
ลอสแอนเจลิส แรมส์ ทีมดังแห่งอเมริกันฟุตบอล NFL ตัดสินใจเทรด ไมล์ส แกร์เร็ตต์ ดีเฟนซีฟเอนด์ระดับพรีเมียมจาก คลีฟแลนด์ บราวน์ส มาร่วมทีมแล้วเพื่อหวังแชมป์ซูเปอร์โบว์ล ฤดูกาล 2026
กลายเป็นดีลเทรดที่สร้างความฮือฮาสุด ๆ ของช่วงปิดซีซั่นนี้ เมื่อ แรมส์ ทุ่มด้วยการเทรด ไมล์ส แกร์เร็ตต์ มาร่วมทีม แลกกับ ดราฟท์รอบแรกปี 2027, ดราฟท์รอบ 2 ปี 2028, ดราฟท์รอบ 3 ปี 2029 รวมถึงยังส่ง จาเร็ด เวิร์ส ดีเฟนซีฟเอนด์ วัย 25 ปี เจ้าของรางวัล รุกกี้เกมรับแห่งปี 2024 ไปให้กับ บราวน์ส ด้วย
การตัดสินใจเทรดครั้งนี้ของ แรมส์ เท่ากับว่าพวกเขาเทหมดหน้าตักอีกครั้งเพื่อลุ้นความสำเร็จในปีนี้เลย เนื่องจาก แม็ทธิว สแตฟฟอร์ด ควอเตอร์แบ็กตัวเก่งของทีมเข้าสู่ปลายอาชีพแล้ว ปัจจุบันอายุ 38 ปี และทีมต้องการได้พาสรัชเชอร์ (ตัวล่าควอเตอร์แบ็ก) ระดับท็อป ซึ่ง ไมล์ส แกร์เร็ตต์ คือหนึ่งในตัวที่ดีสุดของลีก เขาแซ็กถึง 23 ครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และเป็นผู้เล่นเกมรับแห่งปีด้วย
เลส สนีด ผู้จัดการทั่วไป (GM) ของ แรมส์ รวมถึงเฮดโค้ชอย่าง ฌอน แม็คเวย์ เป็นสายกล้าได้กล้าเสียอยู่แล้ว การเทรดในครั้งนี้พวกเขามองว่าคือการเติมจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะนำทีมกลับไปคว้าซูเปอร์โบว์ลอีกครั้ง
แรมส์ เคยทุ่มเทรดและประสบความสำเร็จมาแล้วในปี 2021 ที่ตัดสินใจเทรดเอา แม็ทธิว สแตฟฟอร์ด เข้ามาบัญชาเกมรุก โดยส่ง จาเร็ด กอฟฟ์ ไปอยู่กับ ดีทรอยต์ ไลออนส์ แทน
ส่วนทาง บราวน์ส เองก็ถือเป็นดีลที่เหมาะสม พวกเขาตัดสินใจสร้างทีมใหม่ไปพร้อมกับผู้เล่นอายุน้อย และเป็นการลดภาระค้าจ้างของดาวดังไปในตัว
มีการเปิดเผยว่าหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ดีลนี้เกิดขึ้นได้ คือเงื่อนไข No-trade clause ที่ ไมล์ส ทำไว้กับ บราวน์ส ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ผู้เล่นน้อยคนในลีกจะมี หมายความว่าต่อให้ บราวน์ส อยากเทรดเขาไปให้ทีมใด ๆ แต่หากตัวผู้เล่นไม่อนุมัติ ก็ไม่สามารถทำได้
สำหรับ แรมส์ มีรายงานว่าเป็นทีมเดียวที่ ไมล์ส แกร์เร็ตต์ พร้อมยกไม้กั้นให้มีการเทรดเกิดขึ้นได้ แต่ตัวเขาก็ยังจะใส่เงื่อนไข No-trade clause นี้ไว้ต่อในสัญญาที่จะเซ็นกับ แรมส์ ด้วยเพื่อกำหนดอนาคตด้วยตัวเอง