Feature

อเดล ทารับต์ : ตัวรุกเหนือธรรมชาติที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อ "เล่นเป็นทีม" | Main Stand

เขาเป็นเพลย์เมกเกอร์ที่มีทักษะเหลือเชื่อ สามารถจ่ายบอลแบบตริเวล่า (จ่ายบอลด้วยข้างเท้าด้านนอก) เปิดบอลแบบราโบน่า (ไขว้) และเลี้ยงบอลลอดขาได้อย่างเหนือชั้น สร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับที่จัดระเบียบมาแล้วได้ดีที่สุด 

 

การเล่นในพรีเมียร์ลีกกับเซเรียอา ถือเป็นการพิสูจน์ตัวเองได้ว่ามีดี … แต่น่าเสียดายที่เรื่องราวของเขาคนนี้มีแต่คำว่า "ถ้า" เต็มไปหมด 

ติดตามเรื่องราของ อเดล ทารับต์ คัลท์ฮีโร่ของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส และแฟนบอลพรีเมียร์ลีกกับ MAIN STAND 

 

เก่งวันนี้ ... พรุ่งนี้ช่างมัน 

อเดล ทารับต์ คือหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส แต่เขากลับฉายแววเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ปัจจุบันในวัย 36 ปี นักเตะชาวโมร็อกโกรายนี้เล่นให้กับ ชาร์จาห์ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

บางครั้ง โลกฟุตบอลก็สร้างนักเตะพรสวรรค์พิเศษขึ้นมาได้ บางคนมีทักษะเหลือเชื่อ เช่น โยฮัน ครัฟฟ์, ลิโอเนล เมสซี่ หรือ ดีเอโก้ มาราโดนา นอกจากนี้ก็ยังมีอีกบางจำพวกที่แข็งแกร่งเหมือนเหล็กกล้าและซ่าไม่กลัวใคร เช่น รอย คีน, แกรม ซูเนสส์, เซร์คิโอ รามอส ในแนว ๆ นั้น 

ส่วน อเดล ทารับต์ ก็ถือเป็นนักเตะที่มีความโดดเด่นในอีกแบบหนึ่ง เพราะเขามีทักษะอันน่าทึ่ง แต่น่าเสียดาย มันมาพร้อมกับทัศนคติที่แย่มาก จากการยืนยันกับเพื่อนร่วมงานของเขาทั้งหลาย เพียงแต่นักเตะแบบเขานี่แหละที่มักจะสร้างความจดจำให้แฟนบอลได้ชัดเจนกว่านักเตะธรรมดา ๆ ทั่วไป 

จุดขายของทารับต์ คือเรื่อง "ความมั่น" สิ่งนี้มีโอกาสเกิดขึ้นกับทุกคนบนโลกนี้ทั้งสิ้น ในวันที่คุณเริ่มมีผู้คนพูดจายกย่อง และบอกว่าคุณยอดเยี่่ยม สุดยอด หรือเก่งมาก ให้คุณได้ยินบ่อย ๆ นานวันเข้าหากคุณไม่เข้าใจว่าคำชมนั้น ๆ จะไม่คงอยู่ตลอดไป คุณจะเริ่มคิดว่าตัวเองอยู่ในระดับที่สูงเกินกว่าความเป็นจริง และในโลกฟุตบอลที่ตัดสินกันด้วยความสม่ำเสมอและเส้นทางอาชีพที่ยาวนาน คุณจะฟังแต่คำชมอย่างเดียวไม่ได้เด็ดขาด 

ทารับต์เดินตามรอยเด็กเก่งตั้งแต่อายุ 14-15 ปีบนโลกฟุตบอลอีกหลาย ๆ คน ทักษะฟุตบอลที่มีและความพลิ้วไหว กล้าเล่น ทำให้เขาแตกต่างกับเด็กทั่วไปในรุ่นราวคราวเดียวกันอยู่หลายขุม ชนิดที่ว่าถ้าคุณดูเกมที่เขาลงเล่นโดยไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าเขา แต่คุณก็จะสามารถรู้ได้ทันทีว่า "ทารับต์คือคนไหน" ทันทีที่เขาได้บอล 

ความเก่งกาจเติบโตพร้อมความมั่นใจ เขาย้ายจาก ล็องส์ สโมสรแรกในอาชีพไป ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เมื่อปี 2007 การย้ายมาอังกฤษในตอนนั้นช่วยให้เขารู้สึกบางอย่าง เพราะเขาได้เจออีกหลายคนที่เป็นของจริง และนั่นทำให้ในช่วงแรกที่มาอยู่ที่นี่ เขาฝึกซ้อมหนักมาก ๆ 

การที่ทารับต์พยายามเอาชนะคู่ต่อสู้ทุกคนที่ขวางหน้าในทีมสเปอร์สด้วยทักษะที่เหนือกว่า ถือเป็นการบ่งบอกตัวตนและอนาคตของเขา สเปอร์สถือว่าเขานักเตะที่พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการระยะยาว จึงให้โอกาสดาวรุ่งคนนี้ลงเล่น 15 เกม ก่อนจะปล่อยยืมตัวไปอยู่กับ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ทีมร่วมเมืองลอนดอน ในปี 2009

นีล วอร์น็อค ผู้จัดการทีมในขณะนั้น ประทับใจในความสามารถของทารับต์แบบสุด ๆ และมองเป็นกุญแจสำหรับการเล่นของทีม เพราะเขาสามารถพลิกเกมได้จากตำแหน่งกองกลางตัวรุก การสลัดคู่แข่งทิ้ง อาจจะยากสำหรับนักเตะตัวรุกท้องถิ่นในสไตล์อังกฤษ แต่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย ... เขากลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในทีม QPR จริง ๆ มันควรเป็นเรื่องดีที่เขาจะต่อยอดไปให้ได้ไกลขึ้นอีก แต่นั่นแหละเมื่อเขาเป็นคนที่ทีมขาดไม่ได้ เขาก็เริ่มกลายเป็น ทารับต์ ในแบบที่โลกฟุตบอลรู้จักเขาเป็นอย่างดี 

 

เดอะ แบก ที่ไม่สนโลก

แม้จะรักและชื่นชมในตัวของ ทารับต์ มากมาย แต่ นีล วอร์น็อค ก็เปิดเผยภายหลังว่าสำหรับความสัมพันธ์ของเขาและทารับต์ มันออกแนวทั้งรักทั้งเกลียด เพราะบางครั้ง ทารับต์ก็ไม่เคยจะเชื่อฟังใครนอกจากตัวเอง แต่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเมื่อคุณส่งเขาลงสนาม เขาก็มักจะแอสซิสต์หรือยิงประตูสำคัญในแบบที่วอร์น็อคเองก็ยอมรับว่า 

"ถ้าไม่ใช่เขา ผมก็นึกไม่ออกว่าใครในทีมจะยิงแบบนี้ได้อีก" วอร์น็อคกล่าวหลังทารับต์ลากบอลผ่านคู่แข่ง 4 คนตั้งแต่กลางสนาม และปั่นไซด์โป้งโค้งเสียบเสาจากระยะ 30 หลา ในเกมที่ QPR เจอกับ เปรสตัน 

นั่นคือด้านดีของเขา แต่นักเตะอย่างทารับต์ก็มีด้านร้ายที่แฟนบอลไม่เห็นในสนามจริง วอร์น็อคเองก็ปวดหัวกับเขามาตลอด เพราะหลังจากทารับต์เป็นตัวหลักของทีมและลงเล่นในระดับพรีเมียร์ลีกได้แล้ว เขาก็เกิดอาการอ่อนซ้อมบ่อย ๆ มีการยืนยันจากวอร์น็อคว่า "หมอนี่ชอบยืนเฉย ๆ ในระหว่างการฝึกซ้อม" 

แต่ความเก่งที่แลกมาด้วยความขี้เกียจก็ทำให้เขาต้องชั่งใจและตัดสินใจให้ดีที่สุดเพื่อทีม วอร์น็อคจะตัดทารับต์ทิ้งก็ไม่ได้ เพราะเป็นนักเตะเบอร์ 1 ของทีม และแฟนบอลก็รักเจ้าตัวด้วย ดังนั้นเขาจึงหาทางออกด้วยการออกแบบการเล่นให้ ทารับต์ ใหม่ ซึ่งจะว่าไปก็เป็นการออกแบบแกมบังคับที่ต้องใช้การขู่เพื่อนร่วมทีมของเขาทุก ๆ คน 

"ในเกมจริงผมสั่งห้ามเขาลงมาเล่นในแดนตัวเองเลย ผมรู้ว่าเขาไม่ชอบเล่นเกมรับ แต่ที่สำคัญกว่าคือเขาเป็นคนที่อยากได้บอลตลอดเวลา เขาจะถอยต่ำลงมาเล่นในแดนตัวเอง เริ่มเลี้ยงบอล และหลายครั้งมันจบลงด้วยการโดนแย่งและทำให้เราเสียประตู"

"ผมเลยสั่งว่า อเดล ถ้าแกลงมาเล่นในแดนของเราฉันจะปรับวินาทีละ 50 ปอนด์ไปเลย รวมถึงพวกแก (เพื่อนร่วมทีม) ทุกคนด้วย ใครที่แหลมไปจ่ายบอลให้มันหน้ากรอบเขตโทษในแดนตัวเอง มันผู้นั้นจะต้องโดนปรับเงินด้วย เข้าใจนะ!" วอร์น็อคกล่าวย้อนความ 

แฟนบอลของ QPR รายหนึ่ง ร่ายยาวลงบนเว็บบอร์ดอย่าง Quora เพื่อบอกว่า แม้จะรู้ทั้งรู้ว่า บางครั้งทารับต์เป็นระเบิดเวลาในทีม และอาจจะเป็นคนที่น่าหมั่นไส้ แต่การได้เห็นเขาเล่นในสนาม ก็ถือเป็นความเอ็นเตอร์เทนชั้นเยี่ยม ที่แฟน ๆ รู้สึกอยากจะเข้ามาชมเกมเพื่อมาดูว่าวันนี้เขาจะแสดงสิ่งที่คาดเดาอะไรไม่ได้ออกมาอีก 

"เขาเป็นเพลย์เมกเกอร์ที่มีทักษะเหลือเชื่อ สามารถจ่ายบอลแบบตริเวล่า (จ่ายบอลด้วยข้างเท้าด้านนอก) เปิดบอลแบบราโบน่า (ไขว้) และเลี้ยงบอลลอดขาได้อย่างเหนือชั้น สร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับที่จัดระเบียบมาแล้วได้ดีที่สุด การเล่นให้กับ QPR ถือเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาอาจจะเล่นในทีมที่ระดับสูงกว่านั้นได้" แฟนบอล QPR รายหนึ่งกล่าว 

จริง ๆ ทารับต์ควรจะเข้าใจว่าทุกคนยอมเขาก็เพราะว่าเขาคือตัวความหวัง หากเขาทำให้มันสม่ำเสมอทั้งในและนอกสนาม เขาอาจจะยิ่งใหญ่ในหัวใจของแฟนบอล QPR แบบไร้ข้อโต้แย้ง ... แต่ก็นั่นแหละ นี่คือ "ซูเปอร์สตาร์ซินโดรม" เมื่อเขาได้รับการเอาอกเอาใจบ่อย ๆ เขาก็ทำตัวแบบเดิมซ้ำ กว่าจะรู้ตัวว่าไม่ควรทำแบบนั้นก็ช้าไปแล้ว เมื่อ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ เข้ามาคุมทีม พร้อมกับความเหนื่อยหน่าย ที่ไม่ขอเชื่อใจให้นักเตะอย่างทารับต์อีกแล้ว 

"ผมเลือกเขาลงเล่นไม่ได้หรอก ผมเลือกคนที่ต้องการจะได้โอกาสนี้จริง ๆ ดีกว่า คนที่จะได้เล่นคือคนที่เหมาะสมสำหรับทีม ๆ นี้ คนที่มาฝึกซ้อมทุกวันและแสดงทัศนคติที่ดี ... เอาเป็นว่า เมื่อไหร่ที่เขาเริ่มทำแบบนั้นได้ ถ้าหากเขาทำได้จริง ๆ บางทีเขาอาจจะได้ลงเล่น" แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ กล่าวเมื่อเดือนตุลาคม 2014 

ทารับต์ตอบสนองอย่างไรกับเรื่องนี้ เขาจะกลับมาตั้งใจซ้อมและเป็นนักเตะแบบที่ เร้ดแน็ปป์ ต้องการ ? หรือเขาจะตัดขาดความสัมพันธ์กับ QPR ทีมที่แฟนบอลพร้อมหนุนหลังเขาไม่ว่าเขาจะเป็นแบดบอยอย่างไรก็ตาม ? 

คำตอบไม่ยากเย็นนัก ทารับต์ ยื่อขอย้ายทีมเพื่อจะไปเล่นกับทีมที่ใหญ่กว่า ในตลาดครั้งนั้นมี ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ เอซี มิลาน ยื่นข้อเสนอเข้ามา ... เขาตัดสินใจไปมิลาน ด้วยการยืมตัวเพื่อพบเจอกับด่านทดสอบต่อไปที่ยากยิ่งกว่าที่เขาเคยเจอ 

 

ล้มหาย...กลายเป็นเรื่องเล่า 

การย้ายไปทีมใหญ่และมีสตาร์เยอะกว่าอย่าง มิลาน อาจจะทำให้เขามีความหยิ่งยโสน้อยลงบ้างตามความคิดของหลายคน ... แต่ความจริงล่ะ การเปลี่ยนตัวเองมันง่ายเหมือนการเปลี่ยนลีกย้ายประเทศหรือเปล่า ? 

ถ้าถามว่ามีผลงานของเขาโดดเด่นแค่ไหน ก็คงต้องใช้คำ "ดี" ได้ในระดับหนึ่งเลย เพราะ 6 เดือนที่ มิลาน เขาลงเล่น 16 นัด ยิง 4 และแอสซิสต์ไป 2 ลูก เป็นหนึ่งในนักเตะที่เด่นที่สุดในทีม ... แต่เรื่องเล่าต่าง ๆ เกี่ยวกับเขายังคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาดูจะเข้ากับเพื่อนไม่ได้ รวมถึงโค้ชในเวลานั้นอย่าง ฟิลิปโป้ อินซากี้ ด้วย ...  และแน่นอนว่าเขาไม่สนอยู่แล้ว 

"ผมไม่อยากฟังดูหยิ่งยโส แต่ในช่วง 6 เดือนที่มิลาน ผมเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุด ในทีมที่มี (มาริโอ) บาโลเตลลี่, กาก้า และ โรบินโญ่ (คลาเรนซ์) เซดอร์ฟ ชอบผม แต่อินซากี้กลับชอบ (อเลสซิโอ) แชร์ชี่ มากกว่า ตอนนี้ทุกคนมองเห็นอนาคตของเขาในฐานะโค้ชแล้ว ต่างจาก ซิโมเน่ น้องชายของเขา ที่ประสบความสำเร็จดี" ทารับต์พูดถึงตัวเองใน 6 เดือนที่มิลาน 

ทารับต์ยังเปิดเผยเรื่องที่หลายคนไม่รู้ ว่าเขาเคยทะเลาะกับกาก้า บุรุษผู้แสนดีของแฟนมิลานฝั่งสีแดงมาแล้ว "กาก้า เป็นสุภาพบุรษจริง แต่เรื่องที่ผมทะเลาะกับเขาก็เป็นเรื่องจริงเหมือนกัน เหตุการณ์มันก็แค่ผมไม่จ่ายบอลให้เขาในตอนซ้อม แต่เลือกจ่ายให้บาโลเตลลี่ จากนั้นเขาก็บ่นและตะโกนโวยวายไม่หยุด"

"ผมเลยเริ่มเอามือไปบีบคอเขา ผมบอกว่าต่อให้คุณเป็นกาก้า แต่ถ้ามาตะโกนใส่หน้าผมแบบนี้ผมก็ไม่ไหวเหมือนกัน ต้องยอมรับเลยว่านักเตะในทีมตอนนั้นแตกเป็นหลายกลุ่ม ส่วนผมไม่เกี่ยวกับใคร เป็นพวกอยู่ตรงกลางของเรื่องทั้งหมด" ทารับต์ กล่าว 

เรื่องเหล่านี้ทำให้มิลานไม่จ่ายเงินซื้อตัวเขาหลังสัญญายืมตัวหมดลง ทารับต์ เปิดเผยต่อว่า "ผมมี 2 ทางเลือก คือไม่ย้ายไปร่วมทีมมิลานแบบถาวร ก็เซ็นสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ผมคิดว่าเส้นทางอาชีพของผมคงเปลี่ยนไปแน่ หากได้ไปเล่นที่ฝรั่งเศส" 

และเมื่อมีใครถามเขาว่าเขาเสียดายไหมที่เรื่องพฤติกรรมของเขาถูกเล่าต่อ จนอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เปแอสเชไม่อยากจะได้ตัวเขา ? เขาก็ตอบกลับในแบบ ทารับต์ สไตล์ ว่า "ไม่ เพราะคนผิดไม่ใช่ผม" 

"มันเป็นความผิดของ เลโอนาร์โด้ (ผอ.กีฬาของ เปแอสเช ในตอนนั้น) ตอนที่เขาโทรมาหาผม ผมบอกกับเอเยนต์ว่าผมไม่ชอบวิธีที่เขาพูดเลย เขาบอกว่าเขาจะไม่มีวันจ่ายเงิน 12 ล้านยูโรเพื่อซื้อตัวผม ซึ่งเป็นนักเตะที่เคยเล่นในแชมเปี้ยนชิพกับ QPR มาก่อน จากนั้นไม่กี่วันเขาก็เซ็นสัญญากับ ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ ด้วยราคา 50 ล้านยูโรแทน" ทารับต์ว่าเช่นนั้น 

เขาเป็นแบบนี้มาเสมอ และไม่เคยเปลี่ยนไป หลายช่วงเวลาต่อจากนั้นเขาอาจจะทำผลงานได้ดีในการเล่นให้กับ เบนฟิกา หรือ เจนัว แต่มาตรฐานที่สม่ำเสมอคือปัญหาที่เขาแก้ไม่เคยได้ 

และยิ่งโลกฟุตบอลยุคใหม่ยิ่งทำให้คุณมีแค่พรสวรรค์อย่างเดียวไม่ได้ ... มันยิ่งทำให้เรื่องราวของ อเดล ทารับต์ ถูกตัดจบอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงเรื่องเล่าที่แฟนบอลยังจดดจำความยอดเยี่ยมในช่วงสั้น ๆ ของเขากับ QPR ได้เท่านั้น 

ชีวิตใคร ชีวิตมัน ทุกคนมีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง อเดล ทารับต์ อาจจะไม่ใช่นักเตะแบบที่ทำงานร่วมกับคนอื่น ๆ ได้ดีนัก แต่อย่างน้อยสีสันที่เขาได้สร้างไว้ก็ยังทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า หากเขาลองเปลี่ยนตัวเองไปในอีกแบบ ไม่แน่ว่าทุกวันนี้เขาอาจจะโลดแล่นบนลีกชั้นนำของยุโรปอยู่ แทนที่จะเป็นการเล่นในลีก ยูเออี แบบทุกวันนี้ก็เป็นได้ 

 

แหล่งอ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Adel_Taarabt
https://www.reddit.com/r/soccer/comments/1ckuh1y/adel_taarabt_i_dont_want_to_sound_arrogant_but_in/
https://somegreengrassandaball.wordpress.com/2021/07/23/the-rise-and-fall-of-adel-taarabt/
https://www.goal.com/en/lists/streets-wont-forget-adel-taarabt-greatest-player-championship-history/blte48c8733f18da1a8
https://www.transfermarkt.com/adel-taarabt/leistungsdatendetails/spieler/45287/saison/ges/verein/5

Author

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง

Graphic

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ