
ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วลุยโอลิมปิกเกมส์เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ ซึ่งขุมกำลังชุดนี้เตรียมที่จะสานต่อฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมในภารกิจต่อไป คือการล่าเหรียญทองเอเชียนเกมส์สมัยแรก
ปัจจุบัน ทัพลูกยางสาวไทย ได้ก้าวขึ้นมาเป็นทีมระดับท็อปของเอเชียอย่างเต็มภาคภูมิ โดยเฉพาะในศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่สามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 4 สมัย จากการลงเล่น 8 ครั้งหลังสุด แถมยังเป็นการคว้าแชมป์ 2 สมัยล่าสุดติดต่อกัน
ทว่าในศึกเอเชียนเกมส์ การคว้าเหรียญทองยังเป็นอีกหนึ่งมิชชั่นสำคัญที่รอวันปลดล็อก หลังจากเคยเข้าใกล้ที่สุดคือการคว้าเหรียญเงิน เมื่อปี 2018 และเหรียญทองแดง ปี 2014 กับ 2022
ที่สำคัญทีมที่สกัดเส้นทางของสาวไทยไม่ให้ถึงเป้าหมายทั้ง 3 ครั้งก็คือ จีน เจ้าของแชมป์รายการนี้มากที่สุด 9 สมัย ซึ่งปี 2018 ไทยแพ้รอบชิงฯ ส่วนปี 2014 กับ 2022 แพ้รอบรองฯ
ในเอเชียนเกมส์ 2026 หากรอบแรก ไทยและจีนคว้าแชมป์กลุ่มได้ จะมีโอกาสเผชิญหน้ากันในรอบรองชนะเลิศ แต่หากไทยจบอันดับ 2 ของกลุ่ม จะมีโอกาสเจอจีนในรอบชิงฯ ทว่าในรอบ 8 ทีมต้องเจออันดับ 1 กลุ่ม A ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะเป็น "เจ้าภาพ" ญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม เวลานี้สาวไทยได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเธอไม่หวั่นเกรงศักดิ์ศรีของยอดทีมจากแผ่นดินใหญ่แต่อย่างใด หลังสามารถเอาชนะมาได้ในเกมชี้ชะตาชิงตั๋วโอลิมปิกที่ผ่านมา ... และพร้อมแล้วที่จะลุ้นเหรียญทองสมัยแรกอย่างเต็มตัว
ด้านการเตรียมทีม "โค้ชอ๊อต" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร เฮดโค้ช มั่นใจว่าลูกทีมมีสภาพจิตใจที่ดีเยี่ยมหลังรวมพลังคว้าตั๋วโอลิมปิกได้สำเร็จ ด้วยการยกพลไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ญี่ปุ่นล่วงหน้ากว่า 13 วัน พร้อมลงลับมือกับทีมแชมป์ลีกญี่ปุ่นอย่าง ซากะ ฮิซามิสึ สปริงส์ 2 แมตช์ ในรูปแบบ Training Match และ Official Match
"เราต้องรักษาสภาพร่างกายของเราให้ดี ไม่ให้บาดเจ็บ เพราะเราตั้งเป้าว่าจะไปเอาเหรียญให้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเจ้าภาพและทีมจีนก็เต็มที่ รวมถึงทีมอื่นก็เตรียมตัวมา เราต้องดูสภาพของเราให้พร้อมที่สุดทั้งเรื่องร่างกาย จิตใจ เทคนิค และแท็กติก” โค้ชอ๊อต เผย
สำหรับ โปรแกรมการแข่งขัน ทีมไทย อยู่กลุ่ม C พบ มองโกเลีย (16 ก.ย.) ต่อด้วย คีร์กีซสถาน (17 ก.ย.) และไชนีสไทเป (18 ก.ย.) ซึ่งอันดับ 1-2 จะได้ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 8 ทีมสุดท้าย