News

พล.ต.อ.สมยศ เเจงวลี “ก้าวข้ามอาเซียน” คือการเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งได้พัฒนาฝีเท้าในเกมภูมิภาค

ย้อนกลับไปเมื่อหกปีที่ผ่านมา พลตำรวจเอก ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยเคยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทีมชาติไทยจะต้องก้าวข้ามย่านอาเซียนให้ได้ 

 

อย่างไรก็ตามวลีนี้ได้มีการพูดถึงอย่างกว้างขวางและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของแฟนฟุตบอล

พล.ต.อ.สมยศ จึงได้ออกมาเปิดเผยถึงประเด็นนี้มีใจความว่า

“หากยังจำกันได้ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ผม พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นคนพูดวลี "ก้ามข้ามอาเซียน" เอง หลังจากนั้นมีการตีความและวิพากย์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง สำหรับผู้ที่ติดตามฟุตบอลไทย”

“ในความหมายของผม "การก้าวข้ามอาเซียน" คือ การเปิดโอกาสให้กับนักเตะดาวรุ่ง หน้าใหม่ได้มีโอกาสสัมผัสเกมการแข่งขันฟุตบอลรายการระดับภูมิภาคอาเซียน เพื่อเพิ่มประสพการณ์ ทั้งนี้ยังเป็นเวทีให้พวกเขาได้ลงเล่นในแมตช์นานาชาติ และเพิ่มจำนวนผู้เล่นที่จะก้าวขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่”

“ซึ่งการเปิดโอกาสนั้น อาจจะไม่ได้การันตีหรือคาดหวังผลการแข่งขัน ได้เท่ากับการนำผู้เล่นระดับท็อปไปแบบฟูลทีม”

“ฟุตบอลระดับอาเซียน มักจะจัดแข่งขันทัวนาเมนต์นอกฟีฟ่าเดย์ หรือถ้าเป็นรายการที่จำกัดอายุก็จะไม่มีผลต่อการนับแรงกิ้งฟีฟ่า การขอผู้เล่นตัวหลักจากสโมสรเป็นเรื่องที่นอกเหนือระเบียบ และเป็นสิ่งที่ผมเข้าใจสโมสรในจุดนี้เป็นอย่างดี การที่เราทำทุกสิ่ง ต้องหยุดทุกอย่าง แลกกับการได้มาซึ่งผลการแข่งขันระดับอาเซียน แล้วระบบฟุตบอลอาชีพต้องมีผลกระทบ ผมไม่เห็นด้วยและนี่คือที่มาของการ “ก้าวข้ามอาเซียน”

“ที่กล่าวมานั้น ขอชี้แจงให้ชัดเจน ว่า เราไม่ได้มองข้าม หรือ ไม่สนใจการแข่งขันของทีมชาติไทย แต่เราจะทำให้ดีที่สุด และได้ประโยชน์สูงสุด จากทัพนักกีฬาที่เราส่งไปร่วมแข่งขัน โดยไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับการพัฒนาฟุตบอลอาชีพของไทย”

“ดังนั้น ผมจึงต้องการใช้ฟุตบอลรายการในระดับภูมิภาคเหล่านี้ ให้ทีมชาติไทยได้เรียกตัวดาวรุ่งหรือเยาวชนรุ่นใหม่ ให้ทีมชาติไทยมีจำนวนผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในแมตช์นานาชาติมากขึ้นเรื่อยๆในทุกๆครั้ง เพื่อให้ทีมชาติไทยของเรามีตัวเลือกมากขึ้นอยู่เสมอในอนาคต (ไม่ต่างอะไรกับหลากหลายประเทศที่เลือกใช้วิธีการนี้)”

“ขณะที่ ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ นักเตะตัวหลักเหล่านี้ต้องรับใช้สโมสรต้นสังกัดในลีกอาชีพและฟุตบอลถ้วยต่างๆ ในแต่ละฤดูกาลจะต้องลงสนามไม่น้อยกว่า 30-40 นัด ก็จะมีเวลาพอเพียงสำหรับฟื้นฟูร่างกาย สำหรับการเตรียมตัวเพื่อการแข่งขันฟุตบอลรายการสำคัญๆ ที่อยู่ในช่วงปฏิทินฟีฟ่า เพื่อเป้าหมายในระดับเอเชีย หรือ สูงกว่านั้น”

“ผมยังยืนยันว่า สมาคมฯ และ บริษัท ไทยลีก ให้ความสำคัญกับสโมสรสมาชิก พร้อมให้การสนับสนุนด้านต่างๆ ในทุกมิติ ลดความขัดแย้ง สร้างความร่วมมือกับสโมสร ทุกภาคส่วน เพื่อให้ทุกสโมสรมีการพัฒนา โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพของการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ผู้ตัดสินที่มีคุณภาพ และเทคโนโลยีฟุตบอลต่างๆ วีเออาร์ สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้ฟุตบอลลีกอาชีพของประเทศ เติบโตเป็นศูนย์กลางฟุตบอลในภูมิภาคอาเซี่ยน ซึ่งจะส่งผลดีต่อทีมชาติไทยของเราในวันข้างหน้าด้วย”

“ผมขอเรียนย้ำอีกครั้งว่า เพียงลำพังตัวผม สมาคมฯ บริษัทไทยลีก ไม่สามารถผลักดัน นำพาหรือพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้เดินไปข้างหน้าได้เลย หากไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจ การสนับสนุนจากรัฐบาล สปอนเซอร์ สโมสรสมาชิก สื่อมวลชน แฟนบอล ผู้ให้การสนับสนุน จากทุกๆ ภาคส่วน ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองในการที่จะขับเคลื่อนให้วงการฟุตบอลไทยพัฒนาไปข้างหน้าอย่างแท้จริง”

สำหรับฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนในปีนี้จะแข่งขันระหว่างวันที่ 21 ธันวาคมถึง 15 มกราคม

Author

วิรวิชญ์ เจริญเชื้อ

The handsome boy like Jackson Wang and the best singer of Main Stand.

Photo

วัชพงษ์ ดวงแปง

Main Stand's Backroom staff

Graphic

วัชพงษ์ ดวงแปง

Main Stand's Backroom staff