
หากพลิกหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลลีกของไทย คุณจะพบว่ามีถึง 3 ครั้งที่ผู้ชนะการแข่งขันสามารถจบฤดูกาลด้วยสถิติ “ไร้พ่าย” ไม่แพ้ใครเลยแม้แต่นัดเดียว
อย่างไรก็ตามเราจะย้อนกลับไปดูหน้าตาและเรื่องราวของ “แชมป์ไร้พ่าย” ทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย ว่า ณ เวลานั้นเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรกับพวกเขาบ้าง
จากทีมที่เคยเสียท่าให้คู่แค้นด้วยเเต้มตามหลังกว่า 30 แต้มในปี 2011 … ปี 2012 กิเลนผยอง พลิกกลับมาสร้างประวัติศาสตร์ได้เช่นไร
ติดตามได้ที่ Main Stand
ความพ่ายแพ้ที่นำไปสู่การออกสตาร์ทครั้งใหม่
หลังจากที่ เมืองทอง ยูไนเต็ด ก่อตั้งและเริ่มเดินหน้าสร้างความยิ่งใหญ่ ไม่มีปีใดที่พวกเขาร้างราความสำเร็จ แต่ละฤดูกาลทีม ๆ นี้มักจะมีข่าวเชื่อมโยงกับนักเตะต่างชาติที่มีชื่อเสียง, นักเตะไทยดัง ๆ ดีกรีทีมชาติ หรือแม้กระทั่งเฮดโค้ชที่ชื่อคุ้นหู

นอกจากนี้ยังเป็นทีมที่มีโครงสร้างการทำทีมใกล้เคียงกับสโมสรอาชีพในระดับยุโรป มีทีมอคาเดมี มีโค้ชฟิตเนส มีระบบผลักดันนักเตะดาวรุ่ง และแน่นอนเป็นทีมแรก ๆ ที่ทำเงินจากการมีสปอนเซอร์รายใหญ่ ... ทั้งหมดนี้คือเหตุผลว่าทำไม เมืองทอง จึงกวาดเเชมป์เป็นว่าเล่น
ทว่าวันหนึ่งเมื่อคู่แข่งที่แท้จริงของพวกเขาเปิดตัวหลายสิ่งอย่างก็เปลี่ยนไป บุรีรัมย์ พีอีเอ หรือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ณ ปัจจุบัน นำโดยแม่ทัพอย่าง เนวิน ชิดชอบ ได้สร้างทีมด้วยเป้าหมายการขึ้นมาเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลไทย เมืองทอง ก็ต้องเสียเเชมป์ลีกไปในปี 2011 หลังจากที่เคยเข้าป้ายความเเชมป์แบบสบาย ๆ มา 2 ฤดูกาลติดต่อกันในปี 2009 และ 2010

นั่นคือการสั่นสะเทือนเก้าอี้แชมป์ของ เมืองทอง อย่างแท้จริง บุรีรัมย์ ที่นำโดยนักเตะต่างชาติอย่าง แอนเดอร์สัน ดอส ซานโตส ,เอ็ควาล่า เฮอร์มาน และ 2 แอฟริกันอันตรายอย่าง แฟรงค์ อาเชียมปง และ ฟร้องค์ โอฮานด์ซา กลายเป็นทีมที่มีรูปแบบการเล่นที่ เนวิน ชิดชอบ เรียกว่า "โมเดิร์นฟุตบอล" ที่ไล่บี้คู่แข่งและเล่นด้วยระบบทีม ทำให้ บุรีรัมย์ คว้าเเชมป์ไทยลีกสมัยแรกด้วยการทำแต้มทิ้งห่าง เมืองทอง ถึง 30 คะแนน ... นี่คือระยะห่างที่เยอะที่สุดเท่าที่ไทยลีกเคยมี
นอกจากนี้ฝีปากของนายใหญ่ทัพปราสาทสายฟ้าก็ชัดเจนเสมอ ทุกครั้งที่ เนวิน พูดนั้นแสดงให้เห็นถึงความโอหัง ท้าทาย และแน่นอนว่ามันเหมือนเป็นการฝากบอก เมืองทอง ไปตรง ๆ ว่า "ต่อจากนี้เป็นช่วงเวลาของบุรีรัมย์"
เมื่อถูกเขย่าบัลลังก์ การเปลี่ยนแปลงของ เมืองทอง ก็เริ่มขึ้น บอร์ดบริหารตัดสินใจวางแผนทวงเเชมป์และศักดิ์ศรีเบอร์ 1 ของไทยลีกกลับมาให้ได้
เดิมที เมืองทอง เป็นทีมที่ยึดมั่นในการใช้นักเตะที่มีชื่อเสียงในระดับที่สามารถเรียกระแสให้แฟนบอลและสื่อพูดถึงได้เสมอดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

โดยเฉพาะในปี 2011 พวกเขาได้ตัว “นักเตะที่ดังที่สุดเท่าที่เคยมีในไทยลีก” อย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตดาวยิงลิเวอร์พูลและทีมชาติอังกฤษ ซึ่งดีลดังกล่าวก็เป็นกระแสระดับที่สื่อทั้งโลกลงข่าวตามที่หวัง
อย่างไรก็ตามในแง่ของผลงานนั้นตรงข้ามสิ้นเชิง ฟาวเลอร์ ในวัย 30 ปลาย ๆ นั้นหมดพิษสง เขาไม่สามารถทำผลงานได้เหมือนกับสมัยเป็นขวัญใจแฟนบอลลิเวอร์พูลแล้ว
แม้ทางสโมสรจะพยายามแก้เกมให้เขาเป็นนักเตะควบกุนซือในท้ายซีซั่นนั้น แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลยในแง่ของผลลัพธ์
กิเลนผยอง จบฤดูกาลด้วยการโดน บุรีรัมย์ ทิ้งห่างอย่างขาดลอย … แถมศึกเอฟเอ คัพ ปีนั้นก็แพ้ให้บุรีรัมย์ในรอบชิงไปอีก ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องมีความเปลี่ยนแปลงในทันที

พวกเขาได้ติดต่อไปยัง สลาวิซา โยคาโนวิช กุนซือหนุ่มชาวเซอร์เบีย ที่เคยพาทีม ปาร์ติซาน เบลเกรด ทีมดังในบ้านเกิดคว้าเเชมป์มาเเล้วถึง 2 สมัย
โยคาโนวิช หรือ "ย็อคก้า" เคยเป็นอดีตนักเตะที่ลงเล่นให้ทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีกอย่าง เชลซี มาก่อน และการพา ปาร์ติซาน เป็นเเชมป์ได้ถือว่าเป็น "ของดี" ที่บอร์ดบริหารเมืองทองได้ตัวเขามาคุมทีม
แม้ว่ากันว่าโค้ชยุโรปมักจะมีปัญหาเมื่อพวกเขาได้มาคุมทีมในเอเชียหรืออาเซียน เนื่องจากเหตุผลของเรื่องวัฒนธรรม วิธีการ และภาษา แต่ของแบบนี้บางครั้งมันก็ต้องวัดกันที่กึ๋นของโค้ชแต่ละคน ถ้าพวกเขาเป็นนักบริหารจัดการทีมที่เก่งจริง พวกเขาจะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ และสามารถตอบคำถามทั้งหมดได้ด้วยผลลัพธ์ ... อันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในโลกฟุตบอล
จูนเครื่องให้แรงทะลุไมล์
การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเริ่มขึ้นจากการแต่งตั้ง ย็อคก้า ขึ้นมาเป็นเฮดโค้ชของทีมอย่างไม่ต้องสงสัย เขาอาจจะเป็นโค้ชหนุ่ม ที่สื่อสารภาษาไทยไม่ได้ และไม่ได้รู้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับฟุตบอลไทยและนักเตะไทยมากนัก (จากคำสัมภาษณ์ของเจ้าตัว) แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนและลงมือทำแบบ "มืออาชีพ" อย่างแท้จริง
สไตล์การคุมทีมของ ย็อคก้า เริ่มจากการรวมนักเตะในทีมให้เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ใช้หลักจิตวิทยา คุยกับนักเตะเป็นรายคน และมีการเว้นระยะห่างของการเป็น "โค้ช กับ ผู้เล่น" อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการซ้อมที่นักเตะทุกคนจะต้องจริงจัง รวมถึงต้องทำตามคำสั่งและแผนการซ้อมของเขาอย่างเคร่งครัด

"ผมชอบการทำงานและการวางตัวของ ย็อคก้า มากนะครับ เขาเป็นคนที่ดูนิ่ง ๆ แต่มีจิตวิทยาที่ดีมาก เมื่อเห็นปัญหาหรือมีอะไรกับนักเตะคนไหน เขาจะเรียกนักเตะเข้ามาพูดคุยกันแบบตัวต่อตัว" ธีรศิลป์ แดงดา กล่าวถึงกุนซือใหม่ของทีมในเวลานั้น
ในฤดูกาลนั้น เมืองทอง คว้าตัวนักเตะต่างชาติอย่าง อัตนัน บาราคัต, โคเน่ โมฮัมเหม็ด, รี ฮวาง ชอน และ มาริโอ ยูรอฟสกี้ มาเสริมทัพกับตัวเดิมที่แกร่งอยู่แล้วอย่าง ดานโญ่ เซียก้า ซึ่งแน่นอนว่าทุกชื่อที่กล่าวมามีผลงานที่ยอดเยี่ยมและสร้างความแตกต่างได้ในระดับตัวต่างชาติในไทยลีก และยิ่งมาผสมผสานกับนักเตะดีกรีทีมชาติไทยแทบยกชุดอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา, ภานุพงศ์ วงศ์ษา, ดัสกร ทองเหลา, ปิยพล บรรเทา, จักรพันธ์ พรใส, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และดาวรุ่งฝีเท้าดี ณ เวลานั้นอีกมากมายทั้งฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ อาทิตย์ ดาวสว่าง รายชื่อเหล่านี้ทำให้ ย็อคก้า เจอกับงานที่ง่ายขึ้น

"ผมโชคดีมากที่ได้ทำงานร่วมกับนักเตะที่ดีมากมาย นักเตะภายในทีมเป็นกลุ่มนักเตะที่เก่งกาจ และสำคัญที่สุดคือทุกคนมีความเป็นมืออาชีพ"
"ผมใช้เวลาไม่นานนักเพื่อปรับเข้าหาทีมและจากนั้นพวกเขาก็ให้ความเชื่อมั่นในตัวผม แล้วพวกเราก็เป็นหนึ่งเดียวกัน เราเริ่มมีความเชื่อมั่นไปทิศทางที่ตรงกัน ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และเมื่อเรายิ่งได้เล่นแต่ละเกมแต่ละเกมผ่านไป เราก็เกิดความเชื่อมั่นที่ยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม นั่นคือเราเชื่อว่าพวกเราจะเป็นแชมป์ และจะเหนือขึ้นไปอีกระดับด้วยการเป็นแชมป์แบบไร้พ่ายด้วย" ย็อคก้า เล่าย้อนความ ณ เวลานั้น
เมืองทอง ในยุคของ ย็อคก้า เป็นทีมที่เล่นด้วยสไตล์เกมรุกดุดันเร้าใจ และได้สร้างปรากฏการณ์ต่าง ๆ มากมายโดยเฉพาะการจับคู่ของคู่หู M&M (มุ้ย และ มาริโอ) ที่กลายเป็นเครื่องจักรจอมถล่มประตูและเป็นหัวใจสำคัญในเกมบุกของทัพกิเลนผยอง ที่ยิงรวมทั้งฤดูกาลได้ถึง 78 ประตูจาก 34 เกม

"ต้องขอบคุณโค้ชสลาวิซา โยคาโนวิช ที่เปลี่ยนแปลงตัวผมให้กลายเป็นกองหน้าอย่างเต็มตัว ที่ผ่านมาผมมักจะลงมาล้วงบอลบ่อยครั้งจนกลายเป็นว่าไม่มีใครไปรออยู่ในกรอบเขตโทษ ซึ่ง “ย็อคก้า” ได้พยายามเคี่ยวเข็ญให้ผมเข้าใจหน้าที่ของศูนย์หน้าที่แท้จริง เขาคอยตะโกนบอกอยู่ตลอดว่า “In the box” (หมายถึงให้วิ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษ) ระหว่างเกมการแข่งขัน และเมื่อดูจากสถิติผมก็ประสบความสำเร็จจริง ๆ" ธีรศิลป์ ที่คว้ารางวัลดาวซัลโวด้วยการซัดไปถึง 24 ประตูในฤดูกาลดังกล่าวว่าไว้เช่นนั้น
นอกจากในเรื่องของการสร้างความมั่นใจแล้ว ย็อคก้า ยังเป็นคนที่นำสมดุลและความเป็นระเบียบกลับมาสู่ทีมอย่างแท้จริง เขาทำให้ทุกคนอยู่บนบรรทัดฐานเดียวกัน นั่นคือการเห็นประโยชน์ของทีมมาเป็นอันดับแรก ยกตัวอย่างการโดนใบแดงจากการถอดกางเกงดีใจของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ จนเจ้าตัวต้องติดโทษแบนในเกมช่วงเวลาสำคัญ ซึ่ง ย็อคก้า ก็ได้ยืนกรานให้สโมสรลงโทษแบนและปรับเงิน มาริโอ เพื่อให้เป็นแบบอย่างกับนักเตะคนอื่น ๆ ในทีม
เมืองทอง 2012 คือการผสมผสานของระบบทีม ผู้บริหาร เฮดโค้ช และนักเตะอย่างแท้จริง กองบรรณาธิการของเว็บไซต์ Goal.com เวอร์ชั่นไทย เคยเขียนบรรยายถึงรูปแบบวิธีการและสิ่งที่เกิดขึ้นกับเมืองทองในเวลานั้นว่าคือทีมที่เหมาะและคู่ควรกับการเป็นเบอร์ 1 ของไทยลีก ณ เวลานั้นอย่างแท้จริง

"เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คือผลผลิตชั้นดีของการก้าวกระโดดที่แข็งแรงของคนทำฟุตบอลอาชีพ พวกเขามีระบบการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม มีการประชาสัมพันธ์ในทุก ๆ รูปแบบ สามารถสร้างฐานแฟนคลับและการเข้าถึงของแฟนบอลทั่วประเทศได้อย่างดี ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าพวกเขาเป็นทีมที่มีแฟนเดนตายที่จงรักภักดีกับสโมสรมากที่สุดทีมหนึ่งของประเทศ"
"ด้วยระบบวิทยาศาสตร์การกีฬาชั้นแนวหน้าและขุมกำลังที่เพียบพร้อม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คือทีมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นดีกรีทีมชาติไทยที่มีเกมรุกดุดันเร้าใจ ... นี่เรายังไม่รวมถึง ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้าเบอร์หนึ่งของประเทศที่มีฝีเท้าจัดจ้าน ถล่มประตูมากมาย และกำลังเป็นที่หมายปองของทีมในยุโรปอีกด้วย" Goal TH บรรยาย
ความมั่นใจ สมาธิ และเข้าเส้นชัยอย่างสมบูรณ์แบบ
เพื่ออธิบายให้เห็นภาพอีกสักนิด เมืองทอง ยุคไร้พ่ายคือทีมที่ทำให้ฟุตบอลไทยในฤดูกาลนั้นคึกคักมากที่สุดในปีหนึ่ง สนามเหย้า เอสซีจี สเตเดียม ที่มีความจุราว 15,000 คน สามารถเรียกผู้ชมเฉลี่ยต่อนัดตลอดทั้งฤดูกาลได้มากกว่า 13,000 คนเป็นอย่างน้อย
สิ่งที่พาคนเหล่านี้มาคือฟุตบอลที่สนุก นักเตะไทยและต่างชาติต่างแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ ไม่มีเกมไหนเลยในฤดูกาลนั้นที่ เมืองทอง ไม่สามารถยิงประตูคู่แข่งได้ และมีหลายเกมที่ถล่มแหลกคู่แข่ง เช่นเกมที่พวกเขายิง บีบีซียู เอฟซี เละเทะถึง 8-1

เมืองทอง ในเวลานั้นเรียกได้ว่าแค่สตาร์ทเครื่องก็ติดได้ทันทีก็คงไม่ผิดนัก รูปแบบการเล่นของพวกเขาชัดเจนและเป็นทีมที่มีเสน่ห์มากที่สุดทีมหนึ่ง แม้กระทั่งบางเกมที่ดูท่าจะแย่เป็นฝ่ายโดนขึ้นนำก็มักจะพลิกกลับมาตีเสมอหรือไม่ก็กลับมาชนะและคว้า 3 แต้มไปเลย ยิ่งเกมผ่านไปพวกเขาก็เป็นทีมที่เล่นด้วยความมั่นใจเก็บ 3 แต้มได้อย่างต่อเนื่อง และเพียงเกมที่ 24 ของฤดูกาล ย็อคก้า ก็ออกมายอมรับว่า "แชมป์ไร่พ่ายที่พวกเขาเคยหวังไว้ ในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกเเล้ว"
ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งถือเป็นช่วงกลางฤดูกาล ราว ๆ โปรเเกรมนัดที่ 16 - 24 ของไทยลีก เมืองทอง กลายเป็นทีมที่ยิ่งเล่นยิ่งลงตัว โดยในเกมที่เรียกได้ว่าเเข็งที่สุดคือโปรแกรมช่วงนัดที่ 23 และ 24 ของฤดูกาลที่พวกเขาจะต้องเจอกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ชลบุรี เอฟซี ... หาก 2 นัดนี้พวกเขาแพ้ทั้งหมด โอกาสการลุ้นแชมป์จะถูกเหวี่ยงกลับไปให้คู่แข่ง ปลุกให้ทีมอย่าง ชลบุรี และ บุรีรัมย์ มีหวังทันที
แต่ก็อย่างที่ ย็อคก้า ได้กล่าวไว้ เมื่อทีมของเขากำลังอยู่ในช่วงมั่นใจจากการเดินหน้าเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการ คือสิ่งที่ทุกคนในทีมเข้าใจตรงกัน ทุกคนพร้อมทำงานอย่างขยันขันเเข็ง เพื่อให้ที่สุดเเล้วทีมได้กลับมาทวงแชมป์ไทยลีกได้อีกครั้ง ดังนั้นโปรแกรมทั้ง 2 เกมที่บอกว่ายากในข้างต้น เมืองทอง ก็สามารถเก็บผลเสมอได้ทั้งสองเกม ช่วยให้พวกเขากุมความได้เปรียบ และหลังจากนั้นก็เหลือแต่โปรเเกรมที่ไม่ยากเย็นอะไรนัก ให้ทัพกิเลนผยองเหยียบคันเร่งจนเข้าเส้นชัย โดยหลังเกมที่พวกเขาเสมอกับ ชลบุรี ทีมอันดับ 2 ของลีก ณ เวลานั้น ย็อคก้า ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

"สำหรับเรื่องแชมป์ในฤดูกาลนี้นั้น ถ้าผมจะพูดว่าเราเป็นแชมป์แน่นอนแล้วก็คงจะเร็วเกินไป เพราะยังเหลือโปรแกรมอีกหลายนัด ถ้าเราทำผลงานไม่ดีในช่วงท้าย ๆ ทุกอย่างก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ แต่สำหรับผมแล้วมองว่าลูกทีมทุกคนกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ดีและทุกคนก็กำลังมั่นใจ ผมเชื่อว่าเราจะรักษาผลงานอันยอดเยี่ยมอย่างนี้ไปได้จนจบฤดูกาล และเราจะคว้าแชมป์แบบไม่แพ้ใครเลยในฤดูกาลนี้" แม้จะเหลืออีก 10 เกมให้ลุ้น แต่ เมืองทอง ก็ไม่มองไปข้างหลังอีกเเล้วจากคำพูดของ ย็อคก้า
หาก เนวิน คือความผยองของ บุรีรัมย์ ณ นาทีนั้น ย็อคก้า ก็คือความผยองของทัพกิเลนผยองอย่างแท้จริง และอย่างที่ ธีรศิลป์ ว่าไว้การที่เขาเป็นโค้ชที่มีความเชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาในการเข้าหานักเตะ เมื่อเขาที่เป็นเหมือนแม่ทัพประกาศด้วยความมั่นใจก็ช่วยให้ทีมฮึกเหิมยิ่งกว่าเดิม 10 เกมที่เหลือ เมืองทอง ชนะไป 8 เกม (เสมอ 2) ยิงประตูไปทั้งหมด 24 ลูก เสียแค่ 9 ประตูเท่านั้น
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ เมืองทอง ทวงแชมป์ไทยลีกกลับมาครองได้สำเร็จด้วยการทำแต้มทิ้งห่าง บุรีรัมย์ คู่ปรับเบอร์ 1 ได้ถึง 20 แต้ม และสร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์ไร้พ่ายสโมสรแรกในฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศไทย เหนือสิ่งอื่นใดคือ เมืองทอง ในยุคนั้นได้ยกมาตรฐานของการเป็น "ทีมที่จะเป็นแชมป์ไทยลีก" ขึ้นไปอีกระดับโดยสมบูรณ์แบบ


"ผมจดจำช่วงเวลาที่เมืองทองได้เป็นอย่างดี ผมมีความสุขที่สุดกับช่วงเวลาที่เกิดขึ้น นี่คือความทรงจำที่ยอดเยี่ยมของของผมในประเทศไทยอย่างแท้จริง" โยคาโนวิช ที่ภายหลังกลายเป็นโค้ชของทีมฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีกอย่าง ฟูแล่ม กล่าวเช่นนั้น
เพราะเเชมป์ไร้พ่ายไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยความบังเอิญ ทัพกิเลนผยอง แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาดีพอ พวกเขาแข็งแกร่งทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ หากเปรียบกับรถยนต์คันหนึ่งคงต้องเปรียบเทียบกับรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ ที่เเข็งแกร่ง ทนทาน มุ่งหน้าสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่ไม่แตกต่างกัน
ไม่ว่าจะเป็นการออกสตาร์ท การเร่งเครื่อง และพุ่งทะยานเข้าเส้นชัยแบบม้วนเดียวจบ ไฮลักซ์ รีโว่ ถือเป็นนิยามของความแกร่งที่สะท้อนภาพลักษณ์ตามแนวคิด “ยุคใหม่แห่งกระบะ ทุกตารางนิ้วต้องไฮลักซ์” จนเป็นที่มาของสโลแกน “ปฏิวัติทุกมิติ แห่งกระบะอนาคต" ... ไม่ว่าจะ เมืองทอง ยูไนเต็ด หรือ ไฮลักซ์ รีโว่ ต่างก็มี DNA ของผู้ชนะอย่างเต็มเปี่ยมโดยแท้จริง

แหล่งอ้างอิง :
https://www.goal.com/th/news/4265/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%8C/2013/02/11/3730077/5-%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B5-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AF-%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%87%E0%B8%94
https://www.goal.com/th/%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%8C/%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%82%E0%B8%AD-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%94-%E0%B8%8A%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A2-2012/zcsgqwk5va6m1q53u70w5vl10#cs5f32eb6f631543bb
https://www.goal.com/th/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/1996-2020/1b7hsmm5h4wd51a5kcyrpco6mn
https://nutmegassist.com/slavisa-jokanovic-asian-adventure/
https://www.goal.com/th/news/4416/thai-exclusive/2012/10/30/3488361/EXCLUSIVE-%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C-%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B8%9C%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B4
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B5_%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87_%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%87%E0%B8%94_%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5_2555