Feature

ความขลังของ "PFA" : คุณอาจถูกแฟนบอลตีเก๊ ... แต่คู่แข่งในสนามไม่เคยโกหก | Main Stand

"น่าหัวเราะสิ้นดี เดแคลน ไรซ์ ควรได้รางวัลนี้"  เพียร์ส มอร์แกน พิธีกรชื่อดัง และแฟนบอล อาร์เซน่อล ตัวยง ประกาศกร้าว ไม่เห็นด้วยที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA ประจำปี 2026 ไปครอง แทนที่จะเป็นนักเตะทีมรักของเขา ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

 


แน่นอน ไม่ใช่เขาคนเดียวที่คิดว่ายังมีนักเตะคนอื่น ๆ ในพรีเมียร์ลีกที่เหมาะกว่าบรูโน่ อย่างไรก็ตาม รางวัลนี้คือของจริงไม่จกตา และเป็นรางวัลที่นักฟุตบอลในลีกให้ค่ามากที่สุด ด้วยเหตุผลลึกซึ้งที่แฟนบอลหลายคนอาจยังไม่รู้ 

นี่คือเรื่องราวความคลาสสิก ความขลัง และความหมายสุดลึกซึ้งของรางวัล PFA ... ติดตามกับ MAIN STAND 

 

PFA เกิดก่อนพรีเมียร์ลีกด้วยซ้ำ

พรีเมียร์ลีกอาจจะก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี 1992 แต่ PFA หรือ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ เกิดขึ้นมาในปี 1907 หรือผ่านมาแล้วร่วม 120 ปี ซึ่งถ้าจะถามว่าเก่าแก่ขนาดไหน PFA ก่อตั้งหลังจากเกิด EFL หรือ ฟุตบอลลีกอาชีพอังกฤษ ที่สมัยก่อนดูแลลีกสูงสุดของแดนสิงโตคำราม ก่อนยุคพรีเมียร์ลีก เมื่อปี 1888 เพียง 19 ปี

บุคคลสำคัญในการก่อตั้งองค์กรนี้ขึ้นมาคือ บิลลี่ เมเรดิธ และ ชาร์ลี โรเบิร์ตส์ สองนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อสร้างสหภาพแรงงานของนักฟุตบอลอาชีพ ว่าง่าย ๆ ก็คือ นี่เป็นการรวมตัวกันของนักฟุตบอลเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของพวกเขาเอง รวมถึงเพื่อทดแทน AFU หรือ สหภาพนักฟุตบอลอังกฤษ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1898 แต่ถูกยุบไปเมื่อปี 1901

ในยุคอดีต นักฟุตบอลมีอำนาจต่อรองกับสโมสรและองค์กรฟุตบอลน้อยมาก นักเตะจึงต้องรวมตัวกันเพื่อสร้างเสียงของนักฟุตบอลขึ้นมา คอยดูแลกันเวลามีปัญหาเรื่องสัญญาจ้าง, สิทธิ, สภาพการทำงาน, การเกษียณ หรือการเปลี่ยนอาชีพหลังเลิกเล่น 

คำถามต่อมาคือ รางวัล PFA หรือผู้เล่นยอดเยี่ยมนั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ก็ต้องย้อนกลับไปว่า เดิมที PFA ไม่ได้แจกรางวัลนี้แต่แรก เพราะก่อนหน้านั้นวงการฟุตบอลอังกฤษมีรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมจากฝั่งสื่ออยู่แล้ว นั่นคือรางวัลของ FWA หรือสมาคมนักข่าวฟุตบอลอังกฤษ ที่มีมาตั้งแต่ปี 1948

ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปเริ่มเกิดความเห็นต่างว่า บางครั้งนักข่าวก็ไม่ได้เลือกรางวัลนี้อย่างซื่อตรงนัก ยกตัวอย่างเช่นการโหวตให้กับนักเตะที่เป็นสายข่าวของตัวเองเพื่อเพิ่มมูลค่า หรือเลือกตามกระแสของแฟนบอลเพื่อขายข่าวของตัวเอง 

นอกจากนี้ก็มีความเห็นว่า "นักข่าวที่นั่งอยู่แต่โต๊ะทำงาน จะรู้เกี่ยวกับฟุตบอลได้ลึกแค่ไหนกัน ?" ดังนั้นเพื่อให้ไม่ต้องรอพึ่งรางวัลจากคนที่เป็นใครก็ไม่รู้มาโหวตให้ PFA จึงได้ถือกำเนิดรางวัลนี้ขึ้นมาในปี 1974 ในยุคของผู้บริหารที่ชื่อว่า ดีเร็ก ดูแกน ที่เผยแนวคิดว่า 

"นี่จะกลายเป็นรางวัลที่ผู้เล่นทุกคนจะมีส่วนในการเลือกนักเตะที่พวกเขาคิดว่าสมควรได้รับเกียรตินั้น เกียรติที่สามารถพูดว่าเขาคือนักเตะที่เก่งที่สุดในปีนั้นด้วยตัวเอง" ... และตรงนี้แหละที่มันทำให้รางวัลนี้มีคุณค่า

 

 แนวคิด "คู่แข่งเลือกคู่แข่ง" 

ผู้คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA คนแรกคือ นอร์แมน ฮันเตอร์ จาก ลีดส์ ในวันที่เขาขึ้นรับรางวัล เขาอธิบายว่า "นี่คือรางวัลสูงสุดของอาชีพนักฟุตบอล" 

ตัวของ ฮันเตอร์ นั้นไม่ใช่นักเตะที่ไร้ถ้วยแชมป์ เขาคว้ามาแล้วทั้งแชมป์ลีก เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า คัพ แถมยังเป็นขุนพลทีมชาติอังกฤษชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1966 อีกด้วย แต่กระนั้น เขาก็ยกให้ PFA คือความภูมิใจสูงสุดของเขา เหตุผลสำคัญ และง่ายดายที่เขาคิดแบบนั้นคือ นี่คือรางวัลที่ "เพื่อนร่วมอาชีพ" เป็นคนโหวตให้ 

ฮันเตอร์ พยายามจะอธิบายว่า แฟนบอลสามารถรักนักฟุตบอลคนหนึ่งได้ด้วยเหตุผลมากมาย ไม่ว่าจะเพราะเขาคนนั้นสวมเสื้อทีมที่เรารัก ยิงประตูสำคัญในเกมดาร์บี้แมตช์ เป็นฮีโร่ในดวงใจ ... แต่สำหรับคู่แข่งนั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะ "คู่แข่งไม่มีเหตุผลที่พวกเขาจะต้องรักคุณ และตรงกันข้าม พวกเขาเกลียดคุณด้วยซ้ำเมื่ออยู่ในสนาม"

คำพูดนี้ไขคำตอบของความภาคภูมิใจของคนที่ได้รางวัลนี้เป็นอย่างดี โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่เคยได้รางวัลนี้เมื่อปี 2012 ก็พูดไม่ต่างกันว่า "มันพิเศษยิ่งกว่า เมื่อคู่แข่งของคุณยกให้คุณเป็นคนที่ยอดเยี่ยม" 

เหตุผลคือคู่แข่งไม่ได้มีหน้าที่ชื่นชมคุณ พวกเขามีหน้าที่เอาชนะคุณต่างหาก แต่หลังฟาดฟันกันในสนามอย่างดุเดือด คนเหล่านั้นกลับเลือกคุณ ทำให้มันเหมือนกับคำชมที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง เพราะพวกเขาเห็นความยอดเยี่ยมที่คุณทำในสนาม พวกเขาจึงโหวตให้ เรื่องมันตรงไปตรงมาแบบนั้น

 

ตราประทับจากคนในวงการ

เควิน เดอ บรอยน์ คืออีกคนที่เคยคว้ารางวัลนี้ แถมได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน (ปี 2020-2021) และอธิบายความรู้สึกว่า สำหรับเขา PFA เป็นรางวัลที่บอกอะไรได้มากมาย

เพราะนอกจากพวกเขาเป็นคู่แข่งแล้ว คนเหล่านั้นยังเป็นผู้คนที่เข้าใจความยากง่ายของเกมฟุตบอลอย่างแตกฉาน พวกเขาก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับนี้ได้ด้วยการลงมือทำ ไม่ใช่การเปิดทีวี ดูไฮไลต์ แล้วนั่งวิจารณ์คนอื่น ๆ พวกเขารู้ว่าการทำแอสซิสต์ยากแค่ไหน รู้ว่าการหาพื้นที่หนึ่งครั้งต้องใช้ความฉลาดเพียงใด และที่สำคัญ พวกเขารู้ว่าการเล่นฟุตบอลระดับสูงต้องแลกมาด้วยอะไร

ดังนั้นหลายครั้ง PFA จึงเป็นรางวัลที่ไม่ได้มอบให้แค่คนที่ยิงประตูเยอะที่สุดเท่านั้น ถ้าคุณพลิกไปดูชื่อคนที่เคยได้รางวัลนี้ ก็มีหลายคนที่ไม่ได้เล่นตำแหน่งกองหน้า และไม่ได้เป็นดาวซัลโวของทีม ไม่ว่าจะเป็นยุคเก่าถึงยุคปัจจุบัน ทั้งผู้รักษาประตูอย่าง ปีเตอร์ ชิลตัน (ปี 1978) กองหลังอย่าง แกรี่ พัลลิสเตอร์ (ปี 1992), พอล แม็คกรัธ (ปี 1993), จอห์น เทอร์รี่ (ปี 2005), เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (ปี 2019) หรือกองกลางตัวรับอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (ปี 2017) 

เพราะ PFA คือรางวัลที่เลือกว่า "ใครคือนักเตะที่ดีที่สุด" จากคนที่รู้จริงและสัมผัสจริงที่สุด 

แท้จริงแล้ว PFA เป็นเหมือนตราประทับจากคนในวงการว่า "เราเห็นสิ่งที่คุณทำ"

สุดท้ายแล้ว ฟุตบอลเป็นเกมของการตัดสิน แฟนบอลมีสิทธิ์รักหรือเกลียดคุณ นักข่าวมีสิทธิ์วิจารณ์ โค้ชมีสิทธิ์เลือกหรือดรอป แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่รู้จักคุณในแบบที่คนอื่นอาจไม่มีวันรู้จัก นั่นคือคู่แข่ง

และเมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลง คนที่เคยยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับคุณกลับพูดว่า "คนนี้ดีที่สุด" มันเป็นคำชมที่ยากจะโต้แย้ง เพราะพวกเขาไม่ได้แค่ดูคุณเล่น พวกเขาเคยพยายามหยุดคุณ และพวกเขารู้ดีที่สุดว่ามันยากแค่ไหน หรือถึงขั้นหยุดไม่ได้เลยด้วยซ้ำต่างหาก

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.manutd.com/en/news/bruno-is-the-pfa-players-player-of-the-year-2025-26
https://www.thepfa.com/news/2026/6/4/pfa-awards-2026-top-six-shortlists-announced
https://www.nytimes.com/athletic/7538102/2026/08/25/bruno-fernandes-pfa-player-of-the-year-title/
https://en.wikipedia.org/wiki/PFA_Players%27_Player_of_the_Year

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Photo

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ