Feature

โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา : อคาเดมีปั้นนักมวยรุ่นใหม่ของไทยที่เริ่มต้นจากศูนย์ | Main Stand

โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา (อนุสรณ์ ๗๐ ปี เทศบาล) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โรงเรียนกีฬาโคราช” ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนที่สร้างนักกีฬาจนก้าวติดทีมชาติไทยมาแล้วมากมายในหลากหลายชนิดกีฬา แต่ที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้น “มวยสากลสมัครเล่น”

 


ในวันที่ก่อตั้งพวกเขาไม่ได้มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อม แทบทุกอย่างเริ่มต้นจากศูนย์ ไม่มีแม้แต่สนามฝึกซ้อมและสถานที่เรียนเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ โดยมีเพียงนวมคู่เดียวกับนักเรียนรุ่นแรกที่ชื่อ “เอ็ม” วุฒิชัย มาสุข

แต่ด้วยความเชื่อและความมุ่งมั่นของครูและนักเรียน ทำให้พวกเขาพัฒนาศักยภาพจนสามารถผลิตนักมวยที่มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาประดับวงการมากมาย และได้ก้าวขึ้นเป็นอคาเดมีที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการปั้น “นักมวยเจเนอเรชั่นใหม่” ขึ้นมาให้กับทีมชาติไทยในอนาคต 

ที่สำคัญยังเพิ่งคว้ารางวัล “หน่วยงานผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น” ในงานเชิดชูเกียรติวงการมวย ประจำปี 2563 มาเป็นเครื่องการันตี

 

ทำไมต้องรู้จักที่นี่ ?

โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา (อนุสรณ์ ๗๐ ปี เทศบาล) ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานบันการศึกษาที่ปลุกปั้นนักมวยชั้นนำมากมายขึ้นมาประดับวงการ 

วุฒิชัย มาสุข เจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2014 และ 4 เหรียญทองซีเกมส์, จุฑามาศ รักสัตย์ นักชกหญิงเหรียญเงินซีเกมส์ 2015, “แก่นนคร” หรือ อรัญ ดีแป้น นักมวยสากลอาชีพ ดีกรีแชมป์ IBF แพนแปซิฟิก และอดีตผู้ท้าชิงแชมป์โลก IBF กับนาโอยะ อิโนะอุเอะ ล้วนแล้วแต่เติบโตขึ้นมาในรั้วโรงเรียนกีฬาแห่งนี้ทั้งสิ้น

แต่ก่อนจะมาถึงวันนี้พวกเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาแล้วมากมาย หลังจากเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2548 โดยความตั้งใจของ รศ.เชิดชัย โชครัตนชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมาในขณะนั้น ที่ต้องการให้เกิดโรงเรียนกีฬารูปแบบประหยัด ให้แก่เยาวชนในจังหวัดที่มีความสามารถด้านกีฬาและต้องการพัฒนาตนเองด้านกีฬาอย่างต่อเนื่อง

ปีแรกที่ก่อตั้ง พวกเขาไม่มีสถานที่เป็นของตัวเองด้วยซ้ำ โดยต้องใช้พื้นที่สนามกีฬากลางเทศบาลนครนครราชสีมา เป็นสถานที่สำหรับการเรียนการสอนและฝึกฝนด้านกีฬา ขณะที่ด้านวิชาการต้องไปฝากฝังให้เรียนกับโรงเรียนเทศบาลอื่นที่อยู่ในข่าย รวมถึงการกินนอนในรูปแบบโรงเรียนประจำที่นักเรียนยังต้องไปใช้ศูนย์ฝึกเยาวชนของเทศบาลเป็นที่พักอาศัย

แม้จะมีการเปิดสอนหลายชนิดกีฬาทั้ง ฟุตบอล, กรีฑา, ยกน้ำหนัก, มวยสากลสมัครเล่น, มวยไทยสมัครแล่น และเซปักตะกร้อ แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็คือ “มวยสากล” จากการฝึกฝนของ โค้ชเพิก พึ่งปัญญา ที่นับเป็นครูคนแรกของสถาบันแห่งนี้เลยก็ว่าได้

โค้ชเพิกอาศัยประสบการณ์ในความชื่นชอบมวยของตัวเอง ผสมผสานกับหลักสูตรวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่ได้ร่ำเรียนมาจากมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย เป็นสารตั้งต้นในการบ่มเพาะสร้างนักมวย ซึ่งหนึ่งในนักเรียนรุ่นแรกที่เขาฝึกฝนเองกับมือก็คือ “วุฒิชัย มาสุข” ที่ย้ายเข้ามาในชั้น ม.4

ในวันที่ทุกอย่างยังเป็นศูนย์ ไม่มีแม้แต่กระสอบทรายให้ฝึกซ้อม มีนวมเพียงคู่เดียวให้สลับหมุนเวียนกันใช้ วุฒิชัยต้องอาศัยการชกลมต่อยกำแพง ควบคู่ไปกับการฝึกทักษะการชก การปล่อยหมัด และฟุตเวิร์กอย่างไม่ย่อท้อ

ขณะที่ “โค้ชเพิก” เองเมื่อได้เห็นถึงแววของลูกศิษย์ ก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มโอกาสให้กับนักเรียนคนเก่ง ไม่ว่าจะเป็นการพาไปซื้อรองเท้ามวยคู่แรก ยอมลงทุนกู้เงินสหกรณ์เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อมและพานักเรียนตระเวณแข่งขันรายการต่าง ๆ

จนสุดท้ายความมุ่งมั่นพยายามของทั้งคู่ก็สำเร็จผล “เจ้าเอ็ม” สามารถคว้าแชมป์ในศึกกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งประเทศไทยได้สำเร็จ และยังนับเป็นเหรียญทองเหรียญแรกของโรงเรียนนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นมาอีกด้วย ก่อนจะเดินหน้ากวาดแชมป์ในระดับเยาวชนรายการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

เมื่อมีความสำเร็จเข้ามา ทางเทศบาลนครนครราชสีมาก็ได้เล็งเห็นและไว้ใจที่จะเพิ่มการสนับสนุนให้มากขึ้น จากที่ทุกอย่างเป็นศูนย์ก็ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นตามลำดับ มีสนามมวยเป็นของตัวเอง มีอุปกรณ์การฝึกซ้อมครบครัน และทำให้ผู้ปกครองเชื่อใจที่จะส่งบุตรหลานเข้ามาคัดเลือกเพื่อเข้าเรียนที่นี่มากขึ้น จนทำให้เกิดนักมวยหน้าใหม่มากมายก้าวขึ้นมารุ่นสู่รุ่น

นักมวยเหล่านี้ต่างมีผลงานที่โดดเด่นให้กับโรงเรียนอย่างไม่ขาดสาย ที่สำคัญหลายคนที่จบออกไปยังได้ติดทีมชาติไทยเดินทางไปแข่งขันในทัวน์นาเมนท์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงได้บรรจุเข้าเป็นนักกีฬาของสโมสรกองทัพต่าง ๆ ต่อยอดสู่การบรรจุเข้ารับราชการ มีเงินเดือนมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

ทำให้ในปี 2558 ทางโรงเรียนได้รับเลือกจาก สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ให้จัดตั้งเป็นศูนย์พัฒนากีฬามวยสากลในระดับยุวชน หรือเรียกว่าเป็น “อคาเดมีของทัพมวยสากลทีมชาติไทย” คอยเฟ้นหานักมวยสายเลือดใหม่และปลุกปั้นสู่รั้วทีมชาติ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

รวมถึงได้รับให้คว้ารางวัลเกียรติยศของวงการมวยไทย อย่างรางวัลเชิดชูเกียรติ วันมวยไทยแห่งชาติ ประจำปี 2563 สาขา “หน่วยงานผู้ให้การส่งเสริมสนับสนุนกีฬามวยดีเด่น” เพราะสิ่งที่สถานศึกษาแห่งนี้ทำ ไม่ใช่แค่เพียงให้วิชาความรู้แก่เด็กนักเรียน แต่ยังเป็นแหล่งบ่มเพาะอนุบาลต้นกล้ากีฬามวย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน และมีอนาคตที่สดใสบนถนนสายกำปั้น 

 

จุดเด่น

สิ่งที่ต้องยกความดีความชอบให้คงหนีไม่พ้นบุคลากรในโรงเรียนแห่งนี้ ที่มีความทุ่มเทและเสียสละให้กับนักเรียนอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย 

นอกจากโค้ชเพิก พึ่งปัญญา ซึ่งมีดีกรีเป็นโค้ชเยาวชนทีมชาติไทยแล้ว ยังมีครูประจำที่คอยฝึกสอนกีฬามวยอีก 2 คน คือ คมสันต์ แหวนนิล และ สรศักดิ์ อิ่มสมบูรณ์ รวมถึงโค้ชที่ทางสมาคมกีฬามวยฯ สลับหมุนเวียนส่งมาช่วยดูแลอีกถึง 6 ราย

ที่โรงเรียนแห่งนี้จะเปิดคัดเลือกและเฟ้นหานักมวยที่มีหน่วยก้านและความสามารถในระดับเยาวชนจากทั่วประเทศ เข้ามาศึกษาในทุกระดับตั้งแต่ ม.1-6 สนับสนุนทั้งค่าเล่าเรียน ค่าอาหาร ที่พัก และปัจจัยใช้สอย โดยจะฝึกสอนมวยในช่วงเช้า 06.00-8.30 น. และเย็น 15.00-17.00 น.

นักเรียนที่เข้ามาจะถูกฝึกฝนไล่ระดับตั้งแต่ ระดับที่ 1 สร้างพื้นฐาน การกำหมด ปล่อยหมัด เมื่อฝีมือดีขึ้นจะได้เลื่อนขั้นสู่ระดับที่ 2 เพิ่มเทคนิคการชก สเต็ปฟุตเวิร์ก การตั้งการ์ด ฯลฯ พร้อมส่งแข่งขันรายการในประเทศ และเมื่อกระดูแข็งแกร่งมากพอจะได้เลื่อนสู่ระดับที่ 3 ได้โอกาสออกเดินทางไปแข่งขันในรายการต่าง ๆ ที่ต่างประเทศ

ที่สำคัญเมื่อจบการศึกษาแล้ว นักมวยที่มีผลงานและมีฝีมือจะได้รับการผลักดันให้เข้าสู่สโมสรต่าง ๆ ตลอดจนเลื่อนขั้นสู่แคมป์เยาวชนทีมชาติไทยเพื่อรอเวลาก้าวขึ้นสู่ทีมชาติไทยชุดใหญ่

 

ผู้คนพูดถึงโรงเรียนนี้อย่างไรบ้าง ?  

“เป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียนและตัวผมอย่างมากที่ทางโรงเรียนได้รับรางวัลนี้ ผมถือเป็นนักเรียนรุ่นแรกเลยก็ว่าได้ จากวันที่โรงเรียนไม่มีอะไรเลยจนสามารถพัฒนาขึ้นมามีทุกอย่างครบครันได้ในวันนี้ถือเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก ผมดีใจที่ได้เป็นต้นแบบในการได้ติดทีมชาติ ได้มีผลงานสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศจนเกิดเป็นแรงบนดาลใจให้กับน้อง ๆ รุ่นหลัง”

“แต่ที่ต้องชื่นชมที่สุดก็คือโค้ชเพิก ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าโค้ชคนนี้เป็นผู้ปั้นนักกีฬามวยทุกคนจริง ๆ ไม่ใช่เฉพาะแค่ตัวผม แกมีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่น และยอมทำทุกอย่างเพื่อสร้างโอกาสให้กับเด็ก ผมดีใจมากที่ได้เรียนที่นี่และได้ฝึกมวยกับโค้ชเพิก” วุฒิชัย มาสุข กำปั้นเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ที่เตรียมผันตัวเป็นโค้ชให้กับทางโรงเรียน เผย

 

เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ

นอกจากนักมวยที่โด่งดังและประสบความสำเร็จแล้ว ในตอนนี้ยังมีนักมวยดาวรุ่งในแคมป์ทีมชาติไทยหลายรายที่ก้าวมาจากรั้วโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา 

ไม่ว่าจะเป็น ธิติสรรค์ ปั้นโหมด ดาวรุ่งวัย 21 ปีที่ได้ตั๋วไปลุยโอลิมปิกเกมส์ 2020 แต่ได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนตัวชวดเข้าร่วมชิงชัยอย่างน่าเสียดาย, วีระพล จงจอหอ หลานชายของ สมจิตร จงจอหอ ที่สามารถคว้าเหรียญทองแดงในศึกยูธ โอลิมปิก และศึกชิงแชมป์โลก ปี 2018 รวมถึง อภิชัย เพิ่มทรัพย์ ที่ได้ตั๋วลุยยูธ โอลิมปิก 2018 ด้วยเช่นกัน

 

ความรู้สึกที่ได้รับรางวัล และมุมมองที่มีต่อต่อวงการมวย

“รางวัลนี้ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ ถือเป็นเกียรติประวัติให้กับทางโรงเรียนและเป็นกำลังใจสำคัญของครูและบุคลากรทุกคน ต้องขอขอบคุณสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยที่เล็งเห็นถึงความตั้งใจ ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคน ขอบคุณนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมาและปลัดเทศบาลทุกท่าน ที่ช่วยสนับสนุนทางโรงเรียนมาโดยตลอด”

“ความสำเร็จในวันนี้เป็นไปตามความตั้งใจที่เราหวังไว้ แม้จะมีอุปสรรคมากมายแต่เราก็สู้มาตลอด เพราะเห็นความตั้งใจของเด็กแล้วเรารู้เลยว่าเราจะถอยไม่ได้ นับจากนี้ไปผมกล้าพูดได้เลยว่าโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครราชสีมา จะเป็นอคาเดมีที่สร้างนักมวยเจเนอเรชั่นใหม่ให้กับทีมชาติไทยอย่างแท้จริง โดยตอนนี้นักมวยเยาวชนในแคมป์ทีมชาติ 80% มาจากโรงเรียนเราที่ได้รับการฝึกฝนภายใต้กติกาการชกและการให้คะแนนยุคใหม่อย่างเต็มที่” โค้ชเพิก พึ่งปัญญา กล่าว

Author

ชมณัฐ รัตตะสุข

Chommanat