
เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากแฟนมวยปล้ำไม่น้อย เมื่อมีรายงานว่าบรรดาบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลก พร้อมต่อสู้แย่งชิงกับคู่แข่งทุกสำนักเพื่อเป็นเจ้าของกิจการรายใหม่ของ WWE สมาคมมวยปล้ำระดับโลกของอเมริกา
หลังจากที่ วินซ์ แม็คแมน ประธานจอมอื้อฉาว ผู้มีข่าวล่วงละเมิดทางเพศพนักงานหญิงในบริษัท คัมแบ็กกลับมานั่งเก้าอี้บอร์ดบริหารอีกครั้ง ก็มีกระแสข่าวว่าเขาเตรียมเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนต่างๆ เปิดโต๊ะพูดคุยกับเขาและทีมงาน สำหรับการเทคโอเวอร์กิจการของ WWE ในอนาคต
CNBC เว็บไซต์สื่อของอเมริกา เผยว่า WWE ว่าจ้าง JPMorgan บริษัทด้านการเงินและการลงทุน มานั่งเก้าอี้ที่ปรึกษาสำหรับการขายกิจการ ที่คาดว่าจะมีการอ้าแขนเจรจากับบริษัทต่างๆ ในช่วงกลางปี 2023 หากบอร์ดบริหารของ WWE ทุกชีวิตเปิดไฟเขียว
มีบริษัทสื่อมากมายที่แสดงตัวสนใจอยากครองกิจการ WWE เช่น Disney บริษัทแอนิเมชั่นและสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ของโลก ที่มองว่าคอนเทนต์มวยปล้ำของ WWE ซึ่งอยู่ในเรท PG เด็กดูได้ น่าจะเข้ากับโมเดลธุรกิจของ ดิสนีย์ ที่เน้นคอนเซปต์ "ความบันเทิงที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี"
ขณะที่ Netflix สตรีมมิ่งภาพยนตร์แถวหน้า ที่กำลังมีแนวคิดจะซื้อลิขสิทธิ์กีฬาดังมาถ่ายทอดสดผ่านแอพพลิเคชั่น หลังจากประสบความสำเร็จในการนำคอนเทนต์กีฬาต่างๆ ทั้งสารคดีและภาพยนตร์ มาให้ลูกค้าดูจนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของคอกีฬาทั่วโลก
Amazon กับ Fox ที่ผลิตคอนเทนต์สตรีมมิ่งของตัวเอง ต่างก็สนใจอยากได้มวยปล้ำ WWE มาอยู่ในความครอบครองเช่นกัน และคาดว่าน่าจะมีผู้สนใจยกมือเสนอตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูว่าหากการขายกิจการเสร็จสิ้น วินซ์ แม็คแมน จะยังมีที่นั่งในตำแหน่งของ WWE สมาคมที่เขาปลุกปั้นมาตั้งแต่ยุค 80 ต่อไปหรือไม่
สำหรับสมาคมมวยปล้ำ WWE ปัจจุบันได้รับการประเมินว่ามีมูลค่าทางการตลาดอยู่ที่ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2 แสนล้านบาท) ในฐานะแบรนด์กีฬาเพื่อความบันเทิงยักษ์ใหญ่ของโลก
ที่มา :
https://www.cnbc.com/amp/2023/01/07/who-would-buy-wwe-as-mcmahon-returns-to-board-to-pursue-sale.html
https://wdwnt.com/2023/01/the-walt-disney-company-on-list-buyers-for-wwe/