Feature

เตะมุม รุมกินโต๊ะ : เทรนด์ใหม่พรีเมียร์ลีก ที่บางคนชอบ บางคนบอก "มั่วบ้านงาน" | Main Stand

เตะมุมสมัยนี้ ... มันฟุตบอล หรือรักบี้ หรืออเมริกันฟุตบอล หรือมวยปล้ำกันแน่ ?

 

"บล็อก-สกรีน-ชน" ผู้รักษาประตูในกรอบ 6 หลา มันคือแท็กติกอัจฉริยะ หรือศาสตร์มืดที่พรีเมียร์ลีกปล่อยผ่าน ?

ย้อนรอยจุดเริ่มต้นของสูตรเจ้าปัญหาที่แฟนบอลเถียงกันแทบทุกสัปดาห์ไปกับ Main Stand 

 

ท่านได้แต่ใดมา ? 

อาร์เซน่อล คือทีมที่เล่นลูกเซตพีซได้ดีที่สุดหากคุณวัดจากจำนวนประตูที่พวกเขาทำได้ในรอบ 2-3 ปี ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งเข้าใจผิดและคิดว่าพวกเขาเป็นผู้นำเทรนด์ เพราะกว่าที่ อาร์เซน่อล จะซิ่ง พวกเขาก็กลิ้งมาก่อนเช่นกัน จากแท็กติกการเล่นเตะมุมที่หลายคนบอกว่า "ขี้โกง" เช่นนี้ 

วิธีการเล่นเซตพีซแบบเข้าไปกดดันใส่ผู้รักษาประตูในกรอบ 6 หลา ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน เพียงแต่ภาพมันไม่ได้ชัดอย่างทุกวันนี้ แม้แต่ทีมที่เป็นยอดนักเล่นลูกตั้งเตะต้นตำรับอย่าง สโต๊ก ซิตี้ ก็ยังไม่ใช้ผู้เล่น 4-5 คน เข้าไปบังการเล่นของผู้รักษาประตูเลยด้วยซ้ำ 

หากคุณย้อนภาพกลับไปดูประตูที่พวกเขาได้จากลูกตั้งเตะ หรือแม้กระทั่งลูกทุ่ม ส่วนใหญ่จะเป็นการทุ่มเข้าไปที่เสาแรก เพื่อเลือกเล่นภายหลังว่าจะโหม่งชง หรือจะโหม่งตามน้ำจังหวะเดียว  หรือแบบที่สอง คือเตะหรือทุ่มไกลเข้าไปที่ประตูและรอใครสักคนวิ่งเข้ามาโฉบเล่นตัดหน้านายทวาร 

เรื่องที่กล่าวไปข้างต้น เกิดขึ้นในช่วงราว ๆ ปี 2009 ต่อถึงต้น ๆ ยุค 2010 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นช่วงที่แท็กติกของลูกเตะมุมค่อย ๆ พัฒนาขึ้นทีละน้อย โดยส่วนใหญ่เป็นทีมระดับค่อนล่างของตารางพรีเมียร์ลีก ที่เป็นรองเรื่องคุณภาพนักเตะ พวกเขาจึงใช้เรื่องสรีระรูปร่างที่เหนือกว่า ปรับมาเป็นอาวุธในลูกตั้งเตะแทน  

ในช่วงเวลาเดียวกัน เหล่าทีมระดับกลางค่อนบนยังไม่ได้โฟกัสจุดนี้มากนัก เพราะเทรนด์ฟุตบอลระดับท็อปในเวลานั้น คือการพยายามจะเล่นฟุตบอลแบบสมัยใหม่ ประเภทต่อบอลเท้าสู่เท้าสวย ๆ เน้นโอเพ่นเพลย์แบบที่ บาร์เซโลน่า ทำมากกว่า 

นั่นทำให้แท็กติการ "บล็อก-สกรีน-ชน" ใส่ผู้รักษาประตูฝั่งตรงข้ามในจังหวะตั้งเตะ มักเป็นภาพจำของทีมอย่าง เบิร์นลี่ย์, เวสต์แฮม หรือ เอฟเวอร์ตัน มากกว่า

สิ่งที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแบบรูปธรรม ก็คือการเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกของ เบรนท์ฟอร์ด เมื่อฤดูกาล 2021-22 ซึ่งพวกเขาเป็นทีมที่นำเทรนด์การเล่นลูกตั้งเตะกลับมาใช้อีกครั้งอย่างแท้จริง ในฐานะน้องใหม่ พวกเขาได้ประตูจากลูกตั้งเตะถึง 12 ลูก และมาจากลูกทุ่มไกลอีก 3 ลูก เหตุผลที่พวกเขาทำประตูจากลูกลักษณะนี้ได้มากที่สุด ก็เพราะพวกเขาเป็นทีมแรก ๆ ในพรีเมียร์ลีกที่เริ่มใช้โค้ชลูกตั้งเตะ ดูแลทั้งการเล่นฟรีคิก เตะมุม หรือแม้กระทั่งลูกทุ่ม 

ชื่อของโค้ชลูกตั้งเตะของพวกเขาในยุคสร้างชื่อคือ อันเดรียส เกิร์กสัน โค้ชชาวสวีเดน โดยมีคู่หูรู้ใจอย่าง นิโคลัส โจเวอร์ ... คุ้น ๆ ใช่ไหม ? ใช่แล้ว เขาคือโค้ชลูกตั้งเตะของ อาร์เซน่อล คนปัจจุบันนี่แหละ ... และสิ่งที่เหมือนพรหมลิขิตมากกว่านั้นก็คือ ทีมแรกที่โดน "ลูกสูตร" ของ เบรนท์ฟอร์ด เล่นงานจนสร้างภาพจำก็คือ อาร์เซน่อล นี่แหละ 

ในเกมแรกของซีซั่น 2021-22 ลูกตั้งเตะและลูกทุ่มของ เบรนท์ฟอร์ด เล่นงาน อาร์เซน่อล ทั้งเกม จนกระทั่งมาสำเร็จในช่วงท้าย เมื่อพวกเขาทุ่มไกลเข้ามากดดัน แบร์นด์ เลโน่ นายทวารของ อาร์เซน่อล ที่พยายามออกมาเล่นแล้ว แต่ก็โดน พอนทุส แยนส์สัน กองหลังกัปตันทีมที่สูง 196 เซนติเมตร เข้ามาสกรีน เลโน่ แบบประชิดตัว จนออกมาเล่นไม่ได้ 

จากนั้นก็เป็นไปตามสูตร อีธาน พินน็อค โหม่งชงไปเสาสอง ก่อนจะเป็น คริสเตียน นอร์การ์ด ชาร์จจ่อ ๆ เข้าไป จากนั้นลูกสูตรลักษณะนี้ก็กลายเป็นลูกหากินของ เบรนท์ฟอร์ด ในยุค โธมัส แฟรงค์ มาตลอด แม้กระทั่งทุกวันนี้ สิ่งที่ทำให้เราเข้าใจว่า เบรนท์ฟอร์ด เน้นเรื่องลูกตั้งเตะขนาดไหน คือการที่พวกเขาแต่งตั้งโค้ชลูกตั้งเตะอย่าง คีธ แอนดรูวส์ ขึ้นมาเป็นกุนซือใหญ่คนปัจจุบัน

เห็นได้ชัดว่าลูกตั้งเตะทุกชนิด หรือแม้กระทั่งลูกทุ่ม ได้รับการใส่ใจมากขึ้นหลังจากนั้น ภาพของการ "บล็อก-สกรีน-ชน" กลายเป็นภาพที่เราเห็นเป็นประจำในพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ จนกระทั่งมาถึงจุดที่ทุกทีมพร้อมจะเล่นสูตรนี้คล้าย ๆ กันหมด ก็เริ่มมีการสังเกตกันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มันเกินขอบเขตคำว่าฟุตบอลไปแล้วหรือเปล่า ? 

 

กฎไม่ชัด ... ผมจัดให้ 

คนที่ดูฟุตบอลมานาน หรือดูมาตั้งแต่เด็ก ๆ หลาย ๆ คนคงมีกฎฝังหัวว่า "กรอบ 6 หลาคือพื้นที่ของผู้รักษาประตู" หากใครมาชน มาเบียด มาสัมผัสตัว หรือทำให้พวกเขาต้องเล่นยาก แน่นอนว่ามันคือการฟาวล์ ... แต่คำถามคือ ทำไมพรีเมียร์ลีกปล่อยเซอร์กับเรื่องนี้ได้มากขนาดนั้น ? 

คำตอบของคำถามนี้อาจชวนให้แฟนบอลหลายคนต้องกำหมัด เพราะมันไม่ใช่เรื่องของการ "ชี้ผิด-ชี้ถูก" ได้ แต่มันคือคำตอบที่กำกวม เพราะมันคือการให้ผู้ตัดสินใช้ดุลยพินิจและตีความคำว่า "เจตนาขัดขวางการเล่นของผู้รักษาประตู" กันเอาเอง เราจึงได้เห็นในหลายครั้งว่า ทำไมบางครั้งที่มีการชาร์จใส่ผู้รักษาประตู บางลูกกรรมการก็ให้ฟาวล์ บางครั้งกรรมการก็ไม่ให้ฟาวล์ 

มันน่าแปลกประหลาดที่ทางพรีเมียร์ลีกไม่ตีความกฎนี้ให้แน่ชัด ให้เป็นบรรทัดฐานที่ชัดเจนว่า แบบไหนได้ แบบไหนไม่ได้ ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า ทีมไหนจะจับทาง หรือวางแท็กติกเกี่ยวกับการเล่นลูกตั้งเตะได้ดีกว่า ซึ่งจุดนี้นี่แหละ ที่เราต้องเบิกตัวพระเอกของเรื่องนี้อย่าง "อาร์เซน่อล" เอามาเป็นตัวอย่างแบบที่ได้โปรยไว้ในข้างต้น 

เหตุผลที่ต้องยก อาร์เซน่อล มาเป็นกรณีศึกษาคือ ก่อนพวกเขาจะเป็นราชาเซตพีซ พวกเขาก็เป็นทีมที่เคยอ่อนปวกเปียกเรื่องลูกกลางอากาศ ป้องกันลูกตั้งเตะได้ไม่ดี จนกระทั่งพวกเขาได้โค้ชลูกตั้งเตะอย่าง โจเวอร์ เข้ามาดูแลเรื่องนี้ พวกเขาก็เปลี่ยนจากผู้ถูกล่า เป็นผู้ล่าได้สำเร็จ 

โจเวอร์ ตีความเรื่อง "การขัดขวางการเล่นของผู้รักษาประตู" ได้อย่างแตกฉาน ... หากคุณย้อนกลับไปดูประตูจากลูกตั้งเตะของ อาร์เซน่อล ในช่วงฤดูกาล 2024-25 คุณจะพบว่า เขาไม่ได้ให้นักเตะของ อาร์เซน่อล เข้าไปประชิดตัวผู้รักษาประตูโดยตรงตั้งแต่แรก แต่จะใช้วิธี "ยืนล้อมเอาไว้ก่อน" และจากนั้นเมื่อลูกเตะมุมออกจากเท้า นักเตะทุกคนที่ล้อมประตูจะแบ่งหน้าที่กันอย่างรู้จังหวะ 

ชัดเจนที่สุดคือประตูในเกมบุกเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ เอติฮัด สเตเดียม 2-2 ในเดือนกันยายน 2024 จากลูกโหม่งที่มาจากเตะมุมของ กาเบรียล มากัลเญส ประตูนั้นไม่ได้มีใครเข้าไปดึงหรือชน เอแดร์ซอน ในตอนแรกเลย แต่เมื่อบอลออกจากเท้าของ ซาก้า ที่เป็นคนเตะมุม ทุกอย่างที่ถูกซ้อมมาก็ได้นำออกมาใช้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ วิ่งไปสกรีนด้านหลังแบบ "ทำตัวแข็ง" โดยไม่ได้ออกไม้ออกมือดึง 

ขณะที่ด้านหน้าของ เอแดร์ซอน ถูก วิลเลี่ยม ซาลิบา ขึ้นมายืนขวางเพื่อบังทัศนวิสัย ... บอลจากซาก้า โค้งไปที่เสาสอง ก่อนที่ กาเบรียล จะโหม่งประตูนั้นเข้าไป 

ในขณะที่ทุกคนงง ถามว่าการบังทางผู้รักษาประตูในกรอบ 6 หลาไม่ผิดกฎหรือ ? ไม่นานนัก X หรือ Twitter ทางการของ Premier League Match Center ก็ออกมาขยายความจังหวะนี้ว่า 

"การตัดสินให้เป็นประตูของผู้ตัดสินในสนาม ได้รับการเช็กและยืนยันโดย VAR แล้ว เกี่ยวกับโอกาสที่จะเกิดการฟาวล์ที่ มาร์ติเนลลี่ กระทำต่อ เอแดร์ซอน ... VAR ยืนยัน และมีคำตัดสินว่าลูกนี้ไม่เป็นการฟาวล์" 

แบบนี้ไม่ฟาวล์ แล้วแบบไหนจะฟาวล์ ? ... คำตอบคือ ไม่มี เหตุผลก็เพราะพรีเมียร์ลีกขึ้นชื่อเรื่อง "ปล่อยเกมไหล" การปะทะทางกายภาพในกรอบเขตโทษ มักถูกมองว่าเป็นจังหวะฟุตบอลปกติ 

ดังนั้นถ้าคุณเป็นสโมสรในพรีเมียร์ลีก คุณจะไม่ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่ของกฎหรือ ? เพราะมันเห็นชัดว่า การนำคนไปรุมผู้รักษาประตู นำมาสู่โอกาสได้ประตูสูง อีกทั้งยังต้องวัดใจกับผู้ตัดสินว่าจะฟาวล์หรือไม่ฟาวล์ ... หากคุณซักซ้อมมาดี ทำได้เร็ว ทำได้แม่น ก็ยากที่กรรมการหรือแม้กระทั่ง VAR จะตามทัน 

การที่ อาร์เซน่อล ใช้ลูกตั้งเตะเป็นไม้ตายที่ได้ผลลัพธ์บ่อย ๆ ทำเอาทุก ๆ ทีมต่างก็พัฒนาและหาวิธีเจาะช่องโหว่ของกฎด้วยกันทั้งนั้น เพราะถึงเวลานี้ หากคุณยอมรับแบบไร้อคติ มันกลายเป็นเรื่องที่ทีมไหนก็ใช้วิธีนี้ (บังการเล่นผู้รักษาประตู) ด้วยกันทั้งนั้น ภาระและหน้าที่จึงตกเป็นของฝ่ายตั้งรับ ว่าพวกเขาจะจัดการรับมือกับการรบกวนผู้รักษาประตูอย่างไรมากกว่าไปโดยปริยาย 

 

เสน่ห์ vs น่าเบื่อ ? เถียงกันไม่จบ

จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาแล้ว 2-3 ปี ที่การรบกวนผู้รักษาประตูยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า แบบบไหนฟาวล์ แบบไหนไม่ฟาวล์ ... แต่ที่แน่ ๆ ทุกทีมต่างก็พากันใช้วิธีนี้ไปหมดแล้ว เพราะมันเป็นวิธีที่ง่าย และตรงไปตรงมาที่สุด ดังที่คุณเห็นในเกมที่ เอฟเวอร์ตัน แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาบ้าน 0-1 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026

เอฟเวอร์ตัน เล่นลูกเตะมุมแตกต่างกับ อาร์เซน่อล พอสมควร ... อาร์เซน่อล จะมีการวิ่งสลับตำแหน่ง แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนว่า ใครจะเป็นตัวบัง ใครจะเป็นคนโหม่งเช็ด ใครจะเป็นตัวชน ตามแผนที่พวกเขาซักซ้อมกันมาจนเป็นจุดแข็ง

แต่กับ เอฟเวอร์ตัน พวกเขามาด้วยแท็กติกบ้าน ๆ เว้ากันซื่อ ๆ ไม่ซับซ้อนอะไร พวกเขาส่งนักเตะตัวใหญ่ไปยืนในกรอบ 6 หลา พยายามโจมตี เซนเน่อ ลัมเมนส์ ให้ได้มากที่สุด ซึ่งคุณจะเห็นว่า แม้จะดูทุลักทุเล แถมมีการปะทะ การชน การเหวี่ยงกันอยู่ตลอด แต่ 10 ครั้งที่ เอฟเวอร์ตัน ได้เตะมุม กลับไม่มีลูกไหนที่พวกเขาเสียฟาวล์เลย 

ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องของทีมตั้งรับอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่พวกเขาเลิกพึ่งกรรมการ และหันมาช่วยตัวเองเพื่อเอาตัวรอดในศึกกลางอากาศนี้ ... ลัมเมนส์ ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า เขาต้องให้เพื่อนร่วมทีมสกรีนนักเตะ เอฟเวอร์ตัน อีกที เพื่อไม่ให้ประชิดตัวเขาได้ ขณะที่ตัวของเขาเองต้องถอยไปหลังเส้นปากประตูสัก 1-2 ก้าว เพื่อให้มีระยะในการเทคตัวกระโดดออกมาคว้าบอล หรือชกบอลทิ้งไป ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นการเตรียมการที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว เพราะสุดท้าย ปีศาจแดง ก็เก็บคลีนชีต พร้อม 3 แต้มกลับบ้านได้สำเร็จ

คำถามที่น่าสนใจอีกข้อก็คือ พรีเมียร์ลีกจะแก้กฎนี้หรือไม่ ? เพราะดูแล้ว จากที่เคยเป็นแท็กติกและชิงเหลี่ยมในช่วง 1-2 ปีที่แล้ว ตอนนี้มันกลายเป็นการตั้งใจเล่นงานผู้รักษาประตูแบบโต้ง ๆ ซึ่งหลายครั้งมันจบด้วยการผลักกันไป ผลักกันมา จนกรรมการต้องเข้ามาจับแยกและกินเวลาไปหลายนาที ซึ่งหลายคนแซวว่า นี่ไม่ต่างกับรักบี้ หรือมวยปล้ำ WWE เลยด้วยซ้ำ 

ความคิดเห็นแตกออกเป็นสองขั้วชัดเจน ฝั่งที่สนับสนุนมองว่านี่คือ "ความฉลาดเชิงแท็กติก" และการใช้กฎในกรอบที่อนุญาตอย่างเต็มประสิทธิภาพ อดีตกุนซือหลายคนยอมรับว่า ลูกนิ่งคือ "พื้นที่ได้เปรียบของทีมรอง" และการทำให้มันซับซ้อนขึ้น คือการพัฒนาธรรมชาติของเกมและเป็นเสน่ห์ของฟุตบอลอังกฤษ ที่ขึ้นชื่อเรื่องลูกโด่งและความแข็งแรงมาแต่ไหนแต่ไร 

ขณะที่ฝั่งไม่เห็นด้วยบอกว่า มันคือการเอาช่องว่างของกติกามาใช้จนเกินงาม บางคนเรียกมันว่า "ศาสตร์มืด" หรือ แอนตี้ฟุตบอลในรูปแบบใหม่ 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่ามันถูกหรือผิด แต่คือ "กติกาจะปรับตัวตามเทรนด์นี้หรือไม่ ?" หากวันหนึ่ง คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ หรือ IFAB และ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA สององค์กรหลักที่ร่างกติกาฟุตบอล ออกแนวทางเข้มงวดเรื่องการบล็อกผู้รักษาประตู สูตรนี้อาจหายไปทันทีก็ได้

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่เห็นมีแอ็คชั่นอะไรออกมาเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก ครั้งล่าสุดที่มีการประกาศถึงเรื่องนี้ คือช่วงก่อนฤดูกาล 2025-26 จะเริ่ม ที่ PGMOL หรือ องค์กรผู้ตัดสินอาชีพของอังกฤษ ออกมาเตือนว่า "ในซีซั่นนี้ กรรมการจะเข้มงวดกับพฤติกรรมการเจตนาขัดขวางการเล่นของผู้รักษาประตูในกรอบ 6 หลามากขึ้น"

ตอนนี้ผ่านมาจนจะจบซีซั่นแล้ว แต่เราก็ยังได้เห็นประตูและข้อถกเถียงกันในลักษณะนี้แทบทุกสัปดาห์ ... มันเหมือนกับพรีเมียร์ลีกตีความว่า การเล่นลักษณะนี้คือการปะทะปกติ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่เราจึงเห็นเทรนด์รุมกินโต๊ะผู้รักษาประตูยังคงอยู่ และเป็นข้อถกเถียงสุดคลาสสิกไปอีกเรื่องในฟุตบอลอังกฤษจนกระทั่งทุกวันนี้ 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-15000419/Premier-League-refs-launch-new-rule-clampdown-against-dark-art-loved-set-piece-kings-Arsenal.html
https://www.nytimes.com/athletic/4242167/2023/02/24/premier-league-dark-arts/
https://profspur.substack.com/p/the-premier-league-has-a-corner-kick
https://www.reddit.com/r/ManchesterUnited/comments/1qnklmc/pl_referees_should_do_something_about_arsenals/?rdt=52553

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Photo

วัชพงษ์ ดวงแปง

Main Stand's Backroom staff

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ