
ชิน โยชิดะ สตาฟโค้ชทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หลังช่วงที่ผ่านมาได้รับความคิดเห็นและข้อความส่วนตัวจำนวนมากที่ระบุว่า เจ้าตัวตัดสินใจออกจากทีมชาติญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ก่อนย้ายมาทำงานให้ทีมชาติไทย
ถึงทุกคน
ผมขออนุญาตสื่อสารเรื่องนี้ด้วยคำพูดของตัวเองสักครั้ง
ช่วงที่ผ่านมา ผมเห็นความคิดเห็นและข้อความ DM บนโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีเนื้อหาประมาณว่า “ผมตัดสินใจออกจากทีมชาติญี่ปุ่นด้วยความตั้งใจของตัวเอง และย้ายมาทำงานให้ทีมชาติไทย”
นอกจากนี้ ผมยังได้รับข้อความที่เข้าข่ายการกล่าวร้ายหรือใส่ร้าย โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหรือการคาดเดาต่าง ๆ เพิ่มขึ้นด้วย
การถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือถูกใส่ร้ายอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของความเข้าใจที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผมเลย
เมื่อผมรู้สึกว่าการปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยไม่อธิบายอะไรเลยเป็นเรื่องที่ยากขึ้น ผมจึงอยากขอถ่ายทอดข้อเท็จจริงในส่วนที่ถูกเข้าใจผิดด้วยคำพูดของตัวเองสักครั้ง ไม่ใช่เพื่อวิพากษ์วิจารณ์หรือตำหนิใคร
ในปี 2025 ผมทำงานให้กับทีมชาติญี่ปุ่นหญิง ในตำแหน่งนักวิเคราะห์และล่าม
ในเวลานั้น ผมทำงานภายใต้สัญญาที่กำหนดระยะเวลาเอาไว้ และหลังจากสัญญาดังกล่าวสิ้นสุดลง สัญญาฉบับต่อไปไม่ได้รับการต่อ
ในประเด็นนี้ ผมอยากชี้แจงให้ชัดเจนว่า ผมไม่ได้เป็นฝ่ายต้องการและตัดสินใจที่จะออกจากทีมชาติญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผมไม่ได้รับคำอธิบายถึงเหตุผลที่ชัดเจน ผมเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเหตุใดจึงไม่มีการต่อสัญญา
หลังจากนั้น สมาคมวอลเลย์บอลไทยและหัวหน้าผู้ฝึกสอน ซึ่งทราบถึงสถานการณ์ของผม ได้ติดต่อเข้ามาและมอบโอกาสให้ผมได้ทำงานกับทีมชาติไทย
กล่าวคือ เรื่องราวไม่ได้เป็นไปในลักษณะที่ว่าผมเลือกที่จะออกจากทีมชาติญี่ปุ่นด้วยตัวเอง และตัดสินใจย้ายมาทำงานให้ทีมชาติไทย แต่เป็นว่า สัญญากับทีมชาติญี่ปุ่นสิ้นสุดลง และไม่มีการต่อสัญญา จากนั้นผมจึงได้รับโอกาสใหม่จากทีมชาติไทย นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมสามารถบอกได้
ในขณะเดียวกัน ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ผมไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิด ผมไม่ได้มีความรู้สึกในแง่ลบต่อสมาคมวอลเลย์บอลญี่ปุ่นหรือทีมชาติญี่ปุ่น ช่วงเวลาที่ผมได้ทำงานให้กับทีมชาติญี่ปุ่น ถือเป็นประสบการณ์ที่สำคัญสำหรับผมอย่างแท้จริง
ผมได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายจากนักกีฬาและทีมงานทุกคนที่ผมได้พบที่นั่น โดยเฉพาะทีมงานโค้ช ซึ่งเป็นบุคคลที่ยอดเยี่ยมและแม้กระทั่งตอนนี้ หากผมประสบปัญหา พวกเขาก็ยังคอยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผมเสมอ พวกเขาคือรุ่นพี่ที่ผมยึดถือเป็นแบบอย่าง
ความรู้สึกขอบคุณที่ผมมีต่อทุกคนที่เคยร่วมงานด้วยนั้น ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจนถึงทุกวันนี้
ปัจจุบัน ผมทำงานในฐานะโค้ชของทีมชาติไทย เมื่อเราต้องพบกับทีมชาติญี่ปุ่น ผมจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ในฐานะคู่แข่ง เพื่อให้ทีมชาติไทยเป็นฝ่ายชนะ
นั่นคือหน้าที่ของผมในเวลานี้ และผมคิดว่านี่คือความรับผิดชอบในฐานะมืออาชีพ อย่างไรก็ตาม การต่อสู้อย่างเต็มที่บนสนาม และความเคารพที่ผมมีต่อวอลเลย์บอลญี่ปุ่น เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิงสำหรับผม
เหตุผลที่ผมออกมาพูดในครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะต้องการวิพากษ์วิจารณ์ใคร หรืออยากมีความขัดแย้งกับใคร
แต่ท่ามกลางการถูกใส่ร้ายอย่างต่อเนื่องจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ผมรู้สึกว่าจำเป็นต้องถ่ายทอดข้อเท็จจริงด้วยคำพูดของตัวเอง
ความรู้สึกขอบคุณต่อช่วงเวลาที่ผมได้ใช้ชีวิตและทำงานกับทีมชาติญี่ปุ่น รวมถึงความเคารพที่ผมมีต่อวอลเลย์บอลญี่ปุ่น ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจนถึงทุกวันนี้
และในตอนนี้ ผมกำลังทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่ ด้วยความรู้สึกขอบคุณและความรับผิดชอบที่มีต่อทีมชาติไทย ซึ่งเป็นทีมที่ต้องการตัวผม
ผมจะรู้สึกยินดีอย่างมาก หากทุกคนจะรับสิ่งที่ผมสื่อสารในครั้งนี้ไว้ในฐานะ ข้อเท็จจริงหนึ่งเรื่อง
ชิน โยชิดะ
Shin Yoshida