FEATURE

American Game Collectibles : ทำไมของที่ระลึกของนักกีฬาในสหรัฐอเมริกาถึงแพงกว่านักกีฬาประเภทอื่น? | Main Stand 



เป็นเวลากว่าหลายทศวรรษแล้วที่ยุคสมัยของ "เบบ รูธ" นักกีฬาเบสบอลชื่อดัง ผู้เล่นตำแหน่งพิตเชอร์ของทีม นิวยอร์ก แยงกีส์ ได้จบลง แต่กลับเป็นที่น่าสนใจว่าของที่ระลึกจากนักกีฬาคนดังกล่าว ยังถือครองตำแหน่งของที่ระลึกจากนักกีฬาที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 อยู่ ด้วยมูลค่า 5.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เป็นรองจากแถลงการณ์การจัดงานโอลิมปิกเวอร์ชั่นออริจินอล มูลค่า 8.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น) 

 


นอกจากเบสบอลแล้ว กีฬาอเมริกันฟุตบอลหรือบาสเกตบอล ต่างก็เป็น "อเมริกันเกมส์" ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องแบบสม่ำเสมอ จึงไม่แปลกหากของสะสมจากกีฬาเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หมวก ของนักกีฬาที่มีฝีมือโดดเด่นสักคนจะมีราคาสูงเหยียบหลักล้านไปด้วย 

เพราะเหตุใดทำไมของสะสมจากกีฬาที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "อเมริกันเกมส์" เหล่านี้จึงมีราคาแพงกว่าสิ่งของของนักกีฬาฟุตบอลระดับโลกหลาย ๆ คน หรือแพงกว่านักกีฬาประเภทอื่น ๆ ? สิ่งใดที่ทำให้ของสะสมจากอเมริกันเกมส์เหล่านี้พิเศษกว่า ทั้งที่หากว่ากันที่ความนิยมแล้วอเมริกันเกมส์ก็ไม่ได้ขยายไปทั่วโลกได้มากกว่า ? 

Main Stand ขอชวนมาค้นหาคำตอบไปด้วยกัน 

 

AMERICA'S ESSENTIAL 

ก่อนที่เราจะไปทำความเข้าใจกันว่า "ทำไมของที่ระลึกของของนักกีฬาอเมริกันเกมส์ถึงมีราคาแพงกว่านักกีฬาทั่วไป ?" เราต้องทำความเข้าใจถึงคำถามที่สำคัญกว่าอย่าง "กีฬาสำคัญต่อสังคมอเมริกันอย่างไร ?" ก่อน เพราะคงเป็นการยากหากจะปฏิเสธว่า สังคมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการหล่อหลอมค่านิยมด้านกีฬาของอเมริกันชน ไม่ว่าจะเป็นในอดีตหรือปัจจุบัน ซึ่งคำตอบของคำถามนี้ ก็อาจจะนำไปอธิบายต่อได้ว่าค่านิยมดังกล่าวได้แปรเปลี่ยนมาเป็นเงินมูลค่ามหาศาลได้อย่างไร

กีฬากับสังคมอเมริกันนั้น เป็นสองสิ่งที่ผูกติดกันอย่างมีนัยยะสำคัญแล้วก็เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจในระดับเชิงลึกประมาณหนึ่ง จากบทความชิ้นหนึ่งที่เขียนโดย เคนเนธ เจ. มาร์ซี ชื่อ "Not Just a Game: Sport and Society in the United States" ที่ได้วิเคราะห์ถึงความสำคัญของกีฬาต่อสังคมอเมริกันเอาไว้ 

เขาได้เสนอว่าแนวคิดการเชิดชู "ผู้ชนะ" แบบอเมริกันนี้เอง ที่อาจทำให้คนชาตินี้คลั่งไคล้กีฬาได้ไม่แพ้ชาติใดในโลก แฟน ๆ กีฬาในสหรัฐอเมริกามักจะให้ความสำคัญกับทีมกีฬา ตัวบุคคลประจำทีมบ้านเกิด หรือรัฐบ้านเกิดของตัวเอง ไม่ต่างจากคนอังกฤษส่วนใหญ่ที่เชิดชูทีมฟุตบอลจากสโมสรจากเมืองของตัวเอง

ตัวอย่างเช่น กีฬาบาสเกตบอล ในฤดูกาลก่อนหน้าที่ มิลวอกี้ บัคส์ สามารถคว้าแชมป์ประจำฤดูกาล 2020-21 มาได้ และทุกคนก็พากันเชิดชู MVP ของทีมอย่าง ยานนิส อันเททูคุมโป กันยกใหญ่ หรือเรื่องราวของ เลบรอน เจมส์ ที่เคยพา คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ไปคว้าแชมป์มาแล้วในฤดูกาล 2016-2017 พร้อมตะโกนออกมาอย่างเต็มปอดว่า "Cleveland, this is for you" หลังจบการแข่งขัน แสดงให้เห็นว่าเขาทำเพื่อเมืองคลีฟแลนด์ 

มาร์ซี ลงความเห็นไว้ว่า สังคมอเมริกันได้หลอมคตินิยมแบบผู้ชนะขึ้นมา และการกระทำเช่นนี้เองเปรียบเสมือนการเพิ่มคุณค่าให้กับการแข่งขันโดยสังคมมากขึ้น 

นอกจากนี้ในบทความดังกล่าว มาร์ซี ได้กล่าวถึงตอนหนึ่งของหนังสือที่ถูกตีพิมพ์ในปี 2007 ชื่อว่า "The Sociology of Sports : An Introduction" ที่เขียนโดย ทิม เดลานีย์ ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก ความว่า สื่อนั้นอยู่ได้เพราะกีฬา เพราะปัจจุบันความนิยมของกีฬาได้เพิ่มมากขึ้นจนแทบจะพบเห็นได้ทุกหนแห่ง ซึ่งนอกจากสังคมจะเพิ่มคุณค่าให้กับการแข่งขันแล้ว ในทำนองเดียวกันคุณค่าของตัวบุคคลก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย กลายเป็นมูลค่าสำหรับกีฬานั้น ๆ แบบองค์รวมไปโดยปริยาย 

เราจึงพอจะสามารถอนุมานได้อย่างคร่าว ๆ ว่า ความสำคัญของกีฬาในสังคมอเมริกัน อยู่ในระดับที่สูงพอจะสร้างคุณค่าให้กับตัวบุคคลได้อย่างมหาศาล เป็นค่านิยมที่เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอของสื่อหรืออาจจะมาจากความสนใจในระดับบุคคลก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น 

แน่นอนว่าของใช้ส่วนตัวของพวกเขาเหล่านี้ ที่จะกลายมาเป็นของสะสมสำหรับแฟน ๆ เมื่อเวลาผ่านไป ก็ย่อมมีมูลค่ามหาศาลตามไปด้วย 

 

THE VALUE ITSELF

หากนักกีฬาฝีมือฉกาจคนหนึ่งไปยืนอยู่ในสปอตไลท์ได้อย่างถูกที่ถูกเวลา ไม่ว่าจะด้วยฝีมือของตัวเองหรือการกระทำแบบใดก็ตามที่เกี่ยวข้องไปถึงเรื่องสังคมและวัฒนธรรม มันก็จะยิ่งเพิ่มมูลค่าให้กับอะไรก็ตามที่อยู่รอบ ๆ ตัวพวกเขาโดยไม่รู้ตัวก็ได้ นอกจากนี้อาจจะมีปัจจัยทางด้านอื่นเข้ามาเกี่ยวอีกด้วย


Photo : pbs.org

มูลค่าที่ว่าอาจจะมาจากฝีมือของตัวนักกีฬาเอง อย่างของที่ระลึกของ เบบ รูธ ที่ตอนนี้ถือครองสถิติของที่ระลึกที่มีราคาแพงที่สุด นั่นก็เป็นเพราะว่าฝีมือของเขา ที่เป็นผู้เล่นผู้ทำลายสถิติการตีโฮมรันไปได้มากถึง 714 ครั้งในอาชีพ ถึงขนาดถูกยกย่องว่า เบบ รูธ คือหนึ่งในนักเบสบอลที่ดีที่สุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์เบสบอล 

เมื่อจับความดังผนวกกับบริบทสังคมอเมริกันในช่วงทศวรรษ 1920s-1930s ที่เบสบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมแบบสุดขีด ชื่อเสียงของเขาก็ส่งผลให้ของชิ้นใดก็ตามที่เป็นของใช้ส่วนตัวของเขามีราคาพุ่งทะยานสูงขึ้นทั้งสิ้น 

ไม่ว่าจะเป็นเสื้อประจำทีมนิวยอร์ก แยงกี้ส์ของเขา ที่ตัวหนึ่งเป็นเครื่องแบบประจำทีมในช่วงทศวรรษ 1920s ที่มีคำตรงอกว่า "NEW YORK" ที่ถูกประมูลออกไปในราคา 4.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2012 หรือตัวที่มีคำว่า "YANKEES" ที่ถูกประมูลออกไปเมื่อปี 2019 ในราคา 5.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

นอกจากเสื้อ แหวนแชมป์เวิลด์ซีรีส์ปี 1927 ของ เบบ รูธ ยังถูกประมูลออกไปได้ในราคา 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไม้เบสบอลที่เขาเคยใช้ตีโฮมรันครั้งแรกก็ถูกประมูลออกไปในราคา 1.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถ้าคิดเป็นราคาเงินไทย ราคาของที่ระลึกเหล่านี้จะอยู่ที่ราว ๆ 10-100 ล้านบาท แต่ก็เป็นราคาที่นักสะสมหลาย ๆ คนยอมจ่าย อาจจะเพื่อการสะสมหรือเพื่อเป็นการเก็งกำไรในอนาคตก็เป็นไปได้ทั้งนั้น 


Photo : baseballhall.org

ความนิยมของกีฬาและตัวบุคคลก็นับว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ราคาของใช้หรือของที่ระลึกของนักกีฬามีราคาสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ แต่ในบางครั้งมูลค่าของสิ่งของเหล่านี้ก็อาจจะเพิ่มขึ้นมาได้เพราะการกระทำแบบสุดโต่งของตัวนักกีฬาเอง 

อย่างกรณีของ โคลิน เคเปอร์นิก อดีตนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลผู้เล่นตำแหน่งควอเตอร์แบ็คแห่งทีม ซาน ซานฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส ที่เคยนั่งคุกเข่าระหว่างพิธีการบรรเลงเพลงชาติก่อนเริ่มการแข่งขัน NFL ฤดูกาล 2016 ทั้งช่วงปรีซีซั่นและฤดูกาลปกติ เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการเลือกปฏิบัติของชาวอเมริกันบางกลุ่ม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐต่อคนผิวดำและผิวสี 

แม้ว่าการกระทำของโคลินจะทำให้เกิดประเด็นถกเถียงขึ้นมาสำหรับคนหลาย ๆ กลุ่ม ที่มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บ้างก็ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ไม่ให้เกียรติคนรอบตัว แต่สำหรับบางคนที่เห็นด้วย ก็มองว่าโคลินได้ใช้พื้นที่ของตนเองในการแสดงออกอย่างกล้าหาญ 

ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการกระทำในครั้งนั้นของโคลิน ได้ส่งผลให้เขากลายมาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมากขึ้นกว่าเดิม ถึงขนาดได้เป็นโฉมหน้าของไนกี้ ในแคมเปญ JUST DO IT และถึงแม้ว่าการคุกเข่าครั้งนั้นจะส่งผลให้เขาต้องสูญเสียอาชีพไปก็ตาม เพราะหลังจากนั้นก็ไม่มีทีมอเมริกันฟุตบอลทีมอื่นชายตามองเขาอีกเลย แต่เขาก็ได้ชื่อว่าเป็นนักอเมริกันฟุตบอลที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งขึ้นมาทันที 

ชื่อเสียงของโคลินส่งผลไปถึงราคาของเสื้อเจอร์ซี่ของเขาในขณะที่ยังเป็นรูกี้อยู่ เสื้อของโคลินถูกประมูลออกไปผ่านเว็บไซต์จูเลียนส์ คอลเล็กชั่น "Icons and Idols : Sports" ในราคา 128,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 4.1 ล้านบาท


 Photo : julienslive

อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็อาจจะสามารถทำความเข้าใจเพิ่มได้ว่า สื่อ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบข่าวก็มีผลในการทำให้ "อเมริกันเกมส์" เหล่านี้โด่งดังขึ้นไปอีก เมื่อการกระทำของนักกีฬากลายเป็นเรื่องกระฉ่อนโลก จึงไม่แปลกหากเครื่องไม้เครื่องมือของคนที่มีชื่อเสียงจะมีราคาแพงตามไปด้วย 

ของที่ระลึกจากอเมริกันเกมส์ ได้กลายมาเป็นของที่มีมูลค่าที่ไม่อาจมองข้ามได้สำหรับนักสะสม ซึ่งนอกจากจะเป็นสิ่งของเพื่อการสะสมอย่างที่มีคุณค่าแล้ว การซื้อขายของที่ระลึกจากวงการกีฬาเหล่านี้ยังกลายมาเป็นการลงทุนที่น่าจับตามองอีกด้วย

 

GOLD MINE 

นอกเหนือจากเสื้อ ไม้ หรือแหวนที่ได้พูดถึงก่อนหน้า ของที่ระลึกจากอเมริกันเกมส์อีกอย่างที่สามารถสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาลอีกอย่างหนึ่งคือ การ์ด ไม่ว่าจะเป็นการ์ดนักเบสบอล นักอเมริกันฟุตบอล หรือบาสเกตบอล แต่ความยากของการลงทุนครั้งนี้คือ น้อยคนนักที่จะทราบถึงมูลค่าของมัน 

ฮาเวิร์ด เอ็ปสไตน์ หนึ่งในนักสะสมและคนกลางในการประมูลซื้อขายของสะสม ผู้เคยจัดงานประมูลในเมืองชาร์ล็อต แห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนา ได้เคยให้สัมภาษณ์กับการลงทุนกับการ์ดไว้กับ Forbes ครั้งหนึ่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 

"ตลาดของการ์ดโตขึ้นมากในปีนี้ เด็กยุคมิลเลเนียลต่างก็ใช้เงินกันอย่างบ้าคลั่ง การระบาดของเชื้อไวรัสนี้มันทำให้พวกเขาใช้เวลาอยู่ในบ้านนานมากขึ้น และพวกคนเฒ่าคนแก่ต่างก็เอาสมบัติของตนเองออกมาขายกัน" 

การ์ดส่วนมากนี้มักจะเป็นการ์ดเบสบอลหายากที่คุณปู่สักคนสะสมมาเป็นเวลานานแสนนาน จนไม่รู้ว่ามันมีมูลค่ามากแค่ไหนในปัจจุบัน ซึ่งถ้าหากมีการปล่อยออกไปประมูลจริง ตัวเจ้าของก็อาจจะได้ส่วนแบ่งจากการประมูลครั้งนั้นค่อนข้างสูงด้วย เอ็ปสไตน์ กล่าวต่อว่า


Photo : times-news.com

"ถ้าผมไปคุยกับใครสักคนเกี่ยวกับคอลเล็กชั่นของพวกเขา ผมจะบอกเขาว่า 'ผมว่าคุณมีของที่ขายได้อยู่นะ' ผมรู้จักคนในวงการประมูลเยอะ ผมจะบอกลูกค้าของผมว่า 'พวกเราสามารถนำของของคุณไปขายให้ได้ แล้วคุณก็ได้ส่วนแบ่งสูงถึง 85-90% สู้กับคุณเอาของไปขายตามโฆษณารับซื้อที่เห็นในหนังสือพิมพ์ที่อาจจะให้ราคาแค่ 10-20% เท่านั้นเอง'" 

"มันเป็นงานอดิเรกที่ค่อนข้างจะยิ่งใหญ่ประมาณหนึ่ง แซงหน้าการเก็บเหรียญ เก็บแสตมป์ไปแล้วด้วยซ้ำ" 

เอ็ปสไตน์ ยังเล่าต่ออีกว่าเขาเคยซื้อรูปถ่ายของ เบบ รูธ ที่ถ่ายกับภรรยา แถมมีลายเซ็นจากคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งในฟลอริดาในราคาเพียง 25 ดอลลาร์สหรัฐ และเขาก็ส่งต่อรูปถ่ายใบนี้ไปที่ JSA หรือ James Spence Authentication บริษัทประเมินค่า ให้ตรวจสอบมัน

แม้จะไม่มีรายงานต่อว่ารูปถ่ายใบนั้นถูกขายออกไปหรือยัง แต่ความมีชื่อเสียงของ เบบ รูธ ก็ทำให้เอ็ปสไตน์ต้องจ่ายค่าตรวจสอบรูปถ่ายที่ "อาจ" มีมูลค่าใบนี้ไปถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐ

มีหลายปัจจัยที่เราสามารถทำความเข้าใจได้ว่าเหตุใดของที่ระลึกของนักกีฬาอเมริกันเกมส์ จึงมีราคาแพงกว่านักกีฬาทั่ว ๆ ไป แต่ตัวแปรหลักที่ทำให้ของเหล่านี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมา อาจเป็นเพราะความนิยมในกีฬาของชาวอเมริกันที่ถูกส่งเสริมด้วยสื่ออีกทอดหนึ่งก็เป็นได้ 

กีฬาแบบอเมริกันเติบโตและเป็นที่นิยมขึ้นมาได้ก็เพราะความนิยมของคนส่วนมากในประเทศ นอกเหนือไปกว่านั้น คือคนนอกประเทศก็ต่างก็จับตามอง ติดตามลีกกีฬาใหญ่อย่าง NBA, NFL หรือ MLB มากขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะไม่ถึงกับเป็นกีฬาสากลที่โลกทั้งใบติดตามอย่างกีฬาฟุตบอลก็ตาม

อเมริกันเกมส์และมูลค่าของมัน อาจถือครองยุคสมัยไปได้สักระยะหนึ่ง ถึงวันหนึ่งถ้าสื่อเปลี่ยนมามอบความสนใจให้กับกีฬาอื่น ๆ เหมือนกับที่มอบให้อเมริกันเกมส์ในตอนนี้ ของที่ระลึกจากวงการกีฬาอื่นก็อาจจะเบียดแซงขึ้นมาถือครองความนิยมส่วนมากแทนกีฬาจากอเมริกาเหล่านี้ได้ในเวลาอันใกล้ก็เป็นได้

 

ที่มา :

https://boxscorenews.com/most-expensive-sports-memorabilia-all-time-p160781-302.htm 
https://sports.yahoo.com/colin-kaepernick-nfl-debut-jersey-becomes-most-expensive-nfl-jersey-ever-sold-at-auction-020232676.html 
https://usa.usembassy.de/sports.htm 
https://www.biography.com/athlete/babe-ruth 
https://www.forbes.com/sites/danschlossberg/2021/02/04/sports-memorabilia-market-booms-but-buyers-must-protect-investments/?sh=448ae52125a3 
http://www.inquiriesjournal.com/articles/1664/not-just-a-game-sport-and-society-in-the-united-states 
 



AUTHOR

ณัฐพล ทองประดู่

Memento Vivere / Memento Mori
     


PHOTO

ภราดร ภราดร

อยากจะทำให้ดี ไม่ใช่แค่อยากจะทำให้เป็น
     


x