News

"ตะกร้อทีมชุดชายไทย" กับภารกิจรักษาบัลลังก์แชมป์ เอเชียนเกมส์ สมัยที่ 8

ทีมตะกร้อชายทีมชาติไทย คือหนึ่งในความหวังสำคัญของทัพนักกีฬาไทย ในศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น หลังสร้างชื่อในฐานะหนึ่งในมหาอำนาจของกีฬาเซปักตะกร้อมายาวนาน

 


โดยเฉพาะประเภท ทีมชุดชาย ที่ทีมชาติไทยครองความยิ่งใหญ่บนเวทีเอเชียมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการคว้าเหรียญทองมาแล้ว 7 สมัยติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 1998 จนถึงเอเชียนเกมส์ 2022 ที่นครหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

แชมป์ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นที่หางโจว เมื่อทีมไทยเอาชนะมาเลเซียในรอบชิงชนะเลิศ ทำให้เอเชียนเกมส์ 2026 มีความหมายมากกว่าการล่าเหรียญทอง เพราะหากคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง ไทยจะสร้างสถิติคว้าเหรียญทองประเภททีมชุดชายเป็น สมัยที่ 8 ติดต่อกัน

เส้นทางสู่การรักษาบัลลังก์ครั้งนี้ไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมา เมื่อคู่แข่งสำคัญอย่างมาเลเซียยกระดับมาตรฐานขึ้นมาอย่างชัดเจน

โดยเฉพาะในซีเกมส์ 2025 ที่ทีมตะกร้อชายไทยต้องเสียแชมป์ประเภททีมชุดชายให้กับมาเลเซียเป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปี นับตั้งแต่ซีเกมส์ 1991 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นจึงกลายเป็นแรงผลักดันให้ทีมตะกร้อไทยต้องกลับมาทบทวนตัวเอง ทั้งการสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ ระบบการฝึกซ้อม และการเตรียมทีม เพื่อรับมือกับคู่แข่งที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือการกลับมาของ กมล ตันกิมหงษ์ ในบทบาทผู้จัดการทีม เพื่อดูแลภาพรวมของทีม ประสานงานระหว่างนักกีฬาและทีมงาน รวมถึงการนำประสบการณ์ที่สั่งสมในวงการตะกร้อมาช่วยวางแผนและบริหารจัดการทีมในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติ

ขณะเดียวกัน ทีมยังมี "ราชาหน้าตาข่าย" พรชัย เค้าแก้ว เข้ามาเป็นหนึ่งในทีมผู้ฝึกสอน เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จากนักกีฬาระดับแชมป์สู่ผู้เล่นรุ่นปัจจุบัน

ประสบการณ์ของพรชัยสามารถเข้ามาช่วยทีมได้ทั้งเรื่องการอ่านเกม การจับจังหวะเข้าทำ การเลือกมุมโจมตี การอ่านบล็อกคู่แข่ง ตลอดจนการตัดสินใจในจังหวะสำคัญ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกันระหว่างตัวฟาดกับตัวชง ซึ่งเป็นรายละเอียดที่มีความสำคัญในเกมระดับสูง

อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ทีมตะกร้อชายไทยยังต้องผ่านอีกหนึ่งมรสุมสำคัญ จากเหตุการณ์ในรอบชิงชนะเลิศศึก ISTAF Sepaktakraw World Cup Kuala Lumpur 2026

เหตุการณ์นั้นนำไปสู่กระบวนการพิจารณาทางวินัยของ ISTAF ก่อนมีคำตัดสินลงโทษนักกีฬาไทย 5 คน และทีมงาน 3 คน รวม 8 ราย พร้อมค่าปรับรวม 54,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.75 ล้านบาท

แม้บทลงโทษจะสร้างแรงกระเพื่อมให้กับทีมไทย แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักกีฬา 5 คน สามารถพ้นจากโทษพักการแข่งขันและกลับมามีสิทธิ์ลงสนามได้อีกครั้ง ก่อนเข้าสู่ภารกิจเอเชียนเกมส์

ในจำนวนนี้ มี ภูตะวัน โสภา, วิชาญ เต็มโคตร และสิทธิพงศ์ คำจันทร์ ที่มีชื่ออยู่ในขุมกำลัง 12 คน ชุดลุยเอเชียนเกมส์ ส่วนอีก 2 คน ที่ถูกลงโทษ ไม่ได้อยู่ในชุดนี้

การกลับมาของทั้งสามคนจึงมีความหมายไม่น้อย เพราะพวกเขาต้องผ่านทั้งแรงกดดันและบทลงโทษ ก่อนกลับมาสู่ทีมชาติอีกครั้ง และจะมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองบนเวทีใหญ่ที่สุดของเอเชีย

สำหรับขุมกำลังทีมชุดชายไทยทั้ง 12 คน ประกอบด้วยผู้เล่นในตำแหน่ง ตัวเสิร์ฟ ตัวฟาด และตัวชง นำโดยนักกีฬาหลักอย่าง กฤษณพงศ์ นนทะโคตร, พรเทพ ถิ่นบางบน, สิทธิพงศ์ คำจันทร์, กฤษฎา สังข์วัง, พุทธิพงษ์ ภักดี, จิระศักดิ์ ผักบัวเงิน, ธนพล ทรัพย์เย็น, ภูตะวัน โสภา, พิเชษฐ์ พันแสน, วิชาญ เต็มโคตร, มฤคินทร์ พันธ์มกร และวุฒินันท์ คำเสนาะ

ขุมกำลังชุดนี้จึงเป็นการผสมผสานระหว่างผู้เล่นประสบการณ์สูงกับนักกีฬารุ่นใหม่ มีเป้าหมายสำคัญ คือการกลับมาคว้าเหรียญทอง ประเภททีมชุดชาย และรักษาสถิติแชมป์เอเชียนเกมส์เป็นสมัยที่ 8 ติดต่อกัน

ก่อนเข้าสู่เอเชียนเกมส์ ทีมไทยยังสามารถเรียกความมั่นใจกลับมาได้จากศึกคิงส์คัพ 2026 หลังเอาชนะมาเลเซีย 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์ประเภททีมชุดชายกลับคืนมา และเป็นแชมป์คิงส์คัพสมัยที่ 37 ของทีมชาติไทย

ชัยชนะเหนือมาเลเซียครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการคว้าแชมป์รายการหนึ่ง เพราะเป็นการส่งสัญญาณว่าทีมไทยยังสามารถรับมือกับคู่แข่งสำคัญได้ และพร้อมเดินหน้าเข้าสู่เอเชียนเกมส์ด้วยความมั่นใจ

แต่สิ่งที่รออยู่ที่นาโกยา คือบททดสอบที่ใหญ่กว่าเดิม

เพราะครั้งนี้ทีมไทยไม่ได้ลงสนามเพียงในฐานะแชมป์เก่า แต่ต้องแบกรับความคาดหวังจากประวัติศาสตร์ 7 เหรียญทองติดต่อกัน รวมถึงแรงกดดันจากความพ่ายแพ้มาเลเซียในซีเกมส์ครั้งล่าสุด

จากมรสุมในเวทีระดับโลก การกลับมาของนักกีฬาที่ผ่านบทลงโทษ การเสริมทีมงานด้วยประสบการณ์ของ กมล ตันกิมหงษ์ และ "ราชาหน้าตาข่าย" พรชัย เค้าแก้ว รวมถึงการเรียกความมั่นใจจากแชมป์คิงส์คัพ

ทั้งหมดกำลังนำมารวมกันเป็นภารกิจเดียว คือการรักษาบัลลังก์แชมป์เอเชียนเกมส์ สมัยที่ 8 ให้ได้

เพราะทัพตะกร้อทีมชุดชายไทย ในเอเชียนเกมส์ 2026 ไม่ใช่เพียงการลงแข่งขันเพื่อตำแหน่งแชมป์เท่านั้น แต่ มันคือบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ของทัพตะกร้อไทยด้วยนั่นเอง

 

Author

เจษฎา โพธิ์ปาน

Main Stand's PHOTOGRAPHER

Graphic

ปฐวี ยอดเนียม

Man u is No.2 But YOU is No.1