Feature

แตกต่างในความเหมือน : ไขข้อสงสัย แมนฯ ซิตี้ ยูเวนตุส เชลซี กับเรื่องกฎทางการเงิน | Main Stand

ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2023 เกิดข่าวใหญ่ขึ้นกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อพวกเขาถูก พรีเมียร์ลีก ตั้งข้อหาเรื่องการผิดกฎทางการเงิน มีความไม่โปร่งใสในเรื่องของการเงินทั้งรายจ่ายและรายรับ ทำให้แฟนบอลทั่วโลกต่างตื่นตระหนกว่า แมนฯ ซิตี้ โดนข้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง

 

แล้วกรณีของ แมนฯ ซิตี้ จะแตกต่างกับกรณีของ ยูเวนตุส ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หรือไม่ อีกทั้งยังมีการตั้งข้อสงสัยจากกลุ่มแฟนบอลทีมอื่น ๆ ด้วยว่าแล้วทีมอย่าง เชลซี ที่ทุ่มเงินมหาศาลในปีนี้จะมีโอกาสโดนตั้งข้อหาที่คล้ายกันหรือไม่ ? 

Main Stand จะวิเคราะห์ให้เห็นภาพกันเลยว่าแต่ละกรณีเป็นอย่างไรบ้าง

 

ข้อหาของ แมนฯ ซิตี้

เริ่มต้นจากกรณีล่าสุดของ แมนฯ ซิตี้ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2023 มาร์ติน ซีกเลอร์ หัวหน้านักข่าวสายกีฬาของ The Times ออกมาเปิดเผยว่า พรีเมียร์ลีกได้มีการตั้งข้อกล่าวหากับทาง แมนฯ ซิตี้ เรื่องการผิดกฎทางการเงินมากกว่า 100 ข้อหา โดยภายหลังสื่ออย่าง Sky Sports ได้มีการจำแนกข้อกล่าวหาทั้งหมด ดังนี้

  • ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวกับข้อมูลการเงินที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง 50 ข้อ
  • การให้ค่าตอบแทนกับผู้จัดการทีมและนักเตะที่ไม่โปร่งใส 8 ข้อ
  • การทำกำไรและการสร้างความยั่งยืนภายในสโมสร 25 ข้อ
  •  การไม่ให้ความร่วมมือในการให้หลักฐานกับพรีเมียร์ลีก 30 ข้อ
    รวมทั้งสิ้น 113 ข้อหา

โดยความผิดที่ แมนฯ ซิตี้ ถูกตั้งข้อหามาจากรูปแบบการทำผิดที่หลากหลายวิธีการ เช่น การได้รับเงินสนับสนุนที่มากผิดปกติ เกิดจากการนำเงินส่วนตัวจากเจ้าของสโมสรไปให้กับบริษัทต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของพวกเขา จากนั้นบริษัทที่ได้รับเงินจากเจ้าของทีมแมนฯ ซิตี้ ก็นำเงินก้อนนั้นรวมกับเงินของบริษัทกลับมาสนับสนุนสโมสรอีกครั้ง กลายเป็นวัฏจักรทางการเงินที่พวกเขาทำกันมานานนับสิบปี หรือที่ในสื่อของไทยจะเรียกวิธีการนี้ว่า “หยิบเงินกระเป๋าซ้าย ย้ายมากระเป๋าขวา” 

นอกจากนี้ แมนฯ ซิตี้ ยังมีคดีเรื่องสัญญาเงาที่เกิดขึ้นลับหลังอีกมากมาย เช่น การแอบยัดเงินค่าจ้างเพิ่มอีกปีละ 1.7 ล้านปอนด์ให้กับ โรแบร์โต้ มันชินี่ ที่ตอนนั้นทำงานเป็นเฮดโค้ชให้กับสโมสร ซึ่งในความเป็นจริงตัวเลขในสัญญาจ้างระบุไว้แค่ปีละ 1.5 ล้านปอนด์เท่านั้นในช่วงระหว่างปี 2009-2013 หรือในกรณีของ ยาย่า ตูเร่ อดีตกองกลางชาวไอวอรี่โคสต์ ที่สโมสรมีการยัดเงินก้อนเพิ่มให้เอเยนต์ของนักเตะอีกประมาณ 4 ล้านปอนด์ ในช่วงระหว่างปี 2010-2016 เป็นการที่สโมสรจ่ายเงินเพิ่มนอกเหนือจากในสัญญา ส่วนในบัญชีก็กรอกตัวเลขตรงตามในสัญญาปกติ

ส่วนเรื่องของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าตัวของนักเตะ ค่าเหนื่อยนักเตะ หรือแม้แต่ค่าเอเยนต์ สโมสรจะพยายามหลบหลีกด้วยการตกแต่งบัญชีให้มีตัวเลขที่น้อยลงเพื่อเป็นการลดรายจ่ายและเพิ่มตัวเลขของกำไรไปในตัว อีกทั้งเรื่องรายได้ของสโมสรพวกเขาก็ตกแต่งเขียนตัวเลขและนำเงินเข้ามาจากหลายภาคส่วน 

และถ้าอ้างอิงจากตัวเลขรายได้ของสโมสรในปี 2022 ก็จะเห็นได้ชัดว่า แมนฯ ซิตี้ พุ่งขึ้นไปอยู่อันดับที่ 1 ของทีมที่ทำเงินได้มากสุด ทั้งที่สโมสรมีจำนวนแฟนบอลมากที่สุดในโลกเป็นอันดับ 9 หรือแม้แต่ในแมตช์การแข่งขันในพรีเมียร์ลีกก็มีน้อยครั้งมากที่แฟนบอลของแมนฯ ซิตี้ จะเข้ามาชมเกมแบบเต็มความจุของสนาม

10 อันดับสโมสรฟุตบอลที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกประจำปี 2022

Manchester City, €731 million
Real Madrid, €713.8 million
Liverpool, €701.7 million
Manchester United, €688.6 million
Paris Saint-Germain, €654.2 million
Bayern Munich, €653.6 million
FC Barcelona, €638.2 million
Chelsea, €568.3 million
Tottenham, €523 million
Arsenal, €433.5 million

ซึ่งข้อกล่าวหาชุดนี้มีความเชื่อมโยงกันกับคดีตกแต่งบัญชีของแมนฯ ซิตี้ ที่เคยขึ้นศาลเมื่อช่วงปี 2019 แม้คดีนั้นศาลกีฬาโลกจะทำการยกฟ้องไปแล้วก็ตาม เนื่องจากหลักฐานที่ได้มาจากแฮคเกอร์ชื่อว่า รุย ปินโต้ ยังไม่มีน้ำหนักมากพอ แต่ฝั่งของพรีเมียร์ลีกก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามใช้เวลาค้นหาหลักฐานนานถึง 4 ปี

โดยในระหว่างที่กำลังสืบค้นหาหลักฐาน พรีเมียร์ลีกได้ร้องขอข้อมูลจาก แมนฯ ซิตี้ แต่สโมสรก็ไม่เคยให้ความร่วมมือ ซึ่งสุดท้ายพรีเมียร์ลีกก็สามารถหาหลักฐานมาจนตั้งข้อหาเอาผิดกับ แมนฯ ซิตี้ ได้

ทั้งนี้พรีเมียร์ลีกจะทำการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า แมนฯ ซิตี้ มีความผิดจริงหรือไม่ ? แล้วถ้าผิดจริงจะโดนลงโทษอย่างไรบ้าง ? ซึ่งก็ยังไม่มีกำหนดการตัดสินออกมาอย่างชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร

 

ยูเวนตุส-แมนฯ ซิตี้ ผิดกฎการเงินคล้ายกันหรือไม่ ?

ส่วนกรณีของ ยูเวนตุส เมื่อนำไปเทียบกับกรณีของ แมนฯ ซิตี้ จะเห็นได้ชัดว่าพวกเขาผิดกฎคล้ายกัน แต่เหตุผลในการกระทำความผิดของทั้งสองสโมสรไม่ได้เหมือนกันแบบ 100%

โดยปัญหาที่ ยูเวนตุส ถูกดำเนินคดีคือเรื่องของการตกแต่งบัญชี แต่สาเหตุที่พวกเขาต้องทำแบบนั้นเป็นเพราะว่าในช่วงระหว่างปี 2018-2020 ยูเวนตุสต้องการหาเงินทุนจากกลุ่มนายทุนของบริษัทต่าง ๆ เพื่อนำเงินมาหมุนให้ทีมมีสภาพคล่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2020 ซึ่งสโมสรได้รับผลกระทบจากวิกฤตการระบาดของโควิด-19 

พวกเขาเลยจำเป็นต้องหาวิธีในการตกแต่งบัญชีให้มีค่าใช้จ่ายที่ลดลง เช่น การอ้างว่าจะงดจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะเป็นเวลา 3 เดือน แต่สโมสรกลับงดจ่ายค่าจ้างแค่เดือนเดียวเท่านั้น หรือในกรณีเรื่องค่าตัวนักเตะพวกเขาก็จะเขียนเงินในบัญชีให้น้อยกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้ทีมมีผลประกอบการที่ดีขึ้นและทำให้ตัวเลขหุ้นของสโมสรที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ Euronext จะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ถูก สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า (UEFA) จัดการตั้งข้อหาเรื่องการผิดกฎทางการเงิน ส่วนองค์กรที่ดำเนินการลงโทษพวกเขาคือ สหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี หรือ FIGC โดยลงโทษเป็นการตัดแต้มทั้งหมด 15 แต้มในฤดูกาลปัจจุบัน รวมถึงลงโทษแบนบรรดาบุคลากรทั้งในอดีตและปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับสโมสรด้วย   

 

เชลซี เสี่ยงหรือไม่ ?

ขณะที่ฝั่งของสโมสรเชลซีก็มีกลุ่มแฟนบอลตั้งข้อสงสัยเหมือนกันว่าทัพสิงห์บลูส์จะมีโอกาสโดนคล้ายกับ แมนฯ ซิตี้ หรือไม่ ? 

โดยโอกาสที่เชลซีจะโดนตั้งข้อหาเหมือนกับ แมนฯ ซิตี้ ยังถือว่าค่อนข้างยาก เนื่องจากที่ผ่านมาสถานะการเงินในยุคของ โรมัน อบราโมวิช มีผลประกอบการที่ดีเป็นส่วนใหญ่ แม้พวกเขาจะซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมทีมในราคาที่สูงมาก แต่ตอนนั้นเชลซีก็มีการขายนักเตะออกไปในราคาที่สูงเช่นกัน อีกทั้งหนี้ที่สโมสรติดค้างอบราโมวิชประมาณ 1,500 ล้านปอนด์ก็ได้รับการยกหนี้ไปแล้วในตอนที่สโมสรกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของทีมมาเป็นกลุ่มของ ท็อดด์ โบห์ลี กับ Clear Lake Capital 

ส่วนเรื่องการที่สโมสรใช้เงินเสริมทัพอย่างมหาศาลเกือบ 600 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2022-23 เชลซีก็ได้วางแผนกลยุทธ์พิเศษเอาไว้แล้ว นั่นคือการใช้ช่องโหว่กฎหมายทางการเงินของยูฟ่าในการแบ่งจ่ายค่าตัวนักเตะด้วยการมอบสัญญาระยะยาวให้กับผู้เล่น เพื่อเป็นการเฉลี่ยค่าใช้จ่ายให้มีจำนวนตัวเลขรายปีที่ลดลง เช่น เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ที่เชลซีซื้อมาในราคา 106.8 ล้านปอนด์ สโมสรก็เซ็นสัญญากับนักเตะยาว 8 ปีครึ่ง เฉลี่ยแล้วเชลซีจะต้องระบุค่าตัวของเอ็นโซลงในบัญชีสโมสรปีละ 12.6 ล้านปอนด์ ตลอดสัญญา 8 ปี  

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของเชลซี ถ้าพวกเขาจะถูกตั้งข้อหาผิดกฎการเงินในอนาคตก็น่าจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางพรีเมียร์ลีก แต่อาจจะเกี่ยวข้องกับทางยูฟ่ามากกว่าในเรื่องของกฎ Financial Fair Play ซึ่งยูฟ่ายังไม่ได้มีการตรวจสอบบัญชีการเงินของเชลซีในเวลานี้

ดังนั้นข้อมูลที่วิเคราะห์มาข้างต้นก็สรุปได้ว่า แมนฯ ซิตี้ กับ ยูเวนตุส มีการถูกตั้งข้อหาที่ค่อนข้างคล้ายกัน แต่รายละเอียดที่เป็นเบื้องหลังของความผิดของทั้งสองสโมสรไม่ได้เหมือนกัน ส่วนฝั่งของเชลซียังห่างไกลจากการทำผิดกฎของพรีเมียร์ลีก แต่ก็เริ่มเข้าสู่สภาวะสุ่มเสี่ยงในการผิดกฎของยูฟ่า ถ้าหากว่าพวกเขาไม่ยอมจัดการให้ตัวเลขในบัญชีกลับมาสมดุลโดยเร็วที่สุด

ผู้เขียน : พงศทร อริยภูชัย

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.premierleague.com/news/3045970
https://www.thetimes.co.uk/article/manchester-city-the-charges-explained-and-why-it-has-taken-so-long-2mzg6wrvm
https://www.skysports.com/football/news/11679/12805239/man-city-premier-league-clubs-want-champions-kicked-out-if-guilty-of-alleged-financial-breaches
https://www.cbssports.com/soccer/news/premier-league-dominates-deloitte-football-money-leagues-rich-list-serie-a-in-danger-of-being-left-behind/
https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-11659547/Juventus-deducted-15-POINTS-Italian-court-investigation-clubs-transfer-dealings.html

Author

Main Stand

Stand ForAll สื่อกีฬาที่เข้าถึงทุกคน

Photo

วัชพงษ์ ดวงแปง

Main Stand's Backroom staff

Graphic

ปริญญา คงปันนา

กราฟฟิคหน้าโหด ทำงานด้วย Passion ว่างๆ ชอบไปคาเฟ่ หลงไหลในศิลปะ, การเดินทางและกีฬา