
Formula One ประกาศเซ็นสัญญาระยะยาว 10 ปี พาศึก F1 กลับสู่ทวีปแอฟริกาอีกครั้ง โดยให้ประเทศรวันดา เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันภายใต้ชื่อรายการ African Grand Prix ซึ่งจะเริ่มระเบิดความเร็วกันในช่วงต้นทศวรรษ 2030 เป็นต้นไป
นอกจากวงการรถสูตรหนึ่ง จะได้กลับมาสู่ทวีปแอฟริกาเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1993 แล้ว นี่ยังเป็นอีกหมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนภาพจำของประเทศที่ครั้งหนึ่ง เคยบอบช้ำจากโศกนาฏกรรมล้างเผ่าพันธุ์ ในปี 1994
รวันดา ประเทศยากจนที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำ ตามเกณฑ์ของธนาคารโลก ประชากรส่วนใหญ่ ยังคงประกอบอาชีพเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม และมีประชากรอีกไม่น้อยที่คุณภาพชีวิต ยังอยู่กับความยากจน
แต่ทว่าโครงสร้างและการบริหารจัดการในประเทศของพวกเขา โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่าง กรุงคิกาลี กลับมีประสิทธิภาพ น่าสนใจ จนนำไปสู่การเติบโตในทางที่ดีในเวลาต่อมา
หากไปที่กรุงคิกาลี เมืองหลวงของรวันดา เราจะไม่เห็นภาพของขยะที่เกลื่อนล้นเมือง ความอดอยาก หรือภาพสลัมแออัด เพราะรัฐบาลรวันดาสั่งห้ามใช้ถุงพลาสติก 100% ทั่วประเทศ ตัวเมืองหลวงจึงมีความเป็นระเบียบ ปลอดภัย และมีระบบการจัดการขยะที่ดีเยี่ยม
มีกิจกรรมให้ประชาชนทุกคนต้องออกมาช่วยกันทำความสะอาด ในทุกวันเสาร์สุดท้ายของเดือน เพื่อให้เมืองหลวงมีความสะอาด, มีการสร้างโปรเจกต์ก่อสร้างอาคารต่าง ๆ เพื่อให้เมืองมีความทันสมัย กลายเป็นย่านเศรษฐกิจ สร้างภาพจำใหม่ที่รวันดาอยากจะแสดงให้โลกเห็น
นอกจากในตัวเมืองหลวงแล้ว รวันดายังได้กระจายการพัฒนาด้านต่าง ๆ ออกไปสู่พื้นที่ต่างจังหวัด ลงทุนในด้านนวัตกรรม, เทคโนโลยี วางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อตอบรับโลกที่เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนสำคัญกับชีวิตของทุกคน
รวมถึงหารายได้จากการท่องเที่ยว เช่น ทัวร์ดูกอริลลาภูเขาตามธรรมชาติ ที่รัฐบาลจำกัดจำนวนผู้เข้าชมต่อวัน และคิดค่าใบอนุญาตเข้าชมในราคาที่สูงลิ่ว เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงโดยเฉพาะ
หลังจากเผชิญกับฝันร้ายจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปี 1994 ซึ่งตอนนั้นทำให้เศรษฐกิจของประเทศพังทลาย จนกลายเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่ยากจนที่สุดในโลก รวันดาก็ได้ปฏิรูปตัวเอง จนค่าเฉลี่ยในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจภายในประเทศ เติบโตสูงถึง 6%-9% แทบทุกปี
รัฐบาลตั้งเป้าหมายใหญ่ที่จะผลักดันประเทศ ให้เป็นหนึ่งในชาติชั้นนำด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมของทวีปแอฟริกา เพื่อดึงดูดกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ
ชื่อของ Visit Rwanda ที่หลายคนอาจคุ้นตาผ่านสปอนเซอร์โลโก้ บนแขนเสื้อหรือชุดซ้อมของทีมฟุตบอลชื่อดังในยุโรป นี่คือชื่อแคมเปญประชาสัมพันธ์ และโปรโมตการท่องเที่ยวระดับโลกของประเทศรวันดา โดยเงินทุนมหาศาลในแคมเปญ Visit Rwanda นั้นก็มาจากภาคการท่องเที่ยวของรวันดา รัฐบาลรวันดา ผสมรวมกับเงินลงทุนของต่างชาติ
เป้าหมายสำคัญของแคมเปญนี้ คือการเปลี่ยนภาพจำของประเทศรวันดาในอดีต ที่ต้องเจอกับเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปี 1994 ให้กลายเป็นประเทศที่ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของโลกสำหรับการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์
รัฐบาลรวันดา ภายใต้การนำของประธานาธิบดี พอล คากาเม อยากจะใช้ "กีฬา" เป็นเครื่องมือหลักในการปรับภาพลักษณ์ของประเทศ และตัวแคมเปญ Visit Rwanda นี้เองที่เป็นตัวละครสำคัญในการทำให้เป้าหมายนี้ก่อเกิดเป็นรูปเป็นร่าง
ก่อนจะก้าวสู่ F1 รวันดาเลือกเจาะตลาดกีฬาที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกอย่าง ฟุตบอล โดยหน่วยงานพัฒนาเศรษฐกิจของรวันดา ตัดสินใจทุ่มเม็ดเงินเป็นสปอนเซอร์บนเสื้อแข่งให้สโมสรชื่อดัง ทั้ง อาร์เซน่อล, เปแอสเช, บาเยิร์น มิวนิค และล่าสุดกับ แอสตัน วิลล่า
นอกจากนี้ยังมี บาสเกตบอล ที่ Visit Rwanda เข้าไปเป็นพันธมิตร ช่วยสนับสนุน พวกเขาได้เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Basketball Africa League (BAL) ซึ่งเป็นลีกบาสเกตบอลที่มาจากการร่วมมือกันระหว่าง NBA และ FIBA
รวมถึงเป็นแบรนด์ท่องเที่ยวจากทวีปแอฟริกาแบรนด์แรก ที่เข้าไปเป็นผู้สนับสนุนและพันธมิตรกับทีมกีฬาอาชีพระดับท็อป ในลีกอเมริกา กับทาง แอลเอ คลิปเปอร์ส ในบาสเกตบอล NBA และ แอลเอ แรมส์ ในอเมริกันฟุตบอล NFL และยังมีส่วนร่วมกับการจัดการแข่งขันกีฬาจักรยานระดับโลกอีกด้วย
แม้ช่วงแรกจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ประสบความสำเร็จในการนำคำว่า "Visit Rwanda" เข้ามาสู่สายตาแฟนกีฬา ทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มกระเป๋าหนัก ให้มาสัมผัสการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อย่างการเดินป่าตามรอยกอริลลาภูเขา จนสร้างรายได้หมุนเวียนเข้าประเทศมหาศาล และกลายเป็นทุนสำหรับในการยกระดับโปรเจกต์ต่าง ๆ ให้ใหญ่ขึ้น
สำหรับดีลเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน F1 นั้น รวันดา ได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้ามาตลอด ก่อนที่จะมีการทำข้อตกลงอย่างเป็นทางการ พวกเขาได้สร้างสนามบินนานาชาติบูเกเซรา แห่งใหม่ ในกรุงคิกาลี
พร้อมกับเนรมิตสนามแข่งขันรถแห่งใหม่ ที่ได้มาตรฐานระดับสูงสุด FIA Grade 1 โดยได้ WurzDesign บริษัทออกแบบและวางผังสนามแข่งรถ ที่นำโดย อเล็กซ์ วูร์ซ อดีตนักแข่ง F1 มาร่วมออกแบบแทร็กสนามให้มีความท้าทายเข้ากับภูมิประเทศเนินเขาที่นี่
การใช้กีฬาและแคมเปญ Visit Rwanda ที่ก่อร่างสร้างตัวมานาน ได้ช่วยลบเลือนภาพจำเลวร้ายในอดีต และสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ จนส่งผลให้ รวันดา สามารถคว้าดีลประวัติศาสตร์ ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน F1 คืนสู่ทวีปแอฟริกาได้สำเร็จ นับเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นโบแดงที่เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ และการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม ของประเทศที่ครั้งหนึ่ง เคยล่มสลายจากโศกนาฏกรรมอันเจ็บปวด