที่สูงมาก ทำให้สโมสรอยู่แบบเพื่อเอาตัวรอดในลีกสูงสุดตลอด 3 ปีหลังจากนั้น จากที่เคยเป้าที่ตั้งไว้เพื่อคว้าแชมป์ 

"สโมสรอยู่ได้ด้วยเงินกู้ที่กลายเป็นหนี้สินจำนวน 200 ล้านยูโร ดอกเบี้ยตอนนั้นสูงมาก และทำให้คุณไม่สามารถอยู่ในจุดที่จะจ่ายทีละนิดได้ มันต้องจัดเป็นก้อนเบิ้ม ๆ เท่านั้นเพื่อให้สถานการณ์ทุเลาลง" มาเรน ชิร์เมอร์ ผู้ก่อตั้ง เมอร์ลิน กรุ๊ป ที่เข้ามาซื้อสโมสรในปี 2020 เริ่มอธิบาย 

เมอร์ลิน กรุ๊ป เข้ามาซื้อทีมและเริ่มกอบกู้ด้วยการดึงตัว โอลิวิเยร์ เลต็อง ที่เคยทำงานกับ เปแอสเช และ แรนส์ เข้ามาเป็นประธานสโมสร จากนั้นพวกเขาจึงเริ่มปรับโครงสร้างหนี้ ลดค่าใช้จ่าย และยกเครื่องแนวทางการทำงานของสโมสรใหม่ทั้งหมด 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หลังการเทคโอเวอร์ปีแรก พวกเขาขาย 2 นักเตะที่ดีที่สุดในทีมออกไป ทั้ง วิคเตอร์ โอซิเมน ที่ไป นาโปลี และ กาเบรียล มากัลเญส ซึ่งไป อาร์เซน่อล และซื้อผู้เล่นค่าเหนื่อยน้อย โดยเน้นไปที่กลุ่มดาวรุ่งและตัวเก๋าที่หมดสัญญากับทีมเก่า อาทิ สเวน บอตมัน, บูรัค ยิลมาซ และ อังเจล โกเมส ซึ่งทีมจบด้วยการเป็นแชมป์ลีกเอิงในฤดูกาล 2020-21 ทันที ภายใต้การคุมทีมของ คริสตอฟ กัลติเยร์

หลังจากคว้าแชมป์ลีกเอิงในครั้งนั้น การเปลี่ยนแปลงด้านการเงินแบบจริง ๆ จัง ๆ ของ ลีลล์ ก็เริ่มขึ้น ... 

 

ลงทุนกับเยาวชน 

ในเบื้องต้น เลต็อง เริ่มต้นด้วยการลดขนาดขุมกำลังนักเตะของ ลีลล์ ที่ล้นเกินความจำเป็น ในเวลานั้น เลต็อง เผยว่า ลีลล์ มีนักเตะที่ถือสัญญาอาชีพมากกว่า 60 คน เขาจึงจัดการลดจำนวนลงเหลือราว ๆ 23 หรือ 24 คน  เพราะเขาเชื่อว่าการลดขนาดทีมแบบเน้นที่ "ใครไม่ไหวก็ออกไป" ช่วยให้ทีมมีความทุ่มเทและคุณภาพในการฝึกซ้อมมากขึ้น 

นอกจากเรื่องในสนามแล้ว ลีลล์ ยังควบคุมค่าเหนื่อยได้ดี โดยพวกเขาสามารถลดเพดานค่าเหนื่อยลง กลายเป็นทีมที่จ่ายค่าเหนื่อยสูงเป็นอันดับที่ 8 ของลีกเอิง ... ซึ่งถ้าเทียบกับผลงาน และตัวเลขกำไรถือว่าเป็นอันดับที่สมดุลอย่างยอดเยี่ยม และในขณะที่ลดเพดานค่าเหนื่อย พวกเขาก็เอาไปลงทุนกับระบบเยาวชนแทน 

ส่วนเรื่องการสร้างนักเตะรุ่นใหม่ พวกเขาลงทุนกับระบบ Data Scout แบบเต็มรูปแบบ ต่อยอดมาตั้งแต่ยุค หลุยส์ คัมโปส ผอ.กีฬาชื่อดังที่เข้ามาวางรากฐานเรื่องนี้ การซื้อขายเน้นไปที่นักเตะโนเนม ดาวรุ่งราคาถูก หรือเพชรเม็ดงามจากลีกรองทั่วโลกโดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ก่อนนำมาเจียระไนในฝรั่งเศส 

แผนงานเสริมทัพของกลุ่มเจ้าของใหม่ ยังรวมถึงการยกเครื่องศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสรที่ชื่อว่า ศูนย์ฝึกซ้อม โดเมน เดอ ลูแช็ง ซึ่งเคยผลิตนักเตะชื่อดังอย่าง เอเด็น อาซาร์, แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ และ โยอัน กาบาย ออกมาประดับวงการ ในช่วงหลายปีก่อนหน้าที่พวกเขาจะเทคโอเวอร์ มีเยาวชนจำนวนน้อยมากที่ได้ก้าวขึ้นจากทีมเยาวชนสู่ทีมชุดใหญ่

ลีลล์ มีนักเตะเยาวชนอะคาเดมี่ราว 70 คน และยังมีเด็ก ๆ รุ่นอายุ 8-15 อีก 100 คนที่อยู่ภายใต้การดูแลของสโมสรพันธมิตร รวมถึงภายใต้สังกัดโรงเรียนของรัฐบาลที่เน้นด้านกีฬาเป็นพิเศษ โดยเด็ก ๆ เหล่านี้จะไปเรียนหนังสือที่นั่น ควบคู่ไปกับการฝึกซ้อมที่สโมสรด้วย 

เหตุผลที่ ลีลล์ ต้องเลือกวิธีลงทุนเช่นนี้ เพราะพวกเขาได้ค่าส่วนแบ่งจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเพียง 20 ล้านยูโรต่อปีเท่านั้น ดังนั้นการให้โอกาสนักเตะเยาวชนลงเล่นเพื่อสร้างประสบการณ์ ก่อนจะขายออกทันทีที่ได้ราคาที่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้คือรายได้สำคัญที่ทีมเล็กแบบพวกเขาจะทำได้ 

"ผมไม่อยากบ่นเรื่องของลิขสิทธิ์หรอกนะ แต่เราเป็นสโมสรเล็กกว่า มีเงินน้อยกว่า ดังนั้นเราจึงต้องรวดเร็ว คล่องตัว และพร้อมจะเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราจะลงทุนกับเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน คนที่เราเห็นว่าพวกเขาจะโตมาเป็นนักเตะคุณภาพสูงได้ และเราพร้อมจะให้โอกาสกับพวกเขาเหล่านั้นเสมอ" ชิร์เมอร์ กล่าวเสริม

ความคล่องตัวที่เขาบอกคือ การพร้อมดันนักเตะเยาวชนให้ได้โอกาสในทีมชุดใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งทีมใหญ่ไม่กล้าเสี่ยงเท่ากับ ลีลล์ ... แต่สิ่งที่สำคัญคือ ลีลล์ ทำอย่างไรให้นักเตะในระบบเยาวชนของเขามีคุณภาพและขายได้ราคาแพง เพราะหลังจากการเทคโอเวอร์มาได้เพียงห้าปีเศษ ลีลล์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสโมสรที่มีผลกำไรมากที่สุดในทวีปยุโรป ตามรายงานของยูฟ่า ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2025 และตอนนี้พวกเขาทำกำไรติดต่อกันมาแล้วถึง 5 ปี 

 

เลี้ยงเด็กให้เก่งทำยังไง ? 

ก่อนจะขายได้แพงก็ต้องปั้นให้เก่งก่อน ประธานสโมสรอย่าง เลต็อง อธิบายเพิ่มเติมว่า เขาพยายามดูแลนักเตะในสังกัดทุกคนด้วยความเอาใจใส่ ไม่ใช่แค่เป็นสินทรัพย์ของสโมสร แต่เป็นฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ที่สมควรได้รับคุณภาพชีวิต และดูแลสุขภาพจิตเป็นอย่างดี 

"เมื่อคุณก้าวเข้ามาในสโมสรของเรา คุณจะรู้ทันทีว่าดีเอ็นเอของเราคืออะไร คุณค่าของเราคืออะไร นี่คือทีมที่พร้อมต่อสู้ การวิ่งสู้ฟัด ไม่ยอมแพ้ และความสามัคคี พวกเขาต้องพร้อมสำหรับสิ่งเหล่านี้ในวันที่โอกาสมาถึง" ประธานสโมสรว่าเช่นนั้น 

เขายกตัวอย่างเรื่องการสร้างขวัญกำลังใจ ลูก้าส์ เชวาลิเยร์ ผู้รักษาประตูจากระบบอะคาเดมี่ของสโมสรที่พวกเขาขายไปให้ เปแอสเช เมื่อซีซั่น 2025-26 เล่าว่า ตอนเล่นให้ทีมสำรอง ทีมตัดสินใจปล่อยเขายืมตัวไปเล่นกับ วาล็องเซียนส์ ในลีกรองเมื่อปี 2021 และให้คำมั่นสัญญาว่า ถ้าตำแหน่งเปิดกว้างจะดันเขาขึ้นชุดใหญ่ทันที ซึ่งในระหว่างนั้นสโมสรไม่ได้ซื้อผู้รักษาประตูคนไหนเข้ามาในทีมเลยเพื่อรอการเติบโตของ เชวาลิเยร์ 

อีกกรณีที่น่าสนใจคือ คาร์ลอส บาเลบา ที่ย้ายมาจากประเทศแคเมอรูนเมื่อปี 2022 ด้วยราคา 400,000 ยูโร ลีลล์ จัดการดูแล บาเลบา อย่างดี ทั้งเรื่องการปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม แม้เจ้าตัวจะเก่งจนสามารถซ้อมกับทีมชุดใหญ่ได้ แต่ทีมก็ยืนยันว่า ตลอด 6 เดือนแรกที่ย้ายมา เขาต้องปรับตัวให้ได้ก่อน จึงจะพร้อมสำหรับก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่และกดดันกว่า 

วิธีการเหล่านี้ทำให้นักเตะโตไว พร้อมสำหรับทีมชุดใหญ่จริง ๆ และเมื่อพวกเขาเข้าสู่ทีมชุดใหญ่สโมสรก็จะดึงนักเตะตัวเก๋าที่มีประสบการณ์มาช่วยประคองและถ่ายทอดสิ่งต่าง ๆ ที่ควรเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ เหล่านี้ อาทิ โชเซ่ ฟอนเต้ หรือ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่นอกจากเป็นนักเตะฝีเท้าดีแล้ว ยังเป็นนักเตะที่มีคุณภาพเมื่ออยู่ในห้องแต่งตัวด้วย 

"ในชีวิตคนเรา มีสิ่งหนึ่งที่คุณไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน นั่นคือประสบการณ์ ... เราจำเป็นต้องมีสมดุลในทีม เพื่อทำให้ทั้งผลงานทั้งในและนอกสนามดำเนินไปด้วยกันได้" เลต็อง กล่าว 

เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก็มาถึงปลายน้ำของระบบนิเวศที่ ลีลล์ สร้างขึ้น ... วันที่นักเตะของพวกเขาพร้อมย้าย พวกเขาก็พร้อมจะขายในราคาที่เหมาะสมทันทีไม่มีรั้งไว้ แม้ทีมอาจจะต้องเสียคุณภาพออกไปบางส่วนก็ตาม

"ถ้าเป็นโลกในอุดมคติเราคงอยากจะให้พวกเขาอยู่กับเราต่อไป ... แต่นี่คือโลกแห่งความจริงที่เราต้องรับผิดชอบประวัติศาสตร์ของสโมสร ดังนั้นมันจำเป็นที่เมื่อถึงเวลา นักเตะก็ต้องย้ายทีมออกไป"

"ผมคิดว่านี่เป็นอะไรที่แฟร์มากสำหรับนักเตะของเราด้วย เพราะเมื่อพวกเขาไปถึงจุดหนึ่งที่ควรเติบโต และมีสโมสรที่เหมาะสมกับพวกเขาติดต่อเข้ามา คุณก็ควรปล่อยพวกเขาไปตามวิถีของโลกฟุตบอล" ประธานสโมสร ลีลล์ กล่าวทิ้งท้าย 

 

แหล่งอ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Lille_OSC
https://www.nytimes.com/athletic/7166217/2026/04/04/lille-europe-most-profitable-club/
https://www.transfermarkt.com/-euro-747m-in-transfer-fees-in-10-years-the-secret-behind-lilles-remarkable-conveyor-belt-of-talent/view/news/441001
https://ballondor.com/news/posts/manchester-citys-new-signing-ayyoub-bouaddi-becomes-most-expensive-teenager-in-premier-league-history
https://totalfootballanalysis.com/player-analysis/three-academy-prospects-lille-202324-scout-report-tactical-analysis-tactics

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ