
หนึ่งในเสน่ห์ของมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP โดยเฉพาะในรุ่นใหญ่สุด คือการอนุญาตให้นักแข่งอนุญาตเปลี่ยนรถได้หากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงระหว่างแข่งขัน หรือที่คุ้นกันในชื่อ Flag-to-flag
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวอาจมาถึงจุดจบในอนาคตอันใกล้ เมื่อทาง MotoGP กำลังพิจารณาลดโควตารถแข่งเหลือแค่คนละ 1 คันต่อนักแข่ง 1 คนในแต่ละสนาม จากปัจจุบันที่อนุญาตให้มีรถ 2 คันต่อคน
เรื่องดังกล่าวคือหนึ่งในประเด็นพิจารณาระหว่างฝ่ายจัดการแข่งขันและทีมแข่ง ในการลงนามข้อตกลงเข้าร่วมการแข่งขันฉบับใหม่ที่จะมีผลตั้งแต่ปี 2027-2031 โดยข้อเสนอลดโควตารถแข่งนี้มาจากฝั่งผู้ผลิตรถที่ต้องการลดต้นทุน
หากข้อเสนอนี้ได้รับการโหวตเห็นชอบ นักแข่งแต่ละคนในรุ่น MotoGP จะมีรถแข่งให้ใช้แค่ 1 คันในแต่ละสนาม เช่นเดียวกับรุ่นรองอย่าง Moto2 กับ Moto3 รวมถึงในรายการจักรยานยนต์ซูเปอร์ไบค์ชิงแชมป์โลก หรือ WorldSBK
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเหลือรถแข่งแค่คนละ 1 คัน คือแต่ละทีมต้องใช้เวลาในการหาเซตติ้งรถเพิ่มขึ้น เพราะไม่สามารถเตรียมรถแข่ง 2 คันที่เซตติ้งต่างกันให้นักแข่งใช้ได้ในทันที จะปรับเซตติ้งทีก็ต้องสั่งนำรถกลับเข้าพิทก่อน
แม้ตามกฎ ยังอนุญาตให้มีรถแข่งสำรองอยู่ เพื่อเตรียมพร้อมกรณีรถแข่งคันจริงเสียหาย แต่ทีมแข่งต้องให้ฝ่ายควบคุมการแข่งขันตรวจสภาพรถแข่งที่เสียหายก่อน หากไม่สามารถใช้งานต่อได้ ถึงจะได้รับอนุญาตให้นำรถสำรองออกมาใช้
และตามที่กล่าวไปข้างต้น การเหลือรถแข่งแค่ 1 คันต่อคน จะถือเป็นการปิดยุคสมัยของกฎ Flag-to-flag ไปในทันที โดยคาดว่า หากเกิดสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง จะใช้การเข้าพิท เพื่อให้ทีมช่างเปลี่ยนยางกับปรับเซตติ้ง โดยใช้การกำหนดเวลาขั้นต่ำในการเข้าพิทเพื่อความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม การอนุมัติการเปลี่ยนแปลงนี้ยังต้องรอผลการลงคะแนนเสียงก่อน
ที่มา :
https://www.motorsport.com/motogp/news/motogp-considering-reducing-riders-to-one-bike-from-2027/10822381