
“No Excuses” หรือ “ไม่มีข้อแก้ตัว” เป็นคำที่ ไซออน คลาร์ก สักไว้บนแผ่นหลัง เขาคือคนผู้ไม่ยอมให้สิ่งใดมาขัดขวางความสำเร็จ แม้แต่ขาที่หายไป
นักมวยปล้ำรายนี้ต้องเผชิญกับภาวะกระดูกสันหลังส่วนปลายไม่มีพัฒนาการ แต่ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งและไม่ยอมแพ้ เขาจึงใฝ่ฝันอยากเป็นแชมป์มวยปล้ำระดับประเทศ ซึ่งความฝันนั้นใกล้ถึงความจริงมากขึ้นทุกที เขาสามารถเอาชนะคู่แข่งคนแล้วคนเล่าจนทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่ในเกมสุดท้ายเขาต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุด
นี่คือเรื่องราวของชายหนุ่มผู้ใช้สองมือไขว่คว้าความสำเร็จบนการต่อสู้ที่ไม่ง่ายเลยของ ไซออน คลาร์ก ติดตามไปพร้อมกันได้ที่ Main Stand
ไม่เชื่อในคำแก้ตัว
ไซออน คลาร์ก (Zion Clark) เกิดมาพร้อมกับภาวะ “caudal regression syndrome” ซึ่งทำให้เขาไม่มีอวัยวะส่วนล่าง พ่อและแม่จึงไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาไหวจึงส่งมอบไซออนไปไว้ในการอุปการะของบ้านอุปถัมภ์

ในช่วงวัยเด็ก ไซออนต้องย้ายบ้านอุปถัมภ์ถึง 9 ครั้ง เนื่องจากนิสัยส่วนตัวที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะความแตกต่างทางร่างกายทำให้เขารู้สึกแปลกแยก สิ่งนี้ส่งผลต่อชีวิตของเขาโดยตรง เขากลายเป็นคนที่ไม่มีเพื่อน และขาดคนเข้าใจอย่างแท้จริง
นอกจากนั้นไซออนยังถูกกลั่นแกล้งสารพัดทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เขาเคยถูกเพื่อนชกตอยจนสลบคาที่ และเคยโดนเหยียดหยามเกี่ยวกับร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับความอดอยากอีกด้วย
ไซออนในวัย 7 ขวบเริ่มเรียนรู้ที่จะปกป้องตัวเอง เขาหัดเล่นมวยปล้ำตอนเรียนประถมในนอร์ทแคนตัน (North Canton) จากคำแนะนำของครูประจำชั้น เขายอมรับว่าไม่เคยรู้จักมวยปล้ำมาก่อน แต่ก็ตัดสินใจลองฝึกดู

หลังจากฝึกเล่นได้สักระยะหนึ่ง เขาพบว่ามวยปล้ำคือกีฬาที่ต้องใช้แขนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้เขารู้สึกสนุกเป็นอย่างมาก เพราะเขาใช้แขนเดินมาตลอดทำให้แขนของเขาแข็งแรงกว่าเด็กในรุ่นเดียวกัน แม้ว่าในช่วงแรกของการฝึกจะไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้เลย แต่เขาก็ได้เรียนรู้ทักษะการป้องกันตัวที่เหมาะสมกับตัวเอง
“ผมเกิดมาพร้อมกับความท้าทาย ชีวิตพยายามทำลายผม มันพยายามทำให้ผมล้ม แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ ความยากลำบากทั้งหมดที่ต้องพบเจอจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเราชนะมันได้ ดังนั้นจึงไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับคนที่ไร้ความพยายาม” ไซออน คลาร์ก กล่าว
บนสังเวียนมวยปล้ำ
เมื่อเข้าสู่โรงเรียนมัธยมปลาย แมสซิลลอน วอชิงตัน (Massillon Washington High School) ไซออนมีโอกาสได้รู้จักกับ กิล โดนาฮิว (Gil Donahue) ครูฝึกมวยปล้ำประจำโรงเรียน ผู้นำพาไซออนไปสู่การแข่งขันมวยปล้ำระดับโรงเรียนที่น่าจดจำที่สุดในชีวิต
ในฐานะน้องใหม่ กิลปฏิบัติกับไซออนราวกับคนทั่วไป ไม่ได้แสดงความรู้สึกสงสารหรือเห็นใจมากเป็นพิเศษ แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากเป็นนักมวยปล้ำระดับประเทศ ไซออนจึงต้องฝึกอย่างหนักเกือบทุกวันต่อสัปดาห์
“กิลฝึกผมอย่างหนัก บางวันก็ฝึกจนหมดแรง เขาเป็นมากกว่าโค้ชของผม เขาอยู่เคียงข้างผมเสมอ คอยให้กำลังใจในวันที่ผมมีปัญหาทางด้านจิตใจ คำพูดปลอบใจของเขามีผลกับความรู้สึกของผมจริง ๆ” ไซออน กล่าวถึงโค้ชของเขา
ดังนั้นไม่ว่าที่บ้านหรือที่โรงยิม ไซออนต้องออกกำลังกายแบบเฉพาะทางเพื่อเพิ่มพูนความสามารถในการต่อสู้ เขาฝึกใช้แขนจนคล่องตัวและคอยควบคุมจังหวะการเคลื่อนที่ของตัวเองให้เคยชินกับการต่อสู้ จนร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแรง
หลังจากฝึกได้ระยะหนึ่ง ไซออนเริ่มต่อสู้กับเพื่อนที่ฝึกซ้อมด้วยกัน แม้จะแพ้เป็นส่วนใหญ่แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้และยังคงนำความผิดพลาดมาปรับปรุงพัฒนาจนมีฝีมือเก่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด คราวนี้เขาเริ่มชนะมากขึ้นแต่ก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง
จนกระทั่งสังเวียนแห่งการต่อสู้จริงมาถึง มันคือการแข่งขันมวยปล้ำระดับ ม.ปลาย ที่ไซออนตั้งตารอคอยมาตลอด
เขาขึ้นสังเวียนพร้อมกับสายตาแห่งความมุ่งมั่น ไซออนเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เขาไม่ชอบให้ใครมาชื่นชม สงสาร หรือมองว่าเขาเป็นคนพิเศษ เขาเกลียดรถเข็นวีลแชร์พอ ๆ กับเกลียดความพ่ายแพ้ ดังนั้นเขาจึงจะคว้าแชมป์เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่า เขาคือคนปกติที่ไม่ต้องการให้ใครมาสงสารหรือเห็นใจ
ไซออนคว่ำคู่ต่อสู้คนแล้วคนเล่า เขาแสดงทักษะการต่อสู้ที่โดดเด่นจนผู้คนตกตะลึง คู่ต่อสู้ของเขาพบว่ามันไม่ง่ายที่จะล้มเขา อีกทั้งไซออนยังมีกำลังแขนที่แข็งแรงมาก จังหวะการเคลื่อนที่ของเขาก็ยอดเยี่ยม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย
ในที่สุดเกมชี้ชะตาก็มาถึง เมื่อไซออนทะลุมาถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ คราวนี้คู่ต่อสู้ของเขาคือ แจ็ค กอร์แมน (Jack Gorman) เจ้าของสถิติชนะ 40 แพ้เพียง 2 ครั้ง นับว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุดของทัวร์นาเมนต์เลยก็ว่าได้ แต่ถ้าเขาต้องการเป็นตัวแทนของเมืองไปสู่ระดับประเทศ เขาก็ต้องล้มกอร์แมนให้ได้เสียก่อน
ทั้งคู่จึงเผชิญหน้ากันโดยปราศจากความกลัว พวกเขาชิงจังหวะเข้าทำ ผลัดกันรุกและรับอย่างสูสีอยู่เป็นเวลานาน เมื่อเวลาผ่านไปได้สักระยะหนึ่ง กอร์แมนที่มีพละกำลังเหนือกว่าก็กดไซออนลงกับพื้น เขาแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นก็สร้างความประทับใจให้คนดูทุกคนจนลุกขึ้นปรบมือเสียงดังสนั่นไปทั่วสนาม
กิล โดนาฮิว โค้ชของไซออนรีบโผเข้ากอดไซออนด้วยความภูมิใจ แต่เด็กหนุ่มกำลังผิดหวังจนไม่รู้ว่ามีคนปรบมือให้เขาอยู่ กิลจึงพูดกับไซซออนว่า
“นายทำดีแล้ว และนายไม่ได้ล้มเหลวแต่อย่างใด”
ชีวิตทดสอบเราเสมอ
ภายหลังสิ้นสุดทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์ระดับ ม.ปลาย ไซออนได้พบกับ คิมเบอร์ลี คลาร์ก ฮอว์กินส์ (Kimberlli Clark Hawkins) ผู้อุปถัมภ์คนใหม่ที่รู้สึกประทับใจหลังจากได้ชมการต่อสู้ของไซออนผู้ไม่ยอมแพ้
ฮอว์กินส์สนับสนุนให้ไซออนเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐเคนต์ (Kent State University) เพื่อให้เขาได้เล่นมวยปล้ำไปด้วย
ไซออนผ่านสังเวียนมวยปล้ำมามากพอสมควร เขาชนะได้ถึง 35 ครั้ง และแพ้ 15 ครั้ง แม้ในช่วงแรกของการต่อสู้เขาจะทำเพื่อปกป้องตัวเองเป็นส่วนใหญ่ แต่ภายหลังเขาเรียนรู้ที่จะสู้เพื่อเป้าหมายและความสำเร็จมากยิ่งขึ้น
ต่อมาไซออนได้กลายเป็นคนดังผู้สร้างแรงบันดาลใจไปทั่วโลก เขามีผู้ติดตามบนติ๊กต๊อก (TikTok) มากกว่า 22 ล้านคน และยังเป็นเจ้าของสถิติกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด มนุษย์ผู้เดินด้วยแขนเปล่าระยะทาง 20 เมตรได้เร็วที่สุดที่ 4.78 วินาที
เรื่องราวชีวิตจริงของไซออนถูกนำไปสร้างเป็นสารคดีชื่อ “Zion” ในปี 2018 ซึ่งค่อนข้างประสบความสำเร็จหลังจากได้รับเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ และยังสามารถคว้า 2 รางวัลจากงาน Sports Emmy Awards ประจำปีครั้งที่ 40
ปัจจุบัน ไซออน คลาร์ก ในวัย 24 ปี ยังคงเดินหน้าทำตามความฝันต่อไป เขาวางแผนฝึกซ้อมอย่างหนักเช่นเดิม เพื่อเตรียมตัวเป็นตัวแทนของสหรัฐอเมริกาในการแข่งขันพาราลิมปิกเกม ปี 2024 ที่ปารีส ควบคู่ไปกับการทำงานเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้เห็นคุณค่าของตัวเอง
ไซออนได้เรียนรู้หลายสิ่งจากความลำบากในวัยเด็ก เขาเรียนรู้ที่จะปรับตัวและไม่เคยร้องขอความสงสารจากใคร เหมือนที่เขาเคยกล่าวไว้ว่า

“เพื่อแสดงให้คนได้เห็นว่าผมเป็นใคร ความอดทนคือเครื่องเตือนใจว่าเราจะผ่านช่วงเวลาเลวร้ายไปได้เสมอ ชีวิตยังมีวันที่ดีรออยู่ข้างหน้า ผมจึงโพสต์เนื้อหาให้ผู้คนเห็นว่าอุปสรรคสำคัญที่สุดคือความคิดของเราเอง ดังนั้นผมจึงแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา”
“ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ผมค้นพบว่าชีวิตมักทดสอบเราอยู่เสมอ หากคุณเชื่อมั่นในตัวเองมากพอก็ไม่มีสิ่งใดจะมาขัดขวางคุณได้อีก”
แหล่งอ้างอิง
https://www.forbes.com/sites/keelycatwells/2022/02/04/zion-clark-the-24-year-old-guinness-world-record-holder-impacts-millions/?sh=47139a3e75b2
https://www.insider.com/zion-clark-wrestler-born-without-legs-trains-upper-body-arms-2021-11
https://www.pbmonthly.net/news/story/2021-07-07/zion-clark-a-wrestler-and-track-star-is-going-for-the-gold
https://www.daily-jeff.com/story/sports/2017/12/20/no-excuses-kent-state-tuscarawas/16707737007/
https://face2faceafrica.com/article/the-inspirational-journey-of-21-year-old-wrestler-zion-clark-who-was-born-without-legs